มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1834 คน
วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6912 ข่าวสดรายวัน


หนังบักตื้อ ตะลุงอีสาน


นุเทพ สารภิรมย์



เมื่อเอ่ยถึง "หนังตะลุง" ส่วนใหญ่จะนึกถึงแต่การละเล่นทางภาคใต้ ทั้งที่ในภาคอีสานก็มีหนังตะลุงเช่นกัน มีการละเล่นมานานหลายปีแล้ว เพียงแต่ไม่ได้รับความสนใจเทียบเท่าการแสดงประเภทอื่นๆ เช่น หมอลำพื้นบ้าน หมอลำแคน หมอลำเพลิน เซิ้ง

ทั้งที่จริงแล้วหนังตะลุงร้องรำกลอนด้วยสำเนียงอีสานเช่นกัน และให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินไม่แพ้การแสดงประเภทอื่น

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกลุ่มละครคนหน้าดำ จัดทำโครงการ "สื่อพื้นบ้านเพื่อสุขภาวะเยาวชน" โดยนำเด็กเยาวชนจาก ต.ดงบัง อ.นาดูน จ.มหาสารคาม มาฝึกหัดการเล่นหนังตะลุง

เมื่อผ่านการฝึกฝนจนเกิดความเชี่ยวชาญจึงเดินทางมาแสดงจริงที่บ้านค้อใต้ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เพื่อถ่ายทอดการแสดงพื้นบ้านแขนงนี้ให้เยาวชนต่างพื้นที่ได้เรียนรู้ และเพื่อเผยแพร่ให้การแสดงหนังตะลุงเป็นที่นิยมแพร่หลายออกไปทั่วพื้นที่ของอีสาน

บรรยากาศยามเย็นก่อนการแสดง บรรดาเด็กๆ ต่างเร่งมือขะมักเขม้น จัดเตรียมตกแต่งสถานที่การแสดง ขึงฉากผ้าใบสีขาวให้ตึง นำต้นกล้วยมาตัดเป็นท่อนวางนอนหลังฉาก เพื่อเตรียมนำตัวหนังมาเสียบเรียงไว้รอท่า พร้อมทั้งจัดวางเครื่องเสียงให้เรียบร้อย เช็กหลอดไฟให้พร้อมก่อนแสดงจริง

ส่วนเด็กๆ อีกกลุ่มเร่งตัดกระดาษสีนำมาตกแต่งประกอบฉากให้สวยงาม จากนั้นทุกคนต่างจัดเตรียมวางทุกอย่างเข้าที่ เพื่อพร้อมกับการแสดงในช่วงค่ำ



ก่อนเริ่มแสดง นายบุญลี พลคำมาก เจ้าของคณะหนังตะลุง ส.สำลี ครูผู้ฝึกสอนเด็กๆ จัดเตรียมอุปกรณ์ทำพิธีไหว้ครู เด็กๆ ต่างนั่งรุมล้อม ก่อนนำแป้งที่ผ่านการทำพิธีมาลูบไล้บนใบหน้า และร่างกาย เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเชิดหนังตะลุง

ครั้นแสดงจริงเสียงดนตรีทั้งกีตาร์ กลอง คีย์บอร์ด และแคน ต่างบรรเลงเพลงอย่างสนุกสนาน เด็กๆ ต่างจับตัวหนังตะลุงที่ตัวเองเล่นออกไปโชว์ตัวหลังผ้าใบ จากนั้นจึงเข้าการแสดงเรื่อง "สังข์ศิลป์ชัย" โดยไล่ไปตามท้องเรื่อง ทั้งผู้แสดง ทีมงานพากย์เสียงอีสาน ต่างประสานกับการเชิดหนังตะลุงได้อย่างลงตัวสนุกสนาน สร้างความเพลิดเพลินให้ชาวบ้านจำนวนมากที่มารอชม

นายบุญลีเล่าว่า หนังตะลุงอีสาน หรือที่ชาวบ้านเรียก "หนังประโมทัย" หรือ "หนังบักตื้อ" ในอดีตมีการเล่นหนังตะลุงกันในหลายจังหวัดอีสาน ทั้งอุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ และมหาสารคาม แต่ปัจจุบันเหลือคณะที่เล่นน้อยมาก คนอีสานกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ไม่รู้ว่ามีหนังตะลุง

เนื่องมาจากคนในพื้นที่เองหลงลืมความ ทำให้หนังตะลุงอีสานเลือนหายไปจากท้องถิ่น ทั้งที่เป็นการแสดงพื้นบ้านที่มีเสน่ห์ ผสมผสานศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนง ที่แสดงออกถึงความเป็นอีสานได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญแฝงไปด้วยหลักธรรมคำสั่งสอน ให้ประพฤติตัวเป็นคนดี มีความอดทนอดกลั้น เพียรพยายาม และกตัญญู



"สมัยเป็นเด็กเคยเห็นผู้ใหญ่เล่นหนังตะลุงให้ดู รู้สึกชอบ ดูแล้วสนุกดี จนกระทั่งอายุ 13 ปี จึงมีโอกาสได้สัมผัส และเล่นหนังตะลุงอีสาน หลังจากนั้นตระเวนเล่นไปทั่วทั้งภาคอีสาน เรื่องที่เล่นส่วนใหญ่เป็นรามเกียรติ์ และสังข์ศิลป์ชัย หรือสินไช แต่ที่ได้รับความนิยมจากชาวบ้านคือสินไช ที่นำเรื่องราวของสังข์ศิลป์ชัย มาจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง หรือฮูบแต้ม ที่ปรากฏอยู่ในโบสถ์ หรือสิม วัดโพธาราม ต.ดงบัง อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ถือเป็นศิลปกรรมฝาผนังที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง" นายบุญลีกล่าว

บุญลีอธิบายว่า สำหรับการสอนให้เด็กๆ เล่นหนังตะลุงช่วงแรกจะให้เด็กรู้จักตัวละครในเรื่องให้ได้ทั้งหมดก่อน จากนั้นเริ่มสอนการขับร้อง สอนให้ทำตัวหนังตะลุง สุดท้ายสอนเทคนิคการแสดง เพื่อให้เด็กจดจำได้อย่างลึกซึ้ง เมื่อถึงโอกาสแสดงจริงจะรู้ว่าตอนไหน ช่วงไหน ต้องเล่นอะไร อย่างไร จะได้ไม่รู้สึกตื่นเต้น

ตอนนี้เยาวชนและเด็กๆ อีสานเริ่มหันกลับมาสนใจศึกษาศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และเชื่อว่าหากอนุรักษ์ส่งเสริมการละเล่นหนังตะลุงต่อไปในอนาคตจะทำให้ทั่วพื้นที่อีสานหันกลับมานิยมเล่นหนังตะลุงอีสานเหมือนเดิม

ส่วนการเล่นเรื่องสินไชนั้น จะต้องเริ่มเล่นเวลาตั้งแต่ 2 ทุ่มไปจนถึงตี 5 จึงไม่สามารถเล่นให้จบเรื่องภายในคืนเดียวได้ เนื่องจากรายละเอียดของเนื้อเรื่อง รวมถึงบทพากย์ บทกลอนที่ใช้ขับร้องมีเป็นจำนวนมาก หากจะเล่นให้จบบริบูรณ์ต้องใช้ระยะเวลาแสดงถึง 3 วัน จึงต้องตัดทอนเอาตอนสำคัญในท้องเรื่องมาแสดง เพื่อให้สมควรกับเวลา แต่หากเป็นช่วงงานบุญสำคัญๆ ที่จัดกันหลายวัน สามารถจะเล่นให้จบเรื่องได้

ด.ช.อัครเดช แก้วสีไว น้องยีนส์ อายุ 10 ขวบ กล่าวว่า เริ่มรู้จักหนังตะลุงตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เพราะเป็นหลานครูบุญลี ทำให้รู้สึกสนใจ เพราะเติบโตมากับหนังตะลุง ช่วงแรกเริ่มจากการตัดหนังวัวมาทำตัวหนัง โดยตัวแรกที่ทำคือฤๅษี และเป็นตัวละครที่เริ่มหัดเล่นครั้งแรก หลังจากนั้นก็ฝึกท่องบท จนจำบทได้แม่น หลังจากนั้นครูบุญลีก็เริ่มให้เล่นตัวละครประกอบอื่นที่เป็นจำพวกสัตว์

"โตขึ้นอยากเล่นแสดงเป็นตัวสีโหราช ที่มีลักษณะหน้าเป็นช้าง ตัวเป็นราชสีห์ ดูแล้วน่ารักดี ส่วนบทกลอนของสีโหราชมีความไพเราะ ฟังดูแล้วรู้สึกอบอุ่น อนาคตเมื่อโตขึ้นจะพยายามอนุรักษ์การแสดงนี้ไว้ให้คงอยู่กับภาคอีสานต่อไป" น้องยีนส์กล่าวอย่างภูมิใจ

การส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของเยาวชนในพื้นที่ให้มีสำนึกอนุรักษ์หนังตะลุงอีสาน จะช่วยให้การละเล่นแขนงนี้ไม่เลือนหลายไปจากอีสาน


หน้า 5




Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.