มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1691 คน
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ปีที่ 22 ฉบับที่ 8123 ข่าวสดรายวัน


ย้อนดูเส้นทาง-ผลงาน พงศพัศ พงษ์เจริญ ฝากบ้าน-ช่วยคนจน ถึงปราบ"ยาเสพติด"


แฟ้มคดี



พล.ต.อ.พงศพัศ หาเสียงกับนายกฯปู

เข้าโค้งสุดท้ายจริงๆ แล้วการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. กระแสชื่อ "พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ" ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคเพื่อไทย หมายเลข 9 ยังนำโด่งในโพลทุกสำนัก



ขณะที่ฐานเสียงสนับสนุน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร และประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯก็ยังเหนียวแน่น จึงคาดหมายว่าวันเลือกตั้ง 3 มีนาคมนี้ จะเป็นการแข่งขันที่คู่คี่สูสียิ่ง



จุดเด่นอันสำคัญของพล.ต.อ.พงศพัศ นอกจากไม่มีประวัติด่างพร้อย ยังเป็นนายตำรวจซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุดของวงการสีกากี



ส่วนสำคัญคือการมีส่วนร่วมช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม



ทั้งเป็นการช่วยเหลือโดยที่ไม่ได้คาดคิดว่าวันหนึ่งจะก้าวเข้าสู่แวดวงการเมือง เพราะหากดูประวัติการรับราชการแล้ว พล.ต.อ.พงศพัศ เป็นหนึ่งในตัวเก็งที่จะก้าวขึ้นสู่เก้าอี้ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) คนถัดไปอย่างสบายๆ



ช่วยปลดหนี้"บ้านครูน้อย"

ในการหาเสียงครั้งหนึ่งย่านทุ่งครุ ภาพที่ไม่ชินตาปรากฏสู่สังคมเมื่อ "ครูน้อย"นางนวลน้อย ทิมกุล ซึ่งเปิดสถานรับเลี้ยงเด็กยากจนและด้อยโอกาส พาเด็กๆ ออกมายืนเชียร์พร้อมป้ายข้อความชื่นชม อาทิ "รักพงศพัศเพราะไม่ทิ้งคนจน" ฯลฯ



เพราะปกติครูน้อยแทบไม่ได้ออกมาเกี่ยวข้องกับการเมืองเลยก็ว่าได้ แต่คราวนี้ครูน้อยแสดงออกชัดเจนว่าสนับสนุนพล.ต.อ. พงศพัศ



การนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2553 สมัยพล.ต.อ.พงศพัศดำรงตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับทราบความเดือดร้อนของบ้านครูน้อย ที่เป็นหนี้นอกระบบวงเงินเกือบ 10 ล้านบาท



ครูน้อยเปิดสถาบันรับเลี้ยงเด็กมากว่า 30 ปี มีเด็กด้อยโอกาสกว่า 70 คน รายได้หลักมาจากเงินบริจาคใช้เป็นค่ากินอยู่ และส่งเสียให้เรียนหนังสือ แต่ระยะหลังยอดเงินบริจาคลดลง ขณะที่เด็กยังต้องกิน ต้องใช้ และเล่าเรียนเหมือนเดิม



ครูน้อยตัดสินใจกู้เงินนอกระบบ เสียดอกเบี้ยอัตราสูงจนดอกเบี้ยทับถมเป็นเงินก้อนใหญ่



พล.ต.อ.พงศพัศที่ได้รับข้อมูลเรื่องนี้จึงเดินทางเข้าพบเพื่อหาทางช่วยเหลือ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553



ครูน้อยกล่าวทั้งน้ำตาว่า กู้เงินนอกระบบมาใช้จ่ายภายในบ้าน ตั้งแต่ปี 2547 เจ้าหนี้อยู่ประมาณ 20 ราย และติดหนี้อยู่รวมแล้วประมาณ 8 ล้านบาท แต่ละวันตนต้องนำเงินไปจ่ายดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้รวมแล้วประมาณ 5 หมื่นบาทต่อวัน เจ้าหนี้บางคนก็เห็นใจ มีบางคนที่ข่มขู่พูดทำนองว่าใครที่ติดหนี้ไม่จ่ายมีสิทธิ์ตายได้ทุกคน



เปิดตัวร่วมเชียร์เต็มที่

"เรื่องนี้ไม่เคยบอกให้ใครทราบมาก่อน พยายามอดทนจนไม่รู้จะนำเงินจากไหนไปจ่ายแล้ว เพราะฐานะที่บ้านก็ยากไร้ เงินสนับสนุนจากมูลนิธิต่างๆ และเงินบริจาคก็เริ่มร่อยหรอ ทุกวันนี้เวลาอยู่คนเดียวก็ต้องคิดเรื่องดังกล่าวจนเครียด ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร"



พล.ต.อ.พงศพัศให้ตำรวจท้องที่ติดต่อเจ้าหนี้รายใหญ่มาเจรจาเพื่อลดดอกเบี้ยลง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ให้เข้ามาดูแล และผู้ใดประสงค์จะให้การช่วยเหลือสนับสนุนภาระของครูน้อย



นอกจากนี้ยังให้ครูน้อยเปิดบัญชีธนาคารในชื่อ "ปลดทุกข์ครูน้อย" โดยเร่งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ให้ผู้ใจบุญช่วยเหลือ



ในเวลาเพียงเดือนเดียว มียอดเงินบริจาคเข้าบัญชีกว่า 3 ล้านบาท ขณะเดียวกันเจ้าหนี้ยอมลดดอกเบี้ยเหลือเพียงเงินต้นรวม 3 ล้านบาท



วันที่ 8 มีนาคม 2553 ทุกข์ของครูน้อยก็ถูกปลดเมื่อนำเงินบริจาคใช้หนี้จนหมด และยังเหลือเงินช่วยเด็กๆ อีกส่วนหนึ่ง



คนส่วนใหญ่ที่รับรู้เรื่องนี้จึงไม่แปลกใจว่าเมื่อพล.ต.อ.พงศพัศ ตัดสินใจลงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ครูน้อยจึงพาเด็กๆ มาเชียร์อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน



พร้อมชื่นชมว่า "รัก พงศพัศเพราะไม่ทิ้งคนจน"



ชุบชีวิตเหยื่อพ.ร.บ. ภาพยนตร์

ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา พล.ต.อ.พงศพัศ ยิ่งเป็นที่รู้จักและคุ้นหน้าคุ้นตาจากการเข้าไปช่วยเหลือคนยากจน ที่ตกเป็นผู้ต้องหาและจำเลยคดีทำผิดพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551



ด้วยความที่พ.ร.บ.ดังกล่าวเพิ่งใช้บังคับไม่นาน ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ทราบ จึงละเมิดกฎหมายจนถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดี แม้ส่วนใหญ่ศาลจะลงโทษปรับ แต่ค่าปรับก็สูงหลักแสนบาท เมื่อไม่มีเงินก็ต้องติดคุกแทนค่าปรับระยะเวลาราวๆ 1-2 ปี

1.จำเลยถูกจับคดีขายซีดีได้รับการช่วยเหลือพ้นคุก



2.ครูน้อยร่วมเชียร์และชูป้ายหนุน







อาทิกรณี นายสุรัตน์ มณีนพรัตน์สุดา ลูกจ้าง กทม. ทำหน้าที่พนักงานเก็บขยะ เขตสะพานสูง ถูกจับเมื่อปลายปี 2551 เพราะนำแผ่นซีดีเก่าที่เก็บจากถังขยะไปวางขายที่ตลาดนัด



ศาลใช้เวลาราว 2 ปีพิจารณาก่อนพิพากษาปรับเงิน 1.33 แสนบาท



ทำให้ครอบครัวเข้าไปขอความช่วยเหลือพล.ต.อ.พงศพัศ ซึ่งตรวจสอบแล้วตัดสินใจเข้ามาช่วยเหลือจ่ายเงินค่าปรับให้ และยังให้เงินไปใช้หนี้เงินกู้นอกระบบที่กู้มาระหว่างสู้คดีด้วย



อีกรายคือกรณีนายสมชัย นันทวนิชย์ อายุ 46 ปี ที่นำแผ่นวีซีดีการ์ตูนของลูกที่ดูเบื่อแล้วไปวางขาย โดยปรับ 1 แสน เมื่อไม่มีเงินต้องติดคุกแทนค่าปรับนานเกือบ 1 เดือน



เมื่อลูก-เมียมาขอความช่วยเหลือจากพล.ต.อ.พงศพัศ จนได้รับอิสรภาพพร้อมกับภาพที่เมียและลูกน้อยโผเข้ากอดนายสมชัย น้ำตาท่วมหน้าคุก



ริเริ่มโครงการฝากบ้านฯ

นอกจากนี้ยังมีกรณีคล้ายๆ กันอีกหลายตัวอย่างที่พล.ต.อ.พงศพัศเข้าไปช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นคนในกรุงเทพฯหรือต่างจังหวัด เช่นรายของนางนันทนา น้อยบุญมา อายุ 35 ปี แม่บ้านรับจ้างเย็บผ้าที่จ.ลพบุรี นำซีดีของลูกๆ มาวางขายตลาดนัดเพื่อหาเงินค่ากับข้าว แต่ถูกตำรวจจับกุม เมื่อปี 2555 ศาลปรับ 1 แสนแต่ไม่มีเงินจึงต้องกักขังแทนค่าปรับนาน 2 ปี



พล.ต.อ.พงศพัศนำเงินไปจ่ายค่าปรับเพื่อให้แม่ลูกได้พบหน้า ได้กอดกันอีกครั้ง



เช่นเดียวกับนักศึกษาสาวรายหนึ่งที่ฐานะยากจน ถูกจับผิดพ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ เครียดถึงขั้นจะฆ่าตัวตาย ก็ได้รับการช่วยเหลือพ้นทุกข์พ้นโศกมาได้



ไม่เพียงการช่วยเหลือเฉพาะบุคคล หรือเฉพาะคดีๆ ไปเท่านั้น หากแต่พล.ต.อ.พงศพัศ ยังเป็นนายตำรวจที่ริเริ่ม "โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ" เมื่อปี 2543 และดำเนินการมาจนทุกวันนี้



พล.ต.อ.พงศพัศระบุถึงที่มาของโครงการดังกล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเคยนำสถิติอาชญากรรมในตรวจสอบ พบว่าคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีมากสุดช่วงเทศกาลวันหยุดยาวทั้งปีใหม่และสงกรานต์



เพราะเจ้าของบ้านส่วนใหญ่มักจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างจังหวัด ต้องปิดบ้านทิ้งไว้โดยไม่มีคนเฝ้า เปิดโอกาสให้คนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในบ้านได้โดยง่าย



จึงเป็นที่มาของโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ซึ่งประสบผลสำเร็จมีคนเข้าโครงการมากขึ้นทุกปี



ล่าสุดพัฒนาระบบติดตั้งกล้องซีซีทีวีและเชื่อมโยงสัญญาณภาพผ่านโครงข่าย 3 จี มายังห้องปฏิบัติการของสถานีตำรวจ



เพื่อเฝ้าระวังเหตุร้ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านได้ติดตามความเคลื่อนไหว้ต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ เพื่อเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวบริเวณบ้านของตนเองได้ตลอดเวลา



ประสบการณ์จากโครงนี้กว่า 10 ปี ทำให้นี่เป็นหนึ่งในนโยบายที่จะสานต่อหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.ด้วย



ปราบยา-คืนเยาวชนให้สังคม



ผลงานล่าสุดที่ได้รับการยอมรับ ไม่พ้นการควบ ตำแหน่งรองผบ.ตร. และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) รับไม้ต่อจากพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ขึ้นเป็น ผบ.ตร.



งานปราบปรามยาเสพติดนับเป็นผลงานที่โดดเด่นอย่างมาก เพราะเข้าแก้ไขปัญหาจากต้นเหตุอย่างแท้จริง!!?



ด้วยการเดินเข้าชุมชนต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงเกี่ยวกับยาเสพติด



เคาะประตูบ้านทุกหลัง ให้พ่อ แม่ และผู้ปกครองของผู้ติดสารเสพติดส่งลูกหลานตัวเองเข้ารับการบำบัดตามโครงการ "ชุมชนอุ่นใจ ได้ลูกหลานกลับคืน"



ประสานกับรัฐบาลที่เน้นปราบยาเสพติดอย่างหนัก หลังจากเกิดการระบาดในช่วงก่อนหน้านี้อย่างรุนแรง ซึ่งมาตรการปราบยาเสพติดเป็นนโยบายที่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับการชื่นชมอย่างมาก



ความที่ทุกข์ของประชาชนที่สูงสุดอย่างหนึ่งก็คือ ภัยยาเสพติดซึ่งทำลายหลายครอบครัวจนพินาศ และจ่ออยู่ปากประตูอีกหลายบ้าน



จึงเป็นการทำงานที่เข้าถึงใจประชาชนได้มากจริงๆ



ด้วยผลงานส่วนตัว ประวัติการทำงานที่ผ่านมา กระแสพล.ต.อ.พงศพัศ จึงมาแรงและถูกจับตามากที่สุดในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้



สุดท้ายในวันที่ 3 มีนาคม คงจะได้รู้กันว่าใครจะเป็นผู้ว่าฯกทม.กันแน่


หน้า 2




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.