มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2145 คน
วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6999 ข่าวสดรายวัน


เปิดปูม"ไทยเบฟ" กับวงการกีฬาไทย


สุรศักดิ์ ณ นคร



วงการกีฬาไทยมีทั้งแง่มุมที่เข้มแข็ง และแง่มุมที่ยังต้องพัฒนา

แต่โดยรวม ต้องถือว่าวงการกีฬาทั้งระบบ ยังต้องการการสนับสนุนทางด้านเงินทุนอีกเป็นจำนวนมาก

เพื่อยกระดับคุณภาพนักกีฬา การแข่งขัน การฝึกสอนและฝึกฝนอบรม

ที่สำคัญ ก็เพื่อสนองตอบความต้องการของคนไทย ที่มีนิสัยชอบการกีฬาในสายเลือด

และคาดหวังอยากเห็นนักกีฬา ทีมกีฬา ทั้งทีมชาติหรือทีมระดับสโมสรไปประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ

ต้องยอมรับว่า ที่วงการกีฬาไทยเดินหน้าไปได้ทุกวันนี้ แรงขับเคลื่อนหรือแรงดันส่วนหนึ่ง มาจากภาคเอกชน

ได้แก่กิจการต่างๆ ที่มองเห็นถึงความสำคัญของกีฬา และได้เข้ามามีบทบาทผลักดันให้เกิดการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

หนึ่งในภาคเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนวงการกีฬาไทยอย่างต่อเนื่องก็คือ บริษัทไทยเบฟ

บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เจ้าของสัญลักษณ์ "ช้าง" ที่รู้จักกันดี ในโลโก้ตามสนามแข่งขันต่างๆ ได้ยืนหยัดและอยู่คู่กับวงการกีฬามายาวนาน

แต่ละเดือนแต่ละปีได้ทุ่มงบประมาณในการสนับสนุนวงการกีฬาเป็นเม็ดเงินหลายสิบล้านบาท

ทั้งในส่วนของกีฬาภายในประเทศ และต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล วอลเลย์บอล กอล์ฟ สนุ้กเกอร์ กรีฑา เรือยาวประเพณี เทเบิลเทนนิส ตะกร้อ ยกน้ำหนัก ว่ายน้ำ เปตอง มวยไทย มวยสากล(อาชีพ) และที่สำคัญกีฬารากหญ้าในระดับพื้นบ้านก็ไม่ได้มองข้าม

ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 30 ปี ไทยเบฟเอาจริงเอาจังในการจัดและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ด้านกีฬา ภายใต้ชื่อสินค้าและชื่อของกิจการในเครือ

มาถึงขณะนี้ ไทยเบฟคงยังให้การสนับสนุนประเภทกีฬาสำคัญๆ อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้วางแผนการสนับสนุนอย่างมีระบบมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนกีฬาฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬาที่คนไทยและคนทั่วโลกชื่นชอบ

โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล อันเป็นกีฬายอดนิยมของคนไทย และตั้งความหวังกับกีฬาชนิดนี้ไว้สูงลิบลิ่ว

ในปี 2552 ที่ผ่านมา วงการฟุตบอลไทยได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ เมื่อการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างล้นหลาม

ส่งผลให้มีการตระเตรียมการแข่งขันฤดูกาลใหม่ของปี 2553 ที่จะเริ่มต้นในไม่กี่วันนี้อย่างคึกคักและมีการทุ่มทุนมากเป็นพิเศษ



ความคึกคักจากไทยพรีเมียร์ลีก ทำให้ฟุตบอลทีมชาติไทยได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอลอย่างกว้างขวางมากขึ้น

กลายเป็นงานหนักของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่จะต้องสร้างความสำเร็จใหม่ๆ เพื่อตอบสนองแรงเชียร์ของแฟนฟุตบอลไทย

ย้อนหลังไปในปี 2546 ไทยเบฟได้สนับสนุนกีฬาฟุตบอลผ่านสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เริ่มด้วยเม็ดเงิน 25 ล้านบาท

จากนั้นในปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ได้สนับสนุนงบอีกปีละ 30 ล้านบาท และที่สำคัญได้ต่อสัญญาสนับสนุนไปอีก 2 ปี (ปี 2553- 2554)

พร้อมกันนั้นไทยเบฟ ยังได้เข้าไปสนับสนุนสโมสรฟุตบอล เอฟเวอร์ตั้น ตั้งแต่ปี ค.ศ.2004 (พ.ศ.2547) และได้ต่อสัญญาสนับสนุนต่อไปจนถึง 2011 (พ.ศ.2554)

ซึ่งในส่วนของการไปสนับสนุนสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตั้น หลายคนอาจจะมองว่าเหมือนการเปิดธุรกิจในต่างแดน โดยเอากีฬาเข้าไปเป็นตัวเชื่อม แต่ในมุมกลับกันไทยเบฟกลับมองว่าเป็นเพียงในเชิงธุรกิจระดับเล็กๆ เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

โดยมองไกลไปถึงโอกาสที่จะทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างเอฟเวอร์ตั้นกับไทยเบฟ ในการเข้าร่วมพัฒนาศักยภาพการเล่นฟุตบอลของวงการฟุตบอลไทย โดยเฉพาะในระดับเยาวชน จึงทำให้เกิดโครงการต่างๆ มากมาย

ไม่ว่าจะเป็นโครงการ "ช้างไทยไปเอฟเวอร์ตั้น" ซึ่งเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งในปีแรก (2547) ได้คัดเลือกเยาวชนอายุระหว่าง 16-17 ปี จากทั่วประเทศ คัดเลือกเอาเยาวชนเพียง 3 คนไปฝึกอบรมที่ Everton Football Academy เป็นเวลา 9 เดือน คือ ธีรเทพ วิโนทัย / สมปอง สอเหลบ / รัตตพล ปิยะวุฒิสกุล พร้อมๆ กับเปิดฝึกอบรมโค้ชทั่วประเทศ

ซึ่งปัจจุบันนี้ทั้ง 3 คน เป็นกำลังหลักของทีมชาติไทย!!

ในปี 2 (พ.ศ.2548) ไทยเบฟยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนากีฬาลูกหนังอย่างต่อเนื่อง โดยได้คัดเลือกเยาวชนอายุระหว่าง 16-17 ปี เข้าฝึกอบรมกับสต๊าฟโค้ชจาก Everton Football Academy นำโดย Lay Hall (ผู้อำนวยการ Everton Football Academy และทีมสต๊าฟโค้ชไทย นำโดย โค้ชชาญวิทย์ ผลชีวินเช่นเดิม คัดเลือกเยาวชนจากทั่วประเทศ ได้ 3 คน คือ นฤพล อารมณ์สวะ / รณชัย รังสิโย / ศักรินทร์ จันทรโยธา ไปฝึกอบรมที่อังกฤษ 9 เดือน พร้อมกับเปิดฝึกอบรมสต๊าฟโค้ชไทยจำนวน 30 คน ตามแนวทางการฝึกอบรมการเล่นฟุตบอลสมัยใหม่



แผนงานในโครงการนี้ ดูเป็นขั้นเป็นตอน และน่าจะเป็นโครงการนำร่องเพื่อพัฒนาฝีเท้านักเตะไทยสู่ความเป็นอาชีพได้อย่างราบรื่น

แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นเช่นนั้น โครงการนี้ต้องหยุดชะงักในปี พ.ศ.2548 ด้วยสาเหตุ บริษัททศภาค จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือของบริษัทไทยเบฟ ติดการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ที่ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด

ประกอบกับไทยเบฟเองก็มองเห็นปัญหาโครงการไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่วางไว้

นั่นคือนักฟุตบอลไทยไม่สามารถพัฒนาฝีมือไปสู่การเล่นฟุตบอลในอังกฤษได้ ด้วยข้อกำหนดต่างๆ มากมาย

จึงต้องประเมินการดำเนินงานใหม่ที่จะทำให้เกิดผลคุ้มค่า ทำให้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่

ทำให้เกิดโครงการ Chang-Everton Football Clinic ซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2550 เป็นต้นมา

โดยสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตั้นร่วมมือกับไทยเบฟ จัดส่งสต๊าฟโค้ชจาก Everton Football Academy จำนวน 3-4 คน มาฝึกอบรม และแนะนำเทคนิคการเล่นฟุตบอล สอนการเล่นฟุตบอลให้กับเยาวชนไทย และโค้ชไทย ปีละ 2 ครั้ง โดยใช้สนามฟุตบอลไทยเบฟ

และโครงการ ThaiBev Football Academy เป็นฐานในการฝึกอบรม ด้วยจุดประสงค์ที่จะสร้างรากฐานการเล่นฟุตบอลอย่างถูกวิธี ตามมาตรฐานสากล และวิธีการของ Everton Way อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเป็นการพัฒนาในแนวทางแบบยั่งยืน

นอกเหนือจากความสำคัญในเชิงลึกในการพัฒนาฟุตบอลของเยาวชน และโค้ชไทย สิ่งที่ไทยเบฟทำควบคู่กับกิจกรรมในการพัฒนาฟุตบอลภายในประเทศ ก็คือ การเข้าไปสนับสนุนสโมสรฟุตบอลในลีกระดับต่างๆ กว่า 8 ทีม ไม่ว่าจะเป็น ชลบุรี เอฟซี / พัทยา ยูไนเต็ด / ศรีราชา / Bangkok United / ราชประชา / พระนครศรีอยุธยา รวมถึงทีมฟุตบอลระดับเยาวชน

ทีมที่ไทยเบฟเคยสนับสนุน ยังได้แก่ นครปฐม เอฟซี และ ราชวิถี

หรือแม้กระทั่ง "ฟุตซอลไทยแลนด์ลีก" ที่ไทยเบฟมองว่าเป็นกีฬาที่น่าจะเกิดการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคต จึงเข้าไปสนับสนุนทีมชลบุรี บลูเวฟ

นอกเหนือจากสนับสนุนทีมระดับสโมสรชั้นนำในลีก และเปิดอบรมโค้ชแล้ว การจัดทำโครงการฝึกอบรมทักษะการเล่นฟุตบอลตามมาตรฐานสากลให้กับเยาวชน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ภายใต้โครงการ ThaiBev Football Academy ก็ได้ทำควบคู่มาอย่างต่อเนื่อง

เริ่มขึ้นแห่งแรกที่สนามฟุตบอลไทยเบฟ ซึ่งเป็นกิจกรรมอบรมฟุตบอลระดับเยาวชน ทุกเช้าวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ระหว่างเวลา 08.00-11.00 น. ภายใต้การควบคุมของโค้ชฟุตบอลที่มี License กว่า 20 คน

นั่นคือภาพรวมของบทบาทไทยเบฟ ต่อวงการกีฬาไทย

สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นและเจตนาที่ดีต่อการพัฒนาวงการกีฬาของประเทศอย่างตั้งใจจริง หากจะประเมินถึงเม็ดเงินที่ทุ่ม ลงไป คงจะเป็นตัวเงินหลายร้อยล้าน หรืออาจจะมากถึงพันล้าน

ยังไม่รวมถึงการสนับสนุนการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟุตบอลยูโร ฯลฯ โดยไม่มีโฆษณาคั่นระหว่างเกม ตั้งแต่ปี 2002 รวมถึงฟุตบอลโลก ปี 2010 เช่นกัน

บทบาทเข้มข้นทุ่มเทของไทยเบฟในเรื่องกีฬา เป็นไปตามสโลแกนของสินค้า ที่เน้นถึงสปิริตของคำว่า "คนไทย" และน้ำใจกว้างขวางแบบนักกีฬาของคนไทย

ในแง่ของแฟนบอลและวงการกีฬา ก็ต้องมุ่งหวังให้ภาคเอกชนต่างๆ เข้ามาสนับสนุนกีฬาไทยกันให้มากๆ และอย่างจริงจังต่อเนื่อง

ซึ่งหลายกิจการก็ดำเนินการอยู่ รวมถึง"ไทยเบฟ"ที่ได้ทำให้เห็นมาตลอด

และในวาระที่กีฬาไทยกำลังเบ่งบาน มีรายการแข่งขันที่ตื่นเต้นให้แฟนบอลติดตาม เป็นการส่งเสริมเยาวชนให้ใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์ มีนักกีฬา ทีมกีฬามากมายหลายประเภท ไปสร้างชื่อเสียงในระดับชาติและระดับนานาชาติ

ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น เป็นที่ทราบกันว่าแยกไม่ออกจากการสนับสนุนของบรรดากิจการต่างๆในภาคเอกชน

ซึ่งไทยเบฟก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อร่างสร้างวงการกีฬาไทยจนมายืนอยู่ ณ จุดนี้ และคงจะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับวงการกีฬา และ ฟุตบอลไทย ต่อไป

เพราะนี่คือ การคืนกำไรให้กับสังคมแบบยั่งยืนและถาวร!!


หน้า 21




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.