มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 858 คน
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7748 ข่าวสดรายวัน


"เลอปุย แหน้" ฝันเป็นจริงเด็กมอแกน


พลาดิศัย จันทรทัต



"เลอปุย แหน้ จ๊ะ คำนี้เป็นภาษามอแกน แปลว่าสร้างฝันให้เป็นจริง"

"คุณหญิงใหญ่" หรือ ม.ร.ว.สุพินดา จักรพันธุ์ ประธานมูลนิธิสายเด็ก 1387 แจงที่มาของชื่อโครงการสุดเก๋ เมื่อครั้งนำทีมงานสายเด็กล่องลำนาวาฝ่าเกลียวคลื่นอันดามัน พร้อมกับนายหัวประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนัก งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ที่นำคณะเจ้าหน้าที่สำนักงาน กศน. หลายสิบชีวิตไปเยือนชุมชนมอแกน บนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

ภารกิจครั้งนี้นอกจากติดตามความคืบหน้าการสร้างศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ของสำนักงาน กศน.ให้ชาวมอแกนกว่า 65 ครัวเรือน มีหน ทางประกอบอาชีพสุจริต สร้างรายได้จุนเจือครอบครัว สร้างความมั่นคงให้ชุมชนตนเองตามเจตนารมณ์ของเลขาฯ กศน.แล้ว

ทั้งยังสานต่อความพยายามที่จะเพิ่มคุณภาพชีวิตของเด็กๆ มอแกน ซึ่งก่อนหน้านี้สำรวจพบว่าขาดสารอาหารเกือบทุกคน การให้ความรู้ด้านโภชนาการที่ถูกต้องแก่ชาวมอแกนโดยเฉพาะผู้เป็นแม่ จึงเป็นหนึ่งในภารกิจของ "เลอปุย แหน้" ที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสำเร็จ

หากย้อนกลับไปวันที่ 26 ธ.ค. 2547 เป็นวันที่ชาวมอแกนแห่งอันดามันไม่เคยลืม เพราะ พวกเขาต้องหนีตายจากคลื่นยักษ์ เหมือนผึ้งแตกรัง ระหกระเหเร่ร่อนไปตั้งรกรากอยู่ตามเกาะแก่งต่างๆ หนึ่งในนั้น คือ อ่าวบอน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา

เมื่อความทราบถึงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีรับสั่งให้ทางจังหวัดพังงาจัดหาที่อยู่ให้กับชาวมอแกน และจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กมอแกน โดยมีพระราชดำรัสให้ทีมงานส่วนพระองค์ นำแนวคิดโครงการส่วนพระองค์ ที่เคยทำร่วมกับสำนักงาน กศน. บนพื้นที่ราบสูง มาดำเนินการกับเด็กมอแกนเกาะสุรินทร์



"ป้าหญิงใหญ่" ของเด็กๆ อธิบายว่า ชาวมอแกนเป็นกลุ่มคนที่มีวิถีชีวิตค่อนข้างลำบาก จึงนับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ชาวมอแกนบนหมู่เกาะสุรินทร์กลุ่มนี้ได้รับพระราชทานพระเมตตาจากสมเด็จพระเทพฯ ให้ทางอุทยานอนุมัติให้อาศัยอยู่ในพื้นที่ได้ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านให้ได้รับการศึกษา

"เด็กๆ มอแกนเป็นกลุ่มหนึ่งที่เราติดตามดูแลมาตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุการณ์สึนามิ ดังนั้นเมื่อสำรวจพบว่าเด็กๆ มีปัญหาขาดสารอาหาร จึงคิดว่าถ้าจะดูแลเด็ก เราต้องดูแลพ่อแม่ด้วย เพราะพ่อแม่ยังไม่มีความสามารถในการเพิ่มสุขอนามัยแก่ลูก จึงชักชวนกลุ่มแม่บ้านมอแกนไปอบรมด้านโภชนาการที่มูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอคุระบุรี เพื่อกลับมาทำกับข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้กับลูกๆ โดยเบื้องต้นมีแม่บ้านสมัครใจไปอบรมแล้ว 7-8 คน"

คุณหญิงสุพินดาเล่าว่า เท่าที่ได้สัมผัสและพูดคุยกับชาวมอแกน ทำให้ทราบว่าเขาก็มีความฝัน และอยากทำอะไรที่ดีๆ กันอยู่มาก แต่สถานการณ์ที่เป็นอยู่ไม่ได้เอื้ออำนวยให้พวกเขาเท่าที่ควร เราทราบดีว่าชาวมอแกน พื้น เพอยู่ในทะเล มีอาชีพหลักคือการจับปลา แต่พอมาตั้งรกรากอยู่ในเขตอุทยาน การจับปลาถือเป็นเรื่องต้องห้าม

ดังนั้นการเข้ามาช่วยเหลือให้เขามีอาชีพสุจริตจึงเป็นอีกภารกิจสำคัญ ที่ต้องสานต่อไป แต่อย่างไรก็ตามการเข้ามาชี้แนะแนวทางต่างๆ เพื่อให้พวกเขาได้พัฒนาศักยภาพในทุกๆ ด้าน ของตนเองและชุมชน ไม่ได้ต้องการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตวัฒนธรรมมอแกน เพราะสมเด็จพระเทพฯ ทรงมีรับสั่งให้อนุรักษ์เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ของมอแกนเอาไว้อย่าให้สูญหายไป



ด้านเลขาฯ ประเสริฐเล่าว่า หลังจากสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯมาทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของชาวมอแกน รับสั่งให้สำนักงาน กศน.เข้ามาดูแลเรื่องการเรียนการสอน เริ่มด้วยการสร้างอาคารเรียน 1 ชั้น 2 ห้อง ให้เด็กได้เรียน โดยมีครูอาสาสมัคร กศน. 2 คน ที่ได้รับพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์จากสมเด็จพระเทพฯ มาสอนเด็กๆ ตลอดทั้งปี แต่ปัจจุบันเหลือครูเพียงคนเดียวแล้ว

"การขาดแคลนครูในพื้นที่นี้ ถือเป็นปัญหาสำคัญที่สำนักงาน กศน.จะต้องแก้ไข เพราะครูคนเดียวสอนเด็กเกือบทั้งชุมชนถือเป็นภาระที่หนักเกินไป เราจึงแก้ไขด้วยการจ้างครูอาสามาแทนคนเก่าที่ออกไป ตลอดจนจ้างครูศูนย์การเรียนชุมชน (ศรช.) มาเพิ่มเติมให้อีก 2 คน รวมเป็น 4 คน ซึ่งเพียงพอต่อการสลับหมุนเวียนกันเข้ามาสอนที่โรงเรียนแห่งนี้ 2 คนต่อ 6 เดือน"

ส่วนการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนชาวมอแกนนั้น เลขาธิการ กศน. ระบุว่าเดิมต้องเสร็จตั้งแต่ต้นปีแล้ว แต่ด้วยระยะทางและสภาพดินฟ้าอากาศทำให้การก่อสร้างล่าช้า อย่างไรก็ตามเมื่อศูนย์แห่งนี้แล้วเสร็จ สำนักงาน กศน.จะจัดหาวัสดุมาให้กลุ่มแม่บ้านได้ฝึกอาชีพ รวมถึงอบรมด้านโภชนาการและสุขอนามัยที่ถูกต้อง โดยไม่จำเป็นต้องจากครอบครัวไปเรียนที่อำเภอคุระบุรี

ปิดท้ายที่ ชนะ แก้วกุดัง หรือ ครูโจ ของเด็กๆ มอแกน ที่มาร่วมฉายภาพการศึกษาบนอ่าวบอนแห่งนี้ว่า ช่วงแรกเริ่มเมื่อ 7 ปีที่แล้วถือว่ายากลำบากเอาการ เนื่องจากมอแกนเป็นกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในทะเล รักอิสระ เมื่อต้องมานั่งเรียนจึงไม่มีความสุขและรู้สึกอึดอัด แต่วันนี้พวกเขาสื่อสารอ่านเขียนภาษาไทยได้แล้ว จึงรู้สึกยินดีที่จะใช้ประ โยชน์จากการเรียนรู้นี้ เมื่อต้องติดต่อสื่อสารในเรื่องต่างๆ กับคนบนฝั่ง

"ตอนนี้ผมใช้วิธีพี่สอนน้อง ทดแทนการจากไปของครูอาสา โดยอาศัยเด็กที่เคยเรียนมาช่วย นอกจากสอนความรู้ให้น้องๆ แล้ว ตัวพี่เองก็ทบทวนบทเรียนต่างๆ นี้ไปในตัวด้วย อย่างไรก็ตามชุมชนแห่งนี้มีอัตราเด็กเกิดใหม่สูงมาก การมีครูตามจำนวนที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่ผมต้องการให้เกิดขึ้น" ครูโจ จิตอาสากล่าว

เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงน้ำใจ มิตรภาพ ที่เพื่อนมนุษย์พึงมีให้กัน ไม่ว่าเขา หรือ เธอ จะถูกกำหนดให้เกิดมาอยู่ในกรอบที่มนุษย์นิยามไว้ว่า "ชนกลุ่มน้อย" ก็ตาม


หน้า 21




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.