มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 3033 คน
วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7573 ข่าวสดรายวัน


เส้นทางสู่"เกษตรกร" "ลุงขวัญใจ"พึ่งศูนย์ภูพานฯ


ปฤษณา กองวงค์



ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร เป็นศูนย์ศึกษาค้นคว้าวิจัยทดลองงานพัฒนาการเกษตรที่เหมาะสมแก่ท้องถิ่น และนำออกเผยแพร่ให้ราษฎรนำไปปฏิบัติ เพื่อพัฒนาอาชีพ ฟื้นฟูและพัฒนาป่าไม้ การปลูกพืชเศรษฐกิจที่ให้ผลเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร

สำนักงาน กปร. ในโครงการ "สื่อศิลปินรวมใจถวายในหลวง" ครั้งที่ 3/2554 จัดเยี่ยมชมแปลงเกษตรกรศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ที่ได้รับการขยายผลจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร โดยแวะไปที่บ้านของ ลุงขวัญใจ แก้วหาวงศ์ วัย 62 ปี นางถนอม แก้วหาวงศ์ อายุ 55 ปี ที่หมู่บ้านเหล่านกยูง ต.ดงมะไฟ อ.เมือง จ.สกลนคร ที่ปลูกอยู่บนพื้นที่ 20 ไร่ รายล้อมด้วยเรือกสวนไร่นาแสนร่มรื่น

ลุงขวัญใจเกษตรกรที่มานะพยายาม ไม่หยุดนิ่งในการแสวงหาความรู้ และได้นำความรู้ที่ได้รับจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ไปต่อยอด ทั้งยังลงมือทดลองค้นคว้า เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรงอกงาม และเดินหน้าเผยแพร่ความรู้แก่เพื่อนเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียง

เดิมลุงขวัญใจมีอาชีพรับจ้างทำทุกอย่าง งานเหล็กโครงหลังคา งานบ้าน ในเมืองใหญ่ถึง 15 ปี ต่อมาเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดพักฟื้นร่างกายเป็นแรมปี เงินทองที่มีก็หมดและสุขภาพไม่ดีเหมือนเดิม จึงถูกเลิกจ้าง ตกงาน จึงผันตัวเองมาเป็นเกษตรกร

จากลูกจ้างคนอื่น ขอเป็นลูกจ้างตัวเอง

แต่การทำเกษตรไม่ง่าย

"ก็ลองผิดลองถูกอยู่ 3 ปี 5 ปี ปลูกอะไรก็ขาดทุน เมียก็บ่น หนี้สินเยอะ เพราะเราไม่มีความรู้ อย่างตอนแรกๆ ก็ทำนาอย่างเดียว อยากได้น้ำมันรถก็ขายข้าว อยากไปเที่ยวก็ขายข้าว สุดท้ายข้าวไม่พอกิน แล้วมาเปลี่ยนปลูกพืชหมุนเวียน ทำตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงอย่างในหลวง"

"ตอนแรกข้าวต้นนิดเดียว พอมาทำตรงนี้ต้นหนึ่งสูงเมตรกว่าๆ ผมไม่ได้ใช้สารเคมี มีต้นกล้วยก็นำมาสับๆ หมักทำปุ๋ยกลบ ไม่ได้เผาแต่ที่เผาคือตะไคร้หอม เอามาไล่ยุงตอนทำงานกลางคืน" ลุงขวัญใจเล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดี พร้อมชี้ชวนให้ดูปุ๋ยต่างๆ ที่ทำขึ้นใช้เอง

"นี่เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ด้านนี้เป็นบ่อแก๊ส มูลวัวผสมมูลค้างคาวและเศษอาหาร ทำเองง่ายๆ และต่อสายแก๊สไปโน่น ขี้วัว 1 ถังใช้หุงต้มได้ 1 วัน เราทำเราก็ใช้ หมดแล้วมาเติมอีกแล้วใช้ไปเรื่อยๆ ด้านหลังเป็นน้ำปุ๋ยที่ไม่มีก๊าซแล้วจะนำไปใส่ไม้ผล ไม้ประดับ ขยับไปไม่ไกลเป็นปุ๋ยชีวภาพ ทำแล้วใช้ได้ผลมาก ไม่ได้ใช้สารเคมี ใช‰ถั่ว แตง เศษต่างๆ มาหมักทำปุ๋ยไม่ให้เหลือทิ้ง"

สาวเท้าต่อไปไม่ไกล เห็นกากอ้อยกองเบ้อเริ่ม ใกล้กันเป็นเครื่องคั้นน้ำอ้อย เครื่องทำความสะอาดอ้อย ลุงขวัญใจบอกว่า หลังจากขายน้ำขายหน่ออ้อยแล้ว ผมก็จะขายขี้อ้อยและเศษอ้อย จะไม่ทิ้ง พยายามหาวิธีทำให้เป็นเงินให้ได้ ผมจะทำปุ๋ยขาย ถ้าขายได้ถุงละ 50 บาท ผมก็เอา ก็กำลังมองหาเครื่องอยู่ว่ามันจะบดได้ไหม ก็จะเอาไปทดลองดูในศูนย์



ทุกวันนี้ลุงขวัญใจ ทำมาหากินบนพื้นที่ 20 ไร่ โดยไม่ใช้สารเคมี แบ่งพื้นที่ทำนา 14 ไร่ ทำสวน ปลูกไม้ผลและกล้วย 2 ไร่ ทั้งยังเดินหน้าปลูกพืชผักต่างๆ หลังฤดูทำนา อย่าง แตงกวา ฟักทอง ถั่วฝักยาว และปลูกอ้อย แถมยังเลี้ยงกบ เลี้ยงไก่ดำ เลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ด เลี้ยงปลา

ผลผลิตที่ได้ เดิมอาศัยรถพ่วงใส่มอเตอร์ไซค์ ไปขายถึงในเมืองสกลนคร เมื่อรายได้งามก็เปลี่ยนเป็นรถยนต์ และผลผลิตจำนวนมากพ่อค้ามารับซื้อถึงที่

รายได้เฉลี่ยวันละ 400-500 บาท ถ้าปลูกแตง 45 วัน ก็เก็บผลได้ ขายวันละคันรถ พอหน้าแล้งก็มีฟักทอง รายได้ตกวันละ 3-4 พันบาท ปลูกอ้อยขายได้ลำละ 10 บาท ปลูกหนหนึ่งอยู่ได้ 3 ปี ก็แตกกอไปเรื่อยๆ โดย 1 ไร่ ได้ผลผลิตถึง 4 ตัน

"ผมไม่มีหน้าที่ขาย มีแต่ทำ ลูกขายได้ เมียขายได้ ผมก็ได้ใช้ได้กินเหมือนกัน"

"สิ่งของที่ได้มาก็ได้มาจากน้ำพักน้ำแรง และก็ได้ความรู้จากศูนย์ ภูพาน จึงอยู่ได้ถึงขนาดนี้ เพราะอันไหนที่ผมไม่รู้ก็จะไปที่ศูนย์ ไปปรึกษา อันนี้เป็นอย่างไร และโรคพืชต่างๆ ผมเองก็ไม่ได้เรียนจบมา ก็ไปปรึกษาศูนย์และทดลองเองด้วย ค้นคว้าไปเรื่อยๆ ไม่หยุดยั้ง แต่ความรู้ที่ได้ไม่ใช่ได้มาอย่างนั้นก็ทำอย่างนั้นเลย ต้องทดสอบและพลิกแพลงด้วย อย่างแต่ก่อนปลูกพริกต้นหนึ่งให้งามก็เอามูลสัตว์ไปใส่ แต่ถ้าพริกมันร่วงจะทำไง เราไม่ใช้สารเคมีก็เอามะกรูดกับมะขามเปรี้ยวมาผสม เราก็ต้องศึกษาไปเรื่อยๆ ทุกคนจึงศรัทธาในตัวผม เอาตัวผมเป็นแบบอย่าง" ลุงขวัญใจบอก

ถามต่อว่าปัจจัยที่ทำให้ลุงมุมานะทำจนประสบความสำเร็จเพราะอะไร ลุงบอกว่า ยึดในหลวงเป็นที่ตั้ง ถ้าไม่จริง พระองค์จะไม่ตรัส ก็คิดว่าอย่างนั้น แล้วก็ทำได้อย่างที่พูด แต่ไม่ถึง 100 เอาแค่ 60 ก็พอ

"ตอนนี้รายได้ก็ดีขึ้น หนี้สินก็ไม่มี พี่น้องก็เยอะ ลูกหลานก็เยอะ คนก็รู้จัก แต่ผมไม่ขายของอย่างเดียว ถ้ามีงานบุญงานวัดก็ไปทำโรงทาน ก็จะมีขนมจีน ข้าว ลอดช่องแล้วน้ำอ้อยสด ให้เลือกวัดไหนจะเอาอะไรผมทำไปให้ ไม่คิดแม้แต่สตางค์เดียว เพราะผมคิดว่า แต่ก่อนผมไม่มีอยู่ไม่มีกิน พอมีอยู่มีกินก็ตั้งใจทำงานถวายในหลวง ทำบุญไปด้วย ผลบุญนั้นก็ส่งผล สิ่งที่เราทำไม่ค่อยได้ก็ได้ขึ้นมา ผมก็ภูมิใจ"

"ตอนนี้ผมอยู่อย่างสบายแล้ว อยากกินก็ได้กิน ด้านบนมีสวนสับปะรด ปลูกทิ้งไว้ไม่คิดว่าได้หรือไม่ ปลูกไว้ไม่ได้แบกไม่ได้หาม เหมือนกับความรู้ที่มีติดตัวนั่นแหละ"

"ถ้าแต่ละบ้านทำแบบผม ทำได้บ้านละ 5 คน พระองค์จะดีพระทัยอย่างมากเลย ขอบคุณพระองค์ที่พระราชทานความรู้ ผมจะซื่อสัตย์สุจริตกับอาชีพ จะทำงานขยายผลเพื่อให้คนอื่นได้รู้และทำได้อย่างผม ถ้าทำได้สัก 20 คน ก่อนชีวิตจะหาไม่"


หน้า 21




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.