มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 8490 คน
วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7568 ข่าวสดรายวัน


ซักแห้ง


คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com



ถึง น้าชาติ

ทำไมถึงเรียกว่า "ซักแห้ง" ล่ะคะ ทั้งๆ ที่ตอนซักต้องใช้ทั้งน้ำยาซักแห้งและน้ำเปล่า ผ้าก็เปียกอยู่ดี

จาก แม่บ้านปวดหัว

ตอบ แม่บ้านปวดหัว

การซักแห้ง ความจริงแล้ว ไม่ใช้น้ำเหมือนชื่อนั่นแหละ และไม่ใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าแห้งด้วย แต่จะใช้ "ตัวทำละลาย" (solvent) กำจัดคราบ ไขมัน เพราะการซักด้วยน้ำก็ไม่ทำให้คราบไขมันที่ติดเนื้อผ้าหลุดออกไปได้ เนื่องจากน้ำมันไม่ละลายน้ำ อีกทั้งตัวทำละลายยังทำให้สิ่งสกปรกอื่นๆ ที่ติดใยเสื้อผ้าให้หลุดออกไปโดยยังถนอมเนื้อผ้าและสีสันให้สวยงามดังเดิม ไม่ทำให้เสื้อผ้าเสียรูปทรง ไม่มีกลิ่นของน้ำยาซักแห้งภายหลังการซัก

วิกิพีเดียบอกประวัติของการซักแห้ง ย้อนกลับไปในสมัยโรมันยุคโบราณ ชาวโรมันใช้ แอมโม เนีย (ได้มาจากปัสสาวะ) และผงดินทำความสะอาดเสื้อคลุมที่ทำจากขนแกะ กิจการรับซักเสื้อมีอยู่ทั่วไปโดยคนงานซักผ้านำปัสสาวะมาจากฟาร์มหรือห้องน้ำสาธารณะซึ่งกิจการดีมาก จนเจ้าหน้าที่ของเมืองต้องเก็บภาษีจากการจัดเก็บปัสสาวะเลยทีเดียว

ยุคต่อมา การซักแห้งใช้สารทำละลายที่ไม่ใช่น้ำ มีปิโตรเลียมเป็นส่วนประกอบพื้นฐาน ค้นพบเมื่อกลางศตวรรษที่ 19 โดยเจ้าของร้านซักแห้งชาวฝรั่งเศส ชื่อ ฌอง แบบติสต์ โจลลี ที่สังเกตว่าผ้าปูโต๊ะกลับมาสะอาดอีกครั้ง หลังจากแม่บ้านราดน้ำมันก๊าดลงบนรอยเปื้อน เขาจึงปรับปรุงกิจการร้านซักผ้าของเขา ซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อ "ซักแห้ง" (dry cleaning)

ยุคปัจจุบัน ร้านซักแห้งใช้สารทำละลายที่มีน้ำมันปิโตรเลียมเป็นส่วนประกอบพื้นฐาน เช่น น้ำมันก๊าด และน้ำมันเบนซิน ซึ่งมีคุณสมบัติไวไฟและทำให้เสี่ยงต่อการติดไฟหรือระเบิด นายวิลเลียม โจเซฟ สตอดดาร์ด เจ้าของร้านซักแห้งในรัฐแอตแลนต้า สหรัฐ จึงคิดค้นสารทำละลายที่ไวไฟน้อยลง

กลางทศวรรษที่ 1930 หรือราว 80 ปีก่อน อุตสาหกรรมซักแห้งพัฒนามาใช้ เตตราคลอโรเอทีลีน (เพิร์กคลอไรเอทีลีน) หรือ "เพิร์ก" ซึ่งลบคราบน้ำมันได้อย่างดีและไม่ติดไฟ และยังถนอมผ้าด้วย จึงนิยมใช้เพิร์กกันแพร่หลาย

คุณกนกวรรณ ถนอมนิรชรชัย เจ้าของกิจการ "โปโล เดอะลอน ดรี้สโตร์" บอกว่าสารทำละลายมีหลายชนิด เช่น ไฮโดรคาร์บอนซึ่งติดไฟง่าย การใช้งานจึงต้องระมัดระวัง และเพิร์กซึ่งนิยมใช้ตามร้านซักแห้งและบริการซักแห้งตามโรงแรม ในสหรัฐก็นิยมใช้เพิร์กประมาณร้อยละ 80

ปัจจุบัน มีเครื่องซักแห้งบางยี่ห้อที่ใช้กับสารทำละลายซิลิโคนซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการใช้เพิร์กมีกระแสต่อต้านว่าเป็นสารก่อมะเร็ง และเป็นสารทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศโลก

ผ้าบางชนิดเหมาะสำหรับการซักแห้งด้วยสารทำละลายที่เป็นน้ำมันเท่านั้น หรือเรียกว่า "ซักน้ำมัน" ได้แก่ ผ้าขนสัตว์และผ้าไหมบางชนิด เพราะถ้าลงน้ำแล้วไหมจะหักและรีดยาก สีซีดเร็ว แต่ถ้าซักน้ำมัน ผ้าจะรีดง่าย เส้นใยไม่หัก สีสันสดใสทำให้อายุใช้งานนานกว่า

ส่วนการใช้น้ำยาซักแห้งที่ขายตามท้องตลาดทั่วไป ใช้ซักกับน้ำเปล่า จึงต้องเปียกแน่นอน แต่เสื้อผ้าบางตัว เช่น เสื้อยืด เสื้อสเว็ตเตอร์ ไหมพรม ถ้าซักน้ำจะยืดเร็ว แต่ถ้าซักน้ำมันผ้าจะคงสภาพเดิมและยืดอายุการใช้งานได้อีกนาน


หน้า 24




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.