มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 5125 คน
วันที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6305 ข่าวสดรายวัน


ปลูกลีลาวดี


คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com


อยากรู้วิธีปลูกลีลาวดี

แทน

ตอบ แทน

ลีลาวดี หรือ ลั่นทม จากถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกใต้ถึงตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ มาสวยงามชูช่ออยู่ในเมืองไทย เป็นไม้ยืนต้น มีขนาดจากที่เป็นพุ่มเตี้ยแคระสูงประมาณ 0.6 เมตร จนถึงต้นใหญ่มากที่อาจสูงได้ถึง 12 เมตร ลำต้นแผ่กิ่งก้านสาขาและพุ่มใบสวยงาม มีน้ำยางข้นสีขาว

เป็นพันธุ์ไม้ที่สลัดใบในฤดูแล้งก่อนผลิดอกผลิใบรุ่นใหม่ ใน 1 ช่อมี ดอกบานพร้อมกัน 20-30 ดอก บางต้นสมบูรณ์เต็มที่อาจมีมากกว่า 100 ดอก ต่อ 1 ช่อ ดอกมีสีสันหลากหลาย กลิ่นหอมต่างๆ กันไปตามชนิด ลีลาวดีมีช่วงชีวิตยาวนานนับ 100 ปี ฤดูกาล ออกดอกระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน บางพันธุ์ออกดอกตลอดปี เช่น ขาวพวง

ลีลาวดีเป็นไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดด ทนต่อความแห้งแล้ง ไม่ชอบน้ำมาก ดินที่เหมาะสมควรเป็นดินร่วนปนทราย ส่วนดินเหนียวหรือดินที่มีเนื้อดินละเอียดหนักซึ่งน้ำขังง่าย จะทำให้รากเน่าโคนเน่าได้ ลีลาวดีจะเจริญเติบโตในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง หากไม่ได้รับแสงแดดเต็มที่ก็จะไม่ออกดอก แต่บางพันธุ์ก็ไม่ต้องการแสงแดดจัดในช่วงบ่าย ขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ด หรือปักชำกิ่ง หรือการเสียบยอดพันธุ์ดีซึ่งสามารถทำให้ในหนึ่งต้นเสียบยอดให้ได้ดอกหลายสีได้ และการขยายพันธุ์โดยการติดตา

การปลูกในกระถาง ลีลาวดีจะตอบสนองต่อวัสดุปลูกที่มีความอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี มีอินทรียวัตถุ และได้รับปุ๋ยเสริมตามความเหมาะสม สัดส่วนที่ปลูกในกระถางโดยทั่วไป ดิน 50% มูลวัวที่ย่อยสลายดีแล้ว 25% ใบไม้ผุ 25% การให้น้ำ ใส่น้ำให้ดินในกระถางเปียกทั่วถึงจนน้ำส่วนเกินระบายออกทางรูระบายน้ำ แล้วปล่อยให้วัสดุปลูกแห้งก่อนให้น้ำครั้งต่อไป ซึ่งอาจจะเป็นอาทิตย์ละ 2 ครั้ง หรือถ้าช่วงแล้งจัดๆ อาจเป็นวันเว้นวัน อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบความชื้นวัสดุปลูกอย่างสม่ำเสมอ แต่วัสดุปลูกที่มีขนาดเล็กละเอียด เมื่อถึงระยะหนึ่งจะอัดตัวแน่น และรากจะไม่เจริญผ่านจุดนี้ไปได้ น้ำก็จะขัง ระบายน้ำไม่ได้ ในที่สุดจะทำให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่าได้

การปลูกลงดินในแปลงปลูก ดินควรเป็นดินร่วนปนทราย ส่วนดินเหนียวหรือดินที่มีเนื้อดินละเอียดหนัก ซึ่งน้ำขังง่ายไม่เหมาะที่จะใช้ปลูก ดินควรมีปริมาณอินทรียวัตถุที่เหมาะสม ดูดยึดความชื้นได้ดี ในขณะเดียวกันต้องระบายน้ำได้ดี การให้น้ำ ให้น้ำแต่น้อย ปริมาณสัปดาห์ละครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพความชื้นอากาศด้วย ถ้าอากาศร้อนแห้งแล้งต้องให้น้ำบ่อยกว่าปกติ เพื่อรักษาความเขียวของใบ แต่ให้น้ำมากเกินไปก็จะเจริญเติบโตทางกิ่งก้านมาก แต่ไม่ออกดอก

ลีลาวดีเจริญเติบโตงอกงามได้ดีที่สุดในปุ๋ยที่มีไนโตรเจนต่ำ ฟอสฟอรัสสูง โพแทสเซียมในปริมาณเพียงพอ โดยที่ฟอสฟอรัสจะกระตุ้นการออกดอก โดยทั่วไปลีลาวดีจะแตกกิ่งก้านเมื่อมีดอก ดังนั้นต้องให้ปุ๋ยที่ส่งเสริมการออกดอก ซึ่งเมื่อออกดอกมากก็หมายถึงจะมีกิ่งก้านสาขามากตามมา ส่วนธาตุไนโตรเจนช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ แต่ถ้าได้รับมากเกินไปทำให้มีใบมาก และไม่มีดอก

นอกจากนั้นยังต้องได้รับธาตุอาหารรอง ได้แก่ แคลเซียม กำมะถัน โดยเฉพาะธาตุแมกนีเซียมเพื่อป้องกันโรคใบไหม้ รวมทั้งธาตุอาหารจุลธาตุ ได้แก่ ธาตุเหล็ก อะลูมิเนียม ทองแดง แมงกานีส โมลิบดินัม โบรอน คลอไรด์ โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยป้องกันอาการใบซีด


หน้า 24




Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.