มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2407 คน
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7381 ข่าวสดรายวัน


"ซาร่า"มุพัฒนาฝีมือ งงลือโดนปั้นแทน"พิ้งกี้"


พิฐชญาณ์ เพชรธีระโรจน์ เรื่อง/ภาพ



เข้าวงการมาร่วม 8 ปี แต่ชื่อของดาราสาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ "ซาร่า เล็กจ์" ดูไม่เปรี้ยง เพิ่งจะมาดังก็เมื่อปีกลายที่ลงเล่นละคร "สวยเริ่ดเชิดโสด" และยิ่งเพิ่มดีกรีความแรงกับละครเรื่องล่าสุด "รหัสทรชน" ที่รับบทเป็นนักฆ่าสาว

จนทำให้หลายคนมองว่า เธอจะกลายเป็น นักแสดงลูกรักช่อง 3 ที่ทางค่าย "บรอดคาซท์ไทยเทเลวิชั่น" ต้นสังกัดหวังปั้นให้เทียบชั้นนางเอกสาว "พิ้งกี้"สาวิกา ไชยเดช

-เริ่มเข้าวงการได้อย่างไร?

ซาร่า - "เมื่อก่อนอยู่พัทยา พอดีลูกสาวเพื่อนคุณแม่จะขึ้นมากรุงเทพฯ ไปโมเดลลิ่งแล้วชวนเราไปด้วย ตอนนั้นอายุ 14-15 ปี ทางโมเดลลิ่งก็จับแต่งหน้าถ่ายรูป เก็บไว้ จากนั้นก็โทร.ให้มาแคสต์ งานที่กรุงเทพฯ"

"ครั้งแรกที่ไปแคสต์จำได้ว่าถามตัวเองว่ามาทำอะไร ยากมาก ให้หัวเราะหน้ากล้อง รู้สึกน่าเกลียดมาก แคสต์งานไปกลับพัทยา-กรุงเทพฯ ประมาณ 2 อาทิตย์ต่อครั้ง จนได้งานโฆษณา นมยี่ห้อนึง แต่ไม่เด่นมาก แล้วก็ไปแคสต์อีกแต่ไม่ได้ เลยบอกคุณแม่ว่าไม่มาแคสต์แล้วนะ เหนื่อย"

"แต่พอเห็นเพื่อนที่เคยไปแคสต์งานด้วยกันได้งานกันหมด เลยบอกคุณแม่ว่าไปกันใหม่มั้ย พอไปแคสต์ใหม่ปรากฏว่าได้ เป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก พอได้งานนึงแล้วก็ได้งานต่อไปเรื่อยๆ มีงานโฆษณา ตามด้วยเอ็มวีของลิฟท์-ออย แล้วก็ได้เซ็นสัญญากับอาร์เอสและมีงานละครหนังเข้ามาเรื่อยๆ"

-ตอนที่เซ็นสัญญากับอาร์เอสเซ็นกี่ปี?

ซาร่า - "ครั้งแรกเซ็นไป 3 ปี แล้วมาต่ออีก 3 ปี แต่อยู่ไม่ครบ เพราะช่วงนั้นเรียนอยู่ปี 4 พอดีและช่วงหลังๆ อาร์เอสผลิตละครน้อยลง ซาร่าก็คิดว่าถ้าเราไม่ใช่นักร้องก็ไม่เวิร์ก เลยไปคุยกับผู้ใหญ่ขอสัญญาคืน และอยากลองอะไรใหม่ๆ เลยอยู่กับอาร์เอสแค่ 4 ปีกว่า"

-มีอยู่ช่วงที่ซาร่าหายไปจากวงการ?

ซาร่า - "อย่างที่บอกละครอาร์เอสมีน้อยลงเลยทำให้หันไปเรียน คือตอนเรียน ปี 1-ปี 4 เรียนหนักมาก งานก็ต้องทำ ไม่มีเวลาส่วนตัวเลย พอช่วงหลังที่หายไปรู้สึกโอเคได้พักและเรียนเยอะมาก อัดเรียนทีเดียว 9 ตัว แล้วก็คิดว่าจะลงเรียนต่อโท ตอนไปเรียนเพื่อสอบโทเจอกับพี่หน่อง-อรุโณชา (ภาณุพันธุ์) ชวนให้เซ็นสัญญากับบรอดคาซท์ฯ ก็เลยเซ็นไม่ได้เรียนต่อ เซ็นทั้งหมด 3 ปีค่ะ"

-ช่วงนั้นเคยสับสนถึงขั้นอยากพักงานไปเรียนเลยไหม?

ซาร่า - "เคยค่ะ ตอนนั้นไม่แน่ใจจริงๆ ว่าอยากทำอะไรกันแน่ เพราะตอนเรียนปริญญาตรีจบมาก็เอ็นจอยดีและอยากจะเรียนโทต่อ ก็เลยบินไปที่บอสตัน อเมริกา 2 เดือน เพื่อไปดูที่เรียนกับเพื่อน แต่สุดท้ายไม่ได้ไปเรียน ถ้าถามว่าตอนนี้อยากไปเรียนมั้ย ลึกๆ มีอยู่แล้ว แต่อยากโฟกัสงานที่มีอยู่ก่อน และอยากพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นค่ะ"

-ตอนอยู่อาร์เอสได้เป็นนางเอก แต่พอเล่นละครกับบรอดคาซท์ฯ ได้เป็นตัวรองรู้สึกอย่างไร?

ซาร่า - "ตอนอยู่อาร์เอสบทเป็นนางเอกก็จริง พอไม่ได้เป็นนางเอกแล้วก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจเลย แค่รู้สึกว่าสุดยอดมากที่เราได้มาทำงานกับคนที่เจ๋งจริง มาเจอคนที่เขาอยู่มานานและมีฝีมือจริงๆ เมื่อก่อนเวลาเราเป็นนางเอกก็ไม่ได้อะไรมาก แต่พอมาอยู่ตรงนี้เราเห็นนางเอกตัวจริง อย่างเล่นละครกับบรอดคาซท์ฯ เรื่องแรก หยกลายเมฆ ได้เล่นกับพี่เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ คิดเลยว่าเป็นอย่างนี้นี่เอง แล้วเราก็ถูกรายล้อม ด้วยคนเก่ง ทำให้ต้องขยันมากขึ้น แฮปปี้มากที่เราได้มีโอกาสมาทำงานตรงนี้"



-มาถึงละครล่าสุด "รหัสทรชน" เป็นอย่างไรบ้าง?

ซาร่า - "เรื่องนี้เป็นบู๊เรื่องแรก ปกติเล่นละครจะมีแต่คนอื่นบู๊แล้วเราหนีอย่างเดียว แต่เรื่องนี้โหดเลย เพราะซาร่าต้องรับบทนักฆ่า บู๊ทุกอย่าง ตั้งแต่ยิงปืนทุกขนาด, เตะต่อย, หนีเอฟเฟ็กต์ ได้ร่วมงานกับค่ายยูม่ารู้สึกแฮปปี้"

-ยากไหมกับบทบู๊?

ซาร่า - "ยากมาก อาทิตย์แรกๆ มึนมาก เพราะต้องจับปืนใหญ่ๆ ยาวๆ ไม่ถนัดมือ วันแรกที่เข้าฉากเป็นฉากยิงปืนเสียงดังมาก ต้องควบคุมตัวเอง ถือปืนให้ทะมัด ทะแมง รอคิวยิง มีไดอะล็อกเยอะไปหมด ไหน ใจจะเต้นแรงอีก แต่หลังจากนั้นก็สนุกดี จำได้ว่าวันแรกที่เข้ากองไปกับ "เอ๋-มณีรัตน์" และทั้งคู่จะกังวลขนาดไปซ้อมยิงปืน แล้วตกลงว่าเดี๋ยวเอาปืนปลอมกลับบ้านกัน เอาไปถือให้ชินมือ"

-หลังเงียบหายไปนาน อะไรที่ทำให้คิดว่ากลับมามีงานอีกครั้ง?

ซาร่า - "อาจจะมีส่วนว่าย้ายมาอยู่บรอดคาซท์ฯ ด้วย และคนได้เห็นซาร่าที่โตขึ้น บางทีซาร่าไม่รู้ตัว เพราะตอนเล่นละครอยู่อาร์เอสคนจะบอกว่าซาร่าเด็กมาก วิธีการเล่นติดแอ๊กติ้งจากตอนเด็กๆ มา จนพี่ๆ ผู้กำกับฯ บอกว่าเลิกเล่นแบบนี้ได้แล้ว โตแล้วจะทำท่าเหมือนเด็กๆ ไม่ได้ ต้องสวย ต้องมีจริต ให้โตได้แล้ว ซึ่งเรามาคิดว่าก็จริง เราก็ค่อยๆ ปรับ ไปเล่นแต่ละที่เขาก็จะสอนหลายๆ แบบ ก็หยิบมาใช้ในการแสดง"

-พอโตขึ้นก็มาพร้อมภาพที่เซ็กซี่ขึ้น?

ซาร่า - "ซาร่าดีใจตรงที่ตัวเองสูงและยังมีคนเห็นว่าเรามีความเป็นนางแบบบ้าง ก็ชวนไปเดินแบบ อยากให้คนเห็นว่าเราก็ทำอย่างอื่นได้ รวมถึงเรื่องการถ่ายแบบอาจมีภาพเซ็กซี่บ้าง ที่บ้านคุณแม่จะโอเค แต่คุณพ่อไม่โอเคถ้าเป็นชุดว่ายน้ำที่เซ็กซี่จัดๆ เรื่องงานที่บ้านไม่มีการห้ามมีแค่แนะ นำ แสดงความคิดเห็น ให้อิสระกับตัวเอง ถ้าทำพลาดตัวเองต้องเรียนรู้เองเท่านั้น"

-รู้สึกอย่างไรกับกระแสที่ว่าช่อง 3 จะปั้น "ซาร่า" แทน "พิ้งกี้-สาวิกา"?

ซาร่า - "เคยได้ยินข่าวนี้เหมือนกัน งงมาก แต่แอบคิดเพราะมีคนพูดเยอะว่าหน้าคล้ายพิ้งกี้เลยประจวบเหมาะ แต่จริงๆ พิ้งกี้ไม่ได้อยู่ บรอดคาซท์ฯ คิดว่าต่างคนต่างเล่น และส่วนใหญ่ทางช่องก็เอาคนที่เหมาะสมกับคาแร็กเตอร์มาเล่นมากกว่า กับข่าวไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ค่ะ"

-มีงานอะไรในวงการที่อยากทำไหม?

ซาร่า - "ตอนนี้อยากกลับไปเล่นหนังอีก เพราะหายจากหนังไปนานแล้ว เรื่องสุดท้าย คนไทยทิ้งแผ่นดิน แต่ตอนนี้ก็มีความสุขกับการเล่นละครมาก กับงานตอนนี้แฮปปี้นะ เพราะอยู่ในช่วงที่ค้นหาตัวเองเจอแล้วว่าอยากทำอะไร ตอนนี้เป็นช่วงที่ตั้งใจที่สุด เรียนรู้และทำมันออกมาให้ดี"



-วางอนาคตในวงการอย่างไร?

ซาร่า - "ไม่ถึงกับวาง เพียงแต่ตั้งใจทำวันนี้ให้ดีที่สุด งาน ที่เข้ามาและงานที่กำลังจะได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่ก็ตั้งใจทำให้ดีที่สุด และดูแลตัวเองมากขึ้นค่ะ"

เพราะโอกาสไม่ได้มีเข้ามาให้คว้าได้บ่อยๆ



ขี้อาย

เกิดเมืองไทย ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี แต่พออายุได้ 3 ขวบ ด.ญ.ซาร่า เล็กจ์ ก็ต้องย้ายไปอยู่ที่ประเทศซาอุดีอา ระเบีย ตามคุณพ่อที่ย้ายไปทำงานที่นั่น แต่พออายุ 11 ก็บินกลับมาอยู่เมืองไทยเป็นการถาวร

ซาร่าเป็นลูกคนเดียว จะถูกตามใจจากคุณแม่มากกว่าคุณพ่อ โดยคุณพ่อของเธอค่อนข้างเจ้าระเบียบตามสไตล์ฝรั่ง ส่วนคุณแม่จะเลี้ยงแบบไทยๆ ใจดี สอนกิริยามารยาท การไหว้แบบไทยๆ

การที่คุณพ่อมีระเบียบทำให้ซาร่าได้เห็นความแตกต่างของเธอกับเพื่อนๆ เมื่อได้กลับมาอยู่เมืองไทย

"เรื่องระเบียบต่างๆ ตอนอยู่ซาอุฯ เราจะเฉยๆ เพราะยังเด็ก แต่พอกลับมาแล้วต้องมาเรียนที่โรงเรียนไทยเริ่มเห็นความแตกต่างของซาร่ากับเพื่อน ตรงที่เราต้องนอน 2 ทุ่มครึ่ง ทุกวันจันทร์-พฤหัสฯ ไปโรงเรียนนี่ไม่สามารถพูดเรื่องละครกับเพื่อนๆ ได้เลย เพราะไม่เคยได้ดู แต่เพื่อนทุกคนดูฟรีสไตล์มาก จะนอนกี่โมงก็ได้"

"อย่างจะไปเที่ยวไหนต้องขอก่อน ถึงขอแล้วก็ต้องกลับให้ตรงเวลา ถ้าไม่ตรงเวลาครั้งหน้าจะถูกลดเวลาการเที่ยวกับเพื่อน หรือเวลาอยากจะได้อะไรจากคุณพ่อจะไม่ค่อยได้ จะได้แค่วันเกิด วันคริสต์มาส และถ้าหากอยากได้อะไรต้องเก็บเงินซื้อเอง"

ตอนเด็กๆ ซาร่าเป็น เด็กขี้อายเลยไม่ค่อยได้ทำกิจกรรม แต่เพราะเป็นคนสูงหน่วยก้านดีจึงถูกรุ่นพี่ชักชวนให้เป็น เชียร์ลีดเดอร์ พอซ้อมไปได้หน่อยตัวเองสูงกว่าเพื่อนดูเก้งก้าง ทำ ให้ไม่มั่นใจเลยเลิกทำ

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ ซาร่าทำแล้วมั่นใจ เจ้าตัวบอก "คือถือป้ายตอน กีฬาสีค่ะ"

"เวลาคนเยอะๆ ซาร่า จะขี้อาย แต่เวลาอยู่บ้านชอบมากที่จะเดินแฟชั่นโชว์ในบ้าน ถ้าเป็นที่ไม่รู้จักจะกลัวไม่เอาเลย เหมือนติดมาตั้งแต่เด็กเวลาที่เราทำอะไรแล้วบางครั้งสังคมไทยชอบว่ากัน ตำหนิกันให้เสียเซลฟ์ ตอนซาร่าเด็กๆ มีคนพูดกับคุณแม่เหมือนกันว่าโตขึ้นให้ไปประกวดนางงาม หรือ เห็นเราสูงก็บอกว่าให้เป็นนางแบบ ตอนนั้นเราเองรู้สึกเฉยๆ ค่ะ"

แต่มาตอนนี้น่ะเรอะ เท่าไหร่เท่ากัน



ให้ใจ"ความรัก"เต็มร้อย

พรุ่งนี้ก็จะถึงวันแห่งความรักแล้ว ไม่พูดถึงเรื่องความรักของสาวสวย "ซาร่า เล็กจ์" กับแฟนหนุ่ม "เอ็ม"สืบสกุล ทวีผล ดีเจ. แห่งคลื่นฮอตเอฟเอ็ม ก็ดูจะเชยไปหน่อย

แย็บถามวันวาเลนไทน์มีแพลนกันอย่างไร ซาร่ากล่าวว่า "ยังไม่มีแพลนเลยเพราะติดถ่ายละคร ถ้ามีเวลาหรือเลิกกองเร็วคงไปทานข้าวกัน ปีนี้เป็นปีแรกที่ทำงานวันวาเลนไทน์ทั้งวันขนาดนี้ ครั้งนี้ไม่มีใครงอแงเพราะต่างทำงาน เราไปทานข้าวกันวันอื่นก็ได้ค่ะ"

เล็งของขวัญวันวาเลนไทน์ให้เอ็มหรือยัง ดาราสาวแง้ม "ยังไม่รู้เลยว่าจะให้อะไร อาจเป็นการ์ดเพราะไม่มีเวลาไปเดินหาค่ะ"

จริงๆ แล้วเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้ไหม ซาร่าตอบ "ไม่ถึงกับให้ความสำคัญมาก เราสนุกกับเทศกาล บางปีอาจจะมีของให้กัน ไปเที่ยวกัน ซาร่าว่าวันวาเลนไทน์เป็นเทศกาลที่น่ารัก หลายคู่มีความสุขกับวันนี้ คนที่แอบชอบกันก็จะมาบอกรักกันวันนี้"

แล้ว "เอ็ม" เคยทำเซอร์ไพรส์อะไรที่ทำให้ประทับใจในวันนี้บ้าง ซาร่าทำท่านึก "พี่เอ็มเป็นคนที่ชอบทำเซอร์ไพรส์ค่ะ อย่างปีที่แล้วพาไปนั่งทานข้าวบนเรือ และมีอยู่ปีหนึ่ง พาไปนั่งเครื่องบินรอบกรุงเทพฯ ตอนนั้นทั้งตกใจและดีใจ ไม่คิดว่าพี่เขาจะทำเซอร์ไพรส์ขนาดนี้"

คบกับเอ็มมากี่ปีแล้ว "จะ 6 ปีแล้วค่ะ ที่ทำ ให้คบกันนานน่าจะเป็นเพราะคุยกันรู้เรื่อง คุยภาษาเดียวกัน เสมอต้นเสมอปลาย ซึ่งการคบหากันก็อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ค่ะ"

ส่วนการวางแผนอนาคต ดาราสาวกล่าวว่า "เรื่องอนาคตยังไม่ได้คุยกันเลยค่ะ เรียกว่าช่วงนี้เป็นช่วงทำงานเก็บเงินกันมากกว่า"

"ซึ่งความรักที่ผ่านมาไม่ถึงกับประคอง เหมือนให้ใจกันเต็มร้อยอยู่แล้ว เราจริงใจเขาจริงใจพอแล้ว เรื่องทะเลาะไม่ค่อยนะ แต่อาจมีง้อง แง้งบ้าง แต่ทุกครั้งที่เป็นแบบนี้ก็เท่ากับฝึกให้เราได้รู้ จักวิธีมาเคลียร์กัน หรือเป็นอีกสเต็ปในการเรียนรู้กัน"

สุดท้ายถามถึงมุมมองความรัก ซาร่าเปิดใจว่า "มุมมองความรักของซาร่าเป็นการแคร์กัน ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าแคร์จนทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ ต้องมีความรู้สึกที่ดีทั้งสองฝ่าย และต่างฝ่ายต่างให้กำลังใจกันแล้วทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดี มีกำลังใจที่จะทำสิ่งดีๆ ต่อกัน ซึ่งมุมมองตรงนี้เป็นความรักที่เอามาจากความรู้สึกของซาร่าเองในตอนนี้ค่ะ"

เรียกว่าตอนนี้อะไรๆ ก็ดูเป็นสีชมพูไปโม้ด



ผลงานที่ทำให้รู้จัก

ชื่อเล่น : ซาร่า

ชื่อนามสกุล : ซาร่า เล็กจ์

วัน/เดือน/ปีเกิด : 20 พ.ค. 2527

บิดา/มารดา : เกรแฮม เล็กจ์/ ชูก้าน เบ็ญจพงษ์

การศึกษา : อนุบาล-เกรด 3 ที่เดอะ กรีนเกต อินเตอร์เนชั่นแนล สคูล (ซาอุดีอาระเบีย), ป.4-ม.6 ที่เซนต์ปอล คอนแวนต์ สคูล, อุดม ศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ



มีผลงานให้เห็นมาเรื่อยๆ สำหรับ ดาราสาว "ซาร่า เล็กจ์" แต่ผลงานที่โดดเด่นและทำให้คนรู้จัก เจ้าตัวว่าน่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง "ปักษา วายุ" ที่เล่นกับพระเอก "หนุ่ม"ศรราม เทพพิทักษ์

โดยซาร่ากล่าวว่า "ตอนที่รู้ว่าต้องเล่นหนังกับพี่หนุ่มตื่นเต้นมาก ยังไม่รู้ว่าเล่นเป็นอะไรก็รับปากทันที พี่หนุ่มเหมือนเป็นซูเปอร์สตาร์ของเรา เพราะดูละครที่พี่เขาเล่นมาตั้งแต่เด็กแล้ว"

ถามว่ายากไหม เจ้าตัวกล่าวว่า "ยากมาก เพราะเป็นหนังเรื่องแรก แถมต้องเล่นเป็น 3D ด้วยค่ะ"


หน้า 17




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.