มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 11198 คน
วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6984 ข่าวสดรายวัน


ดอกรัก


คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com



อยากทราบรายละเอียดต่างๆ วิธีการปลูกดอกรัก เพื่อร้อยมาลัยขาย และอยากทราบแหล่งกล้าไม้ด้วย

Am

ตอบ am

"รัก" ชื่อวิทยา ศาสตร์ Calotropis gigantea R.Br วงศ์ ASCLEPIACEAE ชื่อสามัญ Giant Indian Milkweed, Crown Flower ชื่ออื่น ปอเถื่อน ป่านเถื่อน รักดอก เป็นไม้ถิ่นกำเนิดเอเชียกลาง อินเดีย ออกดอกตลอดปี เป็นพันธุ์ไม้กลางแจ้งที่ชอบแดดจัด เจริญเติบโตในดินร่วนซุยหรือดินปนทราย ต้องการน้ำและความชื้นน้อย ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่ต้นก็เจริญงอกงามได้ ทั้งนี้ ไม่ค่อยนิยมปลูกเป็นไม้ประดับบ้าน แต่มักพบรักขึ้นอยู่ทั่วไปตามที่รกร้างว่างเปล่า

เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง แตกกิ่งก้านสาขาออกเป็นพุ่มกว้าง ลำต้นสูงประมาณ 10 ฟุต ทุกๆ ส่วนของต้นมียางสีขาวข้น ส่วนใบหนาและใหญ่มาก เป็นรูปมน ทั่วไปจะมีขนละเอียดเป็นเหลือบสีขาวนวล ฉะนั้นใบจะออกสีเขียวเทาๆ หม่น ใบกว้างประมาณ 4-5 นิ้วยาว 8-10 นิ้ว แตกดอกออกเป็นช่ออยู่ตามปลายกิ่งหรือโคนก้านใบตรงส่วนยอด ดอกจะทยอยบานกันไปเรื่อยๆ ลักษณะของดอกจะเป็นสันสูงเป็นแท่ง 5 แฉก คล้ายกับมงกุฎ ดอกอ่อนหรือดอกที่ตูมจะมีกลีบเลี้ยงห่อหุ้มอยู่ เมื่อถึงเวลาบานกลีบเลี้ยงจะแผ่บานออกทำให้เห็นตัวดอกที่แตกจริงเป็นรูปมงกุฎ มีสีขาวอมม่วง สำหรับผลมีลักษณะกลมและยาว เมื่อยังอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะกลายเป็นสีน้ำตาลและแตกปลิวคล้ายนุ่น



หลายคนเข้าใจว่าดอกรักที่นำมาร้อยมาลัยนั้นเป็นสายพันธุ์ที่เห็นขึ้นตามริมถนน ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "รักแก้ว" ดอกอ้วน ป้อม เล็ก น้ำหนักน้อย แต่นั่นไม่เป็นที่นิยมของตลาดร้อยมาลัย เช่นเดียวกับดอกรักสีม่วง ที่นิยมคือดอกรักสีขาวพันธุ์ "จิ้งจก" ซึ่งลักษณะของดอกตูมจะดูคล้ายกับปากจิ้งจก ดอกมีสีขาวใส มันวาว ทรงดอกยาวใหญ่ และมีน้ำหนักคล้ายกับดอกรักที่ทำมาจากพลาสติก เกษตรกรเก็บดอกรักจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 10-300 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงเทศกาลและที่สำคัญราคาจะสูงมากในช่วงฤดูหนาวราวเดือนตุลาคม-มกราคมของทุกปี เพราะเป็นช่วงต้นรักให้ดอกน้อย

การขยายพันธุ์ต้นรักทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง ที่นิยมคือการปักชำด้วยกิ่ง โดยตัดกิ่งต้นรักให้มีความยาวราว 30-40 เซนติเมตร ขุดหลุมปลูกกว้าง ยาวและลึก 30 เซนติเมตร วางท่อนพันธุ์ให้เฉียง 45 องศา ราว 3-5 กิ่ง โดยปลูกระยะ 3x3 เมตร ควรปลูกในช่วงฤดูฝน ราว 2-3 เดือน ต้นรักก็จะเก็บดอกจำหน่ายได้

การเก็บดอกรักต้องระวังยาง เนื่องจากยางของต้นรักเป็นเอนไซม์ประเภทหนึ่ง มีฤทธิ์กัดกร่อน หากถูกผิวหนังหรือเข้าปากจะทำให้ระคายเคือง แสบคัน มีพิษต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้อาเจียนและถ่ายอย่างแรง หากถูกศีรษะจะทำให้ผมร่วงได้ และถ้าเข้าตา จะทำให้ตาพร่ามัวหรือตาบอดได้ ต้องระวังอย่างยิ่ง หากโดนยางของต้นรักบริเวณผิวหนังต้องรีบล้างด้วยน้ำสะอาดทันที หากยางเข้าตาหลังจากล้างน้ำแล้วให้รีบไปพบแพทย์ สำหรับการป้องกันยางต้นรัก เวลาจะเก็บดอกต้องแต่งกายให้มิดชิด สวมแว่นตา สวมหมวก ใส่ถุงมือหรืออาจใช้ถุงหิ้วพลาสติกแทนถุงมือ และอาจนำลูกโป่งมาใส่นิ้วมือแทนปลอกนิ้ว เป็นต้น เพื่อให้ปลอดภัยจากยางต้นรัก

สรรพคุณทางยา ตำรายาแผนโบราณใช้ดอก แก้ไอ แก้หืด เปลือกต้น ทำให้อาเจียน เปลือกราก แก้บิด ขับเหงื่อ ขับเสมหะ ทำให้อาเจียน ยาง ยาถ่ายอย่างแรง แก้ปวดฟัน ปวดหู ขับพยาธิ แก้กลากเกลื้อน ซึ่งต้องศึกษาให้ดีก่อนนำไปเป็นยารักษาโรคต่างๆ

กล้าไม้ต้นรัก ติดต่อสอบถามรายละเอียดที่ กลุ่มส่งเสริมการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ กรมส่งเสริมการเกษตร โทร.0-2940-6104 และ 0-2940-6128


หน้า 24




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.