มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1958 คน
วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7639 ข่าวสดรายวัน


เที่ยวหมู่บ้านอีสาน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม





ท่ามกลางท้องทุ่งเขียวขจี ต้นข้าวออกรวงปลิวไสว บริเวณเชิงเขาพญาปราบ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา อันเป็นที่ตั้งของ "จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม"

นอกจากความงามแห่งธรรมชาติ ผลิตผลทางการเกษตร และแหล่งปลูกหม่อนเลี้ยงไหมขึ้นชื่อแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังรวบรวม "หมู่บ้านอีสาน" และ "สถาปัตยกรรมไทยอีสานโบราณ" ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ความเป็นมา และร่วมตามรอยรากเหง้าความคิดในการผสานธรรมชาติ และภูมิสถาปัตย์ที่หาชมได้ยากในเมืองไทย

เมื่อเร็วๆ นี้ นางชุติมา ดำสุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ จิม ทอมป์สัน และ อาจารย์พหลไชย เปรมใจ สถาปนิกหมู่บ้านอีสาน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ร่วมกับ กรรมาธิการสถาปนิกอีสาน จัดเสวนา "สถาปัตยกรรมพื้นบ้าน อีสานพื้นถิ่น" มีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับที่มาของ "หมู่บ้านอีสาน" และ "เฮือน" ในรูปแบบต่างๆ ศาสนาคาร ตลอดจนมุมมองด้านสังคมและวัฒนธรรมเกี่ยวกับความเชื่อ ที่มีผลต่อการกำหนดรูปแบบของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสาน ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ และร่วมอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมล้ำค่ามิให้สูญหาย

รศ.กาญจนา ตันสุวรรณรัตน์ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวถึง "เฮือนโคราช" หรือ เรือนโคราช ว่ามีลักษณะเด่น คือเป็นเรือนไม้ชั้นเดียว ยกพื้นสูง ใต้ถุนโล่ง หลังคาจั่วทรงสูง เสาและคานเป็นเสากลม เน้นความเรียบง่าย

องค์ประกอบของเรือนแต่ละชิ้นถอดประกอบได้ โดยใช้ลิ่ม สลัก เดือย รายละเอียดอื่นๆ แตกต่างกันตามความประณีตของช่าง แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์คือ "ฝาปรือกรุเซงดำ" แสดงถึงความชาญฉลาดในการนำ "ต้นปรือ" มาประกอบเป็นฝาเรือนทนทานนานนับร้อยปี

รศ.กาญจนา อธิบายว่า เฮือนโคราช สะท้อนวิถีชีวิตของสังคมเกษตรที่ทำนา ทำไร่ ทำสวน และบ่งบอกอาชีพของเจ้าของเฮือน เพียงแค่สังเกตจากใต้ถุนเฮือนที่จะมีข้าวของวางอยู่แตกต่างกัน อาทิ กี่ทอผ้า กี่ทอเสื่อ อุปกรณ์ปั้นหม้อ มีดจักตอก และจอบเสียม ถือเป็นการออกแบบที่ผสานรวมกับมิติทางสังคมได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ ผศ.ทรงยศ วีระทวีมาศ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ความรู้เกี่ยวกับ "เฮือนอีสาน" ว่า เป็นภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะกลุ่มไท-ลาว ประกอบด้วย ผู้ไท หรือภูไท โย้ย ย้อ แสก กะเลิง และ โส้ เป็นต้น ที่อพยพมาตั้งหลักแหล่งภาคอีสานของไทย

โดยลักษณะเรือนมีทั้ง "เรือนแฝด" หรือ "เรือนจั่วคู่" ประกอบด้วย เรือนใหญ่และเรือนโข่ง เน้นการใช้พื้นที่โล่งใต้หลังคา บริเวณที่เชื่อมต่อกัน ถือเป็นเรือนที่เก่าแก่ที่สุด

"เรือนจั่วเดียว" หรือ "เรือนเกย" พบมากที่สุด เป็นเรือน 3 เสา มีจั่วเดียวคลุมส่วนเรือนใหญ่ ด้านหน้าเรือนต่อระเบียงออกมา มีหลังคาต่อลาดจากจั่วเรือนใหญ่ ถัดจากระเบียงเป็นชานแดดต่อกับชานน้ำที่เชื่อมต่อกับครัวไฟ

รูปแบบมีทั้ง "เรือนทั่วไป" มี 3 ห้อง ต่อเกยออกมา 2 ห้อง "เรือนเหย้า" มี 2 ห้อง กรณีที่เจ้าของเพิ่งแต่งงาน และ "กระต๊อบ ตูบ หรือตูบต่อเล้า" เป็นเรือนชั่วคราว ปลูกสร้างขึ้นกรณีที่ครอบครัวรื้อเรือนเดิม หรือเป็นที่อาศัยผู้อพยพมาจากที่อื่น เป็นต้น

ส่วน ดร.ติ๊ก แสนบุญ อาจารย์คณะศิลปะประยุกต์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อธิบายว่า คือ อาคารที่ใช้ในการศาสนา เช่น "สิม" หรือโบสถ์ และ "หอแจก" หรือศาลาการเปรียญ การออกแบบศาสนาคารในภาคอีสาน จะสะท้อนคติความเชื่อการเคารพในศาสนา แฝงด้วยวิถีของคนอีสาน จึงเน้นความเรียบง่าย พอเหมาะ พอดี ดูพองาม อ่อนน้อมถ่อมตนต่อบริบททางสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงความสนุกสนานที่ถ่ายทอดผ่านรูปปั้นและภาพวาด

ด้าน ผศ.สมชาย นิลอาธิ อาจารย์ประจำคณะมนุษย ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมแลกเปลี่ยนว่า การสร้างเฮือน หรือสถาปัตยกรรม ต่างๆ ของชาวอีสาน บ่งบอกความสัมพันธ์ด้านต่างๆ

อาทิ "ความสัมพันธ์ทางสังคม" ครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวรวม จะสร้างที่อยู่อาศัยตอบสนองความต้องการแตกต่างกัน "ความสัมพันธ์ทางความเชื่อ" การสร้างเรือนมีข้อห้ามต่างๆ ตั้งแต่การเลือกไม้จนถึงโครงสร้างหลักของเรือน ความเชื่อในการหาฤกษ์ยามซึ่งต้องกำหนดเดือนและวันที่เหมาะสม

แม้กระทั่งการหาพื้นที่ปลูกเรือน ก็ต้องหลีกเลี่ยงการปลูกคร่อมโพน คร่อมน้ำ คร่อมดูก หรือคร่อมทางผีเทียว ซึ่งชาวอีสานเชื่อว่าจะนำสิ่งอัปมงคลมาให้ รวมถึง "ความเชื่อในการอยู่อาศัย" เช่น ห้องเปิง (ห้องพระ) จะห้ามลูกเขย หรือลูกสะใภ้ขึ้นไปเด็ดขาด และห้ามตีลูกหลานหน้าห้องเปิง

ความเชื่อเหล่านี้มีไว้เพื่อควบคุมพฤติกรรมของคนที่อยู่ร่วมกัน ให้รู้จักสิ่งควรไม่ควร จะมีผลต่อการทำมาหากินของครอบครัว และแสดงออกถึงความยำเกรงต่อกัน เป็นต้น

สำหรับหมู่บ้านอีสาน ในจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เริ่มก่อสร้างปี พ.ศ.2550 จุดมุ่งหมาย คือต้องการรวบรวมสถาปัตยกรรมอีสานที่หาดูได้ยาก ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ เกิดสำนึกในคุณค่าของประเพณี และวัฒนธรรมอันเก่าแก่งดงาม ปัจจุบัน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม มีเฮือนอีสาน และเฮือนโคราช รวม 14 หลัง ศาสนาคารอีก 2 หลัง รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ บนพื้นที่กว่า 50 ไร่

เพื่อให้เห็นกับตา หลังจบเสวนาในวันนั้น ยังมีกิจกรรมนำชม "หมู่บ้านอีสาน ณ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม" เริ่มด้วยกลุ่มเฮือนโคราช ประกอบด้วย "เฮือนนางเผอะ" อายุเก่าแก่กว่า 200 ปี "เฮือนนางเอื้อย" โดดเด่นด้วยเสวียน หรือ แกะ ซึ่งเป็นยุ้งข้าวทำจากไม้ไผ่สาน "เฮือนนางแตงอ่อน" มีจุดเด่น คือฝาปรือที่คงสภาพสมบูรณ์มากที่สุด

ส่วนกลุ่มเฮือนอีสานมี "เฮือนภูไท" สะท้อนภูมิปัญญาในการใช้วัสดุ และแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างงดงาม "เฮือนเครื่องผูก" โดดเด่นด้วยหลังคามุงแฝก และใช้เวลาก่อสร้างเพียง 3 วัน รวมถึงศาสนาคารอีสาน อย่าง "หอแจก" สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ "สิมอีสานกลางน้ำ" สร้างจากไม้ทั้งหลัง และหาชมได้ยากยิ่ง

มีโอกาสไม่ควรพลาดแวะไปชม สนุกและได้ความรู้


หน้า 28




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.