มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 471 คน
วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7227 ข่าวสดรายวัน


บ้านคีตกวี


คอลัมน์ วัฒน์ วรรลยางกูร


"หวิว...ไผ่ลู่ลม ยืนชมขอบคันนา ไกลสุดตาฟ้าแดงเรื่อ

หอม...กลิ่นฟางกรุ่นเจือ แกมกรุ่นเนื้อน้องนาง ไม่จางสดใส

เห็น...หนึ่งน้องนาง เอวบางรูปลอยลม ชวนให้ชมชิดเชยใกล้

ผิว...ผ่องงามประไพ ดูอ่อนไหวพริ้งพราว สาวชาวนาเอย"

เพลง กลิ่นเกล้า ผลงาน ครูไพบูลย์ บุตรขัน

ขับร้องโดย นริศ อารีย์ พ.ศ. 2497



สืบเนื่องจากงานรำลึกคีตกวีลูกทุ่ง ไพบูลย์ บุตรขัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม 2553 ก่อเกิดเป็นความอบอุ่นใจที่คนรุ่นหลังยังไม่ลืม คีตกวีลูกทุ่งผู้ล่วงลับไป 38 ปีแล้ว ขณะเดียวกันก็ยังมีประเด็นค้างคาน่าคิด

สุริยะ บุตรขัน หลานลุงของ ไพบูลย์ บุตรขัน ซึ่งเป็นแม่งานทำบุญรำลึกมาสามปีติดต่อกัน ตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงวันที่ 29 สิงหาคม เริ่มเป็นที่สนใจของผู้คนมากขึ้น บ้านริมน้ำโกโรโกโส จะพังแหล่มิพังแหล่ของครูไพบูลย์ ที่บ้านท้องคุ้ง ได้รับความสนใจ มีคนมาเที่ยวดู มาถ่ายรูปมากขึ้น

นี่คือความสำเร็จเงียบๆ อันน่าชื่นใจ ของการเชิดชูคีตกวีสามัญชนคนหนึ่ง...

บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาของครูไพบูลย์ บุตรขัน สมัยเมื่อปี 2541 ผมไปถ่ายรูปไว้ ช่วงนั้นยังไม่มีใครรู้จักหรือสนใจ สภาพบ้านยังมีสะพานท่าน้ำ และบันไดไม้ยังปีนขึ้นลงได้ สิบกว่าปีผ่านไป วันนี้สะพานและบันไดพังหมดแล้ว แม้แต่ตัวบ้านก็ใกล้พังจนไม่ควรที่ใครจะป่ายปีนขึ้นไป

นี่คือบ้านของคีตกวีไทย ในสังคมที่ไม่นิยมยกย่องคนสามัญ แม้สามัญชนคนนั้นจะมีผลงานสำคัญเพียงใด...

เห็นใครต่อใครมาดูบ้านคีตกวี ไพบูลย์ บุตรขัน ช่วงนี้น้ำเหนือบ่ามาท่วมพื้นดินใต้ถุนบ้าน มองไปทางแม่น้ำดูโล่งลิ่วกว้างไกล เกิดจินตนาการในแบบ เพลงหน้าบ้าน กับ เพลงหลังบ้าน

เพลงหน้าบ้านคือเพลงเกี่ยวกับแม่น้ำ เช่น น้ำลงเดือนยี่, แม่ค้าตาคม, ฝนตกบ้านน้องฟ้าร้องบ้านพี่, หนุ่มเรือนแพ, รังรักในจินตนาการ, น้ำเหนือบ่า

เพลงหลังบ้าน คือเพลงเกี่ยวกับ ทุ่งนาและดงตาล เช่น กลิ่นเกล้า, มนต์รักลูกทุ่ง, กลิ่นโคลนสาบควาย, สวรรค์ชาวนา, บ้านนาป่าร้าง ฯลฯ

เป็นเพลงของท้องน้ำและทุ่งนา ยุคนี้ไม่มีใครแต่งให้ได้บรรยากาศอย่างนั้นได้อีกแล้ว เพราะสภาพท้องถิ่นสังคม ท้องน้ำ ทุ่งนา ได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว

อย่างเพลง แม่ค้าตาคม ก็เป็นเสมือนบันทึกยุคสมัยที่การคมนาคมยังใช้เรือด่วนเป็นหลัก ยังไม่มีรถตู้วิ่งกันกลาดเกลื่อนและเข้ารับถึงบ้านเช่นทุกวันนี้

ในสภาพท้องทุ่งเชียงรากที่เป็นทุ่งกว้าง อยู่ระหว่างหลังบ้านท้องคุ้ง วาดกว้างขึ้นเหนือไปถึงชายแดนอยุธยา ส่วนทางตะวันออกก็ไปจรดทุ่งรังสิต วันนี้เต็มไปด้วยทางด่วน ทางซูเปอร์ ไฮเวย์ ตลอดจนบ้านจัดสรร ทาวน์เฮาส์ มีร้านอาหารเรียงรายข้างทาง เชื่อหรือไม่ว่า กลางทุ่งเชียงราก อยู่ระหว่าง บ้านท้องคุ้ง ริมน้ำเจ้าพระยา กับวัดบัวหลวง ริมคลองแม่น้ำอ้อมนั้น มีสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งคือ "โคกตาสี"

"อย่าดูหมิ่น ชาวนาเหมือนดั่งตาสี เอาผืนนาเป็นที่ ผ่อนพักพำนักร่างกาย"

โคกตาสี มีอยู่จริง ชาวบ้านย่านบ้านท้องคุ้ง และวัดบัวหลวงยืนยัน ผมเคยไปสัมภาษณ์และถ่ายรูปลงหนังสือศิลปวัฒนธรรมไว้ตั้งแต่ปี 2529

ตาสี แกอยู่กับควาย คนกับควายนอนด้วยกัน เพื่อป้องกันการลักขโมยควาย ข้างฝาโรงนอน (ดูเหมือนจะเรียกว่าโรงทึม) กรุด้วยใบตาลแห้ง หากมีขโมยมีโจรรุกล้ำ ก็จะมีเสียงผิดปกติให้เจ้าบ้านตื่น

นี่คือถิ่นฐานอันสามารถเชื่อมโยงกับเพลง กลิ่นโคลนสาบควาย

องค์การบริหารในท้องถิ่น หรือวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี ท่านมีของดีในบ้าน ทั้ง บ้านคีตกวี มีโคกตาสี อันเป็นที่มาของเพลงดัง

มีบรรยากาศท้องทุ่งคุ้งน้ำอันเชื่อมโยงกับเพลงอมตะได้หลายเพลง

มีทุ่งดงตาลและท้องนาอันเป็นที่มาของ มนต์รักลูกทุ่ง

เคยมีตลาดน้ำบ้านกระแชง ที่โยงถึงเพลง หนุ่มเรือนแพ ได้...ฯลฯ

ท่านเห็นคุณค่าบ้างหรือไม่ หรือมองข้ามเพียงเพราะเป็นวิถีสามัญชน ไม่ใช่เจ้าใหญ่นายโต

ต้นไม้ที่ไม่ภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง แล้วจะเติบโตได้อย่างไร?!


หน้า 7




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.