มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1496 คน
วันที่ 03 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8010 ข่าวสดรายวัน


เหรียญหลวงพ่อฉุย กับ'พระกริ่งฟ้าผ่า'


ชมรมพระเครื่อง
แทน ท่าพระจันทร์



หลวงพ่อฉุย

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน ปกติคอลัมน์ชมรมพระเครื่องจะมีทุกวันจันทร์-ศุกร์ แต่ครั้งนี้มาแปลกหน่อยลงวันเสาร์แทน เหตุเพราะเมื่อวันอังคารที่ 30 ต.ค.และวันพุธที่ 31 ต.ค.ในคอลัมน์นี้เกิดความผิดพลาดทางด้านเทคนิค ลงเรื่องและรูปสลับกัน ทำให้ผู้อ่านเกิดความสับสน สอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ต้องขอโทษแฟนๆ มา ณ ที่นี้ด้วย

เลยขอนำข้อมูลและภาพยำใหญ่ฉายวนให้ชมกันอีกครั้ง

หลวงพ่อฉุย วัดคงคาราม คณาจารย์ที่อยู่ในหัวใจของคนเพชรบุรีตลอดกาล และเหรียญของท่านก็เป็นเหรียญที่ครองความเป็นหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรีตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ นักสะสมเหรียญพระเกจิอาจารย์ยังจัดเหรียญของท่านเข้าเป็นยอดเหรียญหนึ่งในห้า หรือเป็นหนึ่งในชุดเหรียญเบญจภาคีนั่นเองครับ

ท่านได้สร้างเหรียญรุ่นแรกในปีพ.ศ.2465 และในปลายปีพ.ศ.2466 ท่านก็มรณภาพ เป็นอันว่าเหรียญที่ท่านสร้างไว้ก็มีเพียงรุ่นแรกรุ่นเดียวเท่านั้น

สำหรับเหรียญรุ่นแรกของท่านนั้นปรากฏว่าด้านหลังมีอยู่สองบล็อก มีข้อแตกต่างกันที่เห็นได้ง่ายๆ ก็คือ พิมพ์ตัว โม มีไส้ และอีกพิมพ์หนึ่งคือ ตัว โม ไม่มีไส้ คือตรงตัวอักขระคำว่า โม ตัว ม.ม้า มีขีดตรงกลาง คือ ตัว ม.ม้า ไม่มีขีดตรงกลาง แต่ทั้งสองพิมพ์ค่าความนิยมเหมือนๆ กันทั้งสองพิมพ์ครับ สาเหตุที่มีสองบล็อกเนื่องมาจากเป็นการสร้างเหรียญที่มีจำนวนมาก ซึ่งในสมัยนั้นการชุบแข็งโลหะยังไม่ดีนัก จึงทำให้เมื่อมีการพิมพ์กระแทกหลายๆ ครั้ง เป็นสาเหตุทำให้แม่พิมพ์ด้านหลังเกิดแตก เนื่องมาจากแม่พิมพ์ด้านหลังเป็นตัวตอกหรือกระแทก เมื่อกระแทกหลายๆ ครั้งแม่พิมพ์ด้านหลังจึงเกิดชำรุดก่อน จึงจำเป็นต้องแกะแม่พิมพ์ด้านหลังใหม่ และอาจจะเป็นเพราะการเร่งรีบจึงได้แกะอักขระผิดพลาด คือ ตัว โม ลืมแกะไส้ตรงกลางไป จึงทำให้พิมพ์ด้านหลังมีสองแบบ

นอกจากนี้เราจะสังเกตได้อีกว่า ถ้าพิมพ์ด้านหลังเป็นพิมพ์ โม ไม่มีไส้นั้นที่ขอบแม่พิมพ์ด้านหน้าก็เริ่มชำรุดเช่นกัน ดังเราจะเห็นได้ว่าถ้าพิมพ์ด้านหลังเป็นพิมพ์ โม ไม่มีไส้นั้น ที่ขอบเหรียญด้านหน้า โดยเฉพาะขอบด้านล่างและด้านซ้ายมือเราจะเริ่มชำรุด เป็นขอบสันขึ้นเป็นปื้น มากน้อยแล้วแต่ความชำรุดของแม่พิมพ์ด้านหน้า จึงทำให้ผู้ชำนาญการรู้ได้อีกว่าเพียงเห็นเหรียญด้านหน้าก็สามารถรู้ว่าพิมพ์ด้านหลังเป็นพิมพ์ไหนครับ

พระกริ่งฟ้าผ่า



ทีนี้มาว่ากันที่ ?พระกริ่งนิรันตราย? หรือ ?พระกริ่งฟ้าผ่า? ของหลวงพ่อกึ๋น วัดดอน ยานนาวา กรุงเทพฯ

เมื่อปีพ.ศ.2480 สมัยที่หลวงพ่อกึ๋น ดำรงตำแหน่งเป็นพระครูกึ๋น ตอนนั้นเริ่มเข้าสู่ยุคสงครามเอเชียบูรพา ชายไทยทุกคนต้องเข้ารับใช้ชาติ ในการนี้ท่านพระครูกึ๋นจึงดำริที่จะสร้างพระเครื่องขึ้นมา เพื่อแจกทหารที่มาลาไปทัพ ท่านจึงได้สร้างพระกริ่งนิรันตรายขึ้นมา โดยได้ทูลอาราธนาท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (แพ) แห่งวัดสุทัศน์ ซึ่งเป็นองค์ปรมาจารย์ที่ท่านเคารพสูงสุดเสด็จไปเป็นประธานจุดเทียนชัย ขอแผ่นทองและทองชนวนพระกริ่งต่างๆ ตลอดจนกำกับการเททองหล่อจนเสร็จการ

เหตุการณ์ในขณะที่บัณฑิตกำลังบวงสรวงอัญเชิญปวงเทพมาร่วมโมทนาในพิธีพระกริ่งอยู่นั้นพลันอสุนีบาต ก็ฟาดลงมาท่ามกลางพิธี เป็นที่อัศจรรย์ ผู้คนต่างตื่นตะลึง แต่หามีผู้ใดได้รับอันตรายไม่ ต่อมาในขณะที่ทำพิธีเททองอยู่นั้น สายสิญจน์ได้ตกลงไปในเบ้าที่หลอมทอง แต่ทว่าสายสิญจน์หาได้ไหม้ไฟแม้แต่น้อย ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อหน้าเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชฯ และมีผู้รู้เห็นมากมาย ต่างก็โจษจันกันไปทั่ว แม้แต่พระนามของพระกริ่งที่ท่านพระครูกึ๋นตั้งว่า ?พระกริ่งนิรันตราย? ยังพลอยเรียกกันว่า ?พระกริ่งฟ้าผ่า?

พระกริ่งรุ่นนี้มีสร้างด้วยกัน 2 พิมพ์ คือพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก โดยพระกริ่งพิมพ์ใหญ่สร้างประมาณ 108 องค์ ส่วนพระกริ่งพิมพ์เล็กสร้างประมาณ 300 องค์ พระกริ่ง วัดดอนนี้นับว่าเป็นพระกริ่งที่สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ท่านได้ทรงเป็นประธานเททองอีกรุ่นหนึ่ง ที่น่าเก็บบูชามาก

อีกทั้งสนนราคาก็ยังไม่สูงมากนักครับ

ด้วยความจริงใจ


หน้า 24




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.