มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 650 คน
วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7047 ข่าวสดรายวัน


ประกันราคาข้าว


คอลัมน์ คอลัมน์ที่13


รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการเกษตรครั้งสำคัญ

ด้วยการประกาศยกเลิกระบบจำนำสินค้าเกษตร ซึ่งในอดีตทุกรัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือในการพยุงและแทรกแซงราคา

และพรรคการเมืองใช้เป็นเครื่องมือหลักในการหาเสียง

โดยนำมาตรการประกันรายได้เกษตรกรมาใช้แทน

ให้เหตุผลว่าเพื่อให้เงินช่วยเหลือถึงมือเกษตรกรตัวจริงแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

เพราะจากผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่าเงินจากโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรที่ผ่านมาตกถึงมือเกษตรเพียง 40% เท่านั้น

รูปแบบการประกันรายได้ รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพ โดยใช้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นหน่วยงานดูแลจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรโดยตรง

หลักการของการประกันรายได้สินค้าเกษตรก็คือ รัฐบาลจะประกาศราคาประกันสินค้าเกษตรแต่ละชนิด พร้อมกับประกาศราคาอ้างอิงทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน

เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการจ่ายชดเชยรายได้ให้แก่เกษตรกร

หากราคาซื้อขายจริงต่ำกว่าราคาประกัน

ยกตัวอย่าง คือหากรัฐบาลประกาศราคาประกันข้าวเปลือกเจ้าไว้ที่ตันละ 10,000 บาท ประกาศราคาอ้างอิงซึ่งก็หมายถึงราคาที่แท้จริงในตลาดขณะนั้นไว้ที่ตันละ 8,000 บาท

เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถมาขอรับเงินชดเชยส่วนต่างตันละ 2,000 บาทจากธ.ก.ส.ได้ทันที ตามปริมาณการเพาะปลูกจริง

โดยธ.ก.ส.จะจ่ายเงินให้ภายใน 3 วันทำการ โดยเกษตรกรไม่ต้องส่งมอบข้าวเปลือกให้แก่รัฐบาล แต่สามารถเก็บข้าวไว้กินเอง หรือจะนำไปขายต่อแก่โรงสีก็ได้

เท่ากับเกษตรกรจะได้ประโยชน์ 2 ต่อ คือได้เงินจากการขายข้าวปกติผ่านโรงสีปกติ และยังได้เงินชดเชยส่วนต่างจากรัฐบาลด้วย

แต่จุดอ่อนของมาตรการประกันรายได้ก็คือมีช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้พ่อค้าคนกลางสามารถร่วมกันกดราคารับซื้อสินค้าจากเกษตรกร

เพราะถึงอย่างไรรัฐบาลก็ประกันรายได้จ่ายส่วนต่างให้อยู่แล้ว

ตัวอย่างเช่น หากราคาข้าวยิ่งตกลงเท่าใดภาระในการชดเชยของรัฐบาลยิ่งมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ขณะที่คนที่มีอำนาจในการกำหนดราคากลับกลายเป็นพ่อค้าหรือโรงสีผู้รับซื้อ

และเป็นเหตุที่ทำให้กลุ่มผู้เสียประโยชน์จากนโยบายประกันราคา ออกมาสร้างความกดดันให้ยกเลิกนโยบายนี้

เช่น ปล่อยข่าวว่ากระทรวงพาณิชย์เตรียมระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลจำนวน 2 ล้านตัน จากสต๊อกทั้งหมด 6 ล้านตัน ทำให้ราคาข้าวสารและข้าวเปลือกในประเทศร่วงลงอย่างหนัก

ราคาข้าวสาร 5% ตกลงทันทีตันละ 2,500 บาท ราคาลดลงจากตันละ 1.7 หมื่นบาท เหลือตันละ 1.45 หมื่นบาท ฉุดราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรจะขายให้ลดลงต่อเนื่อง

ทำให้ชาวนาออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวกดดันให้รัฐบาลช่วยเหลือ พร้อมขู่ว่าหากราคาข้าวยังตกอยู่อาจจะออกมาชุมนุมร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดง

รัฐบาลหาทางออกด้วยการอนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์ใช้มาตรการก๊อก 2 คือเปิดจุดรับซื้อข้าวจากชาวนาในจังหวัดที่เดือดร้อน

แต่ยืนยันไม่ยกเลิกโครงการประกันราคาข้าว

แม้สาเหตุที่ราคาข้าวตกต่ำส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกมการเมือง แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นผลพวงจากการใช้นโยบายการประกันรายได้ในขณะที่ยังไม่มีความพร้อม และไม่มีมาตรการรองรับปัญหา

คนที่รับเคราะห์จึงยังคงเป็นชาวนาเช่นเดิม


หน้า 6




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.