มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 3539 คน
วันที่ 09 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6402 ข่าวสดรายวัน


มาร์วิน ลี มินสกี


รู้ไปโม้ด
nachart@yahoo.com


สวัสดีครับ

ต้องการทราบประวัติของนักคณิตศาสตร์ท่านใดก็ได้ที่เกิดหรือเสียชีวิตวันที่ 9 สิงหาคม ปีไหนก็ได้ครับ

ดนัยพัฒน์ จ๋าวะนา

ตอบ ดนัยพัฒน์


นักคณิตศาสตร์ตามเงื่อนไขขอมาคือ มาร์วิน ลี มินสกี (Marvin Lee Minsky) เกิด 9 สิงหาคม ค.ศ.1927 ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เริ่มเรียนเบื้องต้นที่โรงเรียนเดอะ ฟิลด์สตัน จากนั้นเข้าบรองซ์ ไฮสคูล ด้านวิทยาศาสตร์ ตามด้วยฟิลิป อะคาเดมี แอนโดเวอร์ และโรงเรียนราชนาวี ต่อมา ค.ศ.1946-1950 ศึกษาสาขาคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และปริญญาเอกสาขาเดียวกันที่มหาวิทยาลัยปริ๊นซ์ตัน ในปี 1951-1954 และเรียน Junior Fellow จาก Harvard Society of Fellows ช่วงปี 1954-1957

เป็นนักคณิตศาสตร์ที่สนใจงานประดิษฐ์และวิทยาคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่า "นักวิทยาศาสตร์สาขาปัญญาประดิษฐ์" เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์ คือการเรียนรู้ของเครื่องจักรด้วยวิธีการโครงข่ายใยประสาทเทียม ทั้งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งห้องปฏิบัติการ AI ที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) หรือเอ็มไอที (MIT) ผลงานสำคัญมีมากมาย อาทิ สร้างจอแสดงผลกราฟิก การสแกนด้วยไมโครสโคป และร่วมกับ ซีมัวร์ พาเพิร์ต พัฒนาภาษาโลโก และเป็นที่ปรึกษาการสร้างภาพยนตร์เรื่อง A Space Odyssey ในปี 2001

ค.ศ.1969 เขียนบทความที่มีชื่อเสียง เรื่องเพอร์เซปตรอนส์ (Perceptrons) ซึ่งเป็นข่ายงานประสาทเทียมประเภทหนึ่ง ได้รับการพัฒนาขึ้นใน ค.ศ.1957 โดย แฟรงก์ โรเซนบลัตต์ แห่ง Cornell Aeronautical Laboratory มินสกีและพาเพิร์ตได้เสนอผลงานตีพิมพ์ในรูปของหนังสือ ระบุข้อจำกัดทางทฤษฎีของเพอร์เซปตรอนส์ ผลงานตีพิมพ์ดังกล่าวก่อให้เกิดแนวคิดด้านลบต่อการพัฒนาระบบประมวลผลแบบโครงข่ายของเซลล์ประสาท และเป็นจุดเริ่มต้นจุดหนึ่งของกระแสแนวความคิดที่ว่าการคิดของมนุษย์เป็นการประมวลผลแบบลำดับขั้น (serial processing)

เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีผู้ที่สามารถแก้ไขข้อจำกัดทางทฤษฎีของโครงข่ายประสาทเทียมได้ วิทยาการด้านโครงข่ายประสาทเทียมจึงไม่ได้รับความสนใจจากวงการคอมพิวเตอร์ในช่วง ค.ศ.1977 ผลงานวิจัยด้านโครงข่ายประสาทเทียมในช่วงเวลาดังกล่าวจึงเป็นที่รู้จักในวงแคบๆ ของผู้ที่สนใจเท่านั้น เขากล่าวถึงงานค้นพบชิ้นนี้ว่ายังห่างไกลกับสมองมนุษย์มากนัก และผลงานยังไม่น่าประทับใจ เพราะเซลล์สมองนั้นมีหลายร้อยชนิด ซิลิคอนชิพชิ้นนี้เป็นเซลสมองชนิดใดก็ยังไม่รู้ได้

และยังกล่าวว่า "เรามักคิดว่าอัจฉริยะ เช่น ไอน์สไตน์ เชกสเปียร์ส บีโธเฟ่น มีพรสวรรค์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ ทำให้เกิดความเชื่อว่าคอมพิวเตอร์ไม่สามารถสร้างสิ่งอัจฉริยภาพได้เลย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่คอมพิวเตอร์ทำเรามีคำอธิบายได้ทั้งหมด แต่ทำไมเราไปเหมาเอาว่าผลงานที่อัครศิลปินเหล่านั้นทำแตกต่างจากงานธรรมดาที่บุคคลทั่วไปกระทำอยู่ ทั้งๆ ที่เรามีความเข้าใจงานธรรมดาน้อยมาก" มินสกีเชื่อว่าความคิดแบบธรรมดาและเชิงสร้างสรรค์แทบจะเหมือนกัน โดยที่แบบแรกน่าจะลึกลับซับซ้อนกว่า

ค.ศ.1970 มินสกีได้รับรางวัลทัวริง (Turing Award) ซึ่งถือเป็นรางวัลที่มีเกียรติที่สุดในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ โดยจะให้กับบุคคลที่สร้างผลงานที่มีคุณค่ามหาศาลและมีประโยชน์ในระยะยาวกับสาขาคอมพิวเตอร์ รางวัลได้ตั้งชื่อตามนาม อลัน มาธิสัน ทัวริง หนึ่งในบุคคลสำคัญวงการวิทยาการคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัล Japan Price ในปี 1990 และเหรียญเบญจามิน แฟรงคลิน ในปี 2001

ปัจจุบันในวัย 81 มาร์วิน ลี มินสกี ยังทำงานในตำแหน่งศาสตราจารย์ สาขา Media Arts and Science และ Electrical Engineering and Computer Science แห่งเอ็มไอที


หน้า 24




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.