มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1502 คน
วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7607 ข่าวสดรายวัน


พระหลวงพ่อปาน


คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง
โดย ราม วัชรประดิษฐ์



หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อโด่งดังแห่งเมืองกรุงเก่าหรือพระนครศรีอยุธยา วัตถุมงคลของท่านล้วนเป็นที่ลือเลื่องในพุทธคุณและเป็นที่นิยมสะสมของพุทธศาสนิกชนทั่วทั้งประเทศ

หลวงพ่อปาน โสนันโท หรือ พระครูวิหารกิจจานุการ เป็นชาวเมืองกรุงเก่าโดยกำเนิด เกิดเมื่อปี พ.ศ.2418 ที่ ต.บางนมโค อ.เสนา ท่านเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เมื่ออายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ ณ พัทธสีมา วัดบางนมโค โดยมี หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อจ้อย วัดบ้านแพน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์อุ่ม วัดสุธาโภชน์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา "โสนันโท"

หลวงพ่อปานได้รับการถ่ายทอดวิทยาการต่างๆ ทั้งด้านวิปัสสนากรรมฐานและพุทธาคมจากหลวงพ่อสุ่น โดยเฉพาะด้านการรักษาโรคภัยไข้เจ็บและการแก้คุณไสย ท่านมีความมุ่งมั่นและใฝ่ใจศึกษาร่ำเรียนจนเชี่ยวชาญแตกฉาน จากนั้นจึงออกธุดงค์เพื่อฝึกฝนด้านวิปัสสนากรรมฐาน ระหว่างนั้นท่านมีโอกาสได้ศึกษาวิชาความรู้เพิ่มเติมจากพระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงอีกหลายๆ รูป อาทิ หลวงพ่อเนียม หลวงพ่อโหน่ง พระอาจารย์จีน และ พระอาจารย์เจิ่น เป็นต้น นอกจากนี้ ยังศึกษาด้านวิชาการแพทย์แผนโบราณที่วัดสังเวชจนมีความชำนาญอีกด้วย แล้วท่านจึงเดินทางกลับสู่บ้านเกิดมาจำพรรษาที่วัดบางนมโค รับตำแหน่งเจ้าอาวาสรูปที่ 3 ท่านเป็นทั้งพระนักพัฒนา พระนักเทศน์ และให้ความสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยไม่เลือกชนชั้นวรรณะ ท่านตั้งสำนักสอนภาษาบาลีและนักธรรม ริเริ่มการก่อสร้างศาสนวัตถุต่างๆ และพัฒนาวัดบางนมโคจนเจริญรุ่งเรืองจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

ท่านยังได้บูรณปฏิสังขรณ์และก่อสร้างวัดวาอารามทั้งหมดถึง 41 วัด มีการก่อสร้างโบสถ์และศาสนวัตถุอื่นอีกมากมาย นับได้ว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีบารมีสูงมากจึงสามารถสร้างถาวรวัตถุเพื่อสืบทอดพระศาสนาได้มากถึงเพียงนี้ ชื่อเสียงของท่านขจรไกลเป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสของเหล่าพุทธศาสนิก ชนอย่างกว้างขวาง

สมณศักดิ์สุดท้ายได้รับพระราชทานสัญญาบัตรพัดยศ ในราชทินนามพระครู วิหารกิจจานุการ ท่านมรณภาพในปี พ.ศ.2481 สิริอายุรวม 63 ปี พรรษาที่ 42

ในปี พ.ศ.2446 หลวงพ่อปานดำริที่จะหาปัจจัยมาดำเนินการปรับปรุงเสนาสนะภายในวัดบางนมโคและจะสร้างพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุแทนองค์เดิมที่ชำรุดทรุดโทรม แล้วท่านก็ได้พบชีปะขาวในระหว่างที่ท่านฝึกวิปัสสนากรรมฐานเพิ่มเติมที่ศาลาไว้ศพที่วัดบางนมโค ด้วยวิธีพิจารณา "อสุภกรรมฐาน" คือการพิจารณาศพคนตายเพื่อปลงสังขาร ชีปะขาวเดินเข้ามาหาและบอกกล่าวให้ท่านสร้างพระพิมพ์รูปพระพุทธเจ้านั่งสมาธิ มีรูปสัตว์ 6 ชนิด อยู่ใต้ที่ประทับ คือ ไก่ ครุฑ หนุมาน ปลา เม่น และ นก โดยนิมิตเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ดังกล่าว พร้อมทั้งมีคาถากำกับในแต่ละชนิดมาด้วย นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นรูปแบบการสร้างพระพิมพ์ของหลวงพ่อปาน

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ท่านอาจารย์แจง ซึ่งเป็นฆราวาส ได้เดินทางมาจากนครสวรรค์เพื่อกราบนมัสการหลวงพ่อปานด้วยความเลื่อมใสในกิตติคุณ มีการถ่ายทอดวิชาซึ่งกันและกัน หลวงพ่อปานได้ศึกษาวิชาที่ว่าด้วยการปลุกเสกพระเครื่องและสร้างพระตามตำรา "พระร่วงเจ้า" ที่ได้รับสืบทอดมา ซึ่งเป็นต้นแบบการสร้างพระของหลวงพ่อปาน ที่สำคัญที่สุดคือ "ยันต์เกราะเพชร" ยอดของธงมหาพิชัยสงคราม ก็ได้รับการถ่ายทอดมาในคราวนี้เช่นกัน และในที่สุดท่านจึงตัดสินใจสร้างพระเครื่องขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2450

"พระหลวงพ่อปาน" นี้ มีหัวใจสำคัญที่ ผงวิเศษ 3 สูตร ที่บรรจุในองค์พระ คือ ผงวิเศษหัวใจสัตว์ ผงวิเศษจากยันต์เกราะเพชร และผงวิเศษ 5 ประการ อันประกอบด้วย ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงมหาราช ผงตรีนิสิงเห และผงพระพุทธคุณ ทำให้มีพุทธคุณอเนกอนันต์ใช้งานสารพัดอย่างเป็นเลิศเรียกว่าเป็น "กฤตยาคมแฝด" ที่พระพิมพ์อื่นๆ ไม่มี

พระหลวงพ่อปานลักษณะเป็นพระเนื้อดินเผา ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเจียนมุมทั้ง 4 ด้าน เนื้อดินเป็นดินขุยปูและดินนวลตามทุ่งนา มีความละเอียดปานกลาง จึงมีเม็ดทรายเล็กๆ ปรากฏทั่วองค์พระ และบางส่วนจมอยู่ใต้ผิวกลายเป็นแง่มุมดันเนื้อขององค์พระให้นูนเป็นตุ่มแหลมเล็กๆ อยู่ทั่วองค์พระ ต้องใช้แว่นขยายส่องดู โดยเฉพาะพระที่ไม่ผ่านการใช้เลยจะสังเกตเห็นได้ชัดเรียกว่า "ร่องรอยสาก" และเนื่องจากการเผานั้นใช้แกลบมาสุมไฟ ทำให้สภาพเนื้อขององค์พระจะมี "ร่องรอยแกลบ" สีขององค์พระจะเป็นสีอิฐหรือสีหม้อใหม่ เหมือนพระเนื้อดินเผาทั่วไป แต่ที่พบเห็นสีจะค่อนข้างซีดจนถึงออกเป็นสีชมพูอ่อนๆ เนื่องด้วยผ่านกาลเวลามายาวนาน

พุทธลักษณะขององค์พระด้านบนเป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง แสดงปางสมาธิอยู่เหนือฐานบัลลังก์ก็มี ฐานเขียงก็มี ฐานผสมก็มี ฐานรูปกลีบบัวมีทั้งชั้นเดียว 2 ชั้น บัวเม็ดและบัวตุ่มก็มี ส่วนด้านข้างพระประธานทั้ง 2 ข้าง มีอักขระขอมตัวนูนข้างละ 2 ตัว คือ มะ อะ อุ อุ อัน เป็นยอดพระคาถาหัวใจพระไตรปิฎก"ตรีเพชร" มีอานุภาพทางป้องกันภยันตรายและคงกระพันชาตรี ด้านล่างใต้ฐานขององค์พระเป็นรูปสัตว์พาหนะ 6 ชนิด คือ ไก่ ครุฑ หนุมาน ปลา เม่น และนก ในลักษณะแบกฐานขององค์พระปฏิมาเหาะเหินสู่เบื้องบน มี "รอยอุดผงวิเศษ" ซึ่งสภาพเดิมเป็นสีเทาของซีเมนต์ผสมกับสีขาวของผงวิเศษงดงามมาก แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ได้พระมักจะแคะเอาผงวิเศษออกมานำไปรักษาโรคบ้างหรือตามแต่จะนำไปใช้ จึงหาที่คงสภาพเดิมๆ ยากยิ่งในปัจจุบัน

นอกจาก "พระหลวงพ่อปาน" แล้ว วัตถุมงคลอื่นๆ ที่หลวงพ่อปานสร้างเพื่อแจกจ่ายแก่ลูกศิษย์ลูกหาและพุทธศาสนิกชนทั่วไปโดยไม่คิดมูลค่า อาทิ ผ้ายันต์เกราะเพชร ลูกอม ตะกรุด และแหวนพระ ฯลฯ นั้น ก็ล้วนเป็นที่หวงแหนของผู้มีไว้ครอบครองทั้งสิ้นครับผม


หน้า 31




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.