มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2177 คน
วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7235 ข่าวสดรายวัน


เอ็กซ์โปเซี่ยงไฮ้ 2010 จีนอลังการ-อิตาลีกินขาด


ฐากูร บุนปาน



ศาลาจีนอลังการยามค่ำ
ก่อนจะออกเดินทางไปเซี่ยงไฮ้เพื่อร่วมชมงานเอ็กซ์โป 2010

เพื่อนฝูงและผู้มีประสบการณ์ (อันเลวร้าย) กับเอ็กซ์โปมาก่อนหน้า ขู่นักหนาว่า

1. คนแน่นมาก เข้าคิวกันเป็นชั่วโมง

2. อากาศร้อน หิวน้ำตลอด

3. สถานที่ใหญ่ เดินกันขาขวิด

แต่ทำไงได้ ใจมันรักที่จะไปเสียแล้ว

จะลำบากสักเท่าไหร่กันเชียว

เพราะงานนี้ผู้บริหารน้อยใหญ่ของปตท. ที่เป็นเจ้าภาพ ก็ร่วมคณะกันไปเต็มอัตรา ถ้าเหนื่อย หิว ร้อน ก็ต้องด้วยกัน

ถ้าระดับกรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท. ที่ยังเรียกติดกันปากว่าผู้ว่าการ อย่าง ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ และท่านรอง ท่านผู้ช่วย ท่านประธานบริษัทในเครือทั้งหลายเขาไม่ยั่น แล้วเราจะกลัวอะไร

เครื่องการบินไทยลงจอดที่สนามบินผู่ตงตรงเวลาท้องถิ่น 16.30 น. ของวันที่ 9 กันยายน แต่เดินพ้นเทอร์มินัลออกมาก็ 5 โมงเย็นนิดหน่อย

คลื่นร้อนวูบแรกของเมืองจีนโผล่มาทักทายทันที

ผู้อาวุโสในคณะหลายท่านตั้งข้อสงสัย ว่านี่ถ้าขนาดเย็น(เวลา) แล้วยังร้อน(อากาศ) ขนาดนี้ พรุ่งนี้จะต้องเดินเอ็กซ์โปทั้งวันจะไหวไหมนั่น

"สันติ" ไกด์จีนชาวหังโจวของเรา บอกว่าปีนี้ฤดูร้อนอยู่นานนิดหน่อย แต่ฤดูใบไม้ร่วงใกล้จะมาถึงแล้ว ตอนนั้นอากาศคงจะดีขึ้น

สมพรปากจริง-จริง

เพราะแค่เช้าวันถัดมา อากาศเซี่ยงไฮ้เปลี่ยน แปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

ช่วงเช้าเมื่อคณะของเราไป "เข้าคิว" เพื่อจะเข้างานนั้น แดดยังจ้าอยู่แท้ๆ

ไม่ทันถึงเที่ยงดี เมฆครึ้มลอยมาจากไหนไม่รู้ครึ่งฟ้า ทำท่าว่าจะมีฝนด้วยซ้ำไป

อย่างนี้สบายโก๋

เพราะอยากดูมากๆ แต่เวลามีน้อย 42 ชีวิตทั้งผู้บริหารปตท.และนักข่าว (รุ่นใหญ่) เปิดฉากลุยกันทันที

เริ่มต้นที่พาวิลเลี่ยนของสหรัฐอเมริกา

ขอตั้งข้อสังเกตไว้หน่อยนะครับว่า พาวิลเลี่ยนของประเทศที่พัฒนา (ทางเศรษฐกิจ) แล้ว ส่วนใหญ่เขาจะให้เอกชนออกหน้า รัฐบาลเข้ามาเป็นตัวเสริมหรือผู้ประสานงานเท่านั้น

เช่น สหรัฐ เนเธอร์แลนด์ หรืออิตาลี

กลับมาที่สหรัฐ โชว์ของเขาเน้นความเรียบง่าย ใช้หนัง 3 เรื่อง ใช้เด็กเป็นตัวเดิน

1.รองเท้าอิตาลี
2.ศาลาปากีสถานเป็นป้อมละฮอร์
3-4.แผนที่เขมร ไม่มีไทย
5.บัตรเข้างาน 160 หยวนครับ
6.ต้นลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์
7.จอแอนิเมชั่นยักษ์ของจีน
8.ศาลาอังกฤษดูจากนิวซีแบนด์
9.คณะไทยหน้าศาลาไทย
10.ออร์เคสตร้าบนผัง
11.เอสคอร์หมวยในชุดปราดาและนายแบบยักษ์
12.สองยักษ์ปักหลั่นเฝ้าทางเข้า


พูดถึงความหวังสำหรับโลกที่ดีขึ้น

เนื้อหาไม่ใหม่ แต่วิธีการนำเสนอและรายละเอียดนั้นระดับฮอลลีวู้ด โดยเฉพาะเทคนิคแยกของภาพ ขนาดเจ้าหน้าที่ "อินเด็กซ์" ผู้บริหารศาลาไทยที่มาดูแลพวกเรายังบอกว่า

การตัดต่อภาพให้อยู่บนจอที่แยกกัน ซ้ำเป็นจอคดโค้งไปมา ให้คนดูรู้เรื่องนั้น

สุดยอด

ออกจากสหรัฐก็เที่ยงพอดี กินข้าวกินปลาเล็กน้อย แล้วดิ่งไปที่ศาลาไทย (อ่านรายละเอียดในล้อมกรอบ)

ใช้เวลาไม่นานนักก็ออกจากศาลา คราวนี้ฝนปรอยๆ มาแล้วครับ

มีเวลาว่าอีกตั้งเยอะก่อนจะถึงเวลานัดเข้าศาลาจีน อภิมหาศาลาประจำงาน

นักข่าวจอมซนสองสามคนขออนุญาตแยกจากคณะที่ไปหาน้ำกิน แว่บเข้าศาลานิวซีแลนด์และศาลากัมพูชาที่ตั้งอยู่เคียงกัน

เพราะ "ธีม" หรือแนวคิดหลักของงานเอ็กซ์โปครั้งนี้คือ Better City Better Life หรือเมืองที่ดีขึ้นเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

หลายๆ ศาลาเลยนำเสนอเรื่องคนกับสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก

สหรัฐเมื่อเช้าก็ใช่ นิวซีแลนด์ที่นำเสนอเรียบง่าย ให้ดูวิถีชีวิตชนเผ่าเมารีคู่ขนานกันไปกับการพัฒนาเมืองนี่ก็อีกเหมือนกัน

แต่ไฮไลต์ของเขาอยู่นอกศาลา

เพราะเขา"ผาติกรรม" ต้นคริสต์มาสในเรื่อง The Lord of the Rings มาตั้งไว้ตรงทางออกด้วย

ทำเสียเหมือนจริง จนต้องเอามือแตะกันทุกคนสิน่า

แต่สนุกที่สุดของงานนี้อยู่ที่ศาลากัมพูชาครับ

แค่ผนังด้านนอกที่เป็นรูปขยายใหญ่ของปราสาทพระวิหารก็เร้าใจแล้ว

เดินเข้าไปยังเจอคนแสตมป์พาสปอร์ต (เพื่อแสดงว่ามาศาลานี้แล้ว) พูดไทยได้เสียอีก

ถามกลับไปว่ามาจากไหนครับ เขายิ้มฟันขาวแล้วบอกว่าพนมเปญ

ฮา

ข้างในของเขาเน้นโชว์ความอลังการของประวัติศาสตร์เขมรยุคเมืองพระนครเสียเป็นส่วนใหญ่

แต่ที่น่าสนใจ คือแผนที่เขมรโบราณนั้น ไม่มีไทยครับ

แผ่นดินเขมรกว้างใหญ่ไปจดพะโคและพุกาม ไทยนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกัมพูชา-ฮา

เห็นแผนที่นี้แล้ว นึกถึงแผนที่ไทยที่เร้าใจพวกเราเหลือเกินว่า แต่ก่อนเราคือมหาอำนาจในภูมิภาคนี้

และไม่ประหลาดใจเลยที่สองประเทศเวรกรรมนี้จ้องจะรบกัน

คิวหน้าศาลาไทย


มากกว่าจะรักกัน

เย็นวันนั้นคือรายการเดินศาลาที่ใหญ่ที่สุดในงานอย่างจีน

แนวคิดของเขาคือบทสนทนาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน และการพัฒนาเอาใจใส่พลเมืองในทุกมุมของชีวิต

ก็ยิ่งใหญ่ตามแบบจีนละครับ

โดยเฉพาะจดภาพแอนิเมชั่นต่อเนื่องยาวเกือบ 100 เมตร

นี่ก็สุดยอดของเทคนิคอีกอย่างในงานนี้

ออกมาจากจีนก็เย็นย่ำแล้ว แต่คน (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจีนด้วยกัน) ยังเข้าแถวรอชมอยู่เหมือนมด

ศาลาจีนกลางคืนเวลาต้องไฟนั้นสวยมากครับ

ดูจากรูปก็แล้วกัน

ตัดฉากมาถึงวันใหม่ คราวนี้ชุ่มฉ่ำกันตั้งแต่เช้า

แต่เนื่องจากเรามีโปรแกรมไหว้พระช่วงเช้า และส่วนหนึ่งแยกไปชมเมืองภาคบ่าย

เลยเหลือคณะประมาณ 1 ใน 3 ที่เข้าชมเอ็กซ์โปอีกรอบ

แต่คุ้มค่าเหลือหลาย เอาไว้คุยทับคนที่ไม่ได้มาได้สบาย

ศาลาเนเธอร์แลนด์นั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่อาศัยทำเลที่ดี ออกแบบดี เลยมีคนเข้าเยอะ

เพื่อจะไปเดินเวียนขึ้นไปถ่ายรูปศาลาอื่นที่อยู่รอบๆ-ฮา

แต่ศาลาสุดท้ายของเราในงานนี้ และต้องบอกว่าเด็ดที่สุดตั้งแต่ดูมาก็คือ อิตาลี

ไม่มีเทคนิควิลิศมาหรา มาขายตรงๆ เหมือนไทยเหมือนกัน

ขายรถเฟอร์รารี่ รถเฟียต มอเตอร์ไซค์เวสป้า ขายไวน์ ขายพาสต้า ขายแฟชั่น ขายงานฝีมือ และขายการท่องเที่ยว

แต่วิธีการขายนั้นสุดยอด ทั้งความคิดสร้าง สรรค์และรายละเอียด

วงออร์เคสตร้าบนผนัง หรือแฟชั่นที่วางกระ จายได้จังหวะ ไม่ว่าจะเดินดูหรือถ่ายรูป

ตึกก็ออกแบบไว้อย่างตั้งใจเก็บทุกเม็ด ซีเมนต์เป็นแบบโปร่งแสง กลางคืนไฟทะลุผนังออกมาได้ ช่องว่างที่เป็นกระจกก็เป็นจังหวะถ่ายรูปได้สวยๆ ทุกมุม

สมศักดิ์ศรีเจ้าภาพเอ็กซ์โปหนหน้าปี 2015 ที่เมืองมิลาน ในแนวคิดว่าด้วย "พลังงาน"

ท่านที่มีกำลัง มีโอกาส สนใจจะไปดูงานบ้างก็ได้

คุ้มค่าครับ ต้องขอบคุณปตท. ที่เป็นทั้งเจ้าภาพและจัดโปรแกรมได้ทรมาน (แต่บันเทิงและมีสาระยิ่งกว่า)

อากาศไม่ร้อนแล้ว พ้นช่วงปิดเทอมของนักเรียนจีนแล้ว คนเริ่มลดลง

(ขนาดนั้น 10 โมงเช้ายัง 180,000 พอเที่ยงก็เกือบ 400,000 แทบทุกวัน)

แต่รายการแซงคิวของคนจีนน้อยลง

ตามประสงค์ของเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ที่ร่วมกับรัฐบาลทุ่มทุน 1,500,000 ล้านบาทจัดงาน

ที่ตอบอย่างถ่อมตัวว่า จุดประสงค์ของการจัดเอ็กซ์โปครั้งนี้คือ

ให้คนจีนเข้าคิวเป็น และไม่ขากเสลดในที่สาธารณะ

สังคมนิยมทำได้อีกแล้วครับท่าน



ไทยในเอ็กซ์โป 2010

เรียบ-ง่าย-ขายกันตรงๆ


ถ้าเปรียบเทียบกับขนาดของพาวิลเลี่ยนหรือศาลาของประเทศอื่นๆ ที่มาออกงานเอ็กซ์โปในครั้งนี้แล้ว

ศาลาไทยจัดอยู่ในประเภทจิ๋วแต่แจ๋ว

จำนวนคนเข้าคิวรอดูเหมือนไม่เยอะเท่าศาลาอื่น เพราะว่าศาลานี้เน้นขายกันอย่างตรงไปตรงมา กระชับ และฉับไวครับ

ใน 3 ห้องโถงหลังของศาลาไทย ใช้เวลาทั้งหมดแค่ 15 นาที

ตั้งแต่ห้องแรกที่อลังการด้วยจอม่านน้ำ ไปห้องกลางที่โชว์เทคนิคฉายภาพ (เกือบ 360 องศา) กระทั่งถึงห้องสุดท้ายที่เล่นกับคนดูด้วยภาพยนตร์ 4 มิติ

(ที่ทำให้เกิดเรื่อง "ฮา" มาแล้ว เพราะองครักษ์ที่ทางการจีนจัดให้คุ้มครองพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ไปดูงาน หลบวูบกันทั้งแถว เมื่อลูกมะพร้าวลอยออกมาจากจอ เป็นลูกปืนจริงก็คงเข้ากลางหน้ารองนายกรัฐมนตรีไทย เล่นเอาหนหลังพอนายกฯ ไปเยือน ต้องมีการกำชับว่าลื้ออย่าหลบอีกนะว้อย นั่นมันหนังในจอ ไม่ใช่กระสุนจริง-ฮ่า)

แนวคิดรวบยอดและเนื้อหาที่นำเสนออย่างชัดเจนมีอย่างเดียว

คือขายการท่องเที่ยวไทย

ซึ่งต้องขอเรียนว่าได้ผล ทั้งเทคนิค เนื้อหา ภาพถ่าย นี่ถ้าไม่ตกหล่นเรื่องสงกรานต์ไปอีกเรื่องเดียว การท่องเที่ยวฯ ต้องมาขอซื้อทั้งศาลาไปทำโรดโชว์

เพราะเข้าท่ากว่าโฆษณาของการท่องเที่ยวฯ เองเป็นไหนๆ

ออกจากห้องโชว์มาก็จะเจอกับร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารที่ยกครัวการบิน ไทยมาเอง

อาหารขายดีของที่นี่ไม่ใช่ "ผัดไทย" เหมือนที่ฝรั่งชอบกิน

แต่เป็นต้มยำกุ้ง-ต้มข่าไก่ แซบถึงใจอาเฮียอาเจ๊

จานละ 60 หยวน (300 บาท) ยังทำขายกันแทบไม่ทัน

คิดดูแล้วกันว่าฮิตแค่ไหน


หน้า 21




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.