มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2467 คน
วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7577 ข่าวสดรายวัน


เบิกเนตร"ลุงโฮ" สัมพันธ์ไทย-เวียดนาม


วิภาวี จุฬามณี



บ้านหนองฮาง ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดร ธานี มีบ้านดินหลังหนึ่ง กว้างแค่ 8 เมตร ยาว 5 เมตร หลังคามุงแฝก เป็นบ้านธรรมดาหลังหนึ่ง แต่แทบไม่น่าเชื่อว่า นี่คือที่พักในช่วงชีวิตหนึ่งของ "โฮจิมินห์" อดีตผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม นักปฏิวัติผู้ปลดปล่อยเวียดนามจากชาติจักรวรรดิล่าอาณานิคม ผู้ได้รับการยกย่องว่า "บิดาแห่งชาติเวียดนาม ยุคใหม่"

ย้อนไปช่วงปีพ.ศ.2471 โฮจิมินห์ หรือ"ลุงโฮ" หลบหนีการปราบปรามเข้ามาอาศัยอยู่ใน จ.อุดร ธานี เพื่อรวบรวมชาวเวียดนามพลัดถิ่น เข้าร่วมกระบวนการต่อสู้กอบกู้เอกราชจากฝรั่งเศส

ระยะแรกที่เข้ามาใช้ชื่อว่า "เฒ่าจิ๋น" อาศัยอยู่กับครอบครัวของพ่อเฒ่า "แมด-ด๋าย" สหายจัดตั้ง ที่บ้านหนองบัว-หนองเหล็ก ใกล้สถานีรถไฟอุดรธานี ก่อนจะย้ายมาอยู่กับครอบครัว "เฒ่าแงว็ก" ที่บ้านหนองโอน หรือบ้านหนองฮางในปัจจุบัน

ลุมาปีพ.ศ.2545 เป็นต้นมา ชมรมชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม จ.อุดรธานี และ อบต.เชียงพิณ ร่วมกันพัฒนาแหล่งศึกษาและท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โฮจิมินห์ ขึ้น ณ บริเวณที่อดีตผู้นำเวียดนามเคยอาศัย

ปัจจุบันคือพื้นที่ตรงข้ามโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล 2 ซึ่งคณะผู้ดำเนินงานได้จำลองบ้านพัก และจัดสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด

ต่อมาสร้างอาคารอเนกประ สงค์ 2 ชั้น สำหรับแสดงนิทรรศ การชีวประวัติ และประดิษฐาน รูปหล่อของโฮจิมินห์ ในท่านั่ง อ่านหนังสือ ซึ่งชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม จ.อุดรธานี เพิ่งจะร่วมกันทำพิธีเบิกเนตรเชิญดวงวิญญาณของโฮจิมินห์ และทำพิธีไหว้เนื่องในวาระครบรอบ 42 ปีการเสียชีวิต ของประธานโฮจิมินห์ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน

กร ตันชัย วัย 89 ปี หนึ่งในคนไทยเชื้อสายเวียดนาม บ้านหนองฮาง และเป็นลูกชายของเฒ่าแงว็ก ที่มีโอกาสใกล้ชิดกับประธาน โฮจิมินห์ ฟื้นความหลังว่า ตอนที่ลุงโฮมาที่นี่ เขาอายุเพียง 8-10 ปีเท่านั้น จำได้ว่าก่อนหน้านั้นมีผู้นำชาวเวียดนามคนหนึ่งอยู่ก่อนแล้ว และลุงโฮมาเป็นผู้นำรุ่นถัดไป โดยจะไปๆ มาๆ เป็นระยะ แต่ละครั้งจะพักอยู่นานประมาณ 3 เดือน

"ตอนที่ลุงโฮอยู่ที่นี่ ท่านก็ทำสวน ทำไร่ เลื่อยไม้ เหมือนประชาชนธรรมดา พอตกกลางคืนก็สอนหนังสือ สอนเขียน อ่านทุกภาษาที่ท่านรู้ รวมถึงวิชาไทเก๊ก การป้องกันตัว และเรื่องเกี่ยวกับการกอบกู้เอกราช"

พ่อเฒ่ากร เล่าว่า ลุงโฮรักเด็กและใจดีกับเด็กมาก ส่วนกับเวียดนามคนอื่นๆ ก็วางตัวเหมือนเป็นพี่น้อง ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข จนถึงสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลไทยมีนโยบายผลักดันคนเวียดนามออกนอกประเทศ เพราะมองว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ชาวเวียดนามที่อยู่ในจ.อุดรธานี หลายครอบครัว จึงต้องหนีกระจัดกระจาย ส่วนหนึ่งกลับประเทศ อีกส่วนหนีไปอยู่ตามจังหวัดชายแดนต่างๆ

วันทำพิธีเบิกเนตร และพิธีไหว้ในวาระครบ 42 ปีการเสียชีวิตของลุงโฮ ที่แหล่งศึกษาและท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โฮจิมินห์ บ้านหนองฮาง ชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม จ.อุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียงมารวมตัวกันอุ่นหนาฝาคั่ง หลังประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเสร็จแล้ว มีการเลี้ยงอาหารเวียดนาม

หนึ่งในนั้นคือ "ผักบุ้งลวก" ว่ากันว่าเป็นของโปรดลุงโฮ

นายโกมิน วิสารทธนาพันธุ์ ลูกหลานชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม หนึ่งในคณะกรรมการแหล่งศึกษาและท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โฮจิมินห์ ร่วมเล่าว่า ลุงโฮได้รับการยกย่องจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก

ในประเทศไทยมีรูปหล่อของโฮจิมินห์ ที่นี่เป็นที่แรก ทางคณะกรรมการต้องขออนุญาตพิพิธภัณฑ์ที่เวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ดูแล และทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามประเพณีของชาวเวียดนามทุกประการ รวมถึงการทำบุญครบรอบวันตายของท่าน ก็มีคณะสงฆ์จากเวียดนามมาประกอบพิธีถึงที่นี่

ส่วนแนวคิดตั้งแหล่งศึกษาและท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โฮจิมินห์นั้น โกมินบอกว่า เริ่มมาตั้งแต่สมัยที่นายชัยพร รัตนนาคะ เป็นผวจ.อุดรธานี เมื่อทราบว่า บ้านหนองฮางเคยเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวเวียดนาม และโฮจิมินห์เคยมาพักก่อนพาสมาชิกไปกู้ชาติ ก็เรียกชาวเวียดนามที่อยู่ที่นี่มาปรึกษาว่า จะสร้างพื้นที่ตรงนี้เป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์ เมื่อทุกฝ่ายเห็นตรงกันก็ลงมือดำเนินการ และย่างเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว

"ที่นี่เป็นแหล่งศึกษาที่มีชาวต่างชาติมาเที่ยวชมมากที่สุด ภายในแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือบ้านพักของลุงโฮ เราสร้างตามที่คนเฒ่าคนแก่เล่าให้ฟัง คือฝาบ้านทำจากดินโคลนผสมกับฟางและแกลบ หลังคามุง หญ้าแฝก บ้านหลังนี้ใหญ่กว่าบ้านของท่านที่เวียดนาม เพราะสมัยก่อนมีลูกศิษย์ลูกหามาอาศัยอยู่ด้วย"

"ส่วนที่ 2 เป็นสวนหย่อม มียุ้งข้าว ซึ่งเป็นของจริงที่ชาวบ้านซื้อไป เราก็ติดตามขอซื้อคืน และเล้าไก่ก็เป็นของดั้งเดิมที่เอามาตกแต่งใหม่ให้เหมือนเมื่อ 82 ปีก่อนมากที่สุด ส่วนอาคารอเนกประสงค์ ได้รับความอนุเคราะห์จากคณะกรรมการธนาคารไซง่อน ประเทศเวียดนาม บริจาคเงินให้ 6,000,000 บาท รวมถึงท่านอื่นๆ อีก ต่อไปจะจัดนิทรรศการ และนำของใช้ของท่านโฮจิมินห์มาแสดงด้วย" โกมิน เปิดเผยถึงโครงการ

ปัจจุบันบ้านหนองฮาง มีชาวไทยเชื้อสายเวียดนามเหลืออยู่ 3-4 ครอบครัว แต่หากนับรุ่นลูกหลานที่เกือบจะเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วย ทั้งจังหวัดจะมีอยู่ประมาณ 50,000 คน มีวัฒน ธรรมที่ยังหลงเหลืออยู่ เช่น การจัดงานฉลองวันขึ้นปีใหม่ วันชาติ และวันเกิดลุงโฮ

โดยในวันที่ 30 ส.ค.ที่จะถึงนี้ กลุ่มชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม จ.อุดรธานี จะนำเสนอเรื่องราวของลุงโฮ และความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับไทย ผ่านเวทีสัมมนา "โฮจิมินห์ในประเทศไทย" ที่ห้องประชุมฟ้าหลวง 1 โรงแรมนภาลัยอุดรธานี

ตบท้ายด้วยพิธีเปิดแหล่งศึกษาและท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โฮจิมินห์ อย่างเป็นทางการ ที่บ้านหนองฮาง ในวันที่ 31 ส.ค.


หน้า 4




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.