มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2285 คน
วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6927 ข่าวสดรายวัน


ยล"เวียงจันทน์" โหมโรง"ซีเกมส์"


สมบัติ สวางควัฒน์


ประเทศลาว มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Lao People"s Democratic Republic) หรือ (LPDR) ถือเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับประเทศไทยมากที่สุด

ความสัมพันธ์ของสองประเทศก็คือความเป็น "บ้านใกล้เรือนเคียง" ที่มีภาษาพูด-เขียน วัฒนธรรม ประเพณี อาหารการกิน ฯลฯ ใกล้เคียงกันมากที่สุด

เคยมีคำกล่าวที่ว่า "ไปพุ้นกินปลา มานี่กินข้าว" อันแสดงให้เห็นถึงปฏิสัมพันธ์คนสองฝั่งโขงที่ใกล้ชิดกัน ผูกพันกัน ได้อย่างแจ่มชัด

ข้อมูลในปี 2550 ระบุว่าปัจจุบัน ลาว มีประชากรราว 6,368,481 คน ซึ่งน้อยกว่าประเทศไทยราว 10 เท่า แต่ถึงจะเป็นประเทศเล็กๆ ในภูมิภาคอาเซียน แต่ประชากรกลับมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์มากที่สุดประเทศหนึ่ง ว่ากันว่ามีจำนวนแตกต่างกันถึง 68 เผ่าพันธุ์ แต่ต่อมารัฐบาลลาวได้จัดประเภทกลุ่มชาติพันธุ์หลักๆ ออกเป็น 3 กลุ่มประกอบด้วย ลาวสูง ลาวสุ่ม ลาวเถิง

นอกเหนือไปจากความหลากหลายของชาติพันธุ์ วัฒนธรรมแล้ว ลาวยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ ทั้งแม่น้ำ ภูเขา น้ำตก รวมไปถึงวัด โบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากมาย

ในขณะที่วิถีชีวิตของชาวลาวก็ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่น่าหลงใหล

ขณะเดียวกัน รัฐบาลลาว เริ่มเปิดกว้างรับเทคโนโลยี ความทันสมัยของโลกภายนอกมากขึ้นกว่าเดิม แต่อยู่ภายใต้แนวคิด "มองอนาคต ไม่ลืมอดีต" ทำให้จำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

กล่าวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสนใจเดินทางไปท่องเที่ยวลาว ด้วยตัวเลขแบบก้าวกระโดด นัยว่านอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวก มีร้านค้า ร้านอาหาร ไม่แพ้ในประเทศไทยแล้ว วิถีชีวิต สภาพบ้านเมือง อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้น ทำให้คนไทยรู้สึกเหมือนกลับคืนสู่อดีต มีบรรยากาศ กลิ่นอายที่ชวนระลึกนึกถึงเมืองไทยเมื่อ 20-30 ปีก่อน

ช่วงตั้งแต่เดือนต.ค.ไปถึงช่วงเดือนก.พ. ถือเป็นช่วง "ไฮซีซั่น" ของประเทศลาว (สปป.ลาว) มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาท่องเที่ยวกันอย่างคึกคัก เป็นช่วงที่ลาวมีอากาศหนาวเย็น มีผู้คนเดินไปมาอย่างขวักไขว่ ชาวลาวต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมไปด้วยสีสัน


และในระหว่างวันที่ 9-18 ธ.ค. กรุงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ซึ่งจะมีชาติสมาชิกเข้าร่วมการแข่งขันถึง 11 ชาติ ถือเป็น "งานใหญ่" ที่ชาวลาวทุกคนตื่นเต้น และภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

การแข่งขันหนนี้จะมีช้างเผือกงานิล 2 เชือกคือ "จำปา-จำปี" เป็นมาสคอตของการแข่งขัน ในขณะที่สัญลักษณ์ของการแข่งขันเป็นรูป "พระธาตุหลวง" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศลาว

เวียงจันทน์ หรือที่ฝรั่งต่างชาติเรียกว่า เวียนเทียน (Vientiane) เป็นเมืองหลวงของลาว มีที่มาอันเก่าแก่ โดยคำว่า "เวียง" มีความหมายถึงเมือง หรือสถานที่ล้อมด้วยกำแพง ส่วน "จันทน์" มีความหมายถึงต้นไม้จันทน์ ที่เป็นไม้ที่มีกลิ่นหอมระรวย โดยกรุงเวียงจันทน์ หรือนครหลวงเวียงจันทน์ หรือที่ชาวลาวมักจะเรียกว่า กำแพงนครเวียงจันทน์ ถือเป็นเขตปกครองพิเศษ ตั้งอยู่ริมน้ำโขง ตรงข้ามอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เป็นเมืองที่สอดประสานความใหม่กับเก่าได้อย่างน่าสนใจ มีโรงแรม เกสต์เฮาส์ ที่พักให้เลือกหลายรูปแบบ มีตึกเก่าแก่ที่มีรูปทรงแบบยุโรป ซึ่งก่อสร้างขึ้นมาในสมัยที่ลาวยังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสอยู่ และยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ จนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

ถนนริมโขง เป็นส่วนที่มีความคึกคักมากที่สุด เพราะเป็นถนนสายที่มองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของแม่น้ำโขง ขณะเดียวกันที่พักก็มีขึ้นอย่างดาษดื่น และมีรูปแบบสวยงาม ทันสมัย มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก มากมาย เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจากต่างชาติเลือกพักมากที่สุด

แต่นอกเหนือจาก "ความใหม่" ของสถานที่พัก ร้านอาหาร แล้ว เสน่ห์ของเวียงจันทน์ก็คือ "ความเก่า" นั่นคือ วัดวาอาราม โบราณสถานที่นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนต่างติดใจในความงดงาม และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น พระทาดหลวง (พระธาตุหลวง), พระราชานุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช, หอพระแก้ว หรือวัดพระแก้ว, วัดสีสะเกด (ศรีสะเกษ), วัดองค์ตื้อ และประตูไซ (ประตูชัย) ฯลฯ

สุทธิสาร วิบูลยเสข / สีนะคอน ปะทุมมะลัด



และในช่วงการแข่งขันซีเกมส์ จุดสนใจยังอยู่ที่สนามกีฬาแห่งชาติแห่งใหม่บนเนื้อที่กว่า 300 ไร่ ชานกรุงเวียงจันทน์ โดยจะมีทั้งเมน สเตเดี้ยม ที่จุผู้ชมได้กว่า 25,000 คน และสระว่ายน้ำ สนามเทนนิส อินดอร์สเตเดี้ยม ที่มีมาตรฐาน รองรับการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ได้อย่างพร้อมพรั่ง โดยในส่วนของสนามแข่งขันได้รับการสนับสนุนจากประเทศจีน ด้วยการให้เงินสนับสนุนเป็นเงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ และยังช่วยเหลือในส่วนของพิธีเปิด-ปิดการแข่งขันอีกด้วย

และประเทศไทยได้สนับสนุนเรื่องของอุปกรณ์กีฬา การอบรมบุคลากร และช่วยปรับปรุงสนามแข่งขัน รวมไปถึงรับนักกีฬา ลาวบางส่วนมาฝึกซ้อม เก็บตัว เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันอีกด้วย

แน่นอนว่า เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น และท้าทายเป็นอย่างยิ่ง

สีนะคอน ปะทุมมะลัด คณะกรรมการกองเลขาธิการฝ่ายจัดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 25 แสดงความเห็นว่า ถึงลาวจะเป็น "มือใหม่" ในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ แต่ก่อนหน้าที่จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพก็ได้เตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี ได้ส่งทีมงานไปเรียนรู้การเป็นเจ้าภาพในซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่นครราชสีมา เมื่อ 2 ปีก่อน และนำจุดดีๆ มาปรับใช้ในการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้

"การทำงานในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ของลาว เป็นลักษณะการทำงานของทุกภาคส่วน ทุกกระทรวง หน่วยงานราชการ ตำรวจ ทหาร และประชาชน จะมีส่วนทำงานร่วมกันเพื่อให้ซีเกมส์ครั้งนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี สนามแข่งขันตอนนี้ก็เรียกได้ว่าเกือบสมบูรณ์เต็มที่แล้ว ที่สำคัญก็คือประชาชนชาวลาวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะถือเป็นหน้าตาของประเทศ ระบบขนส่ง การจราจร การอำนวยความสะดวก ได้เตรียมเอาไว้อย่างพรั่งพร้อมแล้ว และคนลาวก็ให้ความสนใจกับการแข่งขันครั้งนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกีฬาอย่างเซปักตะกร้อ มวยสากลสมัครเล่น รวมไปถึงฟุตบอล เชื่อว่าจะมีผู้ชมแน่นสนามแน่นอน"

ในขณะที่ สุรชัย ปิสัญธนะกูล และ แสงฟ้า ทินนะกร 2 นักธุรกิจชาวลาว ที่มีธุรกิจทั้งโรงแรม ศูนย์ความงาม และสปา ให้ข้อคิดว่า การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ของเวียงจันทน์ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะช่วงปี-สองปีที่ผ่านมา ลาวเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด มีนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยว "แบกเป้" เดินทางมาท่องเที่ยว และศึกษาวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของลาว กันอย่างคึกคัก โรงแรมใหม่ๆ แถบริมโขงผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด

"บางส่วนก็เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์โดยเฉพาะ ซึ่งก็ต้องมาดูผลในระยะยาวว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่เท่าที่จะบอกได้ในขณะนี้ก็คือ ชาวลาวให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการเตรียมการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้เป็นอย่างดี เรื่องความพร้อมของสนามแข่งขัน ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวก ก็ไม่น่าจะมีอะไรให้กังวลนัก แต่ที่ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทุกคนจะได้เห็น ก็คือพลังของชาวลาวที่จะทำให้ซีเกมส์ครั้งนี้ออกมาประทับใจมากที่สุด ความมีน้ำจิตน้ำใจ การเป็นคนยิ้มง่าย จะทำให้ซีเกมส์ครั้งนี้มีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ลาวพร้อมจะแสดงศักยภาพให้ชาวโลกได้รับรู้" สุรชัย กล่าว

ในขณะที่ สุทธิสาร วิบูลยเสข กงสุลไทย บอกว่า ลาวและไทย เป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่มีพื้นฐานวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกันก็จริง แต่ก็มีพัฒนาการในแบบฉบับของตัวเอง แต่โดยรวมแล้ว ชาวลาวทั่วไปมีอัธยาศัยโอบอ้อมอารี ทำให้คนไทยคุ้นเคยเหมือนอยู่ในบ้านตัวเอง

"ผมคิดว่าลาวน่าจะสร้างความประทับใจให้กับแขกผู้มาเยือนในช่วงของการแข่งขัน ซีเกมส์ ได้เป็นอย่างดี แต่ที่ผมอยากฝากไว้ก็คือ ในฐานะผู้มาเยือน เราควรทราบและปฏิบัติตามกฎหมายและประเพณีของชาวลาว หลักๆ ก็คือ ไม่ทำผิดกฎหมาย เพราะกฎระเบียบมีอยู่พอสมควร และก็เป็นเรื่องที่ปฏิบัติตามได้ไม่ยากอีกด้วย ผมคิดว่าก่อนที่การแข่งขันเริ่มต้นทางสื่อมวลชน และฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็คงจะมีข้อแนะนำสำหรับผู้มาเยือนไว้บ้าง ทางสถานทูตไทยก็ได้จัดเตรียมคู่มือสำหรับคนไทยเพื่อส่งเสริมความเข้าใจระหว่างไทย-ลาว ไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์อยู่บ้างไม่มากก็น้อย"

โปรดอดใจรอซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ซึ่งน่าสนใจไม่แพ้ครั้งใดแน่นอน


หน้า 21




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.