มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 3013 คน
วันที่ 06 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 ปีที่ 23 ฉบับที่ 8194 ข่าวสดรายวัน


สารเร่งเนื้อแดง


รู้ไปโม้ด
โดย...น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com



น้าชาติ สารเร่งเนื้อแดงคืออะไร มีโทษอย่างไรกับร่างกายเรา



เดียวดาย



ตอบ เดียวดาย



สารเร่งเนื้อแดงเป็นสารในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ (Beta-Agonist หรือ b-Agonist) โดยที่สารในกลุ่มนี้เป็นตัวยาสำคัญในยาบรรเทาโรคหอบ หืด ช่วยในการขยายหลอดลม มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจ ช่วยให้กล้ามเนื้อมดลูกคลายตัวและช่วยให้กล้ามเนื้อขยายตัว เพิ่มการสลายตัวไขมันที่สะสมในร่างกาย แต่มีการนำสารในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะ เคลนบิวเตอรอล (clenbuteral) และซัลบูตามอล (salbutamol) มาใส่ในอาหารสำหรับเลี้ยงหมู ซึ่งสารนี้จะตกค้างในเนื้อหมูและสะสมมาทำอันตรายต่อผู้บริโภค



เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรู้จักและเริ่มใช้สารเบต้าอะโกนิสต์ โดยเฉพาะเคลนบิวเตอรอลมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2531 โดยใช้ชื่อทางการค้าต่างๆ กัน เช่น เลนดอล โดโซลบี แอมโปรฟีด บีดอล 2201 และแมคโตเอส เป็นต้น เนื่องจากไม่มีการใช้เคลนบิวเตอรอลในยาคน และความเข้มงวดในการสั่งนำเข้าประเทศ ดังนั้น จึงมีการนำสารเร่งเนื้อแดงอีกชนิดหนึ่งคือซัลบูตามอล ซึ่งหาซื้อได้ง่ายกว่าเพราะมีการใช้เป็นยาของคนมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ คือใช้เป็นสารเร่งเนื้อแดง โดยผสมในอาหารและน้ำสำหรับเลี้ยงหมู เพื่อให้ได้เนื้อหมูที่มีเนื้อแดงมาก ไขมันน้อย ขายได้ราคาดี



ผลของสารเร่งเนื้อแดงก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อตัวสัตว์ ทำให้สัตว์เกิดอาการหัวใจเต้นเร็วขึ้น ในสัตว์บางชนิดอาจพบการตายของกล้ามเนื้อหัวใจ ทั้งนี้ การสร้างความร้อนในตัวสัตว์ที่เพิ่มขึ้น มีผลทำให้สัตว์ทนต่อความร้อนได้น้อยลง และอาจเกิดภาวะเครียดจากความร้อน (heat stress) ได้





โดยในหมูที่ยังไม่ตายสังเกตอาการได้จากลักษณะมัดกล้ามนูนเด่นกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณสะโพก สันหลังหรือบริเวณหัวไหล่ และถ้าได้รับสารดังกล่าวสูงมากๆ หมูจะมีอาการสั่นอยู่ตลอดเวลา



สำหรับผู้บริโภค อันตรายจากการบริโภคเนื้อหมูหรือเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างอยู่ มีผลต่อการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือด หลอดลม กระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น



อาจมีอาการมือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ กระวนกระวาย วิงเวียนศีรษะ บางรายมีอาการเป็นลม นอนไม่หลับ คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการทางจิตประสาท และเป็นอันตรายมากสำหรับหญิงมีครรภ์และผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคไฮเปอร์ไทรอยด์



ประเทศไทยและต่างประเทศห้ามใช้สารกลุ่มนี้ในการผลิตอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด เพราะเป็นอันตรายในอาหารประเภทอันตรายทางเคมี ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 269) พ.ศ.2546 เรื่องมาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ ให้อาหารทุกชนิดมีมาตรฐานโดยตรวจไม่พบ การปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ (b-Agonist) และเกลือ ของสารกลุ่มนี้ รวมถึงสารในกระบวนการสร้างและสลาย (metabolites) ของสารดังกล่าวด้วย



โดยการตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนสารเคมีให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการตรวจวิเคราะห์ทางวิชาการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศ โดยความ เห็นชอบของคณะกรรมการอาหารซึ่งมีความผิดตาม พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2525 มาตรา 6(5) และ 57


หน้า 24




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.