มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 11065 คน
วันที่ 09 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7985 ข่าวสดรายวัน


วิธีล้างพระ เนื้อดิน (ต่อ)


พันธุ์แท้พระเครื่อง
ราม วัชรประดิษฐ์



พูดค้างไว้เรื่อง "ล้างพระเนื้อดิน" เพราะเนื้อที่ไม่พอก็ follow up ต่อ หลังจากล้างน้ำสบู่ตามด้วยน้ำเปล่าแล้วผิวจะออกมันเลื่อม ไม่ต้องตกใจมีวิธีเรียกผิวเดิมที่สะสวยกลับมา ให้เอาครีมทาผิวขวดสีชมพูทาให้ทั่วทั้งหน้าหลังด้วยพู่กัน ทิ้งไว้สักสองวันครีมจะซึมเข้าไปเรียกความงามของเนื้อพระกลับคืนมา ทีนี้ก็อัญเชิญไปใส่ตลับได้

ถ้าตลับสกปรกก็ให้เอาลงต้ม ต้มได้ทั้งตลับทอง ทองฝังเพชร ตลับเงิน ตลับสแตนเลส พอน้ำเดือดก็บีบมะนาวลงไปซักครึ่งลูก อันนี้ใช้ล้างแหวนเพชรแหวนพลอยสร้อยคออะไรประมาณนี้ก็ได้นะครับ

แต่หากเป็นพระเนื้อดินถ้าเพิ่งขึ้นจากกรุ อย่าเพิ่งไปยุ่ง ปล่อยให้เซ็ตตัวสักสองสามวัน เนื้อพระจึงจะคืนสภาพไม่อ่อนยวบยาบ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมี ดิน ขี้กรุ และอื่นๆ ปกคลุม ให้เอาน้ำมันใส่ผมประเภทออด๊าซ ไบรล์ครีม หรือแอคชั่น ชโลมให้ทั่วทิ้งไว้สักวันสองวัน น้ำมันพวกนี้จะทำหน้าที่แยกเนื้อดินกับสิ่งปกคลุมองค์พระไม่ให้กลืนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นก็นำมาเขี่ยในน้ำอุ่น ทีนี้พู่กันมักจะเขี่ยไม่ค่อยออก ต้องใช้ไม้จิ้มฟันทำปลายให้แยกเป็นพู่ แช่น้ำทิ้งไว้สักพักค่อยนำมาใช้ คนเขี่ยต้องรู้เรื่องแม่พิมพ์พระด้วย เพราะถ้าไม่รู้อาจเขี่ยจมูกหรือปากพระหลุดติดมาก็ได้

จริงๆ แล้วเนื้อพระดินอาจแบ่งออกเป็นสามชั้น ชั้นในสุดจะแกร่งเพราะโดนความร้อนตอนเผาอบอยู่ข้างในมักมีสีเขียว ชั้นสองเป็นชั้นนอกที่มองเห็นทั่วไป แต่ชั้นที่สามจะเป็นผิวพระเหมือนหนังกำพร้าของคนมีความสวยงามของผิวบนของเนื้อดินที่ทำปฏิกิริยากับอากาศ ฝีมือล้างขั้นเซียนเหยียบเมฆจะเหลือเห็นผิวนอกสุดไว้ด้วย

ทีนี้วัสดุที่คลุมองค์พระดินไว้นั้นมีมากมายหลายอย่าง วิธีเอาออกเลยแตกต่างกันบ้าง เช่น ถ้าเป็นคราบดินธรรมดาก็ใช้น้ำผสมสบู่ล้างง่ายๆ แต่ถ้าเป็นคราบกรุ ต้องใช้น้ำมันใส่ผมแยกเนื้อดินออกจากกรุก่อนแล้วจึงล้าง ถ้าขี้กรุแข็งล้างไม่ออกต้องผสมน้ำยาสูตรพิเศษ สมัยก่อนเขาใช้น้ำยากัดกระเบื้องยี่ห้อโอลด์ไบรท์ เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว เอาเป็นว่าให้หาน้ำยาทำความสะอาดกระเบื้อง เช่น วิกซอล อะไรทำนองนี้ผสมน้ำเปล่าในอัตราน้ำยา 1 ส่วน น้ำเปล่า 3 ส่วน แล้วแช่พระลงไป จะใช้โซดาไฟสองสามเกล็ดผสมน้ำก็ได้ ต้องค่อยๆ ใจเย็นๆ เขี่ยไป ล้างไป ส่องไป อาจารย์เชียรท่านยังล้างตั้งสิบเอ็ดครั้ง ก็จะมีส่วนที่หลุดออก หากเหลือที่จับแน่นแข็งขืนไม่ยอมหลุดออกมาก็ให้เพิ่มความเข้มข้นของน้ำยาไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นใช้พู่กันจุ่มน้ำยา 100 เปอร์เซ็นต์เลย ทีนี้หลุดแน่นอน วิธีที่พูดมานี้ใช้ได้ทั้งขี้กรุ น้ำฮาก คราบสนิม



หากเป็นราดำซึ่งชอบจับอยู่ในพระที่อยู่ในที่อับชื้น (ลักษณะเหมือนกับราดำเป็นจุดๆ ที่จับกระเบื้องในห้องน้ำ) วิธีกำจัดคือ เก็บพระไว้ในที่แห้งยิ่งนานราดำนี่ก็จะยิ่งตายลงล้างง่ายขึ้น แต่อย่าเอาออกหมดนะครับ เหลือไว้เป็นร่องรอยบ้างว่าพระเนี่ยเก่าจริง เพราะถ้าไม่เก่าจริงราดำไม่มีทางขึ้น

นอกจากนี้ยังมีบางองค์ชุบรักน้ำเกลี้ยง ซึ่งก็คือการเอารักดิบมาเคี่ยวแล้วช้อนส่วนบนที่ใสออกเก็บไว้ในหม้อดิน มีคุณสมบัติคือสีป้องกันน้ำ คนโบราณชอบใช้ทาพระเวลาอมพระหรืออาราธนาติดตัวหรือจุ่มทำน้ำมนต์พระก็จะไม่สึกง่าย แต่เลิกคิดล้างออกไปได้เลยเพราะยากมากถึงมากที่สุด ผิดกับรักดิบหรือรักดำที่มีความหนาแน่นมากไม่ซึมเข้าเนื้อพระ เมื่อได้อายุรักดำจะค่อยๆ กรอบแล้วล่อนเป็นแผ่นๆ โบราณใช้ทาแล้วปิดทองคำเปลวลงไป

อันนี้ต้องใช้ฝีมือหน่อยเหมือนการล้างรักในพระสมเด็จฯ คือ ต้องเอาน้ำยาลอกสี ขอนำเสนอยี่ห้อไดคลอโรมีเทน (Dichloromethane) กระป๋องละ 120 บาท ผสมน้ำอัตรา 1 ต่อ 3 ให้ดูอายุรักด้วยว่ากรอบมากหรือน้อย ถ้ากรอบน้อยก็ผสมให้เข้มข้นมาก ถ้ากรอบมากแสดงว่ารักจะหมดอายุแล้วก็ผสมบางๆ ใช้พู่กันป้ายทีละจุด พอป้ายปั๊บก็จุ่มพระลงไปในอ่างที่แช่น้ำแข็ง รักจะได้รีบหดตัวหรือม้วนตัว แล้วใช้ปลายพู่กันค่อยๆ แทงรักให้หลุดหากปลายพู่กันแทงไม่ออกก็ให้ใช้ปลายไม้จิ้มฟัน หรือใบเลื่อยที่นักเรียนใช้ฉลุไม้นำมาตัดปลายให้แหลมใช้ผ้าพันไว้จับใบเลื่อยนี่จะมีสปริงแคะรักได้ดี ที่สำคัญอย่าให้โดนผิวพระเป็นเด็ดขาด

อ้อแล้วห้ามใช้แปรงสีฟันกับแปรงทองเหลืองขัดพระ วิธีนี้นิยมนำไปล้างรักในพระสมเด็จฯ ซึ่งจะเกิดปฏิกิริยาการแตกลายงาอย่างสวยงาม

หากไปเจอพระเนื้อดินที่คนโบราณชอบใส่ไว้ในตลับสีผึ้งเอาไว้ทาปาก พอดึงขึ้นมาพระจะฉ่ำไปด้วยขี้ผึ้งล้างยังไงก็ไม่ออก ต้องต้มน้ำให้เดือดแล้วเทใส่ถ้วย แช่พระลงไป ขี้ผึ้งจะค่อยๆ ลอยจากองค์พระ แล้วเปลี่ยนน้ำให้ร้อนไปเรื่อยๆ ก็จะได้พระที่ไม่มีไขขี้ผึ้ง อย่าลืมเรียกผิวพระกลับคืนด้วยโลชั่นบำรุงผิว คำเตือนอีกอย่างคือ ที่พูดมานี่ใช้กับพระเนื้อดินที่ผ่านการเผาเท่านั้น พระอย่างอื่นไว้พูดกันวันหลัง หากจะเริ่มลองล้างให้หาพระราคาถูกๆ ล้างดูก่อนจนชำนาญแล้วค่อยล้างพระแพง ที่สำคัญต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ ทำไปนะครับ พอล้างเป็นความสามารถในการดูพระจะพัฒนาขึ้นอีกหลายขั้นเลยทีเดียวเชียวครับผม


หน้า 31




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.