มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 3478 คน
วันที่ 06 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7647 ข่าวสดรายวัน


"เคน"พระเอกเลือดใหม่วิก3 "ขยัน-อดทน"เรียนรู้งานวงการ


อนงค์ จันทร เรื่อง



แค่เชื่อเล่น "เคน" ก็สะดุดหูแล้ว สำหรับพระเอกเลือดใหม่ช่อง 3 "เคน"ภูภูมิ พงศ์ภานุ เพราะชื่อไปซ้ำกับพระเอกฮอต "เคน-ธีรเดช" แต่ความฮอตจะเทียบเท่าหรือไม่ ต้องจับตา

ล่าสุดหนุ่ม "เคน-ภูภูมิ" กำลังมีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง "30 กำลังแจ๋ว" และมีละครเรื่อง "สามหนุ่มเนื้อทอง" ที่กำลังถ่ายทำ

เว้นว่างงานแสดง หนุ่มน้อยก็เจียดเวลามาคุย

- เข้าวงการมาได้อย่างไร?

เคน - "ตอนเรียนอยู่ปี 1 ไปดูหนังที่เอสพลานาด รัชดาฯ แล้วเจอผู้ช่วย พี่เอ (ศุภชัย ศรีวิจิตร) ซึ่งเขาชวนให้เข้าวงการ ตอนนั้นงงๆ กลับไปบอกแม่ แม่บอกให้ลองดู แรกๆ ไม่ชอบ เพราะไม่มีเวลาเตะบอล ไม่มีเวลาอยู่กับเพื่อนๆ เลยคิดว่าไม่ทำดีกว่า แต่ก็อยู่มาแบบถูๆ ไถๆ ไปเรียนแอ๊กติ้งบ้าง โดดเรียนมาอยู่กับเพื่อนบ้าง เตะบอลบ้าง เพราะงานวงการทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีงานให้ทำด้วย แต่มาช่วงหลังงานเริ่มเยอะขึ้น"

- งานชิ้นแรกที่ได้ทำคืออะไร?

เคน - "เดินแบบแฟชั่นวีกของไอซีซี ตื่นเต้นมากๆ เกร็งไปหมด คนเยอะมาก เห็นนางแบบกับนายแบบเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเร็วมาก โชคดีว่าผมเดินแค่ชุดเดียว ถ้าต้องเปลี่ยนคงเปลี่ยนไม่ทัน ตอนที่เข้าไปในห้องแต่งตัวโห...ทุกคนถอดเสื้อผ้าหมดเลย ผมตกใจจนไม่อยากออกไปข้างนอกเลย (หัวเราะ) ต่อจากนั้นก็มีงานถ่ายแบบ แล้วต่อด้วยหนังกับละคร"

"ซึ่งจุดเปลี่ยนของผมอีกครั้งคือตอนได้เซ็นสัญญากับช่อง 3 ประเดิมละครเรื่องแรก สามหนุ่มเนื้อทอง และมีหนัง 30 กำลังแจ๋ว ที่เล่นเต็มตัว ประกบ พี่อั้ม (พัชราภา ไชยเชื้อ) ซึ่งจริงๆ ก่อนเซ็นสัญญาช่อง 3 ผมได้เล่นหนังของ พี่พจน์ อานนท์ เรื่อง หอแต๋วแตก 2 กับ เขี้ยวอาฆาต"

- เล่นหนังกับ อั้ม-พัชราภา รู้สึกอย่างไรบ้าง?

เคน - "ตื่นเต้นครับ เจอฉากแรกเกร็งมาก ต้องนั่งมองหน้ากันใกล้ๆ จริงๆ ผมเคยเจอพี่อั้มที่บ้านพี่เอ แต่ไม่เคยคุยกัน นอกจากเขินแล้วผมยังรนด้วย ซึ่งก่อนแสดงก็มีไปเรียนเวิร์กช็อปเหมือนกัน พอมาถ่ายจริงมันช่วยได้ แต่เรื่องความเกร็งมันช่วยไม่ได้ครับ (หัวเราะ) เหมือนแอ๊กติ้งเราได้ แต่พอเจอสถานการณ์จริง ต้องมาเจอกล้องเจอคนโน้นคนนี้ มันไม่เหมือนที่เรียน"

"ตอนแรกๆ เจอพี่อั้มเกร็งสุดๆ เพราะพี่อั้มสวยมาก ในเรื่องต้องจีบเขา แรกๆ ก็เกร็ง แต่พอหลังๆ ได้คุยกันก็เลยไม่ค่อยเกร็งแล้ว พี่อั้มน่ารัก ช่วยซ้อมคิว อันนี้เล่นช้าหน่อย อันนี้เพิ่มอีกนิด เขาเป็นครูให้เราได้เลย พี่เขาจะบอกทุกซีน ซึ่งซีนที่เล่นยากเป็นซีนร้องไห้ เพราะผมเป็นคนที่ไม่ค่อยร้องไห้เท่าไร ต้องมีครูมาช่วยบิลด์น้ำตาให้ครับ"

- กลัวเพื่อนแซวไหม เวลาที่หนังออกฉาย?

เคน - "นี่แหละครับเหตุผลที่ผมจะไม่ไปดูหนังกับเพื่อน แต่ผมคิดว่าโดนแน่ๆ เลย เพราะเพื่อนๆ ชอบแซว ผมเลยไม่อยากให้มันมากัน ในกลุ่มบางทีผมก็เป็นแกนนำเหมือนกัน แต่ถ้าพลาดเมื่อไหร่จะโดนหนักกว่าคนอื่น เพราะตอนอยู่กับเพื่อนหรือใช้ชีวิตปกติ ผมจะแตกต่างกับเวลาที่อยู่หน้ากล้อง ตัวจริงผมจะพูดตลอดเวลา แต่พออยู่หน้ากล้องผมจะนิ่งมาก"

"เรื่องการแสดงในความรู้สึกผมเวลาเพื่อนไปดูหนังแล้วไม่มาล้อ แสดงว่าผมเล่นดีแล้ว (หัวเราะ) ดูจากเพื่อน จากแม่ และคนในครอบครัว ไม่ล้อผมเยอะ แสดงว่าผมเล่นโอเค เวลาอยู่บ้าน ถ้าแม่เห็นผมออกทีวีแล้วผมนั่งอยู่ด้วย ผมจะปิดทีวีเลย ผมเขินแม่"

- ถ่ายหนัง "30 กำลังแจ๋ว" พร้อมๆกับละคร "สามหนุ่มเนื้อทอง" สับสนไหม?

เคน - "สับสนครับ หนังกับละครไม่เหมือนกัน บางทีมาเล่นละครผมติดเล่นเร็ว คือละครมันต้องเว้นช่วง แต่ผมติดเล่นเร็ว เขาตัดสลับไม่ทันก็ต้องถ่ายใหม่ แต่ไม่ค่อยเกร็งเหมือนเล่นหนัง เพราะเราพอมีพื้นฐานมาบ้าง"

- เล่นละครไม่ต้องเจออั้มแล้ว ยังเกร็งอยู่ไหม?

เคน - "เกร็งครับ เพราะต้องปรับไปคุยกับคนอื่นใหม่ อย่างในละคร สามหนุ่มเนื้อทอง ผมเล่นคู่กับ เต้ย(จรินทร์พร จุนเกียรติ) เขาก็น่ารักใสๆ และในเรื่องนี้มีนักแสดงชายเยอะ มีแต่คนแย่งเต้ย (หัวเราะ) เวลาผมเข้าฉากกับผู้หญิงจะเขิน ในเรื่องนี้ผมต้องเข้าฉากกับ พี่วุ้นเส้น(วิริฒิพา ภักดีประสงค์) ด้วย ในเรื่องพี่วุ้นเส้นจะต้องถึงเนื้อถึงตัวผมตลอด ผมก็จะเกร็ง ขนาดอยู่ในห้องแอร์ยังเหงื่อแตก คือในเรื่องผมต้องเข้าไปหาเขา"

- งานในวงการเหมือนที่คิดไว้หรือเปล่า?

เคน - "ไม่เหมือนครับ เมื่อก่อนคิดว่าการเป็นดาราเป็นงานที่สบาย ถ่ายแป๊บเดียวก็ได้เงิน แต่พอมาทำจริงแต่ละตอนถ่ายนานมาก โคตรหนัก นัดเข้ากองเช้ากว่าจะถ่ายเสร็จมืดเลย หนักจริงๆ"

"ถามว่ามีงอแงมั้ย ก็มีบ้าง ไม่เคยเหนื่อยขนาดนี้ แล้วผมเป็นลูกคนเดียว เวลาทำอะไรแม่จะช่วยทำ แต่พอมาทำงานตรงนี้ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรเยอะ ทำให้เราโตขึ้นมากๆ เพราะเราต้องเจอหลายๆ อย่าง ต้องขยัน ต้องอดทนเยอะมาก"

- ตอนนี้เริ่มวางตัวลำบากไหมเพราะคนจำได้?

เคน - "มีคนจำผมได้ แต่ผมก็ยังชิลชิลอยู่ ชีวิตผมยังไม่เปลี่ยน ยอมรับกลัวชีวิตวัยรุ่นหาย และกลัวว่าจะไม่ได้เล่นบอล กลัวแค่นี้ ผมชอบเล่นบอลมาก ได้เจอเพื่อน ได้แข่งบอล เมื่อก่อนผมเป็นนักกีฬาโรงเรียน แต่พอมาทำงานตรงนี้เริ่มเฟดออกมา ตอนนี้ผมเล่นอยู่ชมรมคริสเตียนของมหาวิทยาลัย ผมไม่ได้เป็นคริสเตียนแค่ไปแจม"

- วางแผนกับงานในวงการไว้อย่างไรบ้าง?

เคน - "ผมไม่ได้วางแผนชีวิตในวงการ แต่เริ่มวางแผนชีวิตตัวเองว่าโตขึ้นจะทำอะไรต่อ ผมมีเพื่อนอยู่เชียงใหม่ กะว่าจะไปซื้อที่เพื่อนแล้วจะทำอะไรสักอย่างหุ้นกับเพื่อน ตอนนี้เริ่มคุยไว้บ้างแล้วว่าโตไปจะทำอันนี้ด้วยกันมั้ย เพื่อนก็โอเค"

- แล้วงานในวงการล่ะ?

เคน - "ทำไปให้เต็มที่ งานในวงการสนุกดี ทำงานทุกวันก็เหนื่อยบ้าง ถามว่าท้อมั้ย มีบ้าง แต่พอกลับบ้านไปเล่นเกมก็หายเหนื่อย บ่นให้แม่ฟังว่าเหนื่อย แม่ก็บอกว่าเมื่อมีโอกาสมาทำแล้วก็ให้ทำเต็มที่ จะได้ไม่มาเสียดายทีหลัง"

"ทุ่มมากับงานตรงนี้แล้ว เราก็ควรทำให้มันดี"



สุดซน

เกิดและเติบโตที่ จ.สิงห์บุรี สำหรับพระเอกหนุ่ม "เคน-ภูภูมิ" โดยแม่เป็นคนจ.สิงห์บุรี ส่วนพ่อเป็นคนจ.สระบุรี

เจ้าตัวเล่าว่า "ผมเรียนที่สิงห์บุรีตั้งแต่เด็ก พอมัธยมปลายฯ ก็เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ถึงตอนนี้เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ 6 ปีแล้ว"

"ตอนเด็กๆ ซนมาก ว่ายน้ำไม่เป็นแต่ชอบหนีไปเล่นน้ำคลอง ซึ่งเป็นแม่น้ำใหญ่มาก ไปเล่นกับเพื่อน ก็พยายามไปหัดว่ายน้ำ ที่บ้านเป็นห่วง แต่ผมก็แอบหนีเป็นประจำ โดนตีทุกวัน เพราะนอกจากหนีไปเล่นน้ำคลองแล้ว ยังชอบหนีไปปั่นจักรยานไกลมาก แล้วก็จะปั่นกลับเข้าบ้านตอนเย็นๆ ค่ำๆ"

แสดงว่าซนมาก "ครับ ผมชอบหนีออกเล่นนอกบ้าน เรียกว่าเป็นเด็กดื้อ วีรกรรมที่ทำให้ที่บ้านปวดหัวมากๆ คงเป็นเรื่องที่ผมหนีออกไปเล่นน้ำคลองครั้งแรกๆ เพราะมันเป็นแม่น้ำใหญ่มาก พอป้ารู้ว่าผมแอบไปเล่นน้ำคลอง ป้าก็ตามไปที่คลองเลยแล้วก็ตีผมใหญ่เลย เรียกว่าโดนตีเยอะที่สุดแล้วครั้งนั้น จำได้ว่าตอนนั้นผมอยู่ประมาณ ป.2-ป.3 แต่ตอนนี้ว่ายน้ำเป็นแล้วครับ"

พูดถึงป้า แสดงว่าตอนเด็กๆ ป้าเป็นคนเลี้ยงเคนรับ "ใช่ครับ เพราะแม่เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ตอนนั้นแม่กับป้าแย่งผมกัน เพราะแม่อยากเอาผมมาอยู่กรุงเทพฯ ส่วนป้าไม่ยอม ก็เลยแบ่งครึ่งว่า ผมเรียนที่สิงห์บุรีถึงป.6 พอม.1 เข้าไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ"

ค่อนข้างสนิทกับป้า "สนิทครับ ผมเป็นหลานคนแรกของครอบครัว ทุกคนจะเห่อมาก ผมจะโดนแย่งชิงตลอดเวลา คนโน้นคนนี้ให้ไปหา พอกลับไปทีก็ต้องไปหาญาติๆ หลายที่ แต่ส่วนใหญ่ทุกคนจะไปรวมกันอยู่ที่สิงห์บุรี แล้วก็จัดกินเลี้ยงกันที่บ้าน"

พอมาอยู่กรุงเทพฯ เคนรับว่าชีวิตเปลี่ยน กลายเป็นคนอยู่บ้านเยอะขึ้นและไม่ดื้อ เพราะไปไหนไม่ได้ ช่วงแรกเป็นโรคซึมเศร้า แต่พอเริ่มมีเพื่อนก็ปรับตัวได้

ถามว่ามีแผนจะทำอะไร ให้กับครอบครัวไหม พระ เอกหนุ่มกล่าวว่า "ตอนนี้คิดอยู่ว่าจะทำบ้านที่จ.สิงห์บุรีให้ทุกคนมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน หรือว่าจะไปทำที่จ.นครสวรรค์ ดี เพราะลุงผมซื้อที่อยู่ที่นั่น ตั้งใจว่าถ้ามีเงินเยอะๆ จะให้ทุกคนมาอยู่ด้วยกัน เวลาไปเจอจะได้เจอพร้อมกันทีเดียว"

"ตัวผมเป็นคนรักครอบครัวมาก ใครที่จะเข้ามาต้องเข้ากับครอบครัวผมได้" เคนกล่าว

เอ้าสาวๆ ฟังไว้

ชื่อเล่น : เคน

ชื่อ-นามสกุล : ภูภูมิ พงศ์ภานุ

วัน/เดือน/ปีเกิด : 20 ต.ค. 2534

การศึกษา : อนุบาลถึงประถมศึกษา ร.ร.อินทโมลีประทาน, มัธยมศึกษาที่ ร.ร.กุนนทีรุทธารามวิทยาคม, ปัจจุบันเรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน ปีที่ 3 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย



สเป๊กสาวขอเข้าใจ-ชอบคนทำกับข้าวเก่ง

"ตอนนี้ยังไม่ได้เจอใครเลย เจอสาวก็แต่ในกองที่ถ่ายละครเท่านั้นเอง" หนุ่ม "เคน"ภูภูมิ พงศ์ภานุเปิดใจเมื่อถูกถามเรื่องสาวๆ

ก้าวเท้าเข้าวงการมาเจอสาวสวยๆ เคนยอมรับตื่นตาตื่นใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ได้แต่มอง เพราะสาวที่เจอล้วนแต่เป็นรุ่นพี่ทั้งนั้น ส่วนสาวรุ่นเดียวกันยังไม่เจอ

พอยิงคำถามว่า ตอนนี้มีแฟนหรือยัง หนุ่มเคนรีบตอบ "ยังไม่มีครับ"

แย็บแซว ไม่ใช่มีแล้วปิดนะเพราะกลัวทำงานในวงการไม่ได้ หนุ่มน้อยรีบปฏิเสธ "ไม่ใช่ครับ ถ้าผมอยากมีผมก็มี ไม่ปิด จะเป็นคนในหรือนอกวงการก็ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่คิดเรื่องนี้ เพราะไม่มีเวลาคิดเลย"

ถึงแม้ช่วงนี้จะไม่ได้คิดเรื่องสาว แต่เมื่อครั้งยังเยาว์ พระเอกหนุ่มหน้าใหม่บอกก็เคยมีแอบไปชอบสาวเหมือนกัน

"ตอนนั้นเป็นช่วง ม.3 เป็นเด็กตัวน้อยมาก อันนั้นไปแอบชอบเขา ไม่ได้เรียกว่าแฟน เหมือนว่าผมคิดไปเอง ผู้หญิงคนนั้นเป็นรุ่นพี่ม.4 ผมชอบซื้อขนมไปให้เขา เหมือนเขาก็สนใจนะ คอยนั่งกินขนมผม (หัวเราะ) มาคิดตอนนี้เขาหลอกกินหรือเปล่าก็ไม่รู้ (หัวเราะ) พี่เขาอายุห่างจากผม 2 ปีครับ"

ถามว่าถูกใจอะไรรุ่นพี่ม.4 คนที่ว่า เคนเฉลย "เขายิ้มน่ารัก มีแต่คนชอบ เป็นดาวโรงเรียนด้วย ผมเอาขนมไปให้เขากินทุกวัน แล้วเคยไปนั่งกินข้าวกับเขาครั้งหนึ่งและเป็นครั้งเดียว บังเอิญผมไปกินข้าวหน้าโรงเรียน แล้วผมรู้จักเพื่อนของเขา ผมก็เลยไปนั่งกินด้วยเนียนๆ ไม่ได้นั่งกินกันสองคนหรอก"

"เรียกว่าเป็นรักครั้งแรกของผม ตามชอบพี่เขานานมาก จนพี่เขาเรียนจบม.6 ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่รุ่นพี่คนนั้นตอนอยู่ช่วงม.5 ก็เหมือนหันมาสนใจผมเหมือนกันนะ" หนุ่มเคนพูดอวด "แต่ก็ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า เพราะเขามานั่งดูผมเตะบอลด้วย มาดูอยู่สองครั้ง ตอนนั้นผมเตะบอลสู้ตายเลย"

ตอนเด็กๆ ชอบสาวที่ยิ้มน่ารัก สวย เป็นดาวโรงเรียน แต่ปัจจุบัน สเป๊กสาวของเคนนั้น เจ้าตัวเปิดใจว่า "ผมอยากเจอคนที่เข้าใจว่าผมทำงานตรงนี้ ผมไม่ค่อยมีเวลา ถ้าเขาเข้าใจก็น่าจะไปกันได้ด้วยดี แล้วผมชอบคนที่ทำกับข้าวเก่ง เพราะผมชอบกินมากๆ ส่วนเรื่องรูปร่างหน้าตา ด่านแรกหน้าตาน่ารัก เมื่อก่อนชอบขาวหมวย แต่เดี๋ยวนี้ไม่ฟิกซ์แล้ว เพราะบางทีคนที่ไม่ขาวไม่หมวยก็สวยเหมือนกัน"

"เมื่อก่อน ขาวๆ หมวยๆ ดัดฟัน ผมโคตรชอบเลย แต่เดี๋ยวนี้ยังไงก็ได้ ขอเข้าใจและน่ารักด้วยก็ดีครับ" เคนกล่าว



อยากยิ้ม

โดนวิพากษ์วิจารณ์เยอะว่าไปทำศัลยกรรมมา หน้าตาถึงได้หล่อเหลาขนาดนี้ โดยพระเอกเลือดใหม่ช่อง 3 "เคน"ภูภูมิ พงศ์ภานุ เผยความรู้สึกถึงข่าวที่พึ่งมีดหมอนี้ว่า

"เฉยๆ ครับ มีรูปเก่าๆ ของผมออกมาเต็มไปหมด ตลกดี คือตอนนั้นผมดัดฟันอยู่ ปากก็บานๆ หน่อย ตัวดำๆ เพราะเตะบอลก็ปกติครับ"

ถามว่าได้ทำอะไรก่อนเข้าวงการบ้าง เคนกล่าวว่า "ดัดฟันครับ แล้วเอาฟันออกเยอะเพราะผมเป็นคนฟันใหญ่ เดี๋ยวผมก็ต้องไปเอาฟันออกอีก เพราะฟันใหญ่เกินไป จริงๆ ผมอยากดัดฟันอีกรอบหนึ่ง ดูเวลาก่อนครับ"

"ที่อยากทำเพราะเวลาผมยิ้ม เขาบอกไม่ให้ผมยิ้มเห็นฟันเพราะดูฟันเยอะ ผมก็ไม่ชอบ ผมอยากยิ้มให้เห็นฟัน ผมเลยอยากไปเอาฟันออกผมจะได้ยิ้มเยอะๆ (หัวเราะ) ผมปรึกษาพี่เอ(ศุภชัย ศรีวิจิตร) เรื่องนี้ เพราะมันเป็นปัญหาสำหรับผมมาก มันกดดันมาก" เคนพูดสีหน้าจริงจัง


หน้า 17




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.