มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 6122 คน
วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7622 ข่าวสดรายวัน


ดูละครแล้วย้อนดู"ผ้า" "ซิ่นไหมคำ"บูมเมืองแพร่


กรรณิการ์ ชมภูศรี


กลยุทธ์ใช้ "ละคร" และ "ภาพยนตร์" กระตุ้นการท่องเที่ยว ได้ผลมาแล้วกับเกาหลีใต้

ตอนนี้ทำท่าว่าแนวทางนี้จะใช้ได้ดีกับบ้านเราเช่นกัน

ละครไทย หรือไทยซีรีส์ ในตอนนี้ดึงดูดแฟนคลับจากนอกประเทศเข้ามาช่วยบูมด้วย

ตัวอย่างล่าสุดคือละคร "รอยไหม" ทางช่อง 3 ซึ่งเป็นเรื่องราวความรักที่อาศัย "ผ้าทอ" และ "การทอผ้า" ข้ามภพไปไขปริศนาโศกนาฏกรรมรักในชาติก่อน

จุดกระแสความนิยมต่อผ้าไหมและผ้าตีนจกของเมืองลอง ในจังหวัดแพร่ ขึ้นมาอย่างคึกคัก จากการที่ละครเรื่องนี้ใช้ผ้าของท้องถิ่นนี้เป็นเครื่องแต่งกายในการถ่ายทำ

โดยเฉพาะ "ซิ่น ไหมคำ" ที่นางเอกของเรื่อง รับบทโดย แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ใส่ในฉากเปิดตัวละคร "เจ้านางมณีรินแห่งเชียงตุง"

รวมถึงผ้าตีนจก ผ้าทอลายโบราณของเมืองลอง จังหวัดแพร่ ที่นักแสดงฝ่ายเจ้านายเชียงใหม่สวมใส่

นายโกมล พาณิชพันธ์ นักสะสมผ้าทอลายโบราณ และผู้เชี่ยวชาญเรื่องผ้าในเมืองแพร่ ในฐานะเจ้าของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นโกมลผ้าโบราณ ซึ่งช่วยดูแลเรื่องเครื่องแต่งกายของละครเรื่องนี้ กล่าวว่า หลังละครออกอากาศแล้วสถิติการจำหน่ายผ้าไหมพื้นเมืองในร้านสูงขึ้นถึงร้อยละ 40 เลยทีเดียว



คุณโกมล หรือที่คนทั่วไปมักเรียกว่า อาจารย์โกมลอธิบายว่า "รอยไหม" เป็นเรื่องราวที่ผูกโยงระหว่างเมืองเชียงตุงกับล้านนา ดังนั้น ผ้าที่ใช้ในเรื่องนี้มี 2 ชนิด คือ ผ้าไหม ซึ่งเป็นผ้าของเจ้านายชาวเชียงตุง และผ้าไหมตีนจกของเจ้านายชาวล้านนา

ผ้าที่เจ้านางเชียงตุงในเรื่องสวมใส่คือ ซิ่นไหมคำ ที่เป็นหัวใจสำคัญ เป็นลายผ้าโบราณของชาวเชียงตุง

ซิ่น หมายถึง ผ้าถุง ไหมคำ ก็คือ เส้นไหมปั่นกับเส้นทองคำ ซิ่นไหมคำจึงหมายถึงผ้าถุงที่ทอจากเส้นไหมและเส้นทองคำ เป็นเส้นทองคำจริงๆ ปั่นกับเส้นไหม

ผ้าซิ่นดังกล่าวเป็นผ้าซิ่นของเจ้านางเมืองเชียงตุงที่หนีมาอยู่กับพ่อค้าชาวน่าน มาทำไม้ที่บ้านต้าม่อน อำเภอลอง เมื่อสมัยที่มีการสัมปทานไม้เมืองแพร่ในอดีต ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวได้บันทึกไว้เป็นภาพจิตร กรรมเวียงต้า วาดโดยช่างชาวไทยใหญ่

นายโกมล พาณิชพันธ์


เล่าเรื่องราวของเจ้าหญิงเมืองเชียงตุงรักกับพ่อค้าไม้ชาวเมืองน่านและหนีตามกันมาอยู่บ้านต้าม่อนและได้สร้างวัดพร้อมกับภาพเขียนเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา

ซิ่นไหมคำนั้นมีเอกลักษณ์ที่สำคัญคือใช้วัตถุดิบหายาก รวมถึงมาจากหลายประเทศ ดังนั้น คนที่ใส่ได้มีเฉพาะระดับเจ้านายเท่านั้น

วัตถุดิบต่างๆ ในการทอผ้าซิ่นไหมคำมาทางเมืองหลวงพระบาง ผ่านชุมชนน่าน เข้าชุมชนแพร่ เข้าเมืองลอง ตามเส้นทางธุรกิจการค้าในอดีต เชียงตุงอยู่ใกล้จีน ดังนั้น จึงเกิดการแลกเปลี่ยนซื้อขายผ้าได้ง่าย

กว่าจะประกอบเป็นซิ่นไหมคำสักผืนต้องคัดเลือกวัตถุดิบมากมาย

เริ่มจาก เส้นยืนทำจากไหมฮอม เป็นไหมป่าที่ชาวบ้านนำมา ฮอมรวมกันทีละเล็กละน้อย ต้องใช้เวลา 1-2 ปีถึงจะได้ผ้า 1 ผืน

สาเหตุที่ใช้เวลานานกว่าจะได้ผ้า 1 ผืน เนื่องจากในอดีตชาวล้านนาไม่นิยมเลี้ยงไหมเพราะกลัวบาป จึงค่อยๆ เก็บมารวมกันจนได้จำนวนมากพอ

ปัจจุบันการเลี้ยงไหมแม้มีการส่งเสริมแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องยาก จนเปรียบเทียบกันว่า ยากยิ่งกว่าเลี้ยงลูก

ต่อมาคือ เส้นพุ้ง ใช้เส้นทองคำที่ปั่นกับเส้นไหม เป็นไหมที่มาจากฝรั่งเศส ส่งผลให้สีของผ้าไหมเหลือบทองงดงาม

ส่วนชายผ้าซิ่น เย็บด้วย กำมะหยี่จากเปอร์เซีย ปักลวดลายอ่อนช้อย มีลูกเล่นเป็นดิ้นเงินจากอินเดีย

เทปปักลายดอกไม้ คาดอีกชั้นนำมาจากประเทศจีน ตกแต่งด้วยกระดุมทองคำ ที่ทำจากทองพื้นบ้านในจังหวัดแพร่ ทอและเย็บออกมากลายเป็นซิ่นไหมทองที่งดงาม

ผืนที่นางเอกเอฟ ทักษอร ใส่ในละครรอยไหมเป็นซิ่นเก่า ซึ่งทำจากทองคำจริงๆ มีน้ำหนักถึง 28 บาท คิดเป็นมูลค่าถึง 1,900,000 บาท ปัจจุบันจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์โกมลผ้าโบราณ ซึ่งมีแฟนละครและนักท่องเที่ยวมาชมให้ทึ่งกันกับตา


ส่วนผ้าไหมตีนจกของตัวละครฝ่ายเจ้านายเชียงใหม่สวมใส่ เป็นลายพื้นบ้านเอกลักษณ์ของชาวเมืองลอง จังหวัดแพร่

ผ้าตีนจกของเมืองลองมีลวดลายสวยงามมีเอกลักษณ์และหลากหลาย เช่น ลายสะเปาลอยซ้อนนก ลายขันดอกซ้อนนก ลายแมงโบ้งเลน ลายนกกินน้ำร่วมต้น ลายจันแปดกลีบ ลายนกแยงเงา ลายเงากระจุ๋ม เป็นต้น

ในปัจจุบันชุมชนที่ทอผ้าตีนจกเหลือเพียง 2 แห่งในภาคเหนือ คือ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ และอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ แต่จังหวัดเชียงใหม่เป็นผ้าตีนจกที่ทอแบบพื้นบ้าน ส่วนของเมืองลองเป็นผ้าตีนจกที่ทอเพื่อให้เจ้านายสมัยอดีตใส่

อาจารย์โกมลกล่าวว่า หลังจากที่ละครเรื่องนี้ออกอากาศมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แวะเข้ามาชมพิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ทั้งจากกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ต่างจังหวัด โทร.เข้ามาจองตลอด ส่วนใหญ่ติดต่อเข้ามาขอชมผ้าโบราณ มีทั้งที่เป็นข้าราชการเกษียณอายุ มาเป็นกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์รับได้คราว ละไม่เกิน 200 คน

ในเรื่องของผ้านั้นอาจารย์โกมลมองว่า สาเหตุที่คนไทยไม่นิยมผ้าไหม ผ้าทอ เนื่องจากยังไม่ค่อยมั่นใจ ผ้าไทยใช้ยาก ซักยาก ราคาสูง แต่เมื่อเกิดกระแสแล้วก็เห็นถึงความนิยมทันตา

โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ชมละครสนใจเรื่องผ้ามากขึ้น ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากใส่ผ้าซิ่น ผ้าตีนจก เพราะเห็นจากละคร

เรียกว่าละครปลุกกระแสของคนสนใจผ้ามากขึ้นจริงๆ ตอนนี้จำนวนของผ้าในร้านที่ขายได้มากขึ้นถึง 40% และคาดว่าจะดีขึ้นไปอีก ขณะนี้จึงเตรียมรับมือโดยผลิตเพิ่มมากขึ้นถึง 50%

พิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณของอาจารย์โกมลนั้น ตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับกลุ่มผู้สนใจผ้าทอโบราณ สืบสานให้เด็กนักเรียน เยาวชน ผู้ที่สนใจเข้าไปศึกษาดูงานเรียนรู้ประวัติศาสตร์เรื่องราวเกี่ยวกับผ้าทอลายโบราณหลากหลาย ลวดลาย

รวมถึงพัฒนาปรับปรุงลายผ้าโบราณใหม่ๆ ขึ้น พร้อมกับส่งเสริมผ้าทอท้องถิ่นของเมืองลอง

ทางพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมผ้าทอโบราณลวดลายเก่าๆ ไว้มากมาย เช่นเดียวกับเนื้อหาเกี่ยวกับท้องถิ่นเมืองลอง จิตรกรรมเวียงต้า ประวัติศาสตร์ของคนเมืองแพร่เพื่อให้นักท่องเที่ยวผู้ที่สนใจ เข้าไปศึกษาเรียนรู้สัมผัสกลิ่นอายวัฒน ธรรมท้องถิ่น

ผู้ที่สนใจอยากชมและเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับผ้าซิ่นไหมคำของเจ้านางเชียงตุง ผ้าซิ่นตีนจก และผ้าทอลายโบราณของเมืองลอง ไปเยี่ยมชมได้ที่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นโกมลผ้าโบราณได้ทุกวัน ตั้งอยู่เลขที่ 157/2 หมู่ 6 ต.ห้วยอ้อ อ.ลอง จ.แพร่ โทร.0-5458 -1532

ส่วนผ้าของพิพิธภัณฑ์มีขายในกรุงเทพฯ ด้วยที่สยามพารากอน คิงเพาเวอร์ สนามบินสุวรรณภูมิ และเอ็มโพเรียม

"ทิศทางของผ้าไหม ผ้าทอตีนจกในอนาคตนั้น มองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันอย่างจริงจัง เพราะละครกระตุ้นได้ระยะหนึ่งเท่านั้น ผู้หลักผู้ใหญ่ กระทรวงวัฒนธรรมเองก็ต้องกระตุ้นอย่างจริงจัง โดยสร้างกระแสของการใช้ผ้าไหม ผ้าทอลายพื้นบ้าน อาจผ่านละครต่างๆ อย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ต้องเป็นเรื่องที่นำเอาเรื่องผ้าไหม-ผ้าทอเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องได้" อาจารย์โกมลกล่าว

นอกจากเรื่องผ้าแล้ว อาจารย์โกมลแนะนำด้วยว่า ในส่วนการท่องเที่ยว "คุ้ม เจ้าหลวงเมืองแพร่" ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำฉากสำคัญในเรื่องก็ได้รับความสนใจ ดังนั้น คนแพร่เองที่จำเป็นต้องฉวยโอกาสนี้สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองแพร่ด้วย

ในเมื่อเมืองแพร่มีประวัติศาสตร์เรื่องราวผูกโยงระหว่างเรื่องผ้ากับการท่องเที่ยว คู่กับคุ้มเจ้าหลวงได้ จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจและสนุกได้ไม่แพ้กับเมืองเชียงใหม่ อาจทำเป็นเรื่องราวตามรอยไหมเมืองแพร่ พาทัวร์บ้านเก่า ทัวร์ผ้าโบราณ ประวัติศาสตร์ ท้องถิ่น เป็นต้น

เพื่อจุดกระแสการท่องเที่ยวในเมืองแพร่ให้งดงามเหมือนลายผ้าท้องถิ่นแห่งนี้


หน้า 21




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.