มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 843 คน
วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6877 ข่าวสดรายวัน


ฉลองพระชันษา96ปี สมเด็จพระสังฆราช


คอลัมน์ มงคลข่าวสด



"เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก" (เจริญ สุวัฑฒนมหาเถร) ทรงเจริญพระชันษาครบ 8 รอบ 96 ปี ในวันที่ 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2552

ทั้งเป็นปีที่ครบ 20 ปีแห่งการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จึงเป็นที่ปลื้มปีติและเป็นสิริมงคลกาลแก่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั่วไป นับเป็นมงคลวโรกาสที่หาได้ยากยิ่ง

ย้อนหลังกลับไปเมื่อวันศุกร์เดือน 11 ขึ้น 4 ค่ำ ปีฉลู ตรงกับวันที่ 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2456 "เจริญ คชวัตร" ได้ถือกำเนิด ณ ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายน้อย และ นางกิมน้อย คชวัตร ทรงเป็นบุตรคนที่ 1 ในจำนวนบุตรชาย 3 คนของครอบครัวตระกูลคชวัตร

พระชันษาย่าง 14 ปี ทรงถือบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดเทวสังฆาราม

ต่อมา ทรงย้ายมาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดเสน่หา อ.เมือง จ.นครปฐม 2 พรรษา ก่อนจะทรงย้ายมาศึกษาต่อที่วัดบวรนิเวศวิหาร ในสมัยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงครองพระอาราม

พระองค์ทรงสอบได้ประโยคต่างๆ มาโดยลำดับจนถึงเปรียญธรรม 9 ประโยค

พ.ศ.2476 ทรงกลับไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดเทวสังฆาราม โดยมีพระครูอดุลยสมณกิจ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูนิวิฐสมาจาร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดหรุง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ครั้นถึงช่วงออกพรรษา ทรงกลับมาอุป สมบทอีกครั้งหนึ่ง เพื่อญัตติเป็นธรรมยุต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ครั้งยังเป็นสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ และพระรัตนธัชมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ได้รับฉายาว่า สุวฑฺฒโน อันมีความหมายว่า ผู้เจริญปรีชายิ่งในอุดมปาพจน์

เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงผนวชและประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระญาณสังวร ได้รับหน้าที่เป็นพระอภิบาลโดยตลอด และต่อมาได้เป็นผู้ถวายพระธรรมเทศนา พระมงคลวิเสสกถาในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ปีพุทธศักราช 2507

ทรงได้รับพระราชทานสมณศักดิ์มาโดยลำดับ พระชันษา 34 ปี เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่พระโศภณคณาภรณ์ พระชันษา 39 ปี เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามเดิม

พระชันษา 42 ปี เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามเดิม พระชันษา 43 ปี เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ในราชทินนามที่ พระธรรมคุณาภรณ์

พระชันษา 48 ปี เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเจ้าคณะรองที่ พระสาสนโสภณ

พระชันษา 59 ปี ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระญาณสังวร

พ.ศ.2532 ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสม เด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหา สังฆปริณายก เป็นพระองค์แรกที่ใช้พระนามเดิมเฉกนี้ และทรงให้ถือเป็นแบบธรรมเนียมตราในกฎมหาเถรสมาคมสืบมา

เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร ทรงเป็นผู้ใคร่ในการศึกษา ทรงมีพระอัธยาศัยใฝ่รู้ใฝ่เรียนมาตั้งแต่ทรงเป็นพระเปรียญ โดยเฉพาะด้านภาษา ทรงศึกษาภาษาต่างๆ อาทิ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และสันสกฤต จนสามารถใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกัน ทรงเป็นพระมหาเถระไทยรูปแรก ที่ได้ดำเนินงานพระธรรมทูตในต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทรงนำพระพุทธศาสนาเถร วาทไปสู่ทวีปออสเตรเลียเป็นครั้งแรก โดยการสร้างวัดพุทธรังษี ณ นครซิดนีย์

ทรงให้กำเนิดคณะสงฆ์เถรวาทขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย ทรงช่วยฟื้นฟูพระพุทธศาสนาเถรวาทในประเทศเนปาล โดยเสด็จไปประทานการบรรพชาแก่ศากยกุลบุตรในประเทศเนปาลเป็นครั้งแรก

สถาบันการศึกษาของชาติหลายแห่ง ตระ หนักถึงพระปรีชาสามารถและคุณค่าแห่งงานพระนิพนธ์ ตลอดถึงพระกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติ จึงได้ทูลถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์เป็นการเทิดพระเกียรติหลายสาขา

ในระยะหลัง สมเด็จฯ ทรงมีพระอาการประชวร ต้องย้ายไปประทับรักษาพระอาการที่โรงพยาบาลจุฬา ลงกรณ์ และมีการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อปฏิบัติศาสนกิจแทนพระองค์

ด้วยสำนึกในพระคุณูปการที่เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีต่อคณะสงฆ์และชาติบ้านเมืองเป็นอเนกประการ คณะรัฐบาลและคณะสงฆ์ พร้อมทั้งปวงพุทธบริษัททุกหมู่เหล่า ได้พร้อมใจกันจัด "งานฉลองพระชันษา 96 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก" ระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม 2552 ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ

ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดให้การจัดงานบำเพ็ญกุศลฉลองพระชันษา 96 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์

มีกำหนดการดังนี้ วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2552 เวลา 06.30 น. พิธีบำเพ็ญกุศลทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระกุศล สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ สนามวัดบวรนิเวศวิหาร

เวลา 08.00 น. เปิดนิทรรศการพระประวัติ พระศาสนกิจ พระเกียรติคุณ สมเด็จพระสังฆราช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 19 พระองค์ และนิทรรศ การเทิดพระเกียรติ ฉลองพระชันษา 96 ปี สมเด็จ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ อาคารมนุษยนาควิทยาทาน

เวลา 09.00 น. พระภิกษุ-สามเณร อุบาสกอุบาสิกา ร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช ณ อาคาร สว.ธรรมนิเวศ ชั้นที่ 1-2

เวลา 16.00 น. พระเถรานุเถระเจริญพระพุทธมนต์ถวาย ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2552 เวลา 15.00 น. พิธีบำเพ็ญพระกุศลฉลองพระชันษา 96 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2552 ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร เวลา 10.00 น. พิธีบำเพ็ญพระกุศลฉลองพระชันษา 96 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระสงฆ์ 20 รูป เจริญพระ พุทธมนต์

เวลา 10.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานบำเพ็ญพระกุศลคล้ายวันประสูติถวาย

เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่คณะสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์และพระภิกษุ-สามเณร จำนวน 1,097 รูป

เวลา 16.00 น. คณะธรรมยุต เจริญนวัคคหายุสธัมม์ถวายเป็นพระกุศล

เนื่องในวโรกาสอันเป็นสิริมิ่งมงคล สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษา ครบ 8 รอบ 96 ปี วันที่ 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2552 นี้ จึงขอเชิญปวงพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย พร้อมใจกันตั้งจิตอธิษฐานถวายพระพรให้สมเด็จพระสังฆราช ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระสุขพลานามัยสมบูรณ์ ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งขึ้นไป

สถิตเป็นธงชัยและร่มธรรมแก่ปวงพุทธบริษัทสืบไป


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.