มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2603 คน
วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7717 ข่าวสดรายวัน


พระราชรัตนาภรณ์ หัวหน้าพระวินยาธิการ


คอลัมน์ มงคลข่าวสด



วันที่ 5 ธันวาคม 2554 เป็นฤกษ์มหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์พระเถรานุเถระที่ทำคุณประโยชน์แก่ชาติและพระพุทธศาสนา ให้ได้รับการเลื่อนและตั้งสมณศักดิ์

พระรัตนเมธี (บุญช่วย กัมมสุโภ) วัดแก้วฟ้าจุฬามณี ก็ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชรัตนาภรณ์

ปัจจุบัน สิริอายุ 64 พรรษา 43 เป็นเจ้าอาวาสวัดแก้วฟ้าจุฬามณี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ, เจ้าคณะเขตบางซื่อ และหัวหน้าพระวินยาธิการส่วนกลาง

"พระวินยาธิการ" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ตำรวจพระ" เป็นพระภิกษุที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าคณะจังหวัดหรือเจ้าคณะผู้ปกครอง ให้เป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุนการปกครองของเจ้าอาวาสและเจ้าคณะผู้ปกครอง เพื่อความเรียบร้อยถูกต้องและความดีงามตามหลักพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ ประกาศ และพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช



อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า บุญช่วย บูชา เกิดเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2491 ที่บ้านเลขที่ 121 หมู่ 1 บ้านดอนกระเบื้อง ต.บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

ในช่วงวัยเยาว์ เรียนหนังสือจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนวัดใหม่พิบูลผล

ต่อมาบิดา-มารดาได้นำไปบรรพชา ณ วัดบางสาม ต.บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ขณะเป็นสามเณรศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยด้วยความเอาใจใส่

พ.ศ.2512 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก และสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค สำนักเรียนวัดสองพี่น้อง

จนเมื่ออายุครบ 22 ปี จึงเข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2513 ณ วัดบางสาม มีพระครูอุภัยภาดาทร (หลวงพ่อขอม) วัดไผ่โรงวัว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการโกวิท โกวิโท วัดสองพี่น้อง ต.ต้นตาล อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาสอิ้ง สิรินันโท วัดสองพี่น้อง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ได้รับฉายาว่า กัมมสุโภ หมายถึง ผู้มีหน้าที่การงานอันสะอาด

ภายหลังอุปสมบท ได้เดินทางไปศึกษาหาความรู้และศึกษาพระปริยัติธรรม ในกรุงเทพฯ อยู่จำพรรษาวัดแก้วฟ้าจุฬามณี สามารถสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค

ต่อมาในปี พ.ศ.2525 ท่านได้เดินทางไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยปัตนะ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ใช้เวลา 3 ปี สำเร็จการศึกษาระดับชั้นปริญญาโท สาขาปรัชญาพระพุทธศาสนา

ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2517 เป็นเจ้าอาวาสวัดแก้วฟ้าจุฬามณี พ.ศ.2522 เป็นเจ้าคณะแขวงถนนนครไชยศรี-บางซื่อ เขต 3 พ.ศ.2523 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2532 รักษาการเจ้าคณะเขตบางซื่อ

พ.ศ.2533 เจ้าคณะเขตบางซื่อ พ.ศ.2544 เป็นหัวหน้าพระวินยาธิการ

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2546 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะเขตชั้นพิเศษ ในราชทินนาม พระครูศรีรัตนคุณ

พ.ศ.2549 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระรัตนเมธี

ล่าสุด พ.ศ.2554 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชรัตนาภรณ์

ทั้งนี้ พระราชรัตนาภรณ์ ได้ส่งเสริมให้พระภิกษุ-สามเณรภายในวัดทุกรูป ได้ศึกษาเล่าเรียนทั้งแผนกธรรม บาลี และสายสามัญ ให้แต่ละรูปมีความรู้ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการช่วยกันพัฒนาสังคมและประเทศชาติ

ส่วนงานปกครองในวัด ท่านแนะนำสั่งสอนให้พระทุกรูปอยู่ด้วยกัน แบบพึ่งพาอาศัยกันได้ ให้ทุกรูปมีหน้าที่ต่างกันในการรับผิดชอบ

นอกจากการส่งเสริมพระภิกษุ-สามเณรแล้ว ท่านยังส่งเสริมเด็กๆ เยาวชนของชาติ โดยวัดแก้วฟ้าจุฬามณีไม่มีโรงเรียนประจำ ท่านจึงได้เปิดเป็นศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายในวัด เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองเด็กที่ต้องไปทำงานหาเลี้ยงชีพในชุมชน

ในตำแหน่งงานเจ้าคณะเขตบางซื่อ ได้จัดให้มีการประชุมพระนวกะในเขตบางซื่อและเขตดุสิตร่วมกัน จัดให้สอบธรรมชั้นนวกภูมิควบคู่ไปกับการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานจำนวน 7 วันติดต่อกัน

ส่วนวัดในเขตปกครอง ท่านได้เข้าไปดูแลแนะนำในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์และปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งมาด้วยดีโดยตลอด จนเป็นที่เคารพนับถือของพระภิกษุสามเณรในเขตทุกรูป

ส่วนงานในตำแหน่งหัวหน้าพระวินยาธิการ พระราชรัตนาภรณ์จัดประชุมใหญ่พระวินยาธิการในกรุงเทพฯ ทั้งหมด ที่วัดแก้วฟ้าจุฬามณีปีละครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมและแก้ไขปัญหา รวมทั้งป้องกันปัญหาที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา

ขณะเดียวกัน ในงานวันสำคัญต่างๆ ทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชาและวันอาสาฬหบูชา ได้จัดพระวินยาธิการไปช่วยดูแลอำนวยความสะดวกในงานปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ

นอกจากนี้ วัดแก้วฟ้าจุฬามณี ยังเป็นศูนย์รับบริจาคเครื่องอุปโภคและบริโภคต่างๆ เพื่อนำไปช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยอุทกภัย ในหลายจังหวัดเสมอ

พระราชรัตนาภรณ์กล่าวต่ออีกว่า "พระวินยาธิการปฏิบัติงานคล้ายกับตำรวจเหมือนกัน แต่ว่าบทลงโทษของเรานั้น ถ้าเป็นการผิดเล็กน้อย เราก็ว่ากล่าวถวายคำแนะนำให้ประพฤติตัวเสียใหม่ แต่ถ้าเป็นความผิดที่มากกว่านี้ เช่น มาปักกลดในสถานที่ที่ไม่ถูกต้องหรือมาบิณฑบาตยืนปักหลักอยู่กับที่ ประพฤติปฏิบัติติดต่อกันหลายครั้ง ก็จะภาคทัณฑ์ และถ้ากล่าวตักเตือนแล้วยังไม่เชื่อ ขั้นสุดท้ายก็ต้องให้สละสมณเพศ หรือลาสิกขาไป แต่บางกรณีมีผู้ไม่ยอมรับผิด ก็จะมีการสอบสวน โดยดูใบสุทธิ สอบถามที่มาที่ไป แล้วบันทึกถ้อยคำไว้ ซึ่งจะทำให้เราวินิจฉัยได้ว่า ภิกษุรูปนั้นเป็นพระจริงหรือพระปลอม"

ส่วนอุปสรรคการทำงานที่ผ่านมานั้น พระราชรัตนาภรณ์กล่าวว่า พระวินยาธิการที่ออกทำงาน ทำด้วยความเสียสละ เรียกว่า ทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง บางครั้งมีญาติโยมโทร.มาก็ต้องออกไป ไม่ว่าจะมืดค่ำแค่ไหน เพื่อไปตรวจดูให้เห็นว่าที่แจ้งมานั้นเป็นพระจริงหรือพระปลอม

"การทำงานของอาตมานั้น ทำงานเต็มกำลังความสามารถ ทำด้วยความเสียสละ ขอให้งานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จตามที่ต้องการ อาตมาก็พอใจแล้ว ไม่คิดว่าจะต้องได้รับผลตอบแทนแต่อย่างใด" นี่คือปณิธานของพระวินยาธิการ


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.