มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1540 คน
วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6845 ข่าวสดรายวัน


บำเหน็จบำนาญ


คอลัมน์ คอลัมน์ที่13


กระทรวงการคลังมีแนวคิดจะจ่ายเงินบำนาญให้กับ "ลูกจ้างประจำ" ของราชการ จากที่เคยมีสิทธิ์ได้รับบำเหน็จแต่เพียงอย่างเดียว เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ใกล้เคียงกันกับข้าราชการทั่วไปได้รับอยู่ในปัจจุบัน

บำเหน็จ หมายถึง เงินตอบแทนความชอบที่รับราชการ ซึ่งจ่ายให้ครั้งเดียว

บำนาญ หมายถึง เงินตอบแทนความชอบที่รับราชการ ซึ่งจ่ายให้เป็นรายเดือน

ประเภทของบำเหน็จบำนาญได้แก่

บำเหน็จบำนาญปกติ

จ่ายให้แก่ข้าราชการซึ่งออกจากราชการด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังนี้

1. ออกจากราชการเพราะเลิกหรือยุบตำแหน่งหรือมีคำสั่งให้ออกโดยไม่มีความผิด หรือออกตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ

2. เหตุทุพพลภาพซึ่งแพทย์ที่ทางราชการรับรองได้ตรวจแล้ว

3. มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือลาออกเมื่อมีอายุครบ 50 ปีบริบูรณ์

ส่วนผู้ที่ออกจากราชการทั้ง 3 เหตุนี้ ถ้ามีเวลาราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป มีสิทธิเลือกขอรับบำเหน็จหรือบำนาญก็ได้

ถ้ามีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญไม่ถึง 10 ปี มีสิทธิได้รับแต่เพียงบำเหน็จ

4. ผู้ที่ออกจากราชการด้วยเหตุรับราชการนาน แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญ พ.ศ.2494 และผู้ที่ออกจากราชการตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 ซึ่งมีเวลาราชการตั้งแต่ 25 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีสิทธิเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญ

5. ข้าราชการซึ่งมีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญครบ 10 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่ถึง 25 ปีบริบูรณ์ แล้วออกจากราชการให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญ พ.ศ.2494 และตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539

ทั้งนี้ พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญ พ.ศ.2494 บังคับใช้กับข้าราชการซึ่งไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)

และพ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 บังคับใช้กับข้าราชการซึ่งบรรจุเข้ารับราชการหลังวันที่ 27 มี.ค. 2540 และข้าราชการซึ่งสมัครเป็นสมาชิก กบข.

บำนาญพิเศษ

ให้จ่ายแก่ข้าราชการที่ประสบเหตุทุพพลภาพ หรือถึงแก่ความตาย เนื่องจากปฏิบัติราชการในหน้าที่ หรือถูกประทุษร้ายเพราะปฏิบัติงานตามหน้าที่

ผู้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญต้องมีคุณสมบัติ 2 ประการ คือ

1. มีฐานะเป็นข้าราชการตามกฎหมาย

2. ได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำในอัตราสามัญ

สำหรับขั้นตอนการขอรับบำเหน็จบำนาญ

1. ผู้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญกรอกรายการในแบบคำขอรับให้ถูกต้องครบถ้วน แล้วลงชื่อแสดงเจตนาขอรับบำเหน็จ/บำนาญ ยื่นต่อส่วนราชการที่สังกัดครั้งสุดท้าย กรณีเกษียณอายุ ยื่นล่วงหน้าได้เป็นเวลา 8 เดือนก่อนวันครบเกษียณอายุ

2. ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการขอรับเงินบำเหน็จบำนาญ ตรวจสอบการบันทึกเวลาราชการให้ครบถ้วนพร้อมทั้งรวบรวมหลักฐาน ประกอบการขอรับเสนอหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี เพื่อลงนามในแบบคำขอ

3. ก่อนส่งแบบคำขอรับบำเหน็จบำนาญพร้อมหลักฐานไปยังกรมบัญชีกลาง (กรณีสังกัดส่วนกลาง) หรือสำนักงานคลังเขต (กรณีสังกัดส่วนภูมิภาค)

4. อธิบดีกรมบัญชีกลางหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณาสั่งจ่าย โดยส่งใบแนบหนังสือสั่งจ่ายให้ส่วนราชการผู้ขอ 1 ฉบับ ส่วนราชการผู้เบิก 1 ฉบับ กรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัด 1 ฉบับ และผู้มีสิทธิขอรับบำเหน็จบำนาญ 1 ฉบับ

5. กรมบัญชีกลางจะโอนเงินเข้าบัญชีผู้มีสิทธิโดยตรง


หน้า 6




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.