มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 13945 คน
วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7092 ข่าวสดรายวัน


นปช.ป่วนรพ.จุฬา บุกค้นวุ่น รบ.อึ้ง-ใครยิงทหาร


พ่อแม่เหยื่อเศร้า-สูญเสียลูก จำคุก7แดง2ด.-ปิดวิภาวดี พธม.ยื่นเร่งทหารปราบม็อบ



บุกร.พ. - กลุ่มการ์ดนปช.บุกเข้าไปในร.พ.จุฬาฯ จับตัวชาย 2 คนไปยังหลังเวทีราชประสงค์เพื่อสอบสวน อ้างว่ามีพฤติกรรมคล้ายทหาร แต่ภายหลังรู้ว่าเป็นเพียงคนงานก่อสร้างเลยปล่อยตัวไป

"เทือก"ปรามสื่อเสนอข่าวทหารยิงกันเอง อ้างต้องรอผลการสอบสวนชันสูตรก่อน โบ้ยไม่เหมือนกรณีที่สีลม ขณะที่มาร์คปิดปากไม่ยอมให้สัมภาษณ์เรื่องดังกล่าว ด้านพ่อ-แม่ของพลทหารที่ถูกยิงเศร้าเสียใจวอนขอให้ชีวิตลูกชายเป็นเหยื่อรายสุดท้ายที่เกิดจากการใช้ความรุนแรง ศาลสั่งจำคุก 7 แดงที่ถูกจับหน้าอนุสรณ์สถานคนละ 2 เดือนโดยไม่รออาญา ด้านนปช.บุกยื่นหนังสือทูตอียูฟ้องรัฐบาลปราบปรามผู้ชุมนุม ขอให้ส่งผู้สังเกตการณ์เข้ามาดูแล พันธมิตรฯพรึบเกือบทุกจังหวัดยื่นหนังสือเรียกร้องให้ทหารจัดการม็อบแดง

-แดงนับหมื่นยังปักหลักวันที่48

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน ที่หันไปสวมเสื้อหลากสี ยังคงปักหลักยึดสี่แยกราชประสงค์และบริเวณใกล้เคียง ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ยุบสภาอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 48 ทั้งนี้ ตลอดกลางดึกที่ผ่านมาจนถึงช่วงเช้า ผู้ชุมนุมนับหมื่นคนอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมรับสถาน การณ์สลายการชุมนุมตลอดเวลา โดยเฉพาะตามด่านป้องกันทั้ง 6 จุด ได้แก่ แยกเพลินจิต แยกหลังสวน (สวนลุมพินี) แยกศาลาแดง แยกเฉลิมเผ่า แยกปทุมวัน และแยกประตูน้ำ

การ์ดนปช. ในชุดเตรียมพร้อม สวมหมวกกันน็อก หน้ากากกันแก๊สน้ำตา ท่อนไม้ไผ่ หนังสติ๊ก ฯลฯ นับพันคนกระจายกำลังตรวจค้นกระเป๋าประชาชนและรถยนต์ที่จะเข้าในพื้นที่ชุมนุมอย่างเข้มงวด รวมทั้งส่งหน่วยจักรยานยนต์เคลื่อนที่เร็วลาดตระเวนรอบพื้นที่ชุมนุม และสอดแนมด่านตำรวจทหารตามจุดต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังการเคลื่อนกำลังเข้ามาใกล้สี่แยกราชประสงค์ ขณะที่บริเวณเวทีปราศรัยสี่แยกราชประสงค์ กิจกรรมส่วนใหญ่เป็นร้องเพลง สร้างบรรยากาศให้มีความสนุกสนาน สลับกับการเปิดเพลงปลุกใจ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชุมนุมตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

-เตรียมฟ้องมาร์คต่อศาลโลก

ด้านหลังเวที มีการนำตู้คอนเทนเนอร์ เป็นห้องพักเคลื่อนที่ติดแอร์ สำหรับให้แกนนำคนสำคัญได้ใช้พักผ่อนและอาบน้ำชำระร่างกาย หลังจากที่มีข่าวการลอบสังหารแกนนำออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้แกนนำหลายคนไม่สามารถออกนอกพื้นที่ได้

ส่วนพื้นที่รอบนอกบริเวณชุมนุมที่แยกเจริญผล เส้นทางมุ่งตรงไปแยกปทุมวันก่อนเข้าพื้นที่ชุมนุมของคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นระยะทางเพียง 500 เมตร พบว่า มีกำลังทหารหลายนายตรึงกำลังพร้อมเดินลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยที่ริมถนนและบนสะพานลอย ให้ชุมชนในบริเวณดังกล่าว และเตรียมรั้วลวดหนามที่ยังมัดอยู่มาวางไว้ริมถนนตามจุดต่างๆ เป็นระยะ

เวลา 08.00 น. น.พ.เหวง โตจิราการ ขึ้นเวทีปราศรัยเล่าถึงเหตุการณ์ที่ถนนวิภาวดีรังสติ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่า ได้เตรียมรวบรวมหลักฐานการใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามประชาชนโดยไม่ได้ใช้หลักสากล ส่งผลให้เกิดมีผู้บาดเจ็บและล้มตายจำนวนมาก อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ ต่อศาลโลก เวลา 11.00 น. จะส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือต่อ นายเดวิด ลิปแมน เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย

-แจ้งจับมาร์ค-เทือกหาล้มสถาบัน

เวลา 10.40 น. แกนนำนปช.แถลงข่าวด้านหลังเวที นายก่อแก้ว พิกุลทอง ระบุว่า สืบเนื่องจากการแถลงข่าวของศอฉ. เรื่องขบวนการล้มเจ้า มีการทำแผนผังมั่ว พร้อมระบุชื่อแกนนำนปช. อยู่ในขบวนการดังกล่าว เป็นการนำเรื่องสถาบันมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่รับไม่ได้ เพราะไม่เคยมีความคิดเรื่องดังกล่าว ดังนั้นในวันที่ 30 เม.ย. จะให้ทนายความแจ้งความ นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ. ที่บช.น. ในเวลา 14.00 น. หลังจากนี้หากกล่าวหากันโดยไม่มีหลักฐานจะใช้สิทธิของประชาชนคนหนึ่งยื่นฟ้องร้องทุกครั้งทันที

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวแสดงความเสียใจต่อญาติผู้บาดเจ็บและทหารที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 เม.ย. โดยเฉพาะพลทหารที่เสียชีวิต เนื่องจากจะสังเกตว่าชุดเคลื่อนที่เร็วอยู่ในชุดทหารแยกออกจากผู้ชุมนุมชัดเจน แต่ทำไมมองไม่ออกว่าเป็นทหารจนเกิดความผิดพลาดดังกล่าว สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานว่าเป็นการยิงของตำรวจ แต่คาดว่าไม่น่าใช่เป็นตำรวจยิงทหาร เนื่อง จากทหารจำนวนมากสวมเสื้อเกราะของตำรวจ ขอให้ตำรวจออกมาตรวจสอบให้ชัดเจน อีกประเด็นคือลักษณะการขี่รถจักรยานยนต์เข้าหากลุ่มทหาร ไม่ได้มีลักษณะมุ่งร้ายแต่ประการใด ต่อให้เป็นคนเสื้อแดงไม่เคยมีความคิดที่จะเข้าไปทำร้ายทหาร

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จากเสียงในคลิปของสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ยังได้ยินเสียงผู้ชุมนุมที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนบอกว่าทหารยิงกันเอง และผู้ชุมนุมยังช่วยกันตะโกนบอกให้ทหารที่ขี่รถจักรยานยนต์รีบหนีไป หลังจากนำคลิปภาพเผยแพร่ ศอฉ. มีคำสั่งให้สปริงนิวส์เก็บคลิปนี้ทั้งหมดเพื่อปกปิดข้อมูล ไม่ให้ทราบว่าเหตุเกิดจากการกระทำของทหาร พร้อมตัดต่อเตรียมใส่ความว่าเป็นผู้อื่นกระทำ แต่ช้าไปแล้วเนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากนำคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตหมดแล้ว ขอเรียนญาติของพลทหารที่เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ที่ทหารยิงปืนใส่เมื่อวานไม่ได้อยู่ในขั้นตอนการสลายม็อบ ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องหาผู้รับผิดชอบเรื่องทั้งหมด รวมถึงนายสุเทพ ที่สั่งการให้มีการลั่นกระสุน รวมถึงโฆษก ศอฉ. ผู้สนับสนุนให้ก่อเหตุดังกล่าว

-เย้ยศอฉ.ไม่กล้าสรุปทหารถูกยิง

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คลิปดังกล่าวเป็นภาพต่อเนื่อง ทันทีที่ออกอากาศสำนักข่าวบางแห่งเสนอภาพแก้ประเด็นว่า ทหารถูกยิงโดยคนเสื้อแดง ฉายภาพคนเสื้อแดงซุ่มยิงอยู่บนทางยกระดับ ไม่ทราบภาพดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อไร แต่ไม่ใช่ เหตุการณ์เดียวกันแน่ เพราะภาพของสปริงนิวส์ ฉายให้เห็นว่าไม่มีคนเสื้อแดงอยู่บนทางยกระดับ สรุปได้อย่างเดียวว่าพลทหารดังกล่าวถูกทหารยิง พลทหารณรงค์ฤทธิ์ ถูกยิงขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยเพื่อนทหารด้วยกัน แต่จนถึงปัจจุบัน ศอฉ. ยังไม่มีการแถลงถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นทั้งที่ปกติเป็นคนช่างพูด ขณะที่สื่อมวลชนทั่วโลกรายงานข่าวอย่างชัดเจน

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ช่วงเย็นวันที่ 28 เม.ย. พ.อ. สรรเสริญ ให้สัมภาษณ์ว่าไม่สามารถสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง ทั้งที่เวลาผ่านไปแล้วกว่า 6 ช.ม. ต่างจากนายสุเทพ สามารถระบุว่าการยิงเอ็ม 79 ที่แยกศาลา แดง ถูกยิงจากพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6 เพียง 2 ชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุ หรือจะให้สรุปว่าศอฉ. และรัฐบาลมีเพียงภารกิจปั้นน้ำเป็นตัวใส่ร้ายคนเสื้อแดงเท่านั้น แต่เรื่องที่เกิดจากฝ่ายรัฐบาลกลับอธิบายไม่ได้ นอกจากนั้นทราบว่าผลการตรวจสอบวิถีกระสุนจากเหตุการณ์ 22 เม.ย. ถึงมือนายกฯ แล้ว แต่ทำไมไม่ยอมแถลงว่าผลเป็นอย่างไร หรือกลัวว่าหลักฐานจะขัดแย้งคำพูดของรองนายกฯ หรือกลัวว่าความน่าเชื่อถือของรัฐบาลลดลง การกระทำของรัฐบาลขณะนี้ยิ่งสร้างบรรยากาศความขัดแย้งมากขึ้น

-ชี้สลายม็อบ28เม.ย.-ใช้รุนแรง

นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงปฏิบัติการของทหารเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่า เป็นการกระทำที่ขัดต่อคำสั่งศาลแพ่ง ชัดเจนว่าศาลแพ่งไม่ได้ห้ามการสลายการชุมนุม แต่ต้องปฏิบัติตามหลักสากลจากเบาไปหาหนัก แต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ กลับเป็น การปฏิบัติจากหนักไปหาตาย ไม่มีการเจรจา ไม่มีรถดับเพลิง ไม่เห็นกระบอง สิ่งที่เห็นมีแต่การยิงทันทีทั้งกระสุนยาง และกระสุนจริง ดังนั้นจะยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งให้ไต่ สวนรัฐบาลในการปฏิบัติการครั้งนี้ว่าทำตามหลักสากลอย่าง ไร เป็นห่วงว่าเรื่องการเสียชีวิตของพลทหารณรงค์ฤทธิ์ จะเงียบหายไปคล้ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพลทหารอภินพ เครือสุข เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา จากการเข้าไปเห็นในสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาไม่ต้องการให้เห็น จึงต้องเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ

นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงเงื่อนเวลาที่ศอฉ. แถลงว่าเหตุการณ์เกิดเมื่อเวลา 16.00 น. ว่า เวลาที่ศอฉ. อ้างนั้นเป็นช่วงที่เหตุ การณ์ยุติไปแล้ว เพราะเป็นผู้ประสานงานทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ทำให้ทราบแน่ชัดว่าการปะทะหยุดตั้งแต่เวลา 15.00 น. ช่วงเวลาที่ศอฉ.แถลง ไม่มีเหตุปะทะ ทำให้ไม่มีสาเหตุให้ใครบรรทุกเอ็ม 79 เข้าไปให้ก่อเหตุ นำเข้าไปในเวลานั้นเอาไปทำหอกอะไร หากต้องการนำไปใช้จริงต้องยันกันเพื่อพรางตาให้คนนั้นเอาอาวุธเข้าไป และการที่แบกเอ็ม 79 ไปกว่า 60 นัด ใส่กระสอบปุ๋ยไปคนเดียวเป็นพฤติกรรมที่แปลกที่สุดในโลก ตั้งใจไปถูกจับเพราะฝ่าด่านสกัดทหารตำรวจ ก่อนทิ้งของหลบหนี เป็นการจัดฉากที่ชัดเจน

นายณัฐวุฒิกล่าวว่าการเคลื่อนไหวต่อไปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ต่อสู้อยู่กับรัฐบาล แต่สู้กับฆาตกรต่อเนื่องที่พร้อมจะฆ่าประชาชนตลอดเวลา การตายของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ยังไม่เคยมีคำอธิบายจากศอฉ. ว่าเกิดจากอะไร ทั้งที่ทั้งหมดถูกยิงด้วยเอ็ม 16 แล้วยังเกิดการเสียชีวิตของพลทหารอีก ดังนั้น ต่อไปนี้คนเสื้อแดงจะทบทวนการเคลื่อนไหวอย่างละเอียดรอบคอบที่สุด แต่หากมีความจำเป็นจริงจะไปทันทีเสื้อแดงร้องอียูให้ส่งเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์และตรวจสอบรัฐบาล หลังสั่งสลายม็อบ

-เผยเหยื่อ28เม.ย.ส่วนใหญ่ถูกยิง

สำหรับข้อมูลผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณแยกอนุสรณ์สถาน ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 28 เม.ย. มีผู้บาดเจ็บ 19 ราย เป็นชาย 18 ราย และหญิง 1 ราย ประ กอบด้วย 1.นายสราวุฒิ จิรากมล อายุ 45 ปี โดนยิงบริเวณกกหู รักษาตัว ร.พ.ภูมิพลฯ 2.นายชัยอุดม ชุติมาเมธี อายุ 22 ปี ถูกยิงที่แขนขวาท่อนล่างก่อนทะลุ รักษาตัว ร.พ.ภูมิพลฯ 3.นายไพโรจน์ ไชยพรม อายุ 28 ปี ถูกยิงที่ท้อง รักษาตัว ร.พ.ภูมิพลฯ 4.นายจักรพงษ์ เลาหะพันธ์ อายุ 28 ปี ถูกยิงที่ขาขวา รักษาตัว ร.พ.ภูมิพลฯ

5.นายวิโรจน์ โกสถา อายุ 28 ปี ถูกยิงที่ต้นขาขวา รักษาตัว ร.พ.ภูมิพลฯ 6.นายสมัย กล้ารอด อายุ 28 ปี ถูกยิงที่ต้นขาขวา รักษาตัว ร.พ.ภูมิพลฯ 7.นายชัยทร คำทองทิพ อายุ 28 ปี ถูกยิงที่คอขวา รักษาตัว ร.พ.ภูมิพลฯ 8.นายวสุรัตน์ ประมวล อายุ 37 ปี ถูกยิงที่ขาขวา รักษาตัว ร.พ.ภูมิพลฯ 9.นายลำไพ กิริยาดี อายุ 45 ปี ถูกยิงนิ้วแม่มือขวา รักษาตัว ร.พ.ภูมิพลฯ 10.น.ส.ระจิตร จันทะมั่น อายุ 33 ปี ถูกยิงขาขวา รักษาตัว ร.พ.ภูมิพลฯ 11.นายคมกริช นันทะชนะโชติ อายุ 51 ปี มีแผลถูกยิงโหนกแก้มขวา รักษาตัว ร.พ.วิภาวดี 12.นายราชัน พันธุมาส อายุ 20 ปี กระจกบาดเอ็นข้อมือขาด รักษาตัว ร.พ.แพทย์รังสิต

13.นายบุญชู สุดาพรรณ อายุ 28 ปี มีแผลที่เข่า รักษาตัว ร.พ.แพทย์รังสิต 14.นายพร้อม ดาทอง มีแผลที่มือ รักษาตัว ร.พ.แพทย์รังสิต 15.นายวิชาญ ถึงซาน ถูกยิงที่ไหล่, ชายโครงขวา รักษาตัว ร.พ.แพทย์รังสิต 16.ส.ท.ณัฐพงษ์ แซ่ห่าน อายุ 22 ปี ถูกก้อนหินที่เท้าซ้ายมีแผล รักษาตัว ร.พ.ประชาธิปัตย์ 17.พลทหารวัช รินทร์ แซ่เต้น อายุ 32 ปี ถูกตีศีรษะบวม, โน รักษาตัว ร.พ.ประชาธิปัตย์ 18.นายสราวุฒิ โยธนันท์ อายุ 26 ปี แผลถลอกที่หน้าอกซ้าย, ริมฝีปากล่างบวม รักษาตัว ร.พ.ประชาธิปัตย์ และ 19.นายณัฐชัย ไชยรถ อายุ 31 ปี ถูกยิงบริเวณสะโพกซ้าย รักษาตัว ร.พ.ตำรวจ

-"มาร์ค"ปิดปาก-สั่งสกัดสื่อตาม

ส่วนความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มนปช. หรือกลุ่มคนสื้อแดง ที่บริเวณอนุสรณ์สถาน ดอนเมือง ทำให้ทหารเสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 28 เม.ย. นั้นตลอดทั้งวัน นายอภิสิทธิ์ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ แต่ได้ร่วมหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และพักค้างคืนในร.11 รอ.

อย่างไรก็ตาม เช้าวันเดียวกันนี้ นายอภิสิทธิ์ออกจากบ้านพักรับรองเดินทางมายังกองบัญชา การ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เมื่อเวลา 08.20 น. ถือว่าสายกว่าทุกวัน โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ผอ.ศอฉ. มาถึงก่อนตั้งแต่เวลา 07.25 น. ทั้งนี้ เมื่อมาถึงนายกฯ ได้ร่วมหารือกับกรรมการศอฉ.นาน 1 ชั่วโมง

จากนั้น เวลา 09.45 น. นายกฯ เดินทางออกจาก ร.11 รอ. ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่กลุ่มพันธ มิตรฯ เคลื่อนพลมาด้านหน้า ร.11 รอ. เพื่อ ยื่นหนังสือให้ทหารจัดการกับกลุ่มนปช. ทั้งนี้ นายกฯ ได้เปลี่ยนเส้นทางออกจาก ร.11 รอ. จากเดิมออกทางด้านหน้าถนนพหลโยธิน มาใช้เส้นทางด้านหลัง ออกทางประตู ช.พัน.1รอ. โดยเจ้าหน้าที่ได้ปิดประตูทางออกกันไม่ให้ผู้สื่อข่าวติดตามความเคลื่อนไหว โดยนายกฯ เดินทางเข้ามายังอาคารรัฐสภาเมื่อเวลา 10.25 น. และยังคงปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ โดยเมื่อมาถึงก็เข้าห้องประชุมสภาทันที ทั้งนี้ เวลา 14.00 น. นายกฯ ได้เปลี่ยนสถานที่การประชุมคณะกรรม การผู้สูงอายุแห่งชาติ จากเดิมประชุมที่อาคารศาสนสถาน ร.11 รอ. มาใช้ห้องประชุมงบประ มาณ ที่อาคารรัฐสภา 3 แทน

-"บิ๊กป้อม"แจงเหตุใช้กระสุนจริง

เวลา 09.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ประธานสภากลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม มีพล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระ ทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ. สส. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ร.อ. กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ. ทบ.และสมาชิกสภากลาโหมเข้าร่วมประชุม

พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม ถึงการแก้ปัญหาการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ศอฉ.ทำทุกอย่างให้ประเทศกลับสู่ความสงบ และแก้ปัญหาด้วยความระวัง ทำทุกอย่างตามขั้นตอน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทำทุกอย่างไม่ให้เหตุ การณ์ลุกลาม เราไม่อยากให้เกิดการสูญเสียไม่ว่าประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ แต่เหตุการณ์จะจบอย่างไรตนตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในกระ บวนการตัดสินใจ เรื่องนี้ต้องถามผู้นำ

"การสูญเสียแต่ละครั้งไม่บั่นทอนกำลังใจเจ้าหน้าที่ ขวัญและกำลังใจกำลังพลไม่มีปัญหา เพราะเขารู้ว่าเขาทำให้ใคร ไม่ใช่ตัวเองแต่ทำเพื่อประชาชนประเทศชาติ สถาบันหลัก ส่วนการเสียชีวิตของพลทหารที่ถูกยิงเมื่อวันที่ 28 เม.ย. จะต้องสอบสวนสาเหตุต่อไป" พล.อ.ประวิตรกล่าว

เมื่อถามถึงการใช้อาวุธจริงของเจ้าหน้าที่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราพยายามทำให้ดี เพราะชีวิตเจ้าหน้าที่ก็ต้องรักษาไว้และเอาตัวรอด เขาพยายามไม่ให้ผู้ชุมนุมเกิดการสูญเสียเช่นกัน

(1)รูกระสุน - เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ของศอฉ. ตรวจสอบรูกระสุนบริเวณตอม่อทางด่วนโทลล์เวย์ จุดปะทะระหว่างทหารกับกลุ่มนปช. ระบุว่าเป็นรูกระสุนที่มีขนาดใหญ่และแรงกว่ากระสุนปืนเอ็ม 16



(2)จุดเกิดเหตุ - เจ้าหน้าที่พฐ.ตรวจสอบที่เกิดเหตุถนนวิภาวดีฯ ช่วงบริเวณอนุสรณ์สถาน ดอนเมือง จุดสลายม็อบนปช. ซึ่งพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ ถูกกระสุนปริศนายิงเข้าศีรษะเสียชีวิต โดยใช้ภาพเปรียบเทียบจากน.ส.พ.ข่าวสด



(3)เสียลูก - พ่อแม่ของพลฯ ณรงค์ฤทธิ์ สาละ ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์วันที่ 28 เม.ย. เปิดใจให้สัมภาษณ์เตรียมเข้ากรุงมารับศพลูกชาย กลับมาทำพิธีที่บ้านเกิด จ.บุรีรัมย์



(4)แถลงโต้ - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. แถลงตอบโต้รัฐบาลและศอฉ. กรณีสลายการชุมนุมบริเวณอนุสรณ์สถาน ย่านดอนเมือง เมื่อวันที่ 28 เม.ย.แล้วพบกระสุนระเบิดเอ็ม 79 จำนวนมาก ยืนยันไม่เกี่ยวกับคนเสื้อแดง



พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สิ่งที่ตนอยากให้เกิดขึ้นคืออยากให้จบเร็วๆ ประเทศชาติจะได้เดินไปข้างหน้าได้ ส่วนทางออกของปัญหา หลายฝ่ายต้องช่วยกัน พูดจาทำความเข้าใจกัน อะไรที่เป็นปัญหาต้องคลี่คลายไป เมื่อถามย้ำว่ากองทัพรู้สึกอึดอัดการตัดสินใจของรัฐบาลที่ไม่เด็ดขาดหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะอึดอัดหรือไม่อึดอัด คงตอบไม่ได้ เป็นเรื่องหน้าที่และระเบียบวินัยที่ต้องปฏิบัติ

เมื่อถามว่าผู้นำเหล่าทัพกับนายกฯ ยังรักกันดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เห็นมีปัญ หา ทุกอย่างเรียบร้อยดี

-"เทือก"ปรามสื่อกรณีทหารตาย

เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการสลายการชุมนุมที่อนุสรณ์สถานเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ว่า เคยบอกแล้วว่าถ้ายกกำลังออกมาปิดถนนสร้างความเดือดร้อนให้ประชา ชน จะดำเนินการเด็ดขาด กรณีทหารเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย สื่อต้องระมัดระวัง ถ้าพูดอะไรไปยิ่งเป็นปัญหา เป็นใครยิงใครเดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะสอบสวนและตรวจสอบให้ละเอียดทั้งพล เรือนและทหาร เหตุการณ์วันที่ 28 เม.ย.บังเอิญมีฝนตกหนักเข้ามาแทรก ทำให้การทำงานมีปัญหาอุปสรรคบ้าง แต่เจ้าหน้าที่สลายการชุม นุมได้เรียบร้อย จับกุมผู้ชุมนุมได้ทั้งรถ อาวุธ ต้องดำเนินการต่อไป ทั้งหมดทำเพื่อรักษากฎ หมายบ้านเมือง

เมื่อถามแสดงว่าสาเหตุการเสียชีวิตของทหารยังไม่ชัดเจนใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนก่อน ให้ตนพูดแทนไม่ได้ เมื่อถามถึงวิถีกระสุนที่ยิงทหารเสียชีวิต นาย สุเทพกล่าวว่า รอเจ้าหน้าที่ต้องไปพิสูจน์ ต่อข้อถามเหตุใดจึงตรวจสอบเรื่องวิถีกระสุนล่าช้า ไม่เหมือนกรณีเหตุการณ์ที่สีลมซึ่งทราบผลเร็ว นายสุเทพกล่าวว่า เป็นคนละกรณีกัน เหตุการณ์ที่สีลมมีการนำเครื่องบินขึ้นไปบินดูเหตุการณ์ จึงเห็นว่าอะไรเป็นอะไร เห็นรถคันนั้นอยู่แล้วด้วยซ้ำ แต่เหตุการณ์ 28 เม.ย. แม้มีสื่อบางส่วนอยู่ในเหตุการณ์ แต่ช่วงนั้นฝนตกหนัก จึงต้องไปตรวจสอบรายละเอียดอีกที

-สั่งเข้มทุกจังหวัดจัดการม็อบ

ต่อข้อถามสถานการณ์ดูเหมือนขยายวงกว้าง นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ ถ้าขยายวงกว้าง ตนต้องดำเนินการ ไม่ยอมแน่ ปิดถนนไม่ได้เด็ดขาด แสดงว่าจงใจฝ่าฝืน ต่อไปนี้ไม่ว่าที่ไหน จังหวัดไหน จะสกัดทุกที่ ต้องดำเนินการเด็ดขาด สำหรับแกนนำที่หนีหัวซุกหัวซุนไปคนหนึ่ง ถ้าหลุดออกมาเมื่อไหร่จะจับอีก กรณีที่เขาเปลี่ยนไม่ได้ใส่เสื้อแดงแล้วก็ไม่เป็นไร เพราะมีรูปภาพหน้าตา ลักษณะให้เห็นอยู่แล้ว ส่วนกลุ่มมวลชนที่เขาเปลี่ยนเสื้อ ขอร้องประชาชนว่าอย่าไปยุ่ง เขาจะมีเรื่องมีราวก็อย่าไปเป็นไทยมุง ยอมรับว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ยุ่งยาก ประชาชนทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าไปยุ่ง ส่วนผู้ชุมนุมควรกลับบ้าน อย่าอยู่เป็นโล่กำบังของผู้ก่อการร้าย รัฐบาลและศอฉ.จะได้วางแผนให้บ้านเมืองเดินไปสู่จุดที่ทุกคนทุกฝ่ายต้องการ

ต่อข้อถามว่าทุกประเทศทั่วโลกห่วงใยสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศ นายสุเทพกล่าวว่า ถูกต้อง ส่วนองค์กรที่ประสานเข้ามาก็ทำต่อไปได้ ยินดีต้อนรับ ถ้ารัฐบาลร่วมมือแต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ร่วมมือ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องถามว่ากลุ่มนปช.ใครเป็นคนตัดสินใจสูงสุด

เมื่อถามถึงข่าวสหรัฐจะส่งคนเข้ามาสังเกต การณ์ในไทย นายสุเทพกล่าวว่า เราไม่เคยส่งคนเข้าไปยุ่งกิจการภายในของเขา ไม่เคยวิจารณ์นายบารัก โอบามา ดังนั้นคงไม่เข้ามายุ่ง เพราะเป็นเรื่องภายในประเทศไทย เมื่อถามว่าจะปล่อยให้การชุมนุมที่ราชประสงค์ยืดเยื้ออีกนานแค่ไหน นายสุเทพกล่าวว่า คงไม่นาน พยายามให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางกลับ แล้วจะพิจารณาต่อไปว่าทำอะไร ใช้เวลาให้ลงตัวและเหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ช่วง 2 วันที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมก็ถอยไปมากแล้ว เมื่อก่อนรัฐบาลใช้ไม้นวมจึงไม่กลัว แต่ต่อไปนี้จะไม่ยอมให้เข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่บาดเจ็บล้มตาย

-โต้ดูแลตำรวจคุมม็อบไม่ทั่วถึง

เมื่อถามถึงตำรวจต่างจังหวัดที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ใกล้แยกราชประสงค์ร้องเรียนว่าไม่ได้รับดูแล นายสุเทพกล่าวว่า การถามเช่นนี้ไม่ถูกต้อง ตนปฏิบัติต่อทุกคนเหมือนกัน ปัจจุบันขอเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหาร รวมแล้วคนละ 400 บาทต่อวัน ซึ่งตอนนั้นทหารได้เพียงวันละ 120 บาท ตนก็ปรับให้ได้เท่ากันแล้ว

เมื่อถามว่าขณะนี้ตำรวจร่วมมือกับศอฉ. มากขึ้นแล้วหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ตนพยายามพูดกับตำรวจหลายๆ ทาง ปัจจุบันได้รับความช่วยเหลือจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาคต่างๆ อย่างเต็มที่ ต่อข้อถามจนถึงขณะนี้ยังยืนยันใช่หรือไม่ว่ากองทัพกับรัฐบาลยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันอยู่ นายสุเทพกล่าวว่า ถ้าความสัมพันธ์ไม่ดี คงไม่ไปนอนอยู่ในกรมทหารราบที่ 11 มานานเกือบสองเดือน

เมื่อถามถึงศอฉ.ระบุว่าการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นการยกระดับให้เป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายเนื่องจากมีการใช้อาวุธสงคราม นายสุเทพกล่าวว่า การที่ใช้อาวุธสงครามและอาวุธเอ็ม 79 เข้ามายิงนั้น ย่อมถือว่าเป็นผู้ก่อการร้ายแน่นอน เพราะเป็นการยิงผู้บริสุทธิ์ คงต้องออกหมายจับตามลำดับ

เมื่อถามว่าสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ ว่าเป็น การกระทำของกลุ่มไหน นายสุเทพกล่าวว่า ก็กลุ่มนี้ กลุ่มที่อยู่ด้วยกันนี้แหละ เพราะมีคนนี้ทำหน้าที่นี้ คนนั้นทำหน้าที่นั้น แน่นอนว่าเมื่อเป็นผู้ก่อการร้ายสามารถจับดำเนินคดีได้ทันที แต่การดำเนินคดีต้องว่าตามพยานหลักฐาน เป็นไปตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ต้องออกหมายเรียก หมายจับ เริ่มจากการเรียกมาซักถามและออกหมายจับก็ต่อเมื่อหลักฐานพร้อมทั้งหมด กรณีผู้ก่อการร้ายนั้นชัดเจนว่ามีทีมไหนบ้างที่เข้าไปทำ แต่ให้หลักฐานครบเพื่อเข้าไปดำเนินการหลังจากนี้ต้องดูไปถึงผู้บงการ ผู้จ้างวาน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่

-นปช.บุกยื่นหนังสือทูตอียู

เวลา 12.00 น. ที่สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย หรืออียู น.พ. เชิดชัย ตันติศิรินทร์ นักวิชาการกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมคณะ 3 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายเดวิด ลิปแมน เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ขอให้ทางอียูส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมตรวจสอบและสังเกตการณ์การดำเนินการของรัฐบาลในการสลายการชุมนุม

หนังสือที่กลุ่มนปช. เรียกร้องสหภาพยุโรปส่งผู้สังเกตการณ์ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้มีการสลายการชุมนุมอย่างสงบสันติ ปราศจากอาวุธของประชาชน ด้วยกำลังทหาร โดยระบุว่า ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทหารถูกนำมาใช้ในการสลายการชุมนุมของประชาชนที่เรียกร้องประชา ธิปไตย ความโหดร้ายป่าเถื่อนของรัฐบาล ปรากฏในวันที่ 10 เม.ย. ต่อมามีการเสนอเงื่อนไขใหม่ยุบสภาใน 1 เดือน แต่นายอภิสิทธิ์ กลับปฏิเสธ จากการปิดกั้นสื่อคนเสื้อแดงจึงเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณรังสิต เพื่อแจ้งข่าวและแจกซีดีข้อมูลให้ประชาชนรับรู้ และโดยไม่มีการเตือนจากรัฐบาล มีการปิดกั้นถนนวิภาวดีรังสิต จากนั้นระดมยิงด้วยแก๊ส น้ำตา กระสุนยาง และกระสุนจริง เป็นเหตุให้ประชาชนบาดเจ็บ 16 คน และทหารเสียชีวิต 1 นาย จากการยิงกันเองของทหาร (ยืนยันโดยสำนักข่าวบีบีซี) เป็นการตั้งใจสังหารประชาชนโดยไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลในการสลายการชุมนุม จึงขอให้สหภาพยุโรปป้องกันการทำลายสิทธิมนุษยชน ขอให้ช่วยประณามและหยุดยั้งการปราบปรามประชาชนครั้งนี้

หลังการพูดคุยกับเอกอัครราชทูต 40 นาที เจ้าหน้าที่ของอียูได้นำคำแถลงการณ์ของเอกอัคร ราชทูตมาแจกให้ผู้สื่อข่าว มีใจความว่า สหภาพยุโรปยังคงมีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ในประเทศไทยและรู้สึกเสียใจต่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งขอเรียกร้องให้มีการเคารพกฎหมาย และควรมีการเจรจาที่เป็นประโยชน์ เพื่อหาทางออกอันเป็นผลจากการเจรจาที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ อย่างสันติวิธีและเป็นประชาธิปไตย

-เผยเหตุเปลี่ยนตัวจาก"หมอเหวง"

น.พ.เชิดชัย กล่าวว่า หลังจากได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูต เบื้องต้นทราบว่า ท่านเข้าใจในสถานการณ์ในขณะนี้ว่ากำลังอยู่ในขั้นเลวร้าย และไม่อยากเห็นสงครามกลางเมืองเกิดขึ้น รวมทั้งอยากเห็นกลุ่มคนเสื้อแดงและรัฐบาลเจรจากัน ส่วนที่กลุ่มคนเสื้อแดงเสนอให้ทางอียูส่งเจ้าหน้าที่มาสังเกตการณ์นั้น ทางอียูรับไว้พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมน.พ.เหวง โตจิราการ จะเป็นตัวแทนไปยื่นหนังสือและเข้าพูดคุยกับเอกอัครราชทูต แต่เปลี่ยนใจเนื่องจากมีหมายจับติดตัวอยู่และเกรงว่าจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวหากออกนอกพื้นที่การชุมนุม รวมทั้งที่สำนัก งานอียู มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากมารักษาการณ์อยู่รอบพื้นที่ ซึ่งอาจจะเตรียมไว้สำหรับควบคุมตัวแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงหากเดินทางมา

-มติกสม.สอบทั้ง2เหตุการณ์

วันเดียวกัน นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาตรวจสอบกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงจากการขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุม เมื่อวันที่ 10 เม.ย. เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการได้ประชุมครั้งแรก มีมติให้ตรวจสอบทั้งเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. และ 22 เม.ย. แต่จะแยกรายงานออกเป็น 2 ส่วน นอกจากนี้ยังตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุด 1. อนุกรรมการด้านกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยว ข้องกับการชุมนุม และ 2.อนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐาน โดยทำงานคู่ขนานกันไป คาดว่าอนุกรรมการทั้ง 2 ชุด จะใช้เวลาทำงานไม่เกิน 2 สัปดาห์ จะได้ข้อมูลนำมาเสนอคณะอนุกรรมการชุดใหญ่เพื่อพิจารณาต่อไป

นางอมรากล่าวว่า กสม.ยังจัดตั้งศูนย์รับข้อมูล เพื่อรับข้อมูลจากสาธารณชน ทั้งข้อมูลการละเมิดสิทธิที่ผู้ถูกละเมิดแจ้งต่อกสม. โดย ตรง หรือข้อมูลเกี่ยวกับการพบเห็นการละเมิดสิทธิ์ ทั้งข้อมูลเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. และ 22 เม.ย. โดยส่งข้อมูลได้ที่ ตู้ ปณ.123 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 หรือโทรศัพท์ หมายเลข 1377 และทางอีเมล์ 12march@nhrc.or.th ยอมรับว่าหนักใจกับการทำงานครั้งนี้ เพราะเนื้อหาซับซ้อน มีหลายฝ่ายหลายกลุ่มมาก เราจะตามหาข้อมูลและแสวงหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ด้วย เชื่อว่าตรงนั้นจะเป็นโอกาสเข้าถึงข้อมูลทุกกลุ่ม รวมถึงกรณีที่เรียกร้องให้ตรวจสอบอาวุธสงครามในพื้นที่ชุมนุมด้วย

-"เสธ.แดง"ชี้ทหารยิงกันเอง

เวลา 13.30 น. ที่เวทีสี่แยกราชประสงค์ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ได้เดินทางมาตรวจตราการรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม

พล.ต.ขัตติยะ กล่าวถึงเหตุการณ์ปะทะที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติว่า ภาพในคลิปวิดีโอชัดเจนมาก เห็นได้ชัดว่าฝ่ายทหารเข้าใจผิด เนื่องจากเป็นช่วงโพล้เพล้ คิดว่าเป็นคนเสื้อแดงจะเข้ามาทำร้าย จึงยิงด้วยอาวุธปืนสไนเปอร์ เพราะทหารที่เสียชีวิตนั้นมีสภาพศีรษะระเบิด ไม่ใช่กระสุนปืนเอ็ม 16 เพราะถ้าเป็นปืนเอ็ม 16 แล้วเลือดจะไม่ออก รวมทั้งรูที่ถูกยิงจะเล็ก

"ผมเชื่อว่าเหตุการ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นฝีมือของทหารยศนายสิบหรือพลทหาร ที่เคลื่อนขบวนลงมาจากทางยกระดับโทลล์เวย์ เพื่อมาเสริมกำลัง ทำให้เข้าใจผิดจึงยิงพวกเดียวกันเอง คิดว่าหน่วยพลซุ่มยิงไม่น่าให้ทหารระดับพลทหารใช้ เนื่อง จากยังไม่มีความเชี่ยวชาญพอ และอายุยังน้อย ส่วนที่นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำนปช. ไม่ อยู่ในที่เกิดเหตุนั้น ผมมองว่าแกนนำจำเป็นต้องหลบ เพราะหากถูกรวบตัวใครจะนำทัพ ดังนั้นนายขวัญชัยต้องปลอดภัย เพราะการสร้างผู้นำมา 1 คนนั้นมันยาก อย่างขวัญชัยไม่ถือว่าหนีทัพ" พล.ต.ขัตติยะ กล่าว

เมื่อถามว่าแสดงว่าเป็นความผิดพลาดของทหารด้วยกันเอง พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า เป็นพลทหารคุมตัวเองไม่อยู่ เพราะตกใจ เป็นเรื่องธรรม ดาของการรบที่ต้องมีการสูญเสีย เหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 เม.ย. หากไม่มีคลิปวิดีโอออกมาจะกลายเป็นคนเสื้อแดงที่เป็นผู้ลงมือยิง อย่างไรก็ตาม หากจะเข้าโจมตีที่แยกราชประสงค์ ต้องใช้ทหารถึง 3 เท่าหรือ 3 แสนนาย ถึงจะตีพื้นที่ชุมนุมนี้แตกได้

เมื่อถามว่าต่อไปถ้าคนเสื้อแดงเคลื่อนพลออกไปอีกจะมีความปลอดภัยหรือไม่ พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ต้องรบกัน ขณะนี้พูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว เนื่องจากเป็นสงครามประชาชน

-"ตู่"อัดหมาบ้าจ้องฆ่าประชาชน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากเหตุการณ์ปะทะกันเมื่อวันที่ 28 เม.ย. มีทหารเสียชีวิต 1 นาย และผู้บาดเจ็บจำนวนมากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้โทรศัพท์ทางไกลจากประเทศรัสเซีย มาพูดคุยกับตนในช่วงดึกวันที่ 28 เม.ย. โดยได้แสดงความเป็นห่วงการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง และกำชับให้ระมัดระวังการเคลื่อน ไหว เพราะการฆาตกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นได้ทุกขณะ นายจตุพรกล่าวว่า ส่วนเหตุการณ์ปะทะเมื่อวันที่ 10 เม.ย.นั้น ทางแกนนำคนเสื้อแดงได้ประสานทีมกฎหมาย ซึ่งเป็นชาวต่างชาติให้เข้ามาหารือและพูดคุยเรื่องการฟ้องร้องนายอภิสิทธิ์ และผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหาฆาตกรรมประชาชน โดยจะยื่นฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งศาลดังกล่าวเป็นศาลเดียวกับที่เคยพิจารณาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศรวันดาและกัมพูชา

นายจตุพร กล่าวว่า ตนยังเชื่อว่าการต่อสู้ตามแนวทางของคนเสื้อแดงนั้นสามารถล้มรัฐบาลชุดนี้ได้ เพราะวันนี้มีประชาชนตายภายใต้การตัดสินใจประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินของนายอภิสิทธิ์แล้ว 20 กว่าราย เชื่อว่าสุดท้ายรัฐบาลจะอยู่ไม่ได้ และเหตุการณ์วันที่ 28 เม.ย. ยิ่งทำให้มั่นใจว่าขณะนี้รัฐบาลเหมือนหมาบ้าที่สั่งฆาตกรรมประชาชน เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ต่อได้ไม่นาน แต่หากการต่อสู้ยืดเยื้อออกไปจนถึงช่วงศาลรัฐ ธรรมนูญพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ จุดนั้นจะทำให้ทุกอย่างยุติลงได้อย่างสันติ โดยไม่มีฝ่ายใดต้องเสียเลือดเสียเนื้อ

-บรรยากาศเครียด-หวั่นเก็บแกนนำ

ผู้สื่อข่าวรายงานการชุมนุมของกลุ่มนปช.ที่สี่แยกราชประสงค์ในช่วงบ่ายว่า บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด เนื่องจากเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะส่งคนมาสังหารแกนนำ โดยตั้งด่านตามตรอกซอกซอยโดยรอบ และมีการ์ดนปช.ประจำอยู่จุดละ 10 คน เพื่อตรวจค้นคนเข้าออกพื้นที่การชุมนุม นอกจากนี้ยังมีหน่วยลาดตระเวนที่คอยเดินตรวจโดยรอบพื้นที่และพร้อมเข้าช่วยตามด่านต่างๆหากเกิดเหตุ โดยวันนี้มีการตรวจพบผู้ต้องสงสัย 2 คน และนำมาสอบสวนที่เต็นท์การ์ดบริเวณด้านหลังเวที อย่างไรก็ตาม เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นหรือมีผู้แจ้งเหตุต้องสงสัยผู้ชุมนุมและการ์ดต่างลุกฮือเข้าไปดูเหตุการณ์ ทำให้ในพื้นที่เกิดความวุ่นวายขึ้นเป็นระยะ อีกทั้งแกนนำบนเวทียังแจ้งเป็นระยะว่า ในพื้นที่มีหน่วยสอดแนและหน่วยสังหารแกนนำปะปนมาในพื้นที่ ขอให้ผู้ร่วมชุมนุมช่วยกันสังเกตโดยรอบด้วย

(1)มีเส้น - พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และนายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เรียกร้องให้เร่งจัดการกับม็อบเสื้อแดง โดยมีนายปณิธาน วัฒนายากร เลขาธิการนายกฯ ออกมารับด้วยตัวเอง ที่หน้า ร.11 รอ. เมื่อ 29 เม.ย.



(2)ยื่น"อียู" - ตัวแทน นปช.ยื่นหนังสือต่อสำนักงานสหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทย เรียกร้องให้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลไทย กรณีสั่งสลายการชุมนุมหลายครั้ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เมื่อ 29 เม.ย.





-"อ๋อย"อัดรัฐละเมิดมนุษยชน

ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า การใช้อาวุธปราบปรามประชาชนในเหตุการณ์ 10 เม.ย.และ 28 เม.ย. ละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์ ขัดต่อหลักปฏิบัติสากล รัฐบาลที่จะเข้ามาใหม่สามารถร้องต่อศาลอาญาระหว่างประ เทศที่ไทยเป็นสมาชิก เพื่อลงโทษกรณีนายอภิสิทธิ์เป็นผู้สั่งการ ตนอยู่ในเหตุการณ์พร้อมไปเป็นพยาน เห็นชัดว่าการเข้าสลายการชุมนุมเป็นคำสั่งจากฝ่ายการเมือง พฤติกรรมที่ปรากฏเริ่มจากข้อมูลที่บิดเบือนใส่ร้ายผู้ชุมนุม ทำให้เห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเป็นกระบวนการก่อการร้าย ต้องการล้มล้างสถาบันโดยปราศจากหลักฐาน มุ่งหวังเข้าสลายการชุมนุม หรือปราบปรามการชุมนุมโดยการใช้อาวุธและนำมาซึ่งความสูญเสีย ความขัดแย้งของประชาชนอย่างรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ขอให้นายกฯ เปลี่ยนใจ อย่าได้กล่าวหาว่าผู้ที่เรียกร้องประชาธิปไตยเป็นผู้ก่อการร้าย เพราะรองเลขาธิการศาลยุติธรรมระบุชัดว่าการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ไม่เข้าข่ายการก่อการร้าย รัฐบาลจะใช้กฎหมายการก่อการร้ายไม่ได้ การต่อสู้ของคนเสื้อแดงที่ผ่านมาเป็นแค่การขัดขวางเจ้าพนักงานเท่านั้น

"การก่อการร้ายหมายความว่าต้องมีการขู่เข็ญรัฐบาล ขู่เข็ญองค์กรระหว่างประเทศ อีกทั้งแกนนำคนเสื้อแดงและประชาชนร่วมชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย รัฐบาลใช้คำว่าการก่อ การร้ายเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเองในการเข้าไปจัดการสลายการชุมนุม เหตุ การณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีคนเสียชีวิตกว่า 4,100 คน บาดเจ็บกว่า 6,000 คน ยังไม่มีใครกล้าเรียกเป็นการก่อการร้ายเลย" นายจาตุรนต์กล่าว

-ยัดข้อหาล้มเจ้า-เพื่อปราบปราม

นายจาตุรนต์กล่าวว่า การใส่ร้ายเช่นนี้มองเจตนาของรัฐบาลได้ว่าพยายามใช้มาตรการที่รุนแรงเข้ามาจัดการ โดยเฉพาะการกล่าวหาว่าล้มเจ้า ซึ่งถือเป็นการจับแพะชนแกะโดยปราศจากหลักฐาน บุคคลที่ถูกกล่าวหาล้วนแต่เป็นฝ่ายการเมืองที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล ทำให้เชื่อว่ารัฐบาลมุ่งหวังเข้ามาปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน ยิ่งเมื่อดูเหตุการณ์ 10 เม.ย.และ 28 เม.ย. ที่ใช้อาวุธหนักจนเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ทหารเสียชีวิต แสดงชัดเจนว่ารัฐใช้อาวุธเกินความจำเป็น ขัดต่อหลักของยูเอ็นที่จะสามารถใช้อาวุธได้ในภาวะที่ยก เว้นหรือพิเศษจริงๆ ไม่ใช่ออกกฎหมายมาแล้วจะมาเข่นฆ่ากันก็ได้ กรณีที่พล.อ.ชวลิตถูกกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในขบวนการล้มเจ้า เป็นการใส่ร้ายทางการเมืองที่น่ารังเกียจอย่างมาก ในอดีตพล.อ. ชวลิตเคยต่อสู้เพื่อราชบังลังก์ ขณะที่คนกล่าวหากลับไม่มีประวัติการต่อสู้เพื่อราชบังลังก์ เป็น การกล่าวหาเพื่อหวังทางการเมืองอย่างไม่เป็นธรรม การเดินทางเข้าพบ ศอฉ.ในวันที่ 30 เม.ย.พล.อ. ชวลิตจะเป็นผู้สอบถามมากกว่า

-ฮิวแมน ไรท์ฯถกพรรคเพื่อไทย

วันเดียวกัน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้นายซูฮาส ซาคม่า ผอ.องค์การฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ประจำภูมิภาคเอเชีย (ACHR) ซึ่งเป็นศูนย์ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานในภูมิภาคเอเชีย ได้เข้าพบผู้บริหารพรรคเพื่อไทย อาทิ นายพิทยา พุกกะมาน คณะทำงานด้านต่างประเทศ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค

นายซูฮาสแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นในไทย และแสดงความห่วงใยว่าจะมีการใช้กำลังกับผู้ชุมนุม โดยเฉพาะการใช้อาวุธสงครามกับประชาชน จึงต้องการเข้ามา สอบถามข้อมูลจากพรรคว่าเป็นไปตามข่าวที่ถูกนำเสนอหรือไม่ จากนั้นวันที่ 30 เม.ย. เวลา 09.00 น. นายซูฮาสจะไปพูดคุยกับแกนนำ นปช.ที่ด้านหลังเวทีปราศรัยสี่แยกราชประสงค์ แต่ในส่วนของรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจน

"นายซูฮาสยังกล่าวว่าจากข้อมูลที่ได้รับคิดว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย พร้อมบอกด้วยว่าหากท้ายที่สุดตรวจพบความชัดเจนว่ามีการดำเนินการเช่นนั้นจริง จะไม่ได้ถูกจำกัดแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่เชื่อว่าประชาคมโลกต้องรับรู้และช่วยกันแก้ปัญหา" น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว และว่า วันที่ 30 เม.ย.นี้หลังจากพูดคุยกับแกนนำกลุ่ม นปช.แล้วนายซูฮาสจะเข้าพบพล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ และประธานพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะเปิดใจกับสื่อต่างชาติ หากมีโอกาสจะขอพูดคุยส่วนตัวกับพล.อ.ชวลิต ในฐานะที่เขาเป็น ผอ.ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ประจำภูมิภาคอาเซียน

-เตรียมใช้นำมันขี้โล้สู้ทหาร

ต่อมาเวลา 17.20 น. นายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ดนปช. เปิดเผยว่า ขณะนี้การ์ดของนปช.จะใช้อาวุธใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการสลายการชุมนุม คืออุปกรณ์เครื่องฉีดน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว ซึ่งดัดแปลงมาจากเครื่องสูบและฉีดน้ำผัก พร้อมน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วบรรจุในถัง 200 ลิตร ประจำด่าน 6 ด่าน ด่านละ 2 เครื่อง โดยแต่ละเครื่องสามารถฉีดน้ำมันไปได้ไกลกว่า 5 เมตร เพื่อถ่วงเวลาและป้องกันการสลายการชุมนุม เนื่องจากน้ำมันเครื่องที่ฉีดใส่เจ้าหน้าที่จะมีลักษณะเหนียวเหนอะหนะ ถ้าเหยียบลงไปที่น้ำมันแล้วจะก้าวเท้าออกมาได้ยาก แต่ย้ำว่าจะใช้ในลักษณะป้องกันตัวเท่านั้น เมื่อถามถึงกรณีตามด่านต่างๆ มีการนำเศษผ้ามาผูกไว้จำนวนมาก นายอารีกล่าวว่า ไม่ได้เป็นนโยบายของกลุ่มคนเสื้อแดง หากมีเหตุอะไรขึ้นก็แล้วแต่ดุลพินิจของแต่ละคน

-แฉมาร์คอนุมัติ28ล.-ชงดีเอสไอ

เวลา 18.00 น. ที่เวทีสี่แยกราชประสงค์ นายจตุพร กล่าวบนเวทีว่า ทราบว่านายอภิสิทธิ์ นายกฯ อนุมัติเงินให้ศอฉ.พิเศษ 28 ล้านบาท ให้ดีเอสไอทำสำนวนคดีก่อการร้าย เพื่อสนับ สนุนการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เช่น การซื้อข่าวต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับคดี ค่าเบาะแสให้ข้อมูลนปช. มีข้อสังเกตว่าทำไมนายอภิสิทธิ์ ให้ความสำคัญกับคดีนี้ เสียค่าใช้จ่าย 28 ล้านบาท ขอถามว่าคดีล้มล้างสถาบันจะให้เงินอีกเท่าไหร่ เพราะ 2 คดีเป็นการกุข่าว ดีเอสไอรู้ว่าเส้นทางไปไม่ถึงอย่างที่เลขานุการศาลยุติธรรมระบุว่าผู้ชุมนุมไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย มีการปั้นข่าวไม่ว่าเรื่องการจับอาวุธ เอ็ม 79 ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง แต่รัฐบาลยังไม่ออกมายอมรับผิด เหตุ การณ์ทหารฆ่ากันเองเมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ ก็ไม่ออกมารับผิดชอบ

นายจตุพรกล่าวว่า หากการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงต้องใช้อาวุธเข้าฆ่า ทำไมกลุ่มพันธมิตรฯ ไปกรมทหารราบที่ 11 รอ. ไม่ดำเนินการ นายอภิสิทธิ์มีพฤติกรรมโกหก ซึ่งพวกตนต้องต่อสู้ต่อไป ไม่กลับบ้านมือเปล่าแน่ ถ้าประชาชนไม่เอาด้วยกับพวกตนก็อยู่ไม่ได้ แต่กลุ่มหลากสียิ่งชุมนุมคนยิ่งน้อย ถ้าศรัทธารัฐบาลจริง ทำไมคนถึงหดหายลง หากคนเสื้อแดงชุมนุมเกิน 5 คนไม่ได้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นอะไรถึงชุมนุมได้

-นปช.ขอพื้นที่คืนจากร.พ.จุฬาฯ

นายจตุพรกล่าวว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์ยังไม่หยุดเข่นฆ่าประชาชน พวกตนพร้อมต่อสู้ต่อไป ขอเตือนว่าถ้าฆ่าประชาชนอีกรอบ บ้านเมืองจะตัวใครตัวมัน ไม่ขึ้นกับใคร ไม่มีการยอมรับ จะไม่มีรัฐอีกต่อไป สงครามกลางเมืองเกิดขึ้นแน่ ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของศาลแพ่งและศาลปกครอง 7 ขั้นตอน แต่ดำเนินการขั้น 8 ฆ่าประชาชนเลย อีกทั้งโยนความผิดให้ประชา ชนว่าล้มล้างสถาบัน โยนความผิดจากการเข่นฆ่าประชาชน นายอภิสิทธิ์จะมีคดีฆ่าคน มีอายุความ 20 ปี ทั้งนี้ ถ้าไม่จำเป็น พวกเราอย่าออกไปข้างนอก เราจะต่อสู้กันที่นี่ ส่วนพวกเราที่ถูกจับในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ได้มอบหมายทนายความไปยื่นประกันตัวแล้ว

"เราจะรอดูถัดจากนี้ไป 28 วัน กรณีศาลรัฐ ธรรมนูญจะตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ เพราะตอนยุบพรรคพลังประชาชน กระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญหลังจากรับเรื่องมาพิจารณาในสารบบใช้เวลาเพียง 28 วัน หรือถ้าพวกเราไม่ชนะเลยรัฐบาลก็อยู่ไป ถ้าราชประสงค์แตกจะมีที่อื่นทั่วแผ่นดิน รัฐบาลจะปราบไม่ได้แน่" นายจตุพรกล่าว

นายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำนปช. กล่าวว่า ทราบว่าที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ได้ให้คนป่วยออกจากอาคาร 2 และอาคาร 3 บริเวณชั้น 3 แล้วเอาทหารเข้ามาอยู่แทน โดยมีการส่งข้าว ส่งน้ำในช่วงกลางวัน ขอเตือนนายอภิสิทธิ์ ให้จัดการเคลียร์พื้นที่เอาทหารออกไปให้หมด เพราะโรงพยาบาลเป็นที่ซ่องสุมกำลังของรัฐบาล ดังนั้น วันที่ 30 เม.ย. เวลา 10.00 น. นายขวัญชัย ไพรพนา นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และตน จะนำคนเสื้อแดงไปขอพื้นที่คืนโรงพยาบาลจุฬาฯ นอกจากนี้ยังมีตึกสูงของเอกชน โดยเฉพาะโรง แรมดุสิตธานี ที่เป็นของคนพรรคประชาธิปัตย์ ให้ที่อยู่อาศัยกับทหาร ตำรวจประจำการอยู่อีก การทำเช่นนี้รัฐบาลต้องการล้อมกรอบคนเสื้อแดงหรือไม่

-พธม.บุกยื่นหนังสือรัฐบาล

เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน ที่ร.11 รอ. บางเขน กรุงเทพฯ กลุ่มพันธมิตรจำนวน 500 คน มาชุมนุมที่ประตู 2 โดยใช้รถหกล้อเป็นเวทีปราศรัย มีพล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรค การเมืองใหม่ ขึ้นเวทีปราศรัย โดยผู้ชุมนุมต่างปรบมือแสดงความดีใจ

พล.ต.จำลองปราศรัยว่า ขณะนี้มีกลุ่มนปช. มาชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ขอให้รัฐบาลและทหารอย่าอ้างคำว่า "กลัว" กับ "ยาก" ถ้าวันนี้กลัว แล้ววันหน้าจะยิ่งมีคนล้มหายตายจากไปเท่าไหร่ ส่วนคำว่ายาก ทหารมีกฎหมายอยู่ในมืออยู่แล้ว รัฐบาลใช้ให้ทหารมือเปล่าไปต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย จนเกิดการเสียเปรียบ รัฐบาลคิดใหม่ทำใหม่ได้แล้ว

ด้านนายสุริยะใสกล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ทั้ง 76 จังหวัด จะยื่นหนังสือกับค่ายทหารที่มีอยู่ทั่วประเทศ 38 ค่ายเช่นเดียวกับในกทม.

นายพิภพปราศรัยว่า เรามายื่นหนังสือเพื่อยับยั้งความรุนแรง ไม่ต้องการให้ประชาชนไม่ว่าฝ่ายใดเสียชีวิต การยับยั้งความรุนแรงทำได้โดยรัฐบาลกับทหารต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด วันนี้รัฐบาลต้องแยกผู้ก่อการร้ายออกจากกลุ่มนปช. รวมถึงต้องเร่งจัดการขบวนการล้มเจ้าที่มีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าขบวนการ

-จี้จัดการม็อบแดงอ้างล้มเจ้า

จากนั้นเวลา 10.40 น. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศ พล.ต.จิรเดช สิทธิประณีต เลขานุการกองทัพบก เป็นตัวแทนรับหนังสือจากพล.ต.จำลองโดยมีข้อเสนอ 1.ขอให้รัฐบาลและฝ่ายการเมืองประกาศจุดยืนของนโยบายและกรอบปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อเอาผิดการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและจัดการกลุ่มก่อการร้าย

2.เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่ที่สุ่มเสี่ยง และมีการสถาปนาอำนาจรัฐเถื่อนซ้อนอำนาจรัฐไทย รัฐบาลและกองทัพต้องใช้มาตรการทางทหาร โดยประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่จำเป็นเร่งด่วน เพื่อยุติการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย จัดการกับกลุ่มก่อการร้าย ขบวนการล้มเจ้า และความพยายามสถาปนาอำนาจรัฐเถื่อนโดยเร็ว

3.เรียกร้องให้ทหารทุกเหล่าทัพตื่นตัวและ ตระหนักในขบวนการล้มเจ้า กระบวนการก่อ การร้ายและสถาปนาอำนาจรัฐเถื่อน ที่ขยายตัวไปจังหวัดต่างๆ โดยพันธมิตรพร้อมร่วมเป็นพลเมืองอาสาปกป้องชาติและราชบัลลังก์ร่วมกับทหารเหล่านั้น เพื่อให้สังคมไทยกลับมาสันติสุขโดยเร็ว

-"ภินันท์"โผล่ให้กำลังใจทหาร

วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. นางภินันท์ โชติ รสเศรณี แกนนำพันธมิตรกาญจนบุรี และสมา ชิกกว่า 300 คน ไปรวมตัวกันที่หน้ากองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อให้กำลังใจทหารที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมกับยื่นหนังสือถึง พล.ต.อุทิศ สุนทร ผบ.พล.ร.9 เพื่อให้เร่งดำเนินการจัดการกับกลุ่มก่อการร้าย ขบวนการล้มเจ้าและภัยความมั่นคงของประเทศ พร้อมร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัวของ พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาระ ที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา จำนวน 24,903 บาท

ส่วนที่จ.พิษณุโลก กลุ่มพันธมิตร 50 คน ไปยังค่ายสมเด็จพระนเรศวร พร้อมมอบหนังสือให้ พล.ต.นิวัตชัย ถนอมธรรม ผบ. จังหวัดทหารบกพิษณุโลก ซึ่งมารับหนังสือแทนแม่ทัพภาคที่ 3 โดยอ่านแถลงการณ์ 4 ข้อ คือ 1.ให้ทหารเอาจริงกับขบวนการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.สนับสนุนการใช้กฎหมายกับผู้ไม่หวังดีต่อชาติ และสร้างความวุ่นวายของประเทศ 3.มีมาตรการจัดการเด็ดขาดกับกำลังพลบางส่วน ที่ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ และเข้าไปสนับสนุนการสร้างความวุ่นวาย 4.ขอเป็นกำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย

จ.เชียงราย กลุ่มพันธมิตร 50 คน ยื่นหนัง สือต่อพ.ต.ดนุพล พะโรศิลป์ นายทหารเวรค่ายเม็งรายมหาราช เพื่อให้จัดการกับการชุมนุมโดยผิดกฎหมาย การก่อการร้ายและขบวนการลบหลู่เบื้องสูง ซึ่งพบว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

-โคราชจี้นายกฯปลดอนุพงษ์

ที่จ.นครราชสีมา วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. เครือข่ายประชาชนชาวโคราชพิทักษ์ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ กว่า 300 คน หรือกลุ่มเสื้อเหลืองเดิม เดินไปที่กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี ยื่นจด หมายถึงพล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมปราศรัยเชิญชวนชาวโคราช ที่เป็นพลังเงียบให้ออกมารวมตัวให้มากที่สุด เพื่อร่วมกันขับไล่กลุ่มนปช.ที่สร้างความเสียหายให้ชาติ บ้านเมือง และยังหลบลู่สถาบันเบื้องสูง ยึดลานย่าโมซึ่งเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวโคราชกลับคืนมา พร้อมเรียกร้องรัฐบาลและทหารให้จัด การกลุ่มก่อการร้าย และการชุมนุมที่ผิดกฎหมายโดยเร็ว หากกลไกของรัฐไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ นายกรัฐมนตรีจะต้องปรับเปลี่ยนและปลดออก พร้อมขอให้นายกรัฐมนตรี แสดงความกล้าหาญ ที่จะปลดย้ายพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และนายทหารที่ไม่ทำหน้าที่ เพราะวิกฤตครั้งนี้ได้ลุกลามเป็นวิกฤตความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่วิกฤตทางการเมืองอีกต่อไป

-พธม.ทุกจว.ยื่นหนังสือทหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ วันเดียวกัน มีกลุ่มพันธมิตรในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ยื่นหนังสือที่ค่ายทหารเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจัด การกับม็อบเสื้อแดง ประกาศใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ที่จำเป็นอย่างเร่งด่วน เพื่อยุติการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย จัดการกับกลุ่มก่อการร้าย ที่เป็นขบวนการบ่อนทำลายและจาบจ้วงละเมิดสถา บัน พร้อมกันนี้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมยังเรียกร้องให้บรรดาทหารทุกสังกัดตื่นตัว และตระหนักในการดำเนินการต่อต้านกับกลุ่มก่อการร้าย เพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบสุขอย่างรวดเร็วที่สุด อาทิ กลุ่มพันธมิตรพัทลุง ยื่นหนังสือกับพ.อ. กฤศ ศรีเดชาสินธุ์ ผบ.พันช.402 ค่ายอภัยบริรักษ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง

กลุ่มพลังแผ่นดินชุมพร ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อผบ.จทบ.ชุมพร โดยมี ร.อ.เอกพล ธำรงโชติ นายเวรผบ.จทบ.ชุมพร ลงมารับแทน พันธมิตรสุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือที่หน้าค่ายวิภาวดีรังสิต อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พันธมิตรกำแพงเพชร ยื่นหนังสือที่กรมทหารพรานที่ 35 อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร

ส่วนที่จ.จันทบุรี กลุ่มพันธมิตรยื่นหนังสือที่กองกำลังป้องกันชายแดนด้านจันทบุรีและตราด ค่ายตากสิน กลุ่มเสื้อหลากสีฉะเชิงเทรา ยื่นหนังสือที่กองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พันธมิตรแม่สอด จ.ตาก ยื่นหนังสือที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 ต.แม่ปะ พันธมิตรสงขลายื่นหนังสือต่อพล.ต.เบ็ญจรงค์ เจริญพร ผบ. มทบ. 42 ที่ค่ายเสนารงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

กลุ่มพันธมิตรระยอง ยื่นหนังสือที่กองพันทหารราบที่ 7 ค่ายมหาสุรสิงหนาท อ.เมือง จ.ระยอง พันธมิตรเชียงใหม่ยื่นหนังสือที่มทบ.33 ค่ายกาวิละ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กลุ่มพันธมิตรภูเก็ตยื่นหนังสือที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 อ.เมือง จ.ภูเก็ต

-"พายัพ"นำการ์ดบุกค้นรพ.จุฬาฯ

หลังจากแถลงข่าวเสร็จ นายพายัพ พร้อมด้วยการ์ด 200 คน ได้พาผู้สื่อข่าวไปที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ด้านถนนราชดำริ โดยได้เจรจาขอเข้าไปตรวจค้นภายในอาคารตึก ส.ก. อ้างว่าเมื่อช่วงกลางวันเห็นแม่บ้านนำข้าวกล่องขึ้นไปส่งที่ชั้น 3 ของอาคาร จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นกำลังทหาร หรือพลซุ่มยิงที่อาจก่ออันตรายให้กับผู้ชุมนุมได้

ขณะที่นายพายัพ เจรจากับหน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล ได้มีการ์ดนปช.ส่วนหนึ่งกรูเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อจะเข้าตรวจค้น ขณะนั้น ศ.น.พ.อดิศร ภัทราดูร ผอ.โรงพยา บาลจุฬาฯ ได้เข้ามาเจรจากับนายพายัพ และยืนยันว่าไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและทหาร รวมทั้งผู้ป่วยที่ย้ายไปรักษาตัวที่ตึกอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการชุมนุม ทุกตึกปิดล็อกอย่างดี ไม่สามารถเข้าได้ แต่นายพายัพ ยังยืนยันจะตรวจค้นให้ได้ ศ.น.พ.อดิศร จึงอนุญาตเพื่อความสบายใจทั้ง 2 ฝ่าย

จากนั้น การ์ดนปช.กว่า 200 คน กรูเข้าไปที่ตึก ส.ก. เพื่อเข้าตรวจค้นทั้งภายในลานจอดรถ อาคาร ที่ทิ้งขยะ เพื่อตรวจสอบว่ามีกลุ่มทหารอยู่หรือไม่ แต่ไม่พบกำลังทหาร ทั้งนี้ ช่วงที่การ์ดนปช.เข้าตรวจค้น ทำให้พยาบาลที่ทำงานภายในอาคารใกล้เคียงต่างตื่นตกใจ และระบุว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าโรงพยาบาลมาก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ว่าศ.น.พ.อดิศร จะพานายพายัพ เดินตรวจพื้นที่ดังกล่าวหมดแล้ว แต่กลุ่มการ์ดที่ไม่สามารถควบคุมได้ ต่างกรูไปตามทางเชื่อมอาคารต่างๆ ตะโกนร้องว่าเจอกลุ่มบุคคลกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวตามไปตรวจสอบก็ไม่พบสิ่งใด

-จับตัว2ผู้ต้องสงสัย-ที่แท้คนงาน

กระทั่งเวลา 19.30 น. พ.ต.อ.ชุมพร กาญจนรัตน์ ผกก.ปทุมวัน ได้เดินทางมาถึงที่โรงพยา บาล และขอเจรจากับนายพายัพ แต่ไม่สามารถหาตัวได้ ต่อมาเวลา 19.50 น. นายพายัพ ได้เรียกผู้สื่อข่าวไปบริเวณชั้น 2 ของอาคารอ้างว่าเจอกระดานเขียนระบุถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพ.ต.อ.ชุมพร ชี้แจงว่า เป็นบอร์ดแสดงถึงกองอำนวยการถวายความปลอดภัย

สำหรับบอร์ดดังกล่าวเขียนถึงผู้รับผิดชอบเวรยาม และนายตำรวจที่ดูแลพื้นที่สน.ปทุมวัน โดยระบุว่า เป็นแผนปฏิบัติงานในวันที่ 15 เม.ย. แต่นายพายัพไม่รับฟัง พร้อมสั่งให้การ์ดนำบอร์ดดังกล่าวกลับมาหลังเวทีราชประสงค์ เพื่อเป็นหลักฐานว่ามีการตั้งกองกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ขณะนั้นได้มีกลุ่มการ์ดตะโกนร้องว่ามีคนพยายามปีนออกจากหน้าต่างตึก ส.ก. กลุ่มผู้ชุมนุมหน้าโรงพยาบาลต่างฮือกันเข้ามาหน้าโรงพยาบาลประมาณ 300 คน จากนั้นกลุ่มการ์ดจึงจับตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน และนำตัวส่งมาสอบสวนบริเวณหลังเวทีชุมนุม

เมื่อเวลา 20.00 น. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำนปช. เดินทางไปที่หน้าโรงพยาบาลจุฬาฯ เจรจากับพล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชญ์ ผบก.น.6 โดยพล.ต.ต.วิทยา ยืนยันว่าไม่มีกำลังทหารหรือตำรวจอยู่ภายในโรงพยาบาล จนนายสุภรณ์ได้สอบถามกลุ่มการ์ดพบว่าไม่เจอกำลังทหาร จึงได้แจ้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่โรงพยาบาล และจะขอเข้าตวจบสอบโรงพยาบาลอีกครั้งในเวลา 09.00 น. วันที่ 30 เม.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการ์ดนปช.นำผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน มาสอบสวนแล้ว นายสุภรณ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพบว่า เป็นกลุ่มคนงานก่อสร้างที่มาก่อสร้างศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการ โรงพยาบาลจุฬาฯ ที่อยู่ใกล้ตึก ส.ก.

-"อัลจาซีราห์"แฉคลิปไอ้โม่งดำ

วันเดียวกัน สำนักข่าวอัลจาซีราห์ ประเทศกาตาร์ เผยแพร่เทปบันทึกภาพขณะนายเวย์น เฮย์ ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราห์ กำลังรายงานข่าวอยู่ท่ามกลางเหตุปะทะกันระหว่างฝ่ายทหาร-ตำรวจ กับกลุ่มม็อบคนเสื้อแดงนปช. ที่บริเวณอนุสรณ์สถาน ดอนเมือง เมื่อวันที่ 28 เม.ย. โดยในคลิปดังกล่าวมีภาพทหารยิงอาวุธปืนเพื่อสลายฝ่ายผู้ชุมนุม ขณะเดียวกัน กล้องก็สามารถจับภาพกลุ่มคนไม่ทราบฝ่ายสวมชุดดำ เดินถือปืนพก 1 กระบอก ยืนก้มๆ เงยๆ มองตรงไปยังทิศทางแนวตั้งรับของทหาร และมีชายชุดดำอีกคนโพกผ้าสีแดง อย่างไรก็ตาม อัลจาซีราห์ระบุว่า กลุ่มผู้ชุมนุมนปช.ได้ยืนยันว่าพวกตนไม่มีอาวุธปืน

-คนงานอ้างมีทหารอยู่ในร.พ.จริง

เมื่อเวลา 21.45 น. นายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ดนปช. นำตัวนายเฉลิม แกรงพิมาย อายุ 35 ปี ชาวนครราชสีมา มาแสดงตัวกับผู้สื่อข่าว นายเฉลิมกล่าวว่า ตนเป็น 1 ใน 2 คนที่การ์ด นปช.จับมาจากร.พ.จุฬาฯ ตนเป็นคนงานก่อสร้างอยู่ใกล้ตึกสก. พอการ์ดเข้าไปตรวจค้นร.พ.ตนได้ขึ้นไปห้ามการ์ด นปช.ไม่ให้พังประตูชั้น 4 ซึ่งเป็นที่เก็บของและหัวหน้าคนคุมงานพักอาศัยอยู่ การ์ดจึงหาว่าตนเป็นคนต้องสงสัย จึงควบคุมตัวมาที่หลังเวที และสอบถามตนว่ามีทหารอยู่ในร.พ.หรือไม่ ก็บอกไปว่าเมื่อเวลา 16.00 น. มีทหารเข้ามาอยู่หลังตึกสก. ประมาณ 150 นาย แต่ออกไปเมื่อไหร่ไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างทางที่นำตัวมาที่เวทีมีการรุมทำร้ายร่างกายนายเฉลิมด้วย ทั้งนี้ นายเฉลิมนำบัตรสมาชิก นปช.มาแสดง พร้อมระบุที่ผ่านมาก็เข้าร่วมประชุมด้วย

-"วีระ"อัดรัฐกล่าวหาล้มสถาบัน

ก่อนหน้านี้ เวลา 20.30 น. ที่เวทีสี่แยกราชประสงค์ นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานนปช. ขึ้นปราศรัยท่ามกลางคนเสื้อแดงประมาณ 1 หมื่นคนว่า ขณะนี้มีการกล่าวหาว่าพวกเราคิดล้มล้างสถาบัน พยายามโยงด้วยข้อความเท็จ เราต้องพิสูจน์ความจริง ส่วนที่รัฐบาลใส่ความคนเสื้อแดงว่าเป็นพวกโค่นล้มสถาบันนั้น ตนตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นความจริงแล้วรัฐบาลต้องรีบดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกกล่าวหา ไม่ใช่เอามาพูดเล่นหรือแถลงข่าวรายวัน โดยเฉพาะการกล่าวหาพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ซึ่งวันที่ 30 เม.ย. พล.อ.ชวลิตจะแต่งชุดทหารเต็มยศไปศอฉ. ตนว่าสนุกแน่ รัฐบาลและทหารคงกลัวพวกเราหากจะเคลื่อนพลคนเสื้อแดงหมื่นคนไปให้กำลังใจพล.อ.ชวลิต คงจะสั่งทหารให้มายิงเราอีก ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะทำตัววิกลจริตไปถึงไหน

"แกนนำ นปช.ได้ลงนามมอบอำนาจให้ทนายความร่างคำฟ้องรัฐบาลเพื่อยื่นต่อศาล กรณีรัฐบาลกล่าวหาคนเสื้อแดงเป็นพวกโค่นล้มสถาบัน ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือคนเสื้อแดงยืนอยู่บนความจริง" นายวีระกล่าว

นายวีระปราศรัยว่า สิ่งเดียวที่คนเสื้อแดงจะชนะรัฐบาลได้คือการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการชุมนุมให้ประชาชน โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ฟังมากๆ แม้รัฐบาลจะใช้วิธีใส่ร้ายคนเสื้อแดงว่าเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นคนใจดำที่ทำให้พ่อค้าและนักธุรกิจย่านราชประสงค์ไม่สามารถทำการค้าได้ตามปกติ การปิดห้างสรรพสินค้าตลอดจนโรงพยาบาลจุฬาฯ นั้น เป็นเพราะรัฐบาลเป็นผู้บีบบังคับพ่อค้าและโรงพยาบาลต่างหาก

-นำการ์ดถูกยิง-พาเข้าค่ายทหาร

นายวีระกล่าวว่า ขณะนี้มีสมาชิกคนเสื้อแดงกว่า 275,000 คนแล้ว เราจะเดินหน้ารับสมัครต่อไป เชื่อว่าน่าจะได้ล้านคน ถือเป็นครอบครัวใหญ่ที่ดูแลกันเองได้ หากใครยังไม่ได้สมัครขอให้รีบไปสมัคร เพราะเราจะเดินหน้าเพื่อประชาธิปไตย ไม่ว่าการต่อสู้จะจบช้าหรือเร็ว แต่พวกเราต้องเดินหน้าสู้เพื่อปกป้องประชาธิปไตยต่อไป

นายวีระกล่าวโจมตีนายสุเทพได้ไปยึดเกาะแห่งหนึ่งที่ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นที่กรมธนารักษ์ อยากเรียกร้องให้นายสุเทพคืนที่ดินผืนนี้ให้กรมธนารักษ์ หากไม่ยอมคืนเมื่อเราได้กลับมาเป็นรัฐบาลจะเรียกร้องเอาที่ดินนี้กลับคืนมาให้ได้

จากนั้นเวลา 21.00 น. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย แกนนำนปช. นำนายณัฐชัย ไชยรถ อายุ 31 ปี การ์ดคนเสื้อแดง ที่อยู่ในเหตุการณ์ปะทะเดือดที่อนุสรณ์สถาน ถ.วิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ขึ้นเวทีปราศรัย โดยนายณัฐชัยอ้างว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณเอวด้านซ้าย โดยไม่ทราบทิศทางของอาวุธ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยรถของมูลนิธิแห่งหนึ่ง คนขับอ้างว่าจะพาไปโรงพยาบาลภูมิพล แต่กลับเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง เพื่อพาเข้าไปในหน่วยทหาร คาดว่าน่าจะเป็นค่ายทหารอากาศ เพราะเห็นเครื่องบินจำนวนมาก ตนและเพื่อนเกรงว่าไม่ปลอดภัย จึงขอร้องให้คนขับจอดรถ แต่คนขับไม่ยอมจอด เพื่อนตนจึงนำหนังสติ๊กขึ้นมาขู่จึงยอมจอด ขณะนั้นมีรถแท็กซี่ผ่านมาตนจึงโบกรถและมารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งแพทย์บอกว่ากระสุนฝังใน ต้องผ่าตัดด่วน เมื่อรักษาเสร็จปรากฏว่าเป็นกระสุนของปืนลูกซอง ซึ่งขณะนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว

-แพทยสภาแถลงให้เคารพวิชาชีพ

ก่อนหน้านี้ น.พ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า กรรมการบริหารแพทยสภา มีมติออกแถลงการณ์แพทยสภา เรื่องขอให้ทุกฝ่ายเคารพการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความขัดแย้ง นำมาซึ่งการสูญเสีย บาดเจ็บ และเสียชีวิตของประชาชนเป็นจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่อการทำงานของโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้สถานที่ชุมนุม 2 แห่ง คือ ร.พ.จุฬาลงกรณ์ และร.พ.ตำรวจ โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีสติ หนักแน่นและเคารพหลักสากลในการดูแลผู้ป่วย และบาดเจ็บ

น.พ.สมศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ต้องรักษาจริยธรรมในวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด ไม่เลือกปฏิบัติต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 2.โรงพยาบาลต้องมีความพร้อมและความสะดวกในการช่วยชีวิต ตลอดจนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน จึงขอให้ทุกฝ่ายถอยห่างจากพื้นที่โรงพยาบาลและละเว้นการกระทำใดๆ ที่ขัดขวางการปฏิบัติงานและกีดขวางทางเข้า-ออกโรงพยาบาล และ 3.ขอให้ทุกฝ่ายละเว้นการใช้สถานที่ของโรงพยาบาลเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง

"แพทยสภาไม่มีอำนาจบังคับแต่อยากขอร้องให้ทุกฝ่ายเคารพในสิทธิของโรงพยาบาลในฐานะพื้นที่ในการรักษาดูแลผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บ โดยไม่ขัดขวางการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และไม่ละเมิดโรงพยาบาล โดยการตรวจค้นหรือการเข้าไปรบกวนสร้างความวุ่นวายในโรงพยาบาล ซึ่งแม้แต่ในสงครามก็ไม่เคยมีเหตุในลักษณะนี้ รวมทั้งจะทำให้แพทย์ พยาบาล รู้สึกไม่ปลอดภัย และไม่สามารถทำงานได้อย่างมั่นใจ ทั้งนี้ ขอให้ถอยห่างจากประตูเข้า-ออกร.พ.ในรัศมีอย่างน้อย 100 เมตร เพื่อเปิดทางให้กรณีที่มีผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บฉุกเฉินช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้อย่างสะดวก" น.พ.สมศักดิ์กล่าว



พ่อแม่พลทหารเศร้า-สูญเสียลูก

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านเลขที่ 43 ม.6 บ.ละกอ ต.ดอนมนต์ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ บ้านเกิดของพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ อายุ 23 ปี ทหารสังกัดค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี ที่ถูกยิงศีรษะเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่กรุงเทพมหานคร ว่ามีบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาช่วยกันจัดเตรียมข้าวของเพื่อจัดงานศพ ท่ามกลางความโศกเศร้าของนายธวัชชัย สาละ อายุ 51 ปี พ่อ และนางประสบ สาละ อายุ 47 ปี แม่ พร้อมด้วยนายณัฐ ลูกชายคนกลาง และน.ส.กัลสุดา ลูกสาวคนเล็ก ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของตน และในวันที่ 30 เม.ย. ครอบครัวและญาติจะเดินทางไปรับศพ กลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด

นางประสบกล่าวทั้งน้ำตานองหน้าว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเหตุความรุนแรงดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับลูกชาย อย่างไรก็ตามไม่อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับทหาร หรือประชาชนผู้บริสุทธิ์คนอื่นๆ อีก

ทางด้านนายธวัชชัย ได้เรียกร้องขอให้เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับลูกชายจนเสียชีวิตในครั้งนี้ ให้เป็นเหตุการณ์สุดท้าย จึงเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมและทุกฝ่ายอย่าใช้ความรุนแรงต่อกันเลย

นายธวัชชัยยังกล่าวอีกว่า พลทหารณรงค์ฤทธิ์ เป็นลูกชายคนโต และเป็นความหวังหนึ่งที่จะได้พึ่งพาอาศัยหรือเป็นเสาหลักของครอบครัวในอนาคต ลูกชายบอกกับครอบครัวว่า หลังจากปลดประจำการในวันที่ 1 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ จะกลับมาเรียนต่อ เมื่อจบแล้วจะไปสอบนายสิบเพื่อเข้ารับราชการทหาร แต่ความใฝ่ฝันก็จะต้องจบสิ้นลงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลได้ช่วยเหลือให้ลูกชายคนกลาง ได้เข้ารับราชการทหารตามความใฝ่ฝันของพี่ชายที่เคยตั้งความหวังไว้ และอยากให้ลูกสาวคนเล็ก ได้เป็นพยาบาล เพื่อจะได้คอยดูแลพ่อแม่ในยามแก่ชรา และช่วยเหลือรักษาประชาชนทั่วไปที่เจ็บป่วยด้วย" นายธวัชชัยกล่าว


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.