มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1590 คน
วันที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7612 ข่าวสดรายวัน


ชันษา 98 ปี สมเด็จพระสังฆราช


คอลัมน์ มงคลข่าวสด



วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2554 เป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ประมุขคณะสงฆ์ไทย ครบ 98 ปี

นับเป็นมงคลวโรกาสที่นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติแก่พุทธบริษัทอีกวาระหนึ่ง

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ลำดับที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2532

ตลอดเวลาที่ทรงดำรงตำแหน่งนี้ พระองค์ทรงมีคุณูปการอันทรงคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์

ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจและพระศาสนกิจได้ครบถ้วน

ย้อนหลังกลับไปเมื่อวันศุกร์เดือน 11 ขึ้น 4 ค่ำ ปีฉลู ตรงกับวันที่ 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2456 "เจริญ คชวัตร" ได้ถือกำเนิด ณ ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจน บุรี โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายน้อยและนางกิมน้อย คชวัตร ทรงเป็นบุตรคนที่ 1 ในจำนวนบุตรชาย 3 คนของครอบครัวตระกูลคชวัตร

พระชันษาย่าง 14 ปี บรรพชา ณ วัดเทวสังฆาราม

ต่อมา ทรงย้ายมาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดเสน่หา อ.เมือง จ.นครปฐม 2 พรรษา ก่อนจะทรงย้ายมาศึกษาต่อที่วัดบวรนิเวศวิหาร ในสมัยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงครองพระอาราม

ทรงสอบผ่านบาลีประโยคต่างๆ มาโดยลำดับจนถึงเปรียญธรรม 9 ประโยค

พ.ศ.2476 ทรงกลับไปอุปสมบท ณ วัดเทวสังฆาราม มีพระครูอดุลยสมณกิจ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูนิวิฐสมาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ครั้นถึงช่วงออกพรรษา ทรงกลับมาอุปสมบทอีกครั้งหนึ่ง เพื่อญัตติเป็นธรรมยุต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ครั้งยังทรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ และพระรัตนธัชมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ได้รับฉายาว่า สุวัฑฒโน อันมีความหมายว่า ผู้เจริญปรีชายิ่งในอุดมปาพจน์

เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงผนวชและประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระญาณสังวรได้รับหน้าที่เป็นพระอภิบาลโดยตลอด และต่อมาได้เป็นผู้ถวายพระธรรมเทศนา พระมงคลวิเสสกถาในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ปีพุทธศักราช 2507

ทรงได้รับพระราชทานสมณศักดิ์มาโดยลำดับ พระชันษา 34 ปี เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่พระโศภนคณาภรณ์ พระชันษา 39 ปี เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามเดิม

พระชันษา 42 ปี เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามเดิม พระชันษา 43 ปี เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ในราชทินนามที่ พระธรรมคุณาภรณ์

พระชันษา 48 ปี เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเจ้าคณะรองที่ พระสาสนโสภณ

พระชันษา 59 ปี ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระญาณสังวร

พ.ศ.2532 ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นพระองค์แรกที่ใช้พระนามเดิมเฉกนี้ และทรงให้ถือเป็นแบบธรรมเนียมตราในกฎมหาเถรสมาคมสืบมา

เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร ทรงเป็นผู้ใคร่ในการศึกษา ทรงมีพระอัธยาศัยใฝ่รู้ใฝ่เรียนมาตั้งแต่ทรงเป็นพระเปรียญ โดยเฉพาะด้านภาษา ทรงศึกษาภาษาต่างๆ อาทิ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และสันสกฤต จนสามารถใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกัน ทรงเป็นพระมหาเถระไทยรูปแรก ที่ได้ดำเนินงานพระธรรมทูตในต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทรงนำพระพุทธศาสนาเถรวาทไปสู่ทวีปออสเตรเลียเป็นครั้งแรก โดยการสร้างวัดพุทธรังษี ณ นครซิดนีย์ ทรงให้กำเนิดคณะสงฆ์เถรวาทขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย ทรงช่วยฟื้นฟูพระพุทธศาสนา เถรวาทในประเทศเนปาล โดยเสด็จไปให้การบรรพชาแก่ศากยกุลบุตรในประเทศเนปาลเป็นครั้งแรก

สถาบันการศึกษาของชาติหลายแห่ง ตระหนักถึงพระปรีชาสามารถและคุณค่าแห่งงานพระนิพนธ์ ตลอดถึงพระกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติ จึงได้ทูลถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์เป็นการเทิดพระเกียรติหลายสาขา

ในระยะหลัง สมเด็จฯ ทรงมีพระอาการประชวร ต้องย้ายไปประทับรักษาพระอาการที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และมีการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อปฏิบัติ ศาสนกิจแทนพระองค์

เนื่องในวันคล้ายวันประสูติประจำปีพุทธศักราช 2554 วัดบวรนิเวศวิหาร ได้ออกกำหนดการบำเพ็ญพระกุศลเนื่องในโอกาสดังกล่าวที่บริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร

วันเสาร์ที่ 1 ต.ค. เวลา 09.00 น. คณะสงฆ์ อุบาสกอุบาสิกาและสาธุชน ร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ณ อาคาร สว.ธรรมนิเวศ วัดบวรนิเวศวิหาร

วันอาทิตย์ที่ 2 ต.ค. เวลา 06.30 น. พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 150 รูป ถวายเป็นพระกุศล ณ สนามวัดบวรนิเวศวิหาร

เวลา 16.00 น. คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศลและถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร

วันจันทร์ที่ 3 ต.ค. เวลา 10.00 น. ทรงบำเพ็ญพระกุศลวันคล้ายวันประสูติ ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ ในการบำเพ็ญกุศลวันคล้ายวันประสูติ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร

เวลา 15.00 น. ทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ ตึก 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร

เวลา 20.00 น. พระภิกษุ-สามเณร วัดบวรนิเวศวิหาร เจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลและถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร

ขณะเดียวกัน มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดทำ "โครงการจัดหาทุนทรัพย์ซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี ในวโรกาสที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษาครบ 100 ปี ในปี 2556" เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราช อีกทั้งเพื่อสาธารณประโยชน์แก่มหาชน

ในการนี้ มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดระดมทุนในโครงการ ด้วยการรับบริจาคเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ไทยทุกแห่ง ชื่อบัญชี "100 ปี สังฆราชเพื่อร.พ.พหลฯ" หรือการบริจาคเงินผ่านเว็บไซต์ของโครงการ www.sangharajacentennial.org

อีกทั้ง มูลนิธิมหามกุฏฯ ได้จัดจำหน่ายหนังสือ "100 คำสอน สมเด็จพระสังฆราช" ราคาเล่มละ 100 บาท ผ่านธนาคารพาณิชย์ไทยทุกแห่ง

สำหรับวันเปิดตัวโครงการจัดหาทุนทรัพย์ซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาฯ มูลนิธิมหา มกุฏฯ กำหนดวันแถลงข่าวเปิดโครงการในวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม 2554 เวลา 09.00 น. ณ อาคารมนุษยนาควิทยาทาน วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ

จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมเทิดพระเกียรติตามวันและเวลาดังกล่าวโดยทั่วกัน


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.