มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1374 คน
วันที่ 05 กันยายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7951 ข่าวสดรายวัน


เปิดประวัติ'หลวงปู่ภูท่าฬ่อ' พระเกจิดัง-วัตถุมงคลขลัง (3)


มุมพระเก่า
อภิญญา



หลวงปู่ภูพ.ศ.2462

'หลวงปู่ภู ธัมมโชติ' วัดท่าฬ่อ อ.เมือง จ.พิจิตร เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อโด่งดังในพื้นที่ 'ท่าฬ่อ' มาก จึงจำเป็นต้องขยายความ 'คลองท่าฬ่อ' ให้พอเข้าใจถึงสภาพดังนี้ เดิมมีต้นกำเนิดมาจาก 'แม่น้ำเข็ก' ไหลมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ 2 (เทือกเขาเพชรบูรณ์ 1 เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำป่าสัก) แม่น้ำเข็กไหลผ่านโตรกผาบนสันเขากลายเป็นน้ำตกหลายแห่งบนสันเขา มีน้ำตกแก่งโสภาอยู่บนสุด



ถัดมาก็เป็นน้ำตกปอย น้ำตกแก่งซอง ซึ่งอยู่ติดริมถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก และน้ำตกวังนกแอ่น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2501 พระราชทานนามว่า 'น้ำตกสกุโณทยาน' ไหลผ่านอำเภอวังทอง หรือตลาดชุมเดิม มีชื่อเรียกว่า 'แม่น้ำวังทอง' ไหลผ่าน อ.บางกระทุ่ม หรือ อ.นครป่า หมากเดิม จ.พิษณุโลก จนมาบรรจบกับแม่น้ำน่านที่ บ้านท่าฬ่อ จังหวัดพิจิตร



ช่วงที่ไหลผ่านเรียกว่า 'คลองท่าฬ่อ' จุดบรรจบเรียกว่า 'บ้านปากคลองท่าฬ่อ' บริเวณใต้วัดท่าฬ่อไปเล็กน้อย ซึ่งแต่เดิมเป็นคลองเรียง (บ้านท่าฬ่อ) ภายหลังแม่น้ำน่าน (สายเก่า) เกิดเปลี่ยนทางเดินใหม่จากแนวทางเดิมบริเวณบ้านวังกระดี่ทอง ต.ไผ่ขวาง ซึ่งเดิมไหลผ่านเมืองเก่าพิจิตร ผ่านวัดนครชุม เมืองเก่าพิจิตร ซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ก่อนชะลอไปไว้ที่วัดท่าหลวง ในปีพ.ศ.2442 และวัดโพธิ์ประทับช้าง



ซึ่งสมเด็จพระเจ้าเสือ หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 พระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยา โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2242 ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน (สายเก่า) เพื่อเป็นที่ระลึกถึงสถานที่ประสูติของพระองค์ใต้ต้นมะเดื่อ เมื่อปีขาล พ.ศ.2213 แล้วไหลไปบรรจบกับแม่น้ำยมที่ใต้วัดบางคลาน อ.โพทะเล (หรืออำเภอบางคลานเดิม ภายหลังย้ายมาตั้งที่บ้านโพทะเล จึงเปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกับสถานที่ตั้งตามนโยบายของทางราชการเป็น อ.โพทะเล ในปีพ.ศ.2480) มาไหลผ่านคลองเรียง บ้านท่าฬ่อ ไหลไปบรรจบกับคลองท่าหลวง และคลองคัน เมืองพิจิตร เลยไปถึงคลองห้วยคด และคลองบุษบง บางมูลนาก ไปบรรจบกับแม่น้ำยม ที่ ต.เกยชัย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ส่วนแม่น้ำน่านสายเก่าจึงตื้นเขิน ขาดช่วงไป หรือนิยมเรียกกันว่า แม่น้ำพิจิตรสายเก่า หรือแควกลางในปัจจุบัน



ดังปรากฏในปีขาล พ.ศ.2409 เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ (รัชกาลที่ 5) พระชนมายุได้ 13 พรรษา ทรงบรรพชาเป็นสามเณร เสด็จโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชบิดา ประทับเรือพระที่นั่งอรรคราชวรเดช ซึ่งเป็นเรือกลไฟจักร 2 ข้าง ปล่องใหญ่กว่าเรือกลไฟพระที่นั่งทั้งปวงที่มีอยู่ในเวลานั้น ออกจากกรุงเทพฯ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 11 แรม 1 ค่ำ เลือกเวลาน้ำกำลังขึ้นมาก แลในเวลานั้นลำน้ำทางเมืองพิจิตรเก่ายังลึก (แม่น้ำน่านสายเก่า) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแวะเสด็จนมัสการพระที่วัดโพธิ์ประทับ ช้าง ซึ่งสมเด็จสุริเยนทราธิบดี พระเจ้าเสือครั้งกรุงศรีอยุธยาได้ทรงสร้างไว้ ณ ที่ประสูติ

ร.5 เสด็จพิษณุโลกพ.ศ.2444





ดังปรากฏความสำคัญตอนหนึ่งว่า '...ทรงพระราช ดำริว่าพระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผนวชอยู่ จึงโปรดฯ ให้ทรงพระราชยานแล ให้กระบวนแห่เสด็จต่างพระองค์ ส่วนพระองค์ทรงพระราช ดำเนินตามพระราชยานไป เรื่องนี้ถือกันว่าเปนบุรพนิมิตอันหนึ่ง ซึ่งแสดงว่า พระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะได้ทรงรัชทายาท...' (กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนวัดโพธิ์ประทับช้างเป็นโบราณสถาน เมื่อ พ.ศ.2478) และทรงเล่าถึงสภาพลำน้ำน่านและคลองเรียงไว้ ปรากฏความตอนหนึ่งในอธิบายเรื่องเสด็จมณฑลฝ่ายเหนือ ความว่า



'...ลำบากยิ่งนัก เพราะลำน้ำแคบและคดคู้ในที่บางแห่ง ทั้งสายน้ำแรง พัดเรือพระที่นั่งเกยตลิ่งบ่อยๆ เสด็จไปจากกรุงเทพฯ 7 วัน จึงถึงเมืองพิษณุโลก เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 11 แรม 8 ค่ำ ประทับสมโภชพระพุทธชินราช อยู่ 2 ราตรี ถึงวันเสาร์เดือน 11 แรม 1 ค่ำ ก็ต้องเสด็จกลับ เพราะน้ำลดลง เกรงเรือพระที่นั่งอรรคราชวรเดชจะติดอยู่กลางทาง เมื่อขากลับทางลำน้ำเมืองพิจิตรเก่าก็ตื้นเสียแล้ว ต้องล่องเรือพระที่นั่งลงมาทางคลองเรียง คือ ลำน้ำที่ตั้งเมืองพิจิตรใหม่บัดนี้...'



ปีพ.ศ.2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ เสด็จฯโดยเรือพระที่นั่งอรรคราชวรเดช มาทางแม่น้ำน่านสายใหม่ (คลองเรียงฯ) ในการสมโภชเททองหล่อพระพุทธชินราช จำลอง เมืองพิษณุโลก เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พระอุโบสถหินอ่อน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพฯ ทรงประทับแรมที่บ้านขมัง เมืองพิจิตร (วัดฆะฆัง หลวงพ่อพิธ ขมินทกูล หรือหลวงพ่อพิธ ตาไฟ เจ้าของ ตะกรุดคู่ชีวิตอันโด่งดัง มรณภาพพ.ศ.2488 แล้วประชุมเพลิง ดวงตาไม่ไหม้ไฟ จึงนำบรรจุไว้ในองค์รูปเหมือน) ปรากฏพระนิพนธ์ในพระราชหัตถเลขา ฉบับที่ 9 วันที่ 11 ตุลาคม ร.ศ.120 ความตอนหนึ่งว่า



'...เพราะน้ำคลองแควกลางซึ่งขึ้นทางเมืองศุโขไทย แยกที่ตำบลบางคลานไปออกเหนือเมืองพิจิตรนั้น ได้แห้งขาดเปนห้วงเปนดอนมาเสียช้านาน ผู้ว่าราชการเมืองกรมการเดี๋ยวนี้ไม่มีผู้ใดเคยไปเห็น ดูก็เปนน่าพิศวงที่เวลาเพียง 35 ปี 36 ปี แม่น้ำซึ่งเรืออรรคราชวรเดชเคยขึ้นได้มากลายเป็นดอนไปดังนี้ ทางคลองเรียง ซึ่งขึ้นมาครั้งนี้ สังเกตดูก็ไม่ใหญ่กว่าแต่ก่อนมากนัก เรืออรรคราชวรเดชยังคงกลับไม่ได้ต้องลอยลงไปอยู่นั้นเอง'


หน้า 31




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.