มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1873 คน
วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7115 ข่าวสดรายวัน


หอ"พุทธทาส" โรงธรรมกลางกรุง


จิรพงศ์ เกิดเรณู



เหลืออีกเพียงเล็กน้อยก็จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว "หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ" เพื่อรำลึกถึง "ท่านพุทธทาสภิกขุ" และเป็นศูนย์เรียนรู้ปฏิบัติทางพุทธศาสนา ตั้งอยู่ที่สวนรถไฟ ใกล้กับสวนจตุจักรกลางกรุง

หอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.2552 เกือบ 1 ปีแล้ว จากเสาที่เรียงรายว่างเปล่า กลายเป็นอาคารขนาดใหญ่ เรียกว่าเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงการต่อเติมรายละเอียดเล็กน้อย เช่น ระบบไฟ เพดาน และปลูกต้นไม้ และปูหญ้าเท่านั้น

คาดว่าจะใช้เวลาราว 2-3 เดือน อาคารแห่งนี้ก็จะกลายเป็นศูนย์กลางธรรมะกลางกรุงเทพฯ ที่สมบูรณ์

แนวคิดเริ่มจากสาร เรื่อง "โรงหนัง ในสวนโมกข์" ของท่านพุทธทาสภิกขุ ที่ต้องการให้มีโรงหนัง ที่เป็นปฏิปักษ์ศัตรูต่อโรงหนังชนิดที่เป็นภัยแก่ศีลธรรมทั่วไป

โดยท่านต้องการให้มีอาคาร และอุปกรณ์สำเร็จรูปเพื่อพร้อมสำหรับทำกิจกรรมทางพุทธศาสนา และจากสารดังกล่าวจึงทำให้เกิดโรงหนังที่สวนโมกข์ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ทำหน้าที่สืบทอดพระพุทธศาสนามากว่า 50 ปี กระทั่งมาสู่โรงหนังในกรุงเทพฯ

ล่าสุด น.พ.บัญชา พงษ์พานิช กรรมการและเลขานุการหอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ หัวเรี่ยวหัวแรงโครงการนี้ นำผู้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างหอจดหมายเหตุมาบอกกล่าวถึงผลความคืบหน้า

นายปรีชา รุ่งรุจิไพศาล หัวหน้าคณะสถาปนิกอาสาผู้ออกแบบ กล่าวถึงแนวคิดในการออกแบบว่า เน้นความเรียบง่ายตามแนวของท่านพุทธทาส ใช้สีที่เป็นธรรมชาติของวัสดุ ไม่ทาสีใดๆ การวางรูปแบบของตัวอาคารจะเป็นในลักษณะเดียวกัน คือเน้นความเรียบง่าย



ชั้นล่างจะมองเห็นสวนรถไฟอยู่ด้านหน้า ส่วนชั้นที่ 2 มีหน้าต่างบานใหญ่ สามารถมองเห็นสวนรถไฟได้เช่นเดียวกัน ที่สำคัญคือออกแบบให้ลมพัดเข้าได้ตลอดทั้งวัน อากาศจึงเย็นสบาย

ขณะที่ นายพงษ์เทพ สกุลคู มัณฑนากรอาสาการตกแต่งบรรยากาศ กล่าวว่า แม้จะเคยทำงานเพื่อสังคมมาบ้าง แต่สถานที่แห่งนี้เป็นมิติใหม่ของการออกแบบ คือ ไม่เคยออกแบบอะไรที่เป็นลักษณะเช่นนี้มาก่อน ก่อนหน้านี้ไปดูที่วัดสวนโมกข์ ได้เห็นว่าท่านพุทธทาสมีความเป็นนักออกแบบอยู่แล้ว

"การออกแบบครั้งนี้จึงเป็นเพียงการนำของเดิมของท่านพุทธทาสสร้างไว้มานำเสนอเท่านั้น โดยแนวคิดหลักคือใช้ความเรียบง่าย ไม่รุงรังแปลกแยกกับอาคาร และไม่มีสิ่งแปลกปลอมกับอาคาร"

นายสุพจน์ เจียมจรัสรังษี หัวหน้าคณะอาสาบริหารการก่อสร้าง กล่าวว่า ตอนนี้ใกล้สมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงส่วนเล็กๆ น้อยๆ เช่น ไฟ เพดาน และภูมิทัศน์โดยรอบ คาดว่าไม่เกิน 2-3 เดือนจะเสร็จสมบูรณ์ โครงการก่อสร้างทุกๆ โครงการที่ผ่านมาจะมีความยุ่งยากมาก ไม่ว่าจะเริ่มที่การประมูล การก่อสร้าง การบริหารจัดการต่างๆ แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เนื่องจากพื้นฐานของการก่อสร้างคืองานบุญ เป็นการร่วมทำบุญ ทุกอย่างจึงง่ายไปหมด



ด้าน น.พ.บัญชาอธิบายถึงรายละเอียดต่างๆ ภายในหอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ ว่า มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นห้องโถงกว้างสำหรับปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ ปูพื้นด้วยไม้ เป็นอาคารเปิดโล่ง ลมพัดเข้าได้ทั้ง 2 ด้าน รวมถึงบรรยากาศมีความเงียบสงบ เหมาะแก่การทำสมาธิ

อีกส่วนหนึ่งคือลานหินโค้ง ที่จะประดิษฐาน "พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริด" ไว้ตรงกลาง พร้อมทั้งรูปปั้นเกี่ยวกับพุทธประวัติต่างๆ

ชั้นที่ 2 แบ่งเป็น 3 ส่วนที่สะท้อนถึงพระสัทธรรมทั้ง 3 ในพระพุทธศาสนา คือ พระปริยัติสัทธรรม, พระปฏิบัติสัทธรรม และพระปฏิเวธสัทธรรม

ส่วนแรกคือ "ลานปริยัติสัทธรรม สวนโมกข์ ปฏิจจสมุปบาท" เป็นลานปฏิบัติธรรมกลางแจ้ง จัดสวนหินสวนเซนแบบญี่ปุ่น พร้อมทั้งปริศนาธรรมอันเป็นหัวใจแห่งพระพุทธศาสนาอย่างปฏิจจสมุปบาท

ส่วนที่ 2 "ห้องปฏิบัติสัทธรรม" เป็นลานสมาธิที่สงบ มีหน้าต่างด้านหน้าบานใหญ่ สามารถเปิดให้เห็นสวนรถไฟได้ และส่วนที่ 3 "ห้องปฏิเวธสัทธรรม" ภายในมีนิทรรศการนิพพานชิมลอง เป็นห้องนิทรรศการสื่อประสมทันสมัย เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ลองสัมผัสถึงนิพพาน

หลังจากนั้นจะเกิดแรงมุ่งปฏิบัติเพื่อเข้าสู่นิพพานได้ มีภาพยนตร์จอโค้ง ฉายภาพยนต์ที่คนดูจะขบคิด เพื่อปฏิบัติมุ่งสู่นิพพาน โดยภาพยนตร์เรื่องแรกที่จะนำมาฉายจะสร้างโดย "เป็นเอก รัตนเรือง" ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง

ส่วนชั้นที่ 3 เป็นหัวใจของหอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ เรียกว่า "ขุมปัญญาพุทธทาส" เป็นห้องที่เก็บรักษาเอกสาร หนังสือ แถบบันทึกเสียงของท่านพุทธทาสไว้หลายประการ โดยห้องนี้จะปรับอุณหภูมิไว้เพื่อไม่ให้หนังสือ หรือสื่อบันทึกอื่นๆ เกิดความเสียหาย ภายในห้องจะเป็นวัสดุกันไฟทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งล้ำค่าที่รักษาไว้ทั้งหมดเสียหายไป เมื่อการก่อสร้างและตบแต่งเสร็จสิ้นจะเปิดใช้ได้อย่างสมบูรณ์ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ และอีก 1 เดือนถัดจากนั้นในวันที่ 1 ส.ค.จะมีพิธีทำบุญสมโภช ทำบุญ ฟังเทศน์ ปฏิบัติธรรม หรือในส่วนบันเทิงจะมีแสดงละคร ดนตรี นิทรรศการหนังสือ

"หอแห่งนี้เป็นนิมิตใหม่ของการสร้างศาสนอาคาร ที่ไม่ใช่เป็นการสร้างโบสถ์ วิหาร เจดีย์ เหมือนแต่ก่อน จึงอาจจะเป็นตัวแบบให้วัดอื่นๆ นำไปใช้ได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางธรรมได้"

"ประโยชน์ส่วนที่ 2 หอฯ แห่งนี้จะกลายเป็นการก้าวไปข้างหน้า เพราะในอนาคตจะเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนา โดยเฉพาะการแปลเป็นภาษาอังกฤษให้มากขึ้น มีผู้ที่บรรยายภาษาอังกฤษให้มากขึ้น ก็จะช่วยโลกให้มากยิ่งขึ้น" หมอบัญชากล่าว


หน้า 5




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.