มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 4247 คน
วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7202 ข่าวสดรายวัน


เปิดงานวิจัย-งานตำรวจ ประชาชนมีส่วนร่วม ป้องปรามอาชญากรรม


สดจากสนามข่าว



ด้วยสภาพปัญหาสังคมในปัจจุบันทำให้อาชญากรรมกลายเป็นภัยใกล้ตัว ที่นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น นอกจากจะมีภัยร้ายรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันแล้ว ปัญหาอาชญากรรมยังขยายตัวเป็นวงกว้างกลายเป็นปัญหาใหญ่

กลายเป็นโจทย์ข้อยากในการคลี่คลาย

ตำรวจ คือ เจ้าพนักงานรัฐที่มีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมโดยตรง แต่ลำพังหน่วยงานตำรวจเพียงหน่วยงานเดียว คงไม่สามารถแก้ไขปัญหาอาชญากรรมให้หมดสิ้นลง

ปัญหาอาชญากรรมจะคลี่คลายหากทุกฝ่ายช่วยกันแก้ไข

พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทนท.ที่ปรึกษา สปท.บก.ทท.) เป็นข้าราชการตำรวจอีกนายที่ให้ความสำคัญกับปัญหาอาชญากรรม นอกจากงานด้านบู๊แล้ว งานด้านบุ๋นสายวิชาการ พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ก็ทำผลงานตำราวิชาการด้านการป้องกันอาชญากรรมไว้อย่างน่าสนใจ ในหัวข้อ "หลักการและแนวคิดการป้องกันอาชญากรรมแบบมีส่วนร่วม"

ดึงภาคประชาชนเข้ามาทำงานร่วมกับตำรวจ



ที่มาของปัญหาและอุปสรรคของเรื่อง เกิดจากการกำหนดนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในประเทศไทย มักจะถูกกำหนดจากภาครัฐเสียเป็นส่วนใหญ่ ภาคประชาชนแทบจะไม่มีบทบาทหน้าที่ใดๆ ทั้งๆ ที่ประชาชนมีเครือข่ายที่กว้างขวาง

มิหนำซ้ำการแก้ปัญหาอาชญากรรมของภาครัฐ ยังเป็นการแก้แบบเฉพาะหน้า นอกจากนั้น ชุดปฏิบัติการในการแสวงหาความร่วมมือภาคประชาชน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็มักได้รับความสนใจจากต้นสังกัดในเชิงปริมาณ ส่วนเชิงคุณภาพงานยังติดขัดอยู่ในขั้นตอนของกิจกรรมที่เข้าไปสัมผัสใกล้ชิดประชาชน อาทิ การทำมวลชนสัมพันธ์ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เป็นเพียงวิธีการส่วนหนึ่งในการเข้าถึงประชาชน ส่วนการลงลึกเชิงบูรณาการ เช่น การวิเคราะห์สภาพปัญหาในชุมชน มักจะถูกรวบรัดในรูปแบบของการฝึกอบรมเพื่อเอามาเสนอผลงาน

โดยไม่สามารถหากลยุทธ์และยุทธวิธีในการเข้าถึงประชาชนได้เป็นผลสำเร็จ

ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดึงมวลชนเข้ามาร่วมทำงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในระบบงานตำรวจ เพื่อให้รู้ว่ารูปแบบดังกล่าวเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในการป้องกันปัญหาอาชญากรรมได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อจำแนกและวิเคราะห์รูปแบบการมีส่วนร่วม ในงานป้องกันอาชญากรรมแบบมีส่วนร่วม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ปฏิบัติได้ทราบถึงกรอบในการทำงาน

เพื่อเข้าถึงแก่นแท้ของปัญหาในที่สุด



งานวิจัยชิ้นนี้โฟกัสไปที่กิจกรรมตำรวจชุมชนสัมพันธ์ โดยความร่วมมือระหว่างรัฐและชุมชน อันมีสาระสำคัญ 2 ประการ คือ การมีส่วนร่วมในการค้นหาปัญหาและเหตุแห่งปัญหา กับการวางแผนการดำเนินกิจกรรมมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ตีกรอบงานตำรวจชุมชนไว้ว่า เป็นการทำงานแนวใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งจะต้องอาศัยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆ ในการกำหนดหนทางแก้ปัญหาต่างๆ ของชุมชน อันประกอบด้วย ปัญหาอาชญากรรม และความหวาดกลัวอาชญากรรม สภาพไร้ระเบียบและความเสื่อมโทรมทางกายภาพในชุมชน โดยเชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจกับชุมชนเท่านั้น คือหนทางสู่ความสำเร็จยกระดับความมั่นคงปลอดภัยในชุมชน ตำรวจมิใช่เพียงผู้บังคับใช้กฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษา และผู้สนับสนุนในโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ อีกด้วย

งานวิจัยนำเสนอว่า ตำรวจชุมชนเป็นปรัชญาของตำรวจแนวใหม่ บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่าการที่ตำรวจกับประชาชนทำงานร่วมกันโดยใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ย่อมสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาอาชญากรรมได้

กล่าวโดยสรุป คือ ตำรวจชุมชนมีหลักการพื้นฐานโดยส่วนใหญ่ที่ต้องการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและสร้างความสุขขึ้นในสังคมชุมชน

นอกจากตำรวจชุมชนแล้ว งานวิจัยยังให้ความสำคัญการดำเนินงานชุมชนสัมพันธ์และงาน มวลชนสัมพันธ์ ซึ่งเป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐ กิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 ที่ตำรวจต้องลงไปทำงานสร้างความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งทั้งหมดจะถูกนำมาวิเคราะห์หลักการและแนวคิดของรูปแบบการมีส่วนร่วมตามหลักการ อันเป็นแนวคิดเดียวกับยุทธศาสตร์เชิงรุกรูปแบบของประชาคมท้องถิ่นดึงภาคประชาชนเข้ามาทำงาน ในรูปของอาสาสมัคร อาทิ กองปราบอาสา อปพร. ชมรมนักวิทยุสมัครเล่น V.R. เป็นต้น



อนึ่งงานวิจัยสรุปได้ว่า ภารกิจหลักของตำรวจ คือ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม และการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ดังนั้น การแก้ไขระบบงานการมีส่วนร่วมของประชาชน หรือการพัฒนาระบบงานการมีส่วนร่วมของประชาชน จะต้องคำนึงถึงแนว ทางการพัฒนาที่เป็นองค์รวม บูรณาการและเป็นระบบในงานของตำรวจด้วย ตลอดจนคำนึงถึงรากเหง้าแห่งปัญหาที่เกิดขึ้น มิใช่ให้งานของตำรวจเป็นการแก้ไขปัญหาของสังคมที่ปลายเหตุ จากสภาพปัญหาและความเป็นมาดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นที่มาของการพัฒนาหลักการและแนวคิดการป้องกันอาชญากรรมแบบมีส่วนรวมเพื่อพัฒนาระบบงาน การมีส่วนร่วมของประชาชนที่เป็นองค์รวมบูรณาการอย่างเป็นระบบ สามารถแก้ไขปัญหาของชุมชนที่ยั่งยืนต่อไป

ภายใต้ปรัชญาที่ว่า "ตำรวจคือประชาชน และประชาชนก็คือตำรวจ"

ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า ตำรวจกับประชาชนจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกันโดยตำรวจจะต้องรู้จักประชาชนในชุมชนที่รับผิดชอบดูแลและจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนั้นในฐานะประชาชนอีกคนหนึ่ง ในขณะเดียวกันประชาชนก็จะต้องตระหนักด้วยว่าปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในชุมชนมิใช่ปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ด้วยตำรวจเพียงฝ่ายเดียว หากแต่เป็นเรื่องที่ทั้งตำรวจและประชาชนในชุมชนนั้นจะต้องให้ความร่วมมือช่วยเหลือกันและกันอย่างเต็มที่

ดังนั้น หลักการพื้นฐานของงานการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงอยู่ที่การแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนให้มากที่สุดเท่ากับเป็นการเพิ่มแขน ขา ดวงตาและทรัพยากรให้กับตำรวจอย่างไม่มีขีดจำกัด นำไปสู่กระบวนการร่วมกันวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาอาชญา กรรม แล้วคิดค้นหาแนวทางที่มีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสม สำหรับการแก้ไขปัญหานั้นๆ ได้อย่างถูกต้องต่อไป

เพื่อปัญหาอาชญากรรมจะได้คลี่คลาย


หน้า 2




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.