มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2429 คน
วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7790 ข่าวสดรายวัน


พิธีกรรม"นับถือผี" วัฒนธรรมไทยทรงดำ





กลุ่มชาติพันธุ์ไทยทรงดำ หรือ ไทยดำ เป็น กลุ่มชาติ พันธุ์ที่ ศ.ดร.สมทรง บุรุษพัฒน์ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. สังกัดสถา บันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าโครง การวิจัย "ชาติพันธุ์ : กระบวนทัศน์ใหม่ในการสืบสานภาษาและวัฒนธรรม" ต่อยอดวิจัย โดยเลือกศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ไทยทรงดำใน 7 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม เพชรบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร



ศ.ดร.สมทรงเล่าว่า กลุ่มไทยทรงดำ มีชื่อเรียกต่างๆ กันว่า ลาวโซ่ง ลาวโซ่งดำ ไทยทรงดำ ผู้ไทยดำ เนื่องจากมีถิ่นฐานเดิมมาจากประเทศลาว และนิยมนุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าสีดำย้อมคราม จึงมักเรียกคนกลุ่มนี้ว่า โซ่งดำ หรือ ทรงดำ โดยคำว่า "โซ่ง" หรือ "ทรง" มีความหมายว่า "กางเกง" นอกจากนี้คำว่าโซ่งยังเป็นชื่อหน่วยการปกครองซึ่งอยู่รอบนอกสุด ประกอบด้วย 5-10 หมู่บ้าน อพยพมาจากเมืองแถงซึ่งเป็นชื่อเก่าของเมือง เดียนเบียนฟู อยู่สิบสองจุไท มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในประเทศจีนตอนกลาง กลุ่มไทยทรงดำได้อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยหลายครั้ง ด้วยเหตุผลทางการเมืองนับตั้งแต่ปีพ.ศ.2322-2430



ภาษาที่ใช้คือ ภาษาไทยทรงดำ เดิมคือ ภาษาไทดำ ซึ่งจัดอยู่ในภาษาตระกูลไทสาขาตะวันตกเฉียงใต้เช่นเดียวกับภาษาพวนและภาษาไทยยวน ระบบเสียงภาษาไทยทรงดำคล้ายกับภาษาไทย แต่ต่างกันที่ภาษาไทยทรงดำมีเสียง "ย" ขึ้นจมูกเหมือนภาษาไทยถิ่นอีสาน ตัวหนังสือของไทยทรงดำสืบทอดมาจากตัวหนังสือของไทดำที่เรียกว่า "โตสือไตดำ" ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจจะมาจากตัวอักษรสมัยสุโขทัย เพราะอาณาจักรสุโขทัยแผ่ไปยังบริเวณตังเกี๋ย ไทยดำ ไทยขาว ไทยแดง ผู้ไท ที่อยู่ในประเทศลาวและที่กระจัดกระจายอยู่ทางทิศเหนือของแคว้นสิบสองจุไท



ส่วนบ้านหรือ "เฮือน" ของไทยทรงดำเดิม เป็นบ้านทรงหลังเต่าทำด้วยไม้ไผ่หรือหวาย หลังคาใช้หญ้าคาแห้งเย็บเป็นตับแล้วเอาไปมุง ใช้เชือกหวายเป็นเครื่องผูกรัด ยอดบนหลังคามีลักษณะคล้ายเขาควายเรียกว่า "ขอกุด" แต่ปัจจุบันไม่ปรากฏบ้านไทยทรงดำแบบดั้งเดิม เพราะอาศัยอยู่ในบ้านเรือนที่มีลักษณะเหมือนคนไทยทั่วไป จะมีเพียงบ้านไทยทรงดำดั้งเดิมหรือประยุกต์ที่จำลองไว้ตามชุมชนไทยทรงดำเพื่อใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมหรือเป็นพิพิธภัณฑ์ไทยทรงดำ



การแต่งกายของคนไทยทรงดำ ปัจจุบันยังพบในหมู่คนสูงอายุที่จะแต่งในโอกาสพิเศษ บางชุมชนยังมีการทอผ้าใช้เองและจำหน่าย มีการปักหมอนลายดอกแปด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทยทรงดำด้วย ส่วนทรงผม หญิงไทยทรงดำจะไว้ผมยาวและมีศิลปะในการแต่งทรงผมที่แตกต่างตามวัย ปัจจุบันแม่เฒ่าจะไว้ทรงปั้นเกล้าโดยเกล้ารวบม้วนตลบไว้กึ่งกลางศีรษะ ขณะที่ชายจะม้วนสอดเข้าไว้ข้างในและใช้ไม้ขัดไว้ ด้านหน้าทำผมเป็นลอน



กลุ่มไทยทรงดำ ส่วนใหญ่จะมีความเชื่อและผูกพันเกี่ยวกับเรื่อง "ผี" และ "ขวัญ" โดยเชื่อว่าผีเป็นเทพยดาที่คุ้มครองพิทักษ์รักษาหรือให้โทษถึงตายได้ โดยมี "ผีเรือน" เป็นเสมือนศาสนาประจำตน หากทำสิ่งไม่ดีจะเป็นการผิดผีและถูกลงโทษได้ ทั้งนี้กลุ่มไทยทรงดำนับถือผีถนนหรือผีฟ้า ผีบ้านผีเรือน ผีบรรพบุรุษ ผีป่า ผีขวง ผีอื่นๆ และมีพิธีเรียกขวัญ โดยจะนับถือผีอย่างเคร่งครัดและมีพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการนับถือผีจำนวนมาก เช่น พิธีกรรมเกี่ยวกับผีเฮือนหรือผีบรรพบุรุษ ประกอบด้วยพิธีขึ้นบ้านใหม่ พิธีเชิญผีขึ้นเรือน พิธีเสนกวัดไกวหรือเสนกวัดกวาย พิธีเสนปาดตง พิธีปาดตงข้าวใหม่ พิธีเสนเรือน



ส่วนพิธีกรรมเกี่ยวกับผีมด (ผีที่ทำให้เจ็บป่วย) ได้แก่ พิธีเสนหับมด พิธีเสนกินปาง พิธีตามขวัญผู้ป่วย พิธีเสนตัว พิธีเสนแก้เคราะห์ ส่วนพิธีกรรมเกี่ยวกับแถนหรือผีฟ้า (เทวดาบนฟ้า) ได้แก่ พิธีเสนเต็งหรือเสนผีน้อยจ้อย นอกจากนี้ยังมีพิธีกรรมเกี่ยวกับผีประจำหมู่บ้าน ผีเกือด (แม่ซื้อ) ผีนาและแม่โพสพ รวมทั้งผีไม่มีญาติหรือผีที่ตายไม่ดีด้วย



พิธีเสนเฮือนเป็นหนึ่งในพิธีกรรมสำคัญ เมื่อพ่อแม่เสียชีวิตจะเชิญมาอยู่บนแท่นบูชา และจะทำพิธีเสนเฮือนเพื่อแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยอ่านรายชื่อบรรพบุรุษในผีเรือนเดียวกันเพื่อเชิญมากินเครื่องเซ่น เมื่อเสร็จพิธีจะนำเครื่องเซ่นมาแบ่งปันกันในบรรดาญาติและผู้ร่วมงาน เมื่อมีคนตายชาวบ้านจะหยุดงานทุกอย่างมาช่วยกันจัดงานศพ โดยหมอพิธีจะทำพิธีบอกทางให้ผู้ตายเพื่อให้วิญญาณกลับไปบ้านเกิดเมืองนอน แล้วหามศพไปเผาที่ป่าช้า วันรุ่งขึ้นญาติจะเก็บกระดูกและทำพิธีส่งผีแล้วต้องหาวันทำพิธีแผ้วเรือนเพื่อล้างเรือนให้สะอาดก่อนจะอยู่อาศัยกันต่อไปโดยปราศจากทุกข์โศก



ในจังหวัดนครปฐม มีชุมชนไทยทรงดำอาศัยอยู่ในหลายพื้นที่ เช่น ที่บ้านไผ่หูช้าง ซึ่งมีการก่อตั้งสมาคมไทดำ โดยมี อ.สุรีย์ ทองคงหาญ เป็นนายกสมาคมคนแรก มีการเรียนการสอนภาษาไทยทรงดำที่โรงเรียนวัดไผ่หูช้าง มีกลุ่มทอผ้าที่เข้มแข็ง มีวงแคนของเยาวชน



ศ.ดร.สมทรงเล่าว่า ปัจจุบันยังมีกลุ่มไทยทรงดำในต่างประเทศ เช่น รัฐไอโอวา สหรัฐ อเมริกา มีการพูดคุยกันผ่านทางเฟซบุ๊ก เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้สื่อสารกับเพื่อนไทยทรงดำต่างชาติ ทำให้มีเครือข่ายสนับสนุนที่เข้มแข็ง มีการประชาสัมพันธ์งานประจำปีผ่านสื่อ เช่น สื่ออินเตอร์เน็ต อย่างไรก็ตามปัจจุบันภาษาไทยทรงดำยังเรียนรู้กันน้อยมาก เนื่องจากนักเรียนต้องพูดภาษาไทยกลางให้แข็งแรงก่อน



ชาวบ้านไผ่หูช้างยังคงจัดกิจกรรมการเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านกลไกการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยจะจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเฉพาะวันอาทิตย์ เริ่มจากเดือนพ.ย.-มิ.ย.ของทุกปี และหยุดในช่วงฤดูฝน ทุกวันนี้ชาวบ้านไผ่หูช้างยังคงแต่งกายแบบไทยทรงดำและอยู่บ้านใช้วิถีชีวิตกันตามปกติ


หน้า 21




Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.