มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1103 คน
วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7059 ข่าวสดรายวัน


การศึกษาของสงฆ์


คอลัมน์ คอลัมน์ศาลาวัด


ไม่มีคำว่า "แก่เกินเรียน" ยิ่งศึกษามากก็ยิ่งรู้มาก เพศ วัย สถานะความเป็นอยู่ไม่ใช่อุปสรรค ปัจจุบันขนาดพระภิกษุ-สามเณร ยังต้องศึกษาเรียนรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม ประเภท "ฉันเพลเย็นจำวัด" ไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว

การศึกษาของสงฆ์แต่เดิมนั้น เริ่มต้นมาแต่สมัยพุทธกาล บุคคลที่เข้ามาสู่สังฆมณฑลในครั้งพุทธกาลตามประวัติความเป็นมา ส่วนมากมักจะได้รับการศึกษาทั้งคดีโลกและคดีธรรมมาเป็นอย่างดี ตามลัทธิศาสนาในสมัยนั้น เป็นต้นว่าเรียนจบไตรเพทมาก่อน

การศึกษาของสงฆ์ในสมัยพระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่มี 2 ประการ คือ

1.คันถธุระ ได้แก่ การศึกษาพระธรรมวินัยอันเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

2.วิปัสสนาธุระ ได้แก่ การเรียนกรรมฐานอันเป็นเครื่องมือหรืออุบายฝึกหัดจิตใจของตนเองให้สะอาด ผ่องแผ้ว ปราศจากกิเลสาสวะทั้งปวง

ครั้นพระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว พระสงฆ์ผู้เป็นพุทธสาวกได้ประชุมกันทำสังคายนาพระธรรมวินัย เพื่อรวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่ได้ตรัสสั่งสอนไว้ให้เข้าเป็นหมวดหมู่ โดยกำหนดจำนวนรวม 84,000 พระธรรมขันธ์ จัดแบ่งออกเป็น 3 หมวด คือ

1. หมวดพระสูตร มี 21,000 พระธรรมขันธ์ เรียกว่า "พระสุตตันตปิฎก"

2. หมวดพระวินัย มี 21,000 พระธรรมขันธ์ เรียกว่า "พระวินัยปิฎก"

3. หมวดพระอภิธรรมหรือปรมัตถ์ มี 42,000 พระธรรมขันธ์ เรียกว่า "พระอภิธรรมปิฎก"

รวมทั้ง 3 หมวดนี้เรียกว่า "พระไตรปิฎก" พระไตรปิฎกจึงเป็นคัมภีร์ของพระพุทธศาสนาสืบต่อมา

พระไตรปิฎกแต่เดิมเป็นภาษาบาลี ซึ่งเป็นภาษาของมัชฌิมประเทศที่พระสงฆ์พุทธสาวกทำสังคายนา

ต่อมา พระพุทธศาสนาแพร่หลายไปในนานาประเทศที่ใช้ภาษาอื่น ประเทศนั้นๆ ไม่รู้ภาษาบาลีจึงทำให้เรียนพระไตรปิฎกลำบาก เป็นเหตุให้เกิดความคิดขึ้นต่างกัน ประเทศฝ่ายเหนือมีทิเบตและจีน เป็นต้น แปลพระไตรปิฎกจากภาษาบาลีเป็นภาษาของตน เพื่อประสงค์ที่จะได้เล่าเรียนง่าย จะได้มีคนเลื่อมใสศรัทธามาก ครั้นไม่มีใครเล่าเรียนพระไตรปิฎกซึ่งต่อมาค่อยๆ สูญสิ้นไป สิ้นหลักที่จะสอบสวนพระธรรมวินัยให้ถ่องแท้ได้

ลัทธิศาสนาในประเทศฝ่ายเหนือเหล่านั้นก็แปรผันวิปลาสไป แต่ส่วนประเทศฝ่ายใต้มีลังกาทวีป พม่า มอญ ไทย ลาว และเขมร ประเทศเหล่านี้คิดเห็นมาแต่เดิมว่า ถ้าแปลพระไตรปิฎกไปเป็นภาษาอื่นโดยทิ้งของเดิมเสียแล้ว พระธรรมวินัย ก็คงคลาดเคลื่อน

จึงรักษาพระไตรปิฎกไว้ในภาษาบาลี การเล่าเรียนคันถธุระก็ต้องเรียนภาษาบาลี ให้เข้าใจเสียชั้นหนึ่งก่อน แล้วจึงเรียนพระธรรมวินัยในพระไตรปิฎกต่อไป

ด้วยเหตุนี้เอง ประเทศฝ่ายใต้จึงสามารถรักษาลัทธิศาสนา

ตามหลักพระธรรมวินัยยั่งยืนสืบมาได้


หน้า 29




Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.