มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1899 คน
วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7502 ข่าวสดรายวัน


กรรมทันตา


ขนหัวลุก
ใบหนาด


"บุญนำ" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกของพรานน้ำจืดผมเป็นคนลพบุรี แดนดินถิ่นดินสอพองชื่อดังสุดๆ อีกทั้งยังเคยเป็นเมืองของสมเด็จพระนารายณ์อีกต่างหาก แต่หลายๆ คนสนใจแต่ศาลพระกาฬมากที่สุด ดันเรียกว่าเป็นเมืองลิงไปซะงั้น!

เพื่อไม่ให้เสียเวลาของท่านผู้อ่าน ผมขอข้ามตำช้าตำนานเรื่องบ่อพรานล้างเนื้อกับยักษ์ที่โดนหอกโมกขศักดิ์ปักอก ฯลฯ คิดว่าหลายๆ ท่านก็คงเคยได้ยินได้ฟังกันมาแล้ว

วันนี้ขอเล่าเรื่องน่าขนหัวลุกสู่กันฟังดีกว่าครับ

เหตุการณ์สยองขวัญเกิดขึ้นเมื่อสมัยผมยังเป็นเด็กสิบกว่าขวบ นอกจากจะสนุกซุกซนไปตามประสาเด็กแล้ว พวกเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันยังชอบเรื่องยิงนกตกปลาเป็นพิเศษ...ตอนนั้นยังไม่ได้นึกถึงบาปกรรมอะไรหรอกครับ เอาแต่สนุกสนานเข้าว่า โดยเฉพาะเรื่องตกปลานี่โปรดปรานเป็นพิเศษ

ริมฝั่งแม่น้ำลพบุรีคือแหล่งสำราญสุดยอดของพวกเรา!

ปลาที่ชุกชุมและล่าง่ายที่สุดก็คือปลาหมอ ส่วนพวกปลาใหญ่ๆ กว่านั้น ไม่ว่าไอ้ดุกไอ้ช่อน หรือปลาชะโด อะไรพวกนี้น่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกรุ่นเดอะเขาดีกว่า

เหยื่อของเราที่จะล่าปลาหมอ รับรองว่าไม่มีอะไรดีกว่าแมลงแกลบเด็ดขาด! แต่พวกเราเรียกง่ายๆ ประสาเด็กว่า "แมงแกลบ" ส่วนมากมักจะเรียก "แมงแกบ" ด้วยซ้ำไป

สาเหตุก็เพราะพวกมันชอบซุกซ่อนอยู่ในกองแกลบที่โรงสีข้าวน่ะซีครับ ถึงได้ชื่อว่าแมงแกลบไง!

ไอ้หย่งเพื่อนผมเป็นหลานเจ้าของโรงสีใกล้ๆ แม่น้ำ เพราะงั้นการล่าเหยื่อเพื่อตกปลาหมอจึงไม่ยากเย็นอะไร ถึงเวลาพวกเรา 3-4 คนก็นัดหมายกันไปคุ้ยเขี่ยที่กองแกลบเพื่อหาเจ้าเหยื่อสุดโปรดของพวกปลาหมอที่ยังไม่ตายเพราะปาก เอาใส่กระป๋องมาดิ้นขลุกขลักก่อนจะเดินลิ่วไปที่ชายฝั่ง ค่อนข้างห่างบ้านผู้คนเอาการ

เคล็ดลับสำคัญก็คือต้องจับแมงแกลบเป็นๆ มานะครับ ถ้าเกิดคว้าแรงจนมันตายก็เป็นอันว่าต้องโยนตัวนั้นทิ้งไป

วันเกิดเหตุสยอง ผมกับเพื่อนๆ คือเจ้าหย่ง เจ้าปื๊ด และเจ้าพัน รวมสี่คน ไปนั่งเอ้อระเหยทอดเบ็ดตกปลากันอย่างผาสุก แต่นัยน์ตาไม่ยอมคลาดจากเหยื่อของพวกเราเด็ดขาด...

เอ๊ะ! ตกปลาจะมองเห็นเหยื่อได้ไง? บางท่านอาจสงสัย...คำตอบก็มีสาเหตุมาจากที่บอกกล่าวไว้ตอนแรกว่าเราต้องจับแมงแกลบเป็นๆ นั่นแหละครับ

นั่นคือ เราใช้เบ็ดเกี่ยวหลังมันก่อนจะโยนลงน้ำ คราวนี้เจ้าเหยื่อชะตาขาดก็จะใช้ปีกกระพือขึ้นจากน้ำ แต่ก็ไร้ผล นอกจากจะบินไปบนผิวน้ำเท่านั้นแหละ...เป็นตัวล่อที่แสนสะดุดตาของพวกปลาหมอที่มองเห็น นึกว่าเหยื่อโอชะของมันล่องลอยมาหา เพื่อจะกลายเป็นลาภปากของพวกมัน!

เฮ้อ...นึกถึงตอนนี้ก็อดสำนึกผิดในบาปกรรมของตัวเองไม่ได้ แต่ก็อย่างว่า...ไม่มีอะไรที่จะง่ายดายสุดๆ สำหรับมนุษย์เราทุกคนในการยกโทษให้ตัวเอง! จริงมั้ยครับ?

พอเห็นปลาหมอพุ่งเข้างับแมงแกลบ รวมทั้งเบ็ดเงี่ยงคมกริบเข้าไปเต็มปาก เราก็ตวัดคันเบ็ดผึง ปลดปลาใส่ตะข้อง ก่อนจะล้วงเหยื่อตัวใหม่มาเกี่ยวหลังเหวี่ยงลงน้ำ...เดี๋ยวตัวๆ จนหันไปยิ้มแย้ม พยักพเยิดกันเป็นเชิงบอกกล่าวว่าโชคดีนักหนา

จู่ๆ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็อุบัติขึ้นกะทันหัน!

เจ้าหย่งเห็นปลาหมองับเหยื่อก็ตวัดเบ็ด แต่ไม่ยักขึ้น ข้างเจ้าปื๊ดก็มีปัญหาคล้ายๆ กัน อ้าว? เจ้าพันเกิดพลอยเป็นไปกับพวกเขาด้วย เสียงร้องด่าเอะอะของเพื่อนๆ ทำให้ผมหันไปมองด้วยความงุนงง

ครั้นแล้ว เจ้าหย่งก็ออกแรงตวัดเบ็ดขึ้นจากน้ำจนได้ พวกเรามองเห็นเข้าถึงกับอ้าปากค้างไปตามๆ กัน!

แทนที่จะเป็นปลาหมอ กลับเป็นมือขาดๆ ขาวซีด มีเบ็ดเกี่ยวกลางฝ่ามือที่กำลังสะบัดไปมาคล้ายจะดิ้นรนให้หลุดจากเบ็ด เสียงร้องเฮ้ย! ดังลั่นไปหมด เจ้าหย่งถึงกับหงายตึงปล่อยคันเบ็ด มืออุบาทว์ข้างนั้นก็หล่นจ๋อมลงไปในน้ำตามเดิม

เจ้าปื๊ดกับเจ้าพันยังตั้งตัวไม่ทัน มือซีดเซียวน่ากลัวก็ติดเบ็ดมันขึ้นมาพร้อมๆ กันทั้งคู่ แต่พวกมันตกใจจนกำคันเบ็ดไว้แน่น เล่นเอาผมทะลึ่งพรวดขึ้นยืน...ทำให้สายเบ็ดพ้นน้ำวูบเหมือนจะกระโดดขึ้นมายังงั้นแหละครับ...

คราวนี้ร้องจ้ากันทุกคน เพราะเบ็ดผมดันเกี่ยวกะโหลกขาวๆ ตรงเบ้าตาพอดี!

ปล่อยคันเบ็ด ร้องตะโกนโหวกเหวก หันหลังกลับได้ก็โกยแน่บไม่เหลียวหลัง...เลิกเป็นพรานล่าปลาหมอตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...จะเรียกว่ากรรมสนองก็คงไม่ผิดครับ! บรื๋อออ...


หน้า 30




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.