มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2663 คน
วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6957 ข่าวสดรายวัน


พระพุทธเจ้าเป็นคนไทย?


คอลัมน์ พุทธศาสนา


(ต่อจากฉบับที่แล้ว)

เรื่องมีอยู่ว่าพระเจ้าปเสนทิโกศล หลังจากมอบตนเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าแล้ว อยากจะมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับพระพุทธเจ้าบ้าง จึงส่งคนไปขอลูกสาวของพวกศากยะมาเป็นอัครมเหสี พวกศากยะ "โดมผู้จองหอง" ได้รับสาสน์จากปเสนทิโกศล ก็เรียกประชุมสภาปรึกษากันทันที

"ปเสนทิโกศลมีสายเลือดต่ำมาก เรายอมไม่ได้ที่จะให้มาปะปนกับสายเลือดอันบริสุทธิ์ของศากยะ" เสียงร้องคัดค้านเอ็ดอึงไปทั่วสภา

"แต่อย่าลืมนะ เขาเป็น เจ้านาย เรา ถ้าเราไม่ยกขัตติยานีของเราให้เขาไป จะเดือดร้อนหนา" เสียงหนึ่งติง

พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่จะยินยอมก็ไม่ได้ ไม่ยินยอมก็ไม่ได้ ยากจะหาทางออกได้จริงๆ จึงนิ่งงันไปพักใหญ่ๆ ขณะนั้นมีเจ้าศากยะผู้ใหญ่คนหนึ่ง ชื่อมหานาม เอ่ยขึ้นว่า

"ข้าพเจ้ามีบุตรเกิดแต่นางทาสีคนหนึ่ง ชื่อ วาสภ ขัตติยา คิดว่านางคงช่วยแก้ปัญหาได้

ในที่สุดรัฐสภาอันประกอบไปด้วย "โดมผู้จองหอง" ทั้งหลาย ก็ลงมติเห็นพ้องต้องกันส่ง วาสภขัตติยาไปให้พระเจ้าปเสนทิโกศล นับว่าเป็นการ "ย้อมแมวขาย" ครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติ ศาสตร์ทีเดียวแหละครับ

ปเสนทิโกศลดีใจเหลือหลายที่จะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันกับพวกศากยะ สถาปนาวาสภขัตติยาให้เป็นอัครมเหสีทันที (ตำนานมิได้บอกว่าก่อนหน้านั้นปเสนทิโกศลมีอัครมเหสีหรือยัง ถ้ามีแล้วพระนางที่ถูกถอดคงช้ำใจไม่น้อย) พระนางวาสภขัตติยาประสูติพระโอรสองค์หนึ่งที่ชื่อว่า วิฑูฑภะ

วิฑูฑภะโตเป็นหนุ่มได้รับสถาปนาเป็นมกุฎราชกุมาร เสด็จไปเยี่ยมพระเจ้าตา (มหานาม) ที่กรุงกบิลพัสดุ์ ความลับที่พวกศากยะปกปิดมาเป็นเวลานานก็แตก ขณะประทับอยู่กบิลพัสดุ์ วิฑูฑภะไม่ได้รับการต้อนรับสมกับเป็นญาติของพวกศากยะ ทำให้วิฑูฑภะน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอันมาก ขากลับมหาดเล็กคนหนึ่งลืมดาบ กลับมาเอาได้ยินนางทาสีก่นโคตรใครอยู่พึมพำๆ พลางเอาน้ำนมล้างแท่นที่ประทับ

"ยายด่าใคร" เขาถาม

"ด่าไอ้ลูกขี้ครอกขี้ข้า มันมาทำให้กูต้องเหนื่อยมาล้างเสนียดก้นมันอยู่นี่แหละ"

"ใครกันยาย ลูกขี้ข้า"

"จะใครเสียอีกล่ะ เจ้านายมึงนั่นแหละ มันเป็นลูกอีนังทาสีรู้มั้ย"

เท่านั้นแหละครับ ความลับเลยแตก วิฑูฑภะรู้เรื่องเจ้าศากยะสั่งให้เอาน้ำนมล้างแท่นประทับของตน ร้องได้คำเดียวว่า "แค้นนี้ต้องชำระ วันนี้มันเอาน้ำนมล้างที่กูนั่ง สักวันหนึ่งกูมีอำนาจขึ้นมากูจะเอาเลือดจากลำคอของพวกมันล้างตีนกูให้ได้"

ปเสนทิโกศลรู้ว่าตนโดนตุ๋นซะเปื่อย ทรงพิโรธมาก สั่งให้ถอดทั้งแม่ทั้งลูกออกจากตำแหน่ง เตรียมยกพลโยธาไปขยี้พวกศากยะอยู่พอดี พระพุทธเจ้าเสด็จมาห้ามไว้ ทรงชี้แจงให้ปเสนทิโกศลเข้าใจว่า "เชื้อสายทางมารดาไม่สำคัญ ทางบิดาสำคัญกว่า หรือว่าที่จริงแล้วลูกคนชั้นไหนไม่สำคัญ ถ้าเป็นคนดีแล้วเป็นใช้ได้ ดูอย่างสมัยโบราณซิ ลูกคนตัดฟืนยังได้เป็นถึงมหาราชเป็นที่เคารพของคนทั่วประเทศ เพราะเป็นคนดีมีศีลธรรม"

ปเสนทิโกศลเชื่อพระพุทธองค์ จึงคืนตำแหน่งแก่วาสภขัตติยา และวิฑูฑภะตามเดิม ความแค้นยังไม่สิ้น วิฑูฑภะรอให้พ่อมอบบัลลังก์ให้ไม่ทันใจ จึงปฏิวัติพ่อตั้งตนเป็นกษัตริย์สมใจอยาก วันดีคืนดีก็ยกทัพไปหมายล้างโคตรศากยะให้สิ้น

พระพุทธเจ้าเสด็จไปห้ามวิฑูฑภะไว้สามครั้ง วิฑูฑภะยังเห็นพระพุทธองค์ซึ่งเป็นพระญาติผู้ใหญ่อยู่ในสายตาอยู่ว่างั้นเถอะ จึงยินยอมถอยทัพกลับไปถึงสามครั้งสามครา แต่ครั้งที่สี่พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาเห็นว่าบาปกรรมแต่ปางหลังของพวกศากยะสุดจะช่วยเหลือป้องกันได้ จึงมิได้เสด็จไปห้ามอย่างเช่นเคย

วิฑูฑภะสั่งฆ่าศากยะไม่เว้นลูกเล็กเด็กแดง เอาเลือดลำคอล้างตีนตนสมแค้น เผาบ้านเมืองเสียวอดวายหมดสิ้น

เข้าใจว่าเผ่าศากยะสมัยนั้นคงมีจำนวนไม่มากมายเท่าใดนัก ศึกล้างโคตรโดยวิฑูฑภะครั้งนั้นคงไม่สามารถฆ่าได้หมดทุกคน ที่หลบหนีภัยครั้งนั้นก็คงมีไม่น้อย ได้แตกลูกแตกหลานสืบกันมาเป็นจำนวนมาก

แม้ปัจจุบันนี้ที่ประเทศเนปาลถิ่นมาตุภูมิของพระ พุทธเจ้าก็ยังมีตระกูล "ซาเกีย" ซึ่งเป็นตระกูลที่ใหญ่มากตระกูลหนึ่ง เขาอ้างว่าสืบมาจากศากยะสมัยพุทธกาลนั่นเอง

ดูหน้าตาคนเนปาลแล้วอดแปลกใจไม่ได้ ไม่มีเค้า "อารยัน" หรือ "ฝรั่ง" เอาเสียเลย พวกนี้ผิวเหลือง (คล้ายคนไทย) เป็นเชื้อสายมองโกเลีย ถ้าพระพุทธเจ้าเป็นบรรพบุรุษของคนเนปาลปัจจุบันนี้ พระองค์ก็ต้องเป็นมองโกเลีย

เผลอๆ อาจเป็นคนไทยเอาด้วย



หมายเหตุ ทรรศนะที่ว่าพระพุทธเจ้าเป็นชาวมองโกเลีย อ่านเดช ตุลวรรธนะ เรียนพุทธศาสนาอย่างปัญญาชน เล่ม 3 พุทธประวัติฉบับมองโกล. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์กรมยุทธศึกษาทหารบก. 2525 และที่ว่าเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวชด้วยเหตุผลทางการเมือง โปรดอ่าน B.R. Ambedkar. The Buddha and His Dhamma. Bombay : siddharth College Publication I 1957 และ เสฐียร พันธรังษี. พุทธประวัติมหายาน (พุทธประวัติฉบับค้นพบใหม่) กรุงเทพฯ : แพร่วิทยา, 2525 น่าสังเกตว่า ในพระสูตรกล่าวถึงมหาปุริสลักษณะ 32 ประการ ข้อหนึ่งว่า"สุวณฺณวณฺโณ" พระพุทธเจ้าทรงมีผิวดั่งทอง (ผิวเหลือง)



หมายเหตุ ทรรศนะที่ว่าพระพุทธเจ้าเป็นชาวมองโกเลีย อ่านเดช ตุลวรรธนะ เรียนพุทธศาสนาอย่างปัญญาชน เล่ม 3 พุทธประวัติฉบับมองโกล. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์กรมยุทธศึกษาทหารบก. 2525 และที่ว่าเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวชด้วยเหตุผลทางการเมือง โปรดอ่าน B.R. Ambedkar. The Buddha and His Dhamma. Bombay : siddharth College Publication I 1957 และ เสฐียร พันธรังษี. พุทธประวัติมหายาน (พุทธประวัติฉบับค้นพบใหม่) กรุงเทพฯ : แพร่วิทยา, 2525 น่าสังเกตว่า ในพระสูตรกล่าวถึงมหาปุริสลักษณะ 32 ประการ ข้อหนึ่งว่า "สุวณฺณวณฺโณ" พระพุทธเจ้าทรงมีผิวดั่งทอง (ผิวเหลือง)


หน้า 31




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.