มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1765 คน
วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7153 ข่าวสดรายวัน


สัตบุรุษ


คอลัมน์ คอลัมน์ที่ 13


น.พ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ได้กล่าวยกย่อง นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมอย่างรุนแรง ด้วยแนวทางสันติวิธีเพื่อนำไปสู่การสร้างความปรองดองของคนในชาติ

"สำหรับนายคณิตแล้วถือเป็นสัตบุรุษ เพราะมีความซื่อสัตย์ มีปัญญา รู้เวลา รู้คน รู้สถานที่เชื่อว่า จะแก้ปัญหาได้" ราษฎรอาวุโสกล่าว

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของคำว่า "สัตบุรษ" (สัด-บุ-หรุด) น. คนที่เป็นที่เป็นสัมมาทิฐิ คนดีน่านับถือ มีคุณธรรม ประพฤติอยู่ในศีลในธรรม

สัตบุรุษ เป็นคำสันสกฤต ตรงกับคำว่า "สัปปุริส" ที่เป็นคำบาลี ที่มีความหมายว่า คฤหัสถ์ผู้มีศรัทธาในพระศาสนา

คุณสมบัติของคนดี หรือ สัปปุริสธรรม 7 ประการ คือ

1.ความรู้จักธรรม หรือรู้จักเหตุ (ธัมมัญญุตา) คือรู้หลักความจริง รู้หลักการ รู้หลักเกณฑ์ รู้กฎแห่งธรรมดา รู้กฎเกณฑ์แห่งเหตุผล และรู้หลักการที่จะทำให้เกิดผล รู้ว่าจะต้องกระทำเหตุอันนี้ หรือกระทำตามหลักการข้อนี้ จึงจะให้เกิดผลที่ต้องการหรือบรรลุจุดหมายอันนั้นๆ

2.ความรู้จักอรรถ รู้ความมุ่งหมาย หรือรู้จักผล (อัตถัญญุตา) คือรู้ความหมาย รู้ความมุ่งหมาย รู้ประโยชน์ที่ประสงค์ รู้จักผลที่จะเกิดขึ้นสืบเนื่องจากการกระทำ หรือความเป็นไปตามหลัก เช่น รู้ว่าหลักธรรมหรือภาษิตข้อนั้นๆ มีความหมายว่าอย่างไร หลักนั้นๆ มีความมุ่งหมายอย่างไร กำหนดไว้หรือพึงปฏิบัติเพื่อประสงค์ประโยชน์อะไร การที่ตนกระทำอยู่มีความมุ่งหมายอย่างไร เมื่อทำไปแล้วจะบังเกิดผลอะไรบ้าง ดังนี้เป็นต้น

3.ความรู้จักตน (อัตตัญญุตา) คือ รู้ว่า เรานั้น ว่าโดยฐานะ ภาวะ เพศ กำลัง ความรู้ ความสามารถ ความถนัด และคุณธรรม เป็นต้น บัดนี้ เท่าไร อย่างไร แล้วประพฤติให้เหมาะสมและรู้ที่จะแก้ไขปรับปรุงต่อไป

4.ความรู้จักประมาณ (มัตตัญญุตา) คือ ความพอดี เช่น ภิกษุรู้จักประมาณในการรับและบริโภคปัจจัยสี่ คฤหัสถ์รู้จักประมาณในการใช้จ่ายโภคทรัพย์ พระมหากษัตริย์รู้จักประมาณในการลงทัณฑอาชญาและในการเก็บภาษี เป็นต้น

5.ความรู้จักกาล (กาลัญญุตา) คือ รู้กาลเวลาอันเหมาะสม และระยะเวลาที่ควรหรือจะต้องใช้ในการประกอบกิจ ทำหน้าที่การงาน หรือ ปฏิบัติการต่างๆ เช่น ให้ตรงเวลา ให้เป็นเวลา ให้ทันเวลาให้พอเวลา ให้เหมาะเวลา เป็นต้น

6.ความรู้จักบริษัท (ปริสัญญุตา) คือ รู้จักชุมชน และรู้จักที่ประชุม รู้กิริยาที่จะประพฤติต่อชุมชนนั้นๆ ว่า ชุมชนนี้เมื่อเข้าไปหา จะต้องทำกิริยาอย่างนี้ จะต้องพูดอย่างนี้ ชุมชนนี้ควรสงเคราะห์อย่างนี้ เป็นต้น

7.ความรู้จักบุคคล (ปุคคลัญญุตา หรือ ปุคคลปโรปรัญญุตา) คือ แปลว่า ความเป็นผู้รู้จักบุคคลผู้ยิ่งและผู้หย่อน หมายความว่า ความรู้จักเลือกว่า นี้เป็นผู้ยิ่งคือดี นี้ผู้หย่อนคือไม่ดี วิธีเลือก คือแยกบุคคลออกเป็น 2 พวก พวกใดใคร่เห็นผู้ประเสริฐ ใคร่ฟังธรรมตั้งใจฟังจำได้ พิจารณาเนื้อความธรรมที่จำได้ รู้ทั่วถึงผลถึงเหตุแล้วปฏิบัติธรรมตามสมควร เพื่อประโยชน์แก่ตนและผู้อื่น พวกนี้นับว่าดี น่าสรรเสริญควรคบ ส่วนพวกที่ตรงกันข้าม เป็นคนไม่ดี น่าตำหนิ ไม่ควรคบ เมื่อคัดเลือกออกแล้ว ก็คบเฉพาะกับคนดี ไม่คบคนไม่ดี จึงจะเป็นคนดี

พระพุทธองค์ เคยตรัสว่า เมื่ออยู่ในท้องถิ่นที่มีสัตบุรุษ แล้วเข้าไปคบหาสมาคมกับสัตบุรุษนั้น สัตบุรุษย่อมแนะนำสิ่งที่ควร แนะนำให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ ประโยชน์มิใช่ประโยชน์ ให้รู้จักเว้นชั่วประพฤติดี ละสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ กระทำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างเดียว

สำหรับนายคณิต จะเป็นสัตบุรุษได้หรือไม่ ย่อมอยู่ที่การกระทำ โดยนำคุณธรรมทั้ง 7 ประการนี้มาเป็นเครื่องตัดสิน


หน้า 6




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.