มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 899 คน
วันที่ 03 เมษายน พ.ศ. 2556 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8161 ข่าวสดรายวัน


โค้งสุดท้าย!คดีพระวิหาร ถ่ายสดดวลฝีปากจากศาลโลก


สกู๊ปพิเศษ


กรณีรัฐบาลกัมพูชาขอให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก ตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร ที่ได้เคยตัดสินไปแล้วเมื่อปี 2505 กำลังเดินทางเข้าสู่โค้งสุดท้าย ภายหลังศาลโลก ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีกำหนดขึ้นนั่งบัลลังก์เพื่อรับฟัง "การให้การด้วยวาจา" (Oral Hearing) รอบสุดท้าย ในวันที่ 15-19 เม.ย.



โดยคณะต่อสู้คดีของฝ่ายไทย จะยังคงมี นายวีระชัย พลาดิศัย เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นตัวแทนในศาล นำโดย นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การต่างประเทศ ที่จะเดินทางไปเพื่อสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด



นายวีระชัยกล่าวสรุปความเป็นมาของการต่อสู้คดีตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบันว่า ในปี 2502 กัมพูชาฟ้องร้องต่อศาลโลกโดยต้องการให้ไทยถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ปราสาทพระวิหาร และให้ปราสาทอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา ในระหว่างที่คดียังดำเนินไป



ต่อมาในปี 2505 กัมพูชายื่นข้อเรียกร้องเพิ่มต่อศาลอีก ได้แก่ ขอให้ศาลตัดสินให้ไทยคืนวัตถุโบราณทั้งหมดในปราสาท และให้เส้นเขตแดนให้เป็นไปตามแผนที่ระวางดงรัก (Annex I) ที่มีอัตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ซึ่งจัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการปักปันเขตแดนผสมสยาม-ฝรั่งเศส ภายใต้อนุสัญญา ค.ศ.1904 นอกจากนี้ ให้ศาลตัดสินให้แผนที่ ดังกล่าวมีสถานะเป็น "สนธิสัญญา" ด้วย

สุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล - วีระชัย พลาดิศัย





ศาลโลกมีคำพิพากษาในปี 2505 ให้ปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา และไทยต้องถอนกำลังทหารออกจากบริเวณดังกล่าว รวมทั้งคืนวัตถุโบราณทั้งหมดให้แก่กัมพูชา โดยศาลปฏิเสธที่จะตัดสินเรื่องเส้นเขตแดน รวมทั้งปฏิเสธที่จะตัดสินว่าแผนที่ดังกล่าวเป็นสนธิสัญญาหรือไม่ด้วย



ดังนั้น แผนที่ 1 ต่อ 200,000 จึงมีสภาพเป็น "แผนที่แนบคำร้อง" ไม่ใช่ "แผนที่แนบคำตัดสิน" ตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ



ต่อมาในปี 2554 กัมพูชาได้ใช้สิทธิตามธรรมนูญข้อ 60 ของศาลโลก เพื่อขอให้ตีความ "พื้นที่รอบๆ" (Vicinity) ตัวปราสาท โดยอ้างว่าควรเป็นไปตามแผนที่ 1 ต่อ 200,000 ขณะที่ไทยนั้นเห็นว่า "พื้นที่รอบๆ" ควรเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 10 ก.ค. 2505 ซึ่งกัมพูชาเคยรับแล้ว แต่ปัจจุบันกลับเปลี่ยนท่าที รวมทั้งการถ่ายทอดเส้นแผนที่ 1 ต่อ 200,000 ของกัมพูชา ปัจจุบันก็ไม่ถูกต้อง จึงกลายเป็นที่มาของ "พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน" ขนาด 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ เกิดจากการที่กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระวิหารเพียงฝ่ายเดียว และวาดแผนที่รุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของไทย

คดีที่ศาลโลกเมื่อปี 2505





เอกอัครราชทูตไทยประจำเนเธอร์แลนด์ กล่าวถึงแนวทางการต่อสู้หลักของไทย โดยอธิบายว่า ไทยมองว่า คำขอตีความของกัมพูชาเป็นการอุทธรณ์เรื่องที่ศาลได้ปฏิเสธไปแล้ว คือ เรื่องการตัดสินเส้นเขตแดนตามแผนที่ 1 ต่อ 200,000 จึงถือเป็นคดีใหม่ และไทยไม่ได้ต่ออายุธรรมนูญศาลโลกมาตั้งแต่ปี 2505 คือ ไม่รับอำนาจในกรณีคดีใหม่



ข้อต่อมา คือ ไทยและกัมพูชาไม่มีข้อ ขัดแย้งใน "พื้นที่รอบๆ" ปราสาท เนื่องจากตามมติครม เมื่อ 10 ก.ค. 2505 ไทยได้นำ รั้วลวดหนามไปตั้งแสดงอาณาเขตไว้แล้ว และกัมพูชาไม่เคยแสดงท่าทีคัดค้านตลอดมา กระทั่งบัดนี้ รวมทั้งพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน เป็นเรื่องใหม่ ไม่เกี่ยวข้องกับคดีหลัก โดยไทยและกัมพูชา มีพันธกรณีต้องแก้ไขปัญหาตามบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ปี 2543 หรือที่รู้จักกันในชื่อของ "เอ็มโอยู 43"



"เชื่อมั่นว่าผมได้ทำอย่างดีที่สุด ละเอียดที่สุดเท่าที่จะคิดทำได้แล้ว เมื่อเอกสารออกมาพี่น้องประชาชนจะเป็นผู้พิจารณาเอง เพราะมีวิจารณญาณของตัวเอง ขออย่างเดียว คือ โปรดอ่านและฟังก่อนที่จะด่วนตัดสินใจ แต่อย่ามาบอกว่าไม่สู้...เพราะสู้ เต็มที่" นายวีระชัยกล่าวทิ้งท้าย



ผู้สนใจชมการถ่ายทอดสดเป็นภาษาไทยได้ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 และเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ http://www.mfa.go.th หรืออินเตอร์เน็ต ได้โดยตรงที่ http://webtv.un.org/ ตั้งแต่ 15 เม.ย.เป็นต้นไป


หน้า 7




Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.