มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 23150 คน
วันที่ 08 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7070 ข่าวสดรายวัน


ภาวะฉุกเฉิน แดงระดมสู้


เหตุการณ์วิกฤต "กี้ร์"ลุยพังประตู บุกเข้าไปในสภา ตื้บสห.ชิงเอ็ม16 รมต.-สส.ปีนหนี



เดือด - นาทีกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงฮือบุกพังประตูรัฐสภา (ภาพบน) เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ขณะที่นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ เดินถือปืนยาว เดินตามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปขึ้นฮ.ออกจากรัฐสภา

"อภิสิทธิ์"ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงแล้วหลังเกิดเหตุวุ่น ม็อบเสื้อแดงนำโดย"อริสมันต์" เอารถชนพังประตูรัฐสภา บุกเข้าไปล่าตัว"เทพเทือก" อ้างว่าสั่งจนท.ปาระเบิดแก๊สน้ำตาใส่ม็อบ แฉการ์ดนปช.รุมตื้บสห. ที่เป็นรปภ. รองนายกฯ แย่งปืนเอ็ม 16 ไปด้วย เล่นเอารมต.-ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลปีนรั้วหนีชุลมุน โดยส.ส.ชุมพร ถือปืนกลคุ้มกันให้"เทพเทือก"ด้วย กระทั่งมีฮ.แบล็กฮอว์กพาหนีไปลงราบ 11 ทางด้านม็อบเครียดทันที ระดมรถมาตั้งเส้นทางเข้าสู่เวทีราชประสงค์ทั้ง 4 ทิศ รับมือการบุกสลาย ทั้งสั่งที่ต่างจังหวัดเตรียมพร้อมบุกยึดศาลากลางตามแผน แฉแกนนำนปช.หนักใจ"กี้ร์"เล่นนอกบทประจำ กระทั่งครั้งล่าสุดที่เป็นเงื่อนไขให้รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เผย"เทพเทือก"บี้ไทยคมต้องปิดสถานีทีวีคนเสื้อแดง คาดเดาล่วงหน้าปิดเมื่อไรคนก็จะยิ่งมาเยอะ ตร.ลั่นออกหมายจับ"อริสมันต์" เพราะความผิดชัดเจนบุกรุก และทำร้ายร่างกาย

-ประชุมครม.ในสภา-ต่ออายุพรบ.

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีว่า หลังจากกลับเข้าพักค้างคืนที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) เป็นคืนที่ 2 เมื่อเวลา 07.50 น. นายกฯ พร้อมด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เดินทางจาก ร.11 รอ. ไปอาคารรัฐสภา โดยเดินทางถึงเวลา 08.10 น. ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า จะมีการต่ออายุพ.ร.บ. รักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร จนถึงวันที่ 20 เม.ย. จากนั้นได้เข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณ อาคารรัฐสภา 3 ทันที ท่ามกลางกระแสข่าวระบุว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมมาปิดล้อมอาคารรัฐสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ ใช้เวลาเป็นประธานการประชุมครม.เพียง 40 นาที จากนั้นเวลา 08.50 น. นายกฯได้รีบออกจากห้องประชุม ครม. เพื่อเดินทางกลับ ร.11 รอ. โดยกล่าวด้วยสีหน้าไม่สู้ดีว่า "ผมจะรีบกลับไปประชุมร่วมกับศอ.รส." ทั้งนี้ นายกฯได้มอบให้นายสุเทพ ทำหน้าที่ประธานการประชุมครม.ต่อ จนถึงเวลา 10.00 น. การประชุมครม.สิ้นสุดลง

-เทือกรับไม่จบภายใน 3-5 วัน

เวลา 07.30 น. ที่รัฐสภา นายสุเทพให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมครม.ว่า ในที่ประชุมครม. ตนจะขอความเห็นชอบขยายเวลาการประกาศพื้นที่ความมั่นคงต่อไปอีก 2 สัปดาห์ เนื่องจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงต้องขอขยายเวลาเผื่อไว้ เพราะสถานการณ์อาจจะยังไม่เรียบร้อยภายใน 3-5 วันนี้ ส่วนพื้นที่ยังคงเป็นกทม. นนทบุรี สมุทรปราการ บางจุดที่จำเป็นเท่านั้น เมื่อถามว่าคาดว่าสถานการณ์จะจบก่อนสงกรานต์ได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่แน่ แต่ตนพยายามให้จบเร็ว แต่ต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวังจนถึงที่สุด แต่ถ้ายังไม่เรียบ ร้อย ก็ต้องเพิ่มมาตรการตามลำดับ ตอนนี้รัฐบาลยังทำไม่ถึงที่สุด ยังพยายามดำเนินการตามกรอบกฎหมายอนุญาต ใจจริงตนอยากให้จบวันนี้พรุ่งนี้ แต่ถ้าไม่จบก็ต้องว่ากันไป ถ้าสถาน การณ์มากเกินกว่ากฎหมายธรรมดาจะใช้ได้ คงต้องคิดอ่านกันเรื่องอื่น

ผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่ 6 เม.ย.เกิดการผลักดันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม ทางศอ.รส.ต้องเปลี่ยนมาตรการหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีการปะทะ เดิมตนพยายามใช้กำลังเข้ากดดัน เพราะศาลวินิจฉัยว่าการชุมนุมลักษณะนั้น ถือว่าไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ และศอ.รส.มีอำนาจดำเนินการอยู่แล้ว จึงส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไป แต่มีการต่อต้านแรง ระดมคนมา 2-3 หมื่นคน ถ้าเป็นอย่างนั้นอาจเกิดความเสียหาย บาดเจ็บ ตนจึงให้ถอนกำลังเพื่อหลีกเลี่ยง และต้องคิดอ่านวิธีการใหม่

-ลั่นถ้าจำเป็นต้องแรงก็จะทำ

เมื่อถามว่าถึงเวลาที่รัฐบาลจะใช้กฎหมายที่เด็ดขาดหรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนใคร่ครวญตลอดเวลา การทำอะไรที่แรงขึ้นนั้น กระทบต่อความรู้สึกคนส่วนใหญ่ ซึ่งตนต้องระวัง แต่ถ้าจำเป็นต้องทำก็จะทำ เมื่อถามว่าตอนนี้กระแสตีกลับแล้ว เพราะประชาชนเห็นว่ารัฐบาลทำอะไรไม่ได้เลย นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เป็นไร บ้านเมืองเป็นของเราทุกคน เราต้องมีสติกันทุกคน ใช้อารมณ์ไม่ได้

เมื่อถามว่ามีรายงานข่าวระบุเมื่อเช้าวันที่ 6 เม.ย. ศอ.รส. ล้มเหลวในการใช้กำลังจัดการผู้ชุมนุม นายสุเทพ กล่าวว่า มันสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างเป็นธรรมดา ถ้าสำเร็จทุกครั้งคงไม่ยืดเยื้อ เมื่อถามว่าตำรวจทหารมีเกียร์ว่างหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อยู่ที่การสั่งการของฝ่ายศอ.รส.ที่ต้องรับผิดชอบ ตนพยายามดูที่มันพอดี เมื่อถามว่ามีรายงานข่าวระบุว่านายกฯสั่งให้ผบ.ทบ.สลายการชุมนุมแต่ไม่ทำ จริงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่จริง นายกฯมอบตนเป็นผอ.ศอ.รส. และเวลาทำงานตนก็ใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา อย่าไปฟังข่าวลือ ข่าวจริงอยู่ที่ตน

-ประวิตรโต้ทบ.-รัฐบาลไร้ปัญหา

เมื่อถามว่า ระดับปฏิบัติการอยากให้สั่งการเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะกลัวเสี่ยงการฟ้องร้อง นายสุเทพ กล่าวว่า สั่งเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง โดยเวลามีคำสั่งจะมีสำเนาวิทยุที่สั่งไปตามหน่วยต่างๆ ตนในฐานะผอ.ศอ.รส.เวลาสั่งดำเนินการขั้นไหน อยู่ที่การอนุมัติของตนทั้งนั้น แม้ถ้าวันข้างหน้ามีความรุนแรงในระดับต้องใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยางก็ต้องได้รับอนุมัติจากตน เมื่อถามว่าข่าวเอาทหาร 40,000 นายมาสลายการชุมนุม มีในศอ.รส.หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มี ตนทำงานกับผบ.ทบ.อย่างใกล้ชิด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันว่ารัฐบาลกับทหารไม่มีความขัดแย้งเกี่ยวกับแนว ทางการสลายการชุมนุม โดยนายกฯได้ชี้แจงชัดเจนแล้ว ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับผบ.เหล่าทัพเป็นเอก ภาพ ไม่มีปัญหา ทุกอย่างเรียบร้อยดี

-รับมีทหารแตงโมคาบข่าว

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.จะไม่เห็นด้วยกับแนวทางการสลายการชุมนุม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่เห็นเลยว่ารัฐบาลจะสลายการชุมนุม ความจริง เป็นการจัดกำลังเพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมมากกว่า เพราะไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่ามีทหารแตงโมทำให้การข่าวของศอ.รส.รั่วไปถึงบนเวทีเสื้อแดง รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องข่าวรั่วในผลการประชุมศอ.รส.ก็มีบ้าง เมื่อถามว่าแสดงว่ามีเกลือเป็นหนอนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธว่าไม่มีเกลือเป็นหนอน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ขณะนี้มีตัวเลขล่าสุดมีกว่า 300 คน พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 7 คน ซึ่งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเกิดจากหลายกรณี การดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมขณะนี้กระทรวงใช้แผนวงแหวน 3 ชั้น คือ แผนที่จัดโรงพยาบาลชั้นในไว้ ชั้นกลาง และชั้นนอก ขณะเดียวกันมีหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่จะคอยดูแล

-สุเทพจี้ปิดสถานีทีวีเสื้อแดง

เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายสุเทพ เป็นประธานประชุมวอร์รูมรัฐบาล มีแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง โดยหารือถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นนายสุเทพ เดินออกมาที่ห้องรับรอง ส.ส.ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยระหว่างนั้นนายกฯโทรศัพท์เข้ามาหา เมื่อนายสุเทพรับสาย ได้พูดเพียงแค่ว่า "ครับๆ" และช่วงท้ายของการสนทนานายสุเทพได้ตอบนายกฯว่า "น่าลอง ผมก็อยากลอง วันนั้นได้ถามอัยการสูงสุดไปแล้ว แต่เขาบอกว่าไม่ได้"

นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ได้สั่งการไปยังกระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะคู่สัญญากับบริษัทไทยคม ให้ดำเนินการตามสัญญาข้อ 43 ที่ระบุหากมีการกระทำใดๆ ที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ให้ฝ่ายราช การมีสิทธิ์บังคับกับคู่สัญญาได้ ดังนั้นจึงแจ้งกระ ทรวงไอซีทีว่าต้องบอกกับบริษัทไทยคมว่าต้องยุติการอนุญาตให้สถานีโทรทัศน์พีเพิล แชนแนล ใช้บริการกับบริษัทไทยคมอีกต่อไป เพราะทำลายความมั่นคงของประเทศโดยสั่งการไปเมื่อวันที่ 6 เม.ย. หากกระทรวงไอซีทีไม่สามารถดำเนินการได้ ตนคิดวิธีจัดการได้แล้ว แต่จะยังไม่บอกว่าวิธีใด ทั้งนี้ได้รายงานให้ที่ประชุมครม.รับทราบแล้ว ทุกคนก็เห็นด้วย

-ให้ไอซีทีบี้ไทยคมปิดทีวี

เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม. ว่า นาย สุเทพ รายงานสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงให้ที่ประชุมรับทราบตั้งแต่การเปิดเวทีของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เวทีผ่านฟ้า มาถึงยึดพื้นที่แยกราชประสงค์ รวมทั้งการก่อเหตุโดยใช้อาวุธหรือยิงระเบิดไปตามจุดต่างๆ ซึ่งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) พยายามแก้ไขปัญหายึดหลักละมุนละม่อมและดูแลความปลอดภัยให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ กลุ่มคนก่อเหตุพยายามหาช่องโหว่ เช่น การก่อเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องปรับแผนในการดูแลพื้นที่ล่อแหลมให้มากขึ้น

นายศุภชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ ศอ.รส. แสดงความเป็นห่วงการชุมนุมที่ราชประสงค์ เพราะอาจมีการก่อเหตุร้ายให้เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยจัดชุดประชาสัมพันธ์ไปเจรจากับผู้ชุมนุม ส่วนการชุมนุมปิดล้อมพื้นที่ต่างจังหวัดบริเวณศาลากลางจังหวัด รัฐบาลกำชับไปทุกจังหวัด นายกฯ แจ้งครม.ว่า ให้ปฏิบัติหน้าที่ปกติ แต่ขอให้มีตัวแทนพรรคการเมืองไปหารือเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมืองร่วมกัน โดยเข้าไปร่วมในศอ.รส.

นายศุภชัย กล่าวว่า ขณะนี้มีสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน จนเกิดผลกระทบให้ประชาชนเข้ามาร่วมชุมนุมมากขึ้น จึงมอบหมายให้รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศฯ หรือไอซีที ไปดำเนินการให้บริษัทไทยคมซึ่งเป็นเจ้าของดาวเทียม ในฐานะผู้ได้รับสัมปทานจากรัฐไปดำเนินการ โดยต้องมีคำตอบภายใน 12.00 น. ของวันนี้ว่าจะมีมาตรการแก้ไขอย่างไร ถ้ายังไม่มีคำตอบศอ.รส.ต้องใช้อำนาจกฎหมายดำเนินการ ส่วนการจับกุมแกนนำ ถ้าเห็นว่ามีการกระทำความผิดซึ่งหน้า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ทันที ขณะที่มีการปราศรัยสามารถจับกุมได้ หากถึงจุดว่ามีความจำเป็น ก็อาจต้องออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

-ขยายกม.มั่นคง3จว.ถึง20เม.ย.

นายศุภชัย กล่าวว่า ที่ประชุมครม.อนุมัติตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เสนอให้ขยายเวลาการประกาศพ.ร.บ.มั่นคงฯ ตั้งแต่วันที่ 8-20 เม.ย.53 นี้ ในพื้นที่กทม. จ.นนทบุรี อ.ปากเกร็ด และ อ.นนทบุรี และจ.สมุทรปราการ อ.บางพลี อ.บาง บ่อ อ.บางเสาธง อ.พระประแดง และอ.เมือง เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความสงบเรียบร้อย นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติการขยายเวลาประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปอีก 3 เดือน

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมครม. ที่มีนายอภิสิทธิ์ เป็นประธาน ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมนายกฯ หยิบยกสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงมาหารือกับครม. โดยขอให้นาย สุเทพ ในฐานะผอ.ศอ.รส. รายงานเหตุการณ์ นายสุเทพ เริ่มต้นแจ้งกับครม.ว่า การประชุม ครม.ที่รัฐสภาในวันนี้ หากเกิดเหตุอะไรขึ้นก็ตาม ขอให้รัฐมนตรีทุกคนอยู่ที่สภา อย่าพยายามขับ รถออกไป เพราะได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว คือถ้าจะเดินทางออกจากสภาด้วยการเดิน ได้ เตรียมบันไดปีนข้ามกำแพงไปฝั่งพระที่นั่งอนันตสมาคมไว้แล้ว แต่ถ้าจะไปทางอากาศให้ขึ้นไปบนดาดฟ้า จะมีกระเช้าที่สามารถลำเลียงคนไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ได้ครั้งละ 8 คน ซึ่งมีความมั่นคงเพียงพอ

-จะฉีดน้ำไล่กลัวรถไฟฟ้าเจ๊ง

จากนั้นนายสุเทพรายงานว่า รัฐบาลพยายามเข้าไปดำเนินการโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก แต่ก็มีข้อจำกัด เช่นการจะฉีดน้ำเข้าไปสลาย ก็ทำได้ยากแล้ว เพราะมีรถไฟฟ้าอยู่ข้างบน อาจได้รับความเสียหายได้ แผนหรือมาตรการที่ฝ่ายต่างๆ เสนอมา อาจส่งผลเสียหายได้ เพราะมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่อเข้าไปดำเนินการแล้ว ผู้ชุม นุมจะไม่ไปทำอะไรให้ภาคเอกชนแถวนั้นได้รับความเสียหาย อย่างเมื่อวันที่ 6 เม.ย. พอเริ่มใช้ทหารเข้าไปกดดันเสื้อแดงในเวลา 09.00 น. ซึ่งขณะนั้นเหลืออยู่เพียง 3 พันคน แต่แค่เวลา 11.00 น. เขาก็สามารถระดมคนมาได้ 3 หมื่นภายในเวลาแค่ 2 ชั่วโมง

นายสุเทพ ยังรายงานว่า ต้องพยายามทำให้เหตุการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติ และยึดพื้นที่ที่สี่แยกราชประสงค์คืน ตนจะขอมติครม.ให้แจ้งกระทรวงไอซีที ให้แจ้งไปยังบริษัทดาวเทียมไทยคมทราบว่ามีลูกค้าที่ใช้บริการส่งสัญญาณผิดสัญญา ในการยุยงปลุกปั่น จึงจำเป็นต้องสั่งยุติการกระจายภาพและเสียงของสถานีโทรทัศน์ พีเพิลแชนแนล เมื่อนายสุเทพ พูดถึงตรงนี้ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย จากพรรคภูมิใจไทย แสดงความเห็นด้วยที่จะให้สั่งให้ยุติการออกอากาศดังกล่าว ขณะที่รมว.ไอซีที พยักหน้ารับที่จะไปดำเนินการ

-รู้ล่วงหน้าปิดทีวีคนยิ่งมาเยอะ

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่ครม.เห็นชอบให้กระทรวงไอซีทีไปดำเนินการ นายกฯ กล่าวว่า หลังจากที่มีการสั่งปิดพีเพิลแชนแนลแล้ว คาดว่าคนที่มาชุมนุมจะมากขึ้นและอาจมีการก่อเหตุ มากขึ้น รัฐบาลเองได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้วสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่เมื่อถึงจุดจำเป็นก็อาจต้องประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงขอแจ้งให้ทราบกันในตอนนี้ไว้ ถึงเวลานั้น เมื่อประกาศแล้วอาจแจ้งให้ครม.ทราบภายหลังภายใน 3 วันตามกฎหมายได้ ส่วนการจับกุมแกนนำชัดเจนแล้วว่าจับกุมได้ตอนที่เขาอยู่บนเวทีเท่านั้น แต่ถ้าไปอีกที่หนึ่งแล้วก็ต้องออกหมายเรียก ซึ่งทราบว่าแกนนำล้วนนอนพักที่โรงแรม 5 ดาวทั้งนั้น

รายงานข่าวแจ้งว่า นายกฯ กล่าวว่า ทราบดีว่ารัฐมนตรีมีภารกิจในกระทรวงมาก การดำเนิน การในวาระงานปกติก็ให้ทำต่อไป แต่ขอให้แต่ ละพรรคช่วยส่งตัวแทนมาอยู่ที่ศอ.รส. เพื่อรับทราบสถานการณ์ และช่วยกันชี้แจงเรื่องต่างๆ เพราะถ้าผลัดกันชี้แจงก็จะทำให้ดูหนักแน่นขึ้น ขณะที่นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาห กรรม หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า เราคงต้องใช้เวลาดูแลบ้านเมืองไปเรื่อยๆ ถ้านานไปม็อบก็จะเสียเอง เวลานี้คงเป็นไพ่ใบสุดท้ายของเขาแล้ว เห็นทราบว่ามีการสั่งให้ส.ส.เพื่อไทยสู้เต็มที่

รายงานข่าวแจ้งว่า ครม.ใช้เวลาหารือในเรื่องดังกล่าวประมาณ 20 นาที หลังจากหารือจบนายกฯ ได้ออกจากห้องประชุมเพื่อเดินทางไปยังกรมทหารราบที่ 11 ทันที โดยให้นายสุเทพ เป็นประธานการประชุมต่อ ครม.ใช้เวลาประชุมแบบรวบรัดเพียงแค่ 2 ชั่วโมง โดยได้ให้ความเห็นชอบเรื่องต่างๆ ทั้งหมด 16 วาระ

-เคลื่อนจากผ่านฟ้าไปปิดสภา

ขณะที่การชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ กลุ่มคนเสื้อแดงมีจำนวนบางตา เนื่องจากส่วนมากไปรวมกันที่เวทีแยกราชประสงค์ ด้านหน้าเวทีมีรถจักรยานยนต์ และรถยนต์กระบะ เตรียมตั้งขบวนเพื่อรอฟังคำสั่งของแกนนำว่าจะให้เคลื่อนไป ณ จุดใด ส่วนบนเวทีมีการเปิดเสียงปราศรัยจากเวทีที่แยกราชประสงค์

เวลา 09.00 น. นายขวัญชัย ไพรพนา ขึ้นเวทีประกาศให้ผู้ชุมนุมตั้งขบวนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อเคลื่อนขบวนไปที่บ้านนายอภิสิทธิ์ ที่ซอยสุขุมวิท 31 ในเวลา 11.00 น. แต่หลังจากนายขวัญชัยลงจากเวที นายวิสา คัญทัพ แกนนำนปช. ขึ้นเวทีประกาศให้ผู้ชุมนุมที่ตั้งขบวนเพื่อเตรียมเคลื่อนไปที่บ้านนายอภิสิทธิ์ ให้หยุดและรอคำสั่งที่ชัดเจนจากแกนนำที่เวทีราชประสงค์ก่อน แต่ให้เตรียมความพร้อมเคลื่อน ขบวนได้ตลอดเวลา

เวลา 10.30 น. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ขึ้นเวทีประกาศให้ผู้ชุมนุมที่ตั้งขบวนอยู่ทั้งหมดเคลื่อนไปปิดล้อมรัฐสภา ที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีอยู่ โดยให้ใช้รถกระบะและรถบรรทุกปิดประตูทางออกทุกด้าน เพื่อทวงถามนายอภิสิทธิ์ ที่ประชุมครม.อยู่ภายในรัฐสภาว่าจะยุบสภาหรือไม่ โดยเรียกการเจรจารูปแบบนี้ว่า ซูเปอร์สันติวิธี โดยจะมีนายสุภรณ์ นายพายัพ ปั้นเกตุ นายขวัญชัย และเจ๋ง ดอกจิก เป็นแกนนำเคลื่อนขบวน

-ชวนปลุกส.ส.ปชป.ร่วมต่อสู้

หลังคำประกาศของแกนนำที่สะพานผ่านฟ้าฯ กลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 2,000 คน เคลื่อนไปปิดล้อมสภาทุกด้าน ปิดประตูเข้าออกด้านถนนอู่ทองในและประตูปราสาทเทวฤทธิ์ โดยใช้ รถบรรทุกติดเครื่องเสียงจอดปิดประตูทางออก พร้อมตะโกนไม่ให้รัฐมนตรีที่อยู่ภายในออกมาจากรัฐสภา โดยมีกำลังตำรวจ 100 นาย ยืนถือโล่เพื่อรักษาการณ์อยู่ภายนอก และมีกำลังเสริมถือโล่และกระบองอยู่ในรัฐสภา อีกจำนวนหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เวลา 10.00 น. หลังการประชุมครม. นายสุเทพเป็นประธานประชุมวอร์รูมพรรคร่วมรัฐบาลที่ห้องรับรองชั้น 2 อาคารรัฐสภา ติดกับห้องพักรับรองของนายกฯ ใช้เวลา 1 ชั่วโมงต้องยุติการหารือ เนื่องจากได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รปภ.ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางจากสะพานผ่านฟ้าฯเข้ามาปิดล้อมรัฐสภาแล้ว

จากนั้นเวลา 11.00 น. นายสุเทพ ได้มานั่งรออยู่ที่ห้องกาแฟชั้น 2 อาคารรัฐสภา โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคและส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคนนั่งจับกลุ่มพูดคุย และดูการถ่ายทอดสดเหตุการณ์คนเสื้อแดงไปด้วย นายชวน พูดให้กำลังใจส.ส.พรรคว่า "ให้ออกมาต่อสู้ มิเช่นนั้นประชาชนจะอยู่อย่างไร" ขณะที่นายสุเทพ มีสีหน้าเคร่งเครียด เดินพูดโทรศัพท์ไปมาเป็นระยะๆ

-รมต.ต้องปีนรั้วออกจากสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุมครม.เสร็จสิ้น มีรมต.หลายคนที่ติดอยู่ในสภา กระทั่งกลุ่มเสื้อแดงมาปิดล้อมหน้ารัฐสภา อาทิ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวฯ นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม นายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมฯ นาย สุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เมื่อเสื้อแดงมาปิดล้อมแล้ว มีรมต.บางคนพยายามหาทางออกจากรัฐสภา โดยนายชุมพลและนายชาญชัย เป็นรมต.รายแรกๆ ที่ปีนรั้วจากสภาข้ามมาฝั่งพระที่นั่งวิมานเมฆ พร้อมเรียกรถให้มารอรับ

เปิดศอฉ. - นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ พร้อมผบ.เหล่าทัพ แถลงข่าวในนามศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่กรมทหารราบที่ 11 รอ. ขอให้คนต่างจังหวัดอย่าเข้ามาชุมนุม อย่าเชื่อข่าวลือ และจะตั้งด่านสกัดตรวจเข้ม



ส่วนรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน รีบแถลงผลประชุมครม.บนชั้น 3 อาคารรัฐสภา 3 ทั้งที่เดิมมีกำหนดแถลงผลการประชุมเวลา 11.00 น. เนื่องจากได้รับทราบว่ากลุ่มเสื้อแดงมาปิดล้อม จึงรีบแถลงข่าวจนจบ แม้เจ้าหน้า ที่เข้ามาแจ้งว่ากลุ่มเสื้อแดงมาปิดล้อมหน้ารัฐสภา จนต้องปิดประตูทางเข้าออกทุกด้านแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นในห้องประชุม สภา ซึ่งมีการประชุมสภา ได้เกิดความวุ่นวาย ส.ส.เริ่มบอกให้รีบหนีเพราะเสื้อแดงมาปิดล้อม พล.ต.ศรชัย มนตริวัต ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แจ้งให้ส.ส.ทุกพรรคทราบว่าอีก 20 นาที เสื้อแดงจะมาปิดล้อม

-เรียกร้องปู่ชัยออกมาพบ

เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบ.ก.น.1 ประกาศให้ผู้ชุมนุมทราบว่า วันนี้มีการประชุมครม.และประชุมรัฐสภา แต่เริ่มการประชุมตั้งแต่เวลา 08.00 น. และประชุมเสร็จสิ้นตั้งแต่เวลา 08.30 น.แล้ว ตอนนี้ภายในรัฐสภาไม่มีรัฐมนตรีคนใดเหลืออยู่แล้ว

เวลา 11.20 น. ที่หน้าประตูปราสาทเทวฤทธิ์ นายสุภรณ์ ประกาศให้นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ออกมายืนยันว่าคณะรัฐมนตรี และส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมดได้ออกจากรัฐสภาไปเรียบร้อยแล้ว และขอให้ตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปดูว่าจริงอย่างที่พูดหรือไม่ ไม่เช่นนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงที่อยู่ภายนอกจะบุกเข้าไปภายในรัฐ สภา

หลังจากนายสุภรณ์ ประกาศข้อเรียกร้องจบได้คุยโทรศัพท์ติดต่ออยู่ตลอดเวลา จากนั้นมีรถของส.ว.ออกมาจากประตูปราสาทเทวฤทธิ์ แกน นำบนรถจึงประกาศให้ปล่อยให้รถคันนั้นออกไปได้ เนื่องจากคนที่กลุ่มคนเสื้อแดงปิดล้อมไม่ให้ออกมาคือคณะรัฐมนตรี และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ชอบให้ร้ายคนเสื้อแดงเท่านั้น โดยนายพายัพ ปั้นเกตุ ประกาศขีดเส้นตาย 19 นาที ถ้านายชัย ไม่ออกมาเจรจาจะให้กลุ่มคนเสื้อแดงภายนอกบุกเข้าไป และไม่ขอรับรองว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะทำอย่างไรบ้าง ก่อนจะประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ถือธง ใช้ธงไปสอดไว้ที่ประตูทางเข้าโดยกล่าวว่าให้คนที่อยู่ภายในรัฐสภารู้ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงเป็นคนไทยและรักประชาธิปไตย โดยผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านหน้าถือธงที่ใช้เป็นอาวุธได้จำนวนมาก

-อริสมันต์โผล่โวยเจอระเบิด

ต่อมาเวลา 12.00 น. นายสุภรณ์ ประกาศว่าตอนนี้สถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนแนลกำลังจะถูกปิดจึงยุติการชุมนุมที่รัฐสภา และให้แบ่งกำลังไปปิดล้อมสถานีดาวเทียมไทยคม ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนยังคงปักหลักล้อมอาคารรัฐ สภาอยู่

เวลา 12.30 น. หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้ถอยขบวนกลับไปรอคาอยู่ที่ประตูรัฐสภา นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำนปช. ยังคงปราศรัยอยู่บนรถ 6 ล้อ โดยชูกระป๋องมีสลัก 2 กระป๋อง ระบุว่าสามารถยึดระเบิดได้ 2 ลูกจากเจ้าหน้าที่ และขอให้นายสุเทพ มาแสดงความรับผิดชอบ และขอให้ตรวจสอบระเบิด 2 ลูก เพราะนายสุเทพ สั่งสลายการชุมนุมโดยจะนำระเบิดมาปาผู้ชุมนุม และขอให้ตรวจสอบภายในครึ่งชั่วโมง ไม่เช่นนั้นจะบุกเข้าไป ขณะที่ฝ่ายตำรวจ ได้นำรถแอลเลสซึ่งเป็นรถที่ติดเครื่องทำลายประสาทหู ปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงมาบริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 ทำให้ผู้ชุมนุมตกใจ ฮือจะเข้าไปล้อมรถ แต่พ.ล.ต.ต.วิชัยขึ้นไปบนกระบะหลังพูดผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ขอให้ชุมนุมตามกรอบกฎหมาย และจะสอบสวนกรณีระเบิดถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ทำผิดกฎหมายจะดำเนินคดี

-หูดำชี้บึ้มควันไม่ใช่ของราชการ

ขณะที่พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย รองประธานสภาคนที่ 2 ซึ่งเดินมาดูแลเหตุการณ์ ได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียงว่า กำลังประสานตรวจสอบระเบิดควันทั้งสองลูกว่ามาจากที่ใด ซึ่งพล.ต.ต.วิชัย แจ้งเบื้องต้นว่า ไม่น่าจะใช่ของฝ่ายราชการ เพราะระเบิดควันอยู่ในสภาพใช้การไม่ได้ และขอเวลาตรวจสอบ ขอให้ผู้ชุมนุมรักษาการชุมนุมอย่างสันติ เพราะตอนนี้เกือบชนะแล้ว ตนจะทำหน้าที่แทนผู้ชุมนุมให้ดีที่สุด

เวลา 12.45 น. การเจรจาขอให้ตรวจสอบระเบิดยังคงมีต่อไป โดยนายอริสมันต์ ยังปราศรัยยืนยันว่า นายสุเทพต้องออกมาเจรจาเอง ส่วน พ.อ.อภิวันท์ ชี้แจงกลับไปว่านายสุเทพออกจากสภาไปแล้ว ตนขอยืนยันด้วยความสัตย์จริง แต่นายอริสมินต์ไม่เชื่อ ขอส่งตัวแทน 20 คน เข้า ไปตรวจสอบภายในรัฐสภา เพราะรถนายสุเทพ ยี่ห้อแลนด์โรเวอร์ทะเบียน ณร 1777 กทม. ยังจอดอยู่ที่ชั้นลอยอาคารรัฐสภา 1 แต่พ.อ.อภิวันท์ได้เจรจาอีกครั้งว่า ขอให้เชื่อใจส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่พวกตนจะไปตรวจสอบให้ และนายสุเทพได้ออกไปพักใหญ่แล้ว และจะไม่ยอมให้เข้ามา เพราะถือว่าละเมิดฝ่ายนิติบัญญัติ ถ้าเข้ามาตนต้องสั่งการให้ใช้มาตรฐานเดียวกัน เช่นเดียวกับนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ที่พูดผ่านเครื่องขยายเสียงของตำรวจว่า ขอให้ผู้ชุมนุมให้เกียรติรองประธานสภา ซึ่งพวกตนจะเป็นตัวแทนเข้าไปหานายสุเทพเอง

-กดดันส่งตัวแทนเข้าข้างในได้

ส่วนพล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ตรวจสอบจากกล้องของสถานีโทรทัศน์แล้ว ระเบิดควันไม่ได้มาจากคนเสื้อแดง แต่อาจแฝงมาจากผู้ไม่หวังดี อย่างไรก็ดี นายอริสมันต์ สั่งให้ตัวแทนคนเสื้อแดง 20 คนซึ่งเป็นการ์ดได้เข้าไปรอตรวจสอบ นายสุเทพ ที่ห้องอาหารชั้นสองอาคารรัฐสภา 1 จนสุดท้าย ตำรวจต้องยอมให้เดินตามพ.อ.อภิวันท์ และส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้าไปทางชั้นลอยอาคารรัฐสภา 1

ต่อมาเวลา 12.55 น. ตัวแทนนปช. 20 คน พร้อมด้วยพ.อ.อภิวันท์ และส.ส.พรรคเพื่อไทย ยืนรอที่ชั้นลอยบริเวณทางเข้าชั้นสองอาคาร รัฐสภา 1 ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งตั้งแถวรอตรวจอาวุธ พ.อ.อภิวันท์ขอให้เข้าไปกับตนเอง 3 คน ซึ่งตัวแทนผู้ชุมนุมก็ยอม อย่างไรก็ดี ขณะตัวแทนคนอื่นๆ ยืนรออยู่

-การ์ดรุมตื้บสห.แย่งเอ็ม 16

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าห้องโถงชั้นสอง หน้าห้องประชุมรัฐสภา ซึ่งมีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และส.ส.พรรคเพื่อไทย ยืนออกันอยู่ด้านหน้า ปรากฏว่านายการุณ โหสุกล ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย ตะโกนขึ้นมาว่า "ในเขตพระราชฐาน สารวัตรทหารไม่มีสิทธิ์พกปืน" ทำ ให้ทุกคนหันไปมองว่ามีใครพกปืน นายการุณ ตะโกนอีกว่า "พกเอ็ม 16 เข้ามาในสถานที่นี้ไม่ได้" ปรากฏว่าสารวัตรทหาร(สห.) ซึ่งเป็นผู้ขับรถนำขบวนของนายสุเทพ เป็นคนถือปืน ทำให้นายการุณไม่พอใจและตะโกนลั่น ขณะที่สาร วัตรทหารเดินออกไปยังด้านนอกอาคารรัฐสภา บริเวณ ชั้นสอง แต่นายการุณ ก็ยังคงตะโกนว่าสห.มีปืน ทำให้กลุ่มการ์ดเสื้อแดงที่มารอเข้าตรวจค้นรัฐสภา ประมาณ 10 คนรุมเข้าจับตัวสห. และมีการแย่งปืนกันอย่างอลหม่าน พร้อมทำร้ายร่างกายสห.คนดังกล่าว จนสามารถยึดปืนสั้นได้ 1 กระบอกและปืนยาว 1 กระบอก จนเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลที่รักษาความปลอดภัยอยู่ต้องเข้าไปเจรจาเพื่อขออาวุธคืน เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายขึ้น เพราะปืนทั้ง 2 กระบอกได้บรรจุกระสุนอยู่เต็มแม็ก แต่ทางการ์ดนปช.ไม่ยอมและปลดเซฟถอดกระสุนออกจากลำกล้อง โดยนำกระสุนและปืนที่ยึดได้ไปให้นายอริสมันต์ ที่อยู่บนรถปราศรัยด้านประตูรัฐสภา

พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. เข้าเจรจาเรื่องนี้ด้วยตัวเองและคุมสห.คนดังกล่าวไปสอบ สวนที่ห้องประธานคณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎร ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 1 โดยมีนาย การุณ พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดร ธานี พรรคเพื่อไทย นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมด้วย

-กี้ร์เปิดประตู-ฮือเข้าสำเร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านหน้าของรัฐสภา กลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มลุกฮือขึ้น โดยนายอริสมันต์ ปราศรัยปลุกเร้าให้คนเสื้อแดงพังประตูบุกเข้าสภา จนสามารถบุกเข้ามาภายในพื้นที่สภาได้สำเร็จ สร้างความแตกตื่นโกลาหลให้ส.ส. ผู้ติดตาม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และสื่ออย่างมาก เมื่อนายสุเทพ ทราบข่าวได้ออกมายืนโทร.คุยกับพล.ต.อ. ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. สั่งการตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่อยู่ในเขาดินให้มาเสริมกำลัง พร้อมสั่งให้ตำรวจติดตาม นำเอกสาร สำคัญไปเก็บรักษาไว้ภายในห้องทำงานนายกฯ เมื่อเหตุการณ์ตึงเครียดมากขึ้น หัวหน้าชุดรปภ. ของนายสุเทพและรัฐมนตรีคนอื่นๆ อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ สั่งการเจ้าหน้าที่รปภ.ในทีมดูแลบุคคลสำคัญขั้นเข้มสุดในทันที

เวลา 12.55 น. นายชัย พร้อมด้วยรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย คือนายโสภณ ซารัมย์ รมว. คมนาคม นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาด ไทย เดินทางออกจากรัฐสภา โดยหลบขึ้นรถกระบะแวนของตำรวจนครบาล 1 ไปทางประตู 3 ออกถนนราชวิถี ระหว่างนั้นภายในห้องกาแฟชั้น 2 อาคารรัฐสภา เกิดความวุ่นวายอย่างมาก กลุ่มคนเสื้อแดง 20 คนประกาศเดินตามหานายสุเทพทั่วรัฐสภา มีรายงานว่าระหว่างที่นายสุเทพ อยู่ในห้องอาหารชั้น 2 ได้พกปืนกลมือ หรือปืนอูซี่ตลอดเวลา โดยส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางคนได้พูดเล่นกับผู้สื่อข่าวว่า "ถ้ามันเข้ามา ก็ยิงมันเลย"

-เดินวุ่นในสภาล่าตัวเทือก

เวลา 13.05 น. กลุ่มคนเสื้อแดง 5 คน พร้อมนายวัฒนา เซ่งไพเราะ อดีตส.ส.กทม. พรรคไทยรักไทย และนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย มาถึงหน้าห้องกาแฟ มีรปภ.สภาเดินตามประกบ เมื่อมาถึงกลุ่มคนเสื้อแดงพูดเสียงดังถามหาตัวนายสุเทพ พร้อมขอพบนายชวน หลีกภัย ทำให้นายธานี เทือกสุบรรณ ส.ส. สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ยืนรอหน้าประตูอยู่แล้ว สั่งห้ามเข้า เกรงจะเกิดความไม่ปลอดภัยกับนายชวน ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงไม่พอใจ ตะโกนขึ้นว่า "แสดงว่าอยู่ที่นี่ชัวร์ ถ้าอย่างนั้นก็กลับ การเจรจาล้มเหลว ไม่มีการเจรจา"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายธานี เจรจากับกลุ่มคนเสื้อแดง อีกด้านหนึ่งของห้องกาแฟซึ่งมีประตูที่สามารถทะลุออกมาทางเชื่อมต่อบันไดได้ ปรากฏว่านายสุเทพ นายสาทิตย์ นายปณิธาน และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ส่วนหนึ่ง รีบเดินหลบออกมาด้านบันไดและขึ้นไปยังชั้น 3 ก่อนเดินไปทางเชื่อมอาคารด้านหลังเพื่อลงชั้น 1 แล้วเดินหลบไปยังกำแพงด้านหลังที่ติดกับพระที่นั่งวิมานเมฆเพื่อปีนรั้วข้ามไป โดยมีทีมรปภ.ตามอารักขาอย่างใกล้ชิด โดยในช่วงที่นายสุเทพเดินมาถึงบันไดและปีนข้ามรั้ว พยายามบอกให้ทีมรปภ.สกัดช่างภาพเพื่อไม่ให้ถ่ายภาพ โดยนายสุเทพ มีสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกันนี้ ทีมรปภ.ประกบทั้งตัวนายสุเทพ นายสาทิตย์ และนายปณิธานอย่างแน่นหนา มีอาวุธครบมือ จนสามารถปีนรั้วข้ามไปได้อย่างสำเร็จ

-แบล็กฮอว์กรับตัวไปราบ 11

ทั้งหมดมานั่งรอในเรือนรับรองในบริเวณใกล้เคียง อีกไม่กี่นาทีต่อมาเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กจากกรมทหารราบ 11 รอ. มาจอดรับและบินกลับกรมทหารราบ 11 รอ. น่าสังเกตว่าตลอดเส้นทางไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์นั้น นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ คนสนิทนายสุเทพ ได้ถือปืนกลมือหรือปืนอูซี่ ในท่าพร้อมยิงทันทีประกบด้านซ้ายนายสุเทพตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กที่มารับคณะของนายสุเทพนั้น มีพ.ท.อินทนนท์ รัตนกาฬ ผู้บังคับกองปฏิบัติการพิเศษ กรมรบพิเศษที่ 3 กองพลรบพิเศษที่ 1 หรือ ฉก.90 พร้อมทหารชุดปฏิบัติการพิเศษ 5 นาย พร้อมอาวุธครบมือ มีอาวุธประจำกายเอ็ม 16 สวมเสื้อกันกระสุนพร้อมเชือกโรยตัวประจำการ

เวลา 13.25 น. เฮลิคอปเตอร์ซึ่งไปรับนายสุเทพ นายสาทิตย์ นายปณิธาน นายเชน เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี นายชุมพล จุลใส นายธีระชาติ ปางวิรุฬรักษ์ ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ นายไชยยศ จิรเมธากร ส.ส.อุดร ธานี พรรคเพื่อแผ่นดิน จากพระที่นั่งวิมานเมฆเดินทางมาถึง ร.11 รอ. เมื่อมาถึงทั้งหมดขึ้นรถตู้เข้าไปยังบ้านพักรับรองภายใน ร 11 รอ. ซึ่งมีนายกฯรออยู่เพื่อหารือกันนอกรอบก่อนมีการประชุม กอ.รมน.เพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเฮลิคอปเตอร์ที่มารับนายสุเทพ และคณะ ออกจากพระที่นั่งวิมานเมฆ โดยนายวิสา คัญทัพ ที่เดินทางมาจากสะพานผ่านฟ้าฯ และคุมการชุมนุมแทนนายอริสมันต์ ได้ประกาศชัยชนะว่าเราได้ทำภารกิจสำเร็จแล้ว ขอให้กลับไปรวมตัวกันที่สะพานผ่านฟ้าฯ และรอฟังแผนการครั้งต่อไปว่าจะไปที่ไหน ท่ามกลางการโห่ร้องอย่างดีใจของผู้ชุมนุม จากนั้นจึงเริ่มถอยขบวนกลับสะพานผ่านฟ้าฯ

-บรรยากาศรมต.-ส.ส.หนีม็อบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งปิดการประชุมสภาในเวลา 11.05 น. หลังเปิดประชุมไปได้เพียง 1 ชั่วโมง ปรากฏว่ารัฐมนตรีและส.ส.ต่างเร่งรีบออกจากรัฐสภาเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงปิดล้อมรัฐสภา ด้วยวิธีการปีนข้ามกำแพงรั้วบริเวณหลังอาคารรัฐสภา ติดพระที่นั่งวิมานเมฆ เหมือนเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.51 ที่กลุ่มพันธมิตรฯมาปิดล้อมรัฐสภา ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐสภาได้จัดเตรียมบันไดอะลูมิเนียมไว้เตรียมรับสถานการณ์อยู่แล้ว โดยคนแรกที่ปีนข้ามไปฝั่งพระที่นั่งวิมานเมฆคือนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ตามมาด้วยนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาห กรรม โดยทั้งสองคนสามารถออกไปด้านนอกได้ทัน ส่วนคนอื่น อาทิ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส. ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ส.ส.มุกดาหาร พรรครวมชาติพัฒนา ได้ปีนบันไดออกไปเช่นกัน แต่ไม่สามารถ ออกไปขึ้นรถด้านหน้าถนนราชวิถีได้

-ส.ส.พท.หัวเราะลั่นมีความสุข

ขณะที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี นายสราวุธ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร นายทศพร เทพบุตร ส.ส.ภูเก็ต นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง จะปีนบันไดออกเช่นกัน แต่เมื่อทราบจากเจ้าหน้าที่ว่ากลุ่มเสื้อแดงมาปิดล้อมทางออกทั้งทางถนนราช สีมา สี่แยกการเรือน ตรงมหาวิทยาลัยสวนดุสิตไว้หมดแล้ว จึงตัดสินใจกลับมาติดตามสถาน การณ์ภายในอาคารรัฐสภา ไปสมทบกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค รัฐมนตรีบางส่วนและส.ส. ของพรรค ส่วนใหญ่ยังปักหลักอยู่ที่ห้องรับรองในห้องกาแฟ ชั้นสองอาคารรัฐสภา 1

ส่วนส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยน.พ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ เดินไปที่หน้าห้องรับรองชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องกาแฟ ที่มีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นั่งหารือกันอยู่ โดยน.พ.ประสิทธิ์ พูดแซวว่า "จะออกจากสภาไหม ผมจะพาออกไปเอง" ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง ทำให้ส.ส.พรรครัฐบาลไม่พอใจการกระทำของน.พ.ประสิทธิ์

สำหรับวุฒิสภา นายประสพสุข บุญเดช ประ ธานวุฒิสภา ได้นั่งรถเตรียมจะออกจากรัฐสภาเมื่อม็อบเสื้อแดงทยอยมาปิดล้อม แต่พอถึงประตูทางออก นายประสพสุขต้องเลี้ยวรถกลับเข้ามาเพราะม็อบเสื้อแดงไม่ยอมให้ออกไป

-ทรงกิตติชี้ม็อบไม่รุนแรง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บก.ทอ. พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. เป็นประธานการประชุมผบ.เหล่าทัพ ครั้งที่ 4/53 มีพล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผช.ผบ.ทบ.(1) เข้าประชุมแทน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่ติดภารกิจการประชุมศอ.รส. ที่ร.11รอ.

เวลา 12.00 น. พล.อ.ทรงกิตติ แถลงผลประชุมถึงสถานการณ์การชุมนุมของนปช. ว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าทัพได้หารือ และประเมินสถานการณ์ตลอดด้วยความเป็นห่วง อยากให้ประเทศมีความก้าวหน้าต่อไป เชื่อว่าสถานการณ์ต้องจบลงด้วยดี ส่วนจะใช้เวลานานเท่าไรตอบไม่ได้ ในฐานะผบ.สส. ติดตามสถาน การณ์ด้วยความเป็นห่วง กองทัพจึงรับมอบหมายให้จัดกำลังสนับสนุนการปฏิบัติงานของกอ.รมน. และศอ.รส. ในการรักษาความปลอดภัยให้ประชา ชน เพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบ

เมื่อถามว่ามองการเคลื่อนไหวกลุ่มเสื้อแดงอย่างไร พล.อ.ทรงกิตติกล่าวว่า การชุมนุมเวลานี้ไม่มีความรุนแรง เป็นการชุมนุมตามกรอบรัฐธรรมนูญอยู่ในขอบเขตที่สามารถทำได้ ส่วนที่รัฐบาลระบุชุมนุมไม่เป็นประชาธิปไตย พล.อ. ทรงกิตติกล่าวว่า ตนไม่ใช่รัฐบาล แต่ทำงานในกรอบของกองทัพไทย

-ทหารไม่มีหน้าที่สลายม็อบ

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ทหารจะถอนกำลังกลับเข้ากรมกอง พล.อ.ทรงกิตติกล่าวว่า กองทัพทำงานตามนโยบายของรัฐบาล และรมว. กลาโหม คำสั่งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เราไม่ได้ทำงานด้วยความรู้สึก ไม่ได้ทำงานด้วยอารมณ์และไม่ได้ทำงานด้วยข่าวสาร เราทำงานบนความสงบของบ้านเมือง ตระหนักในความพยายามที่ทำให้ประเทศชาติมีความพัฒนาก้าวหน้าต่อไปเท่านั้น

เมื่อถามว่ากองทัพไม่มีนโยบายสลายการชุมนุม พล.อ.ทรงกิตติกล่าวว่า กองทัพมีหน้าที่รักษาอธิปไตยเหนือดินแดน ที่สำคัญที่สุดคือถวายความปลอดภัยราชวงศ์ และช่วยเหลือประชาชนโดยมีระบุในรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ทหารคือประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันที่การประชุมผบ.เหล่าทัพเสร็จสิ้น นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยพล.อ.ประ วิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้เรียกพล.อ. อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ. ทรงกิตติ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ. อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. เข้าร่วมประชุมศอ.รส. ที่ร.11 รอ. ในเวลา 13.30 น.ทันที โดยมีพล.อ. อนุพงษ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผช.ผบ.ทบ.(2) พล.อ.พิรุณ แผ้วผลสง เสธ.ทบ. รออยู่ที่ห้องประชุมก่อนแล้ว โดยมีนายสุเทพ ตามมาสมทบ

(1)บุกสภา - ที่นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ถือปืนยาว เดินตามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปขึ้นฮ.ออกจากรัฐสภา



(2)ปีนรั้วหนี - นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำทีมรมต.และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ปีนข้ามรั้วรัฐสภาไปขึ้นฮ.แบล็กฮอว์กออกจากรัฐสภาไปที่ศอ.รส. หลังโดนม็อบเสื้อแดงฮือบุกเข้าไปในรัฐสภา เมื่อบ่ายวันที่ 7 เม.ย.



(3)ตื้บสห. - ผู้ชุมนุมเสื้อแดงฮือเข้ารุมแย่งปืนเอ็ม 16 และปืน 11 ม.ม.จากพลอาสาชโลทร กิมสอ สห.ที่รักษาการณ์ในรัฐสภา เพราะไม่พอใจที่ทหารติดอาวุธสงครามใกล้กับที่ชุมนุมของกลุ่มนปช. ตามข่าว



(4)ยึดปืน - การ์ดเสื้อแดงโชว์ปืนเอ็ม 16 ที่ยึดมาได้จากพลอาสาชโลทร กิมสอ สห.ที่รักษาการณ์ในรัฐสภา เพราะไม่พอใจที่ทหารติดอาวุธสงครามใกล้กับที่ชุมนุมของกลุ่มนปช.



-แกนนปช.เครียด-กี้ร์บุกสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่มีรายงานข่าวว่านายอริสมันต์นำกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าอาคารรัฐ สภาเพื่อตามหาตัวนายสุเทพ ปรากฏว่าแกนนำที่ดูแลเวทีราชประสงค์ อาทิ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายวรชัย เหมะ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะนายวรชัย พยายามติดต่อไปยังแกนนำที่รัฐสภาเพื่อให้นำคนกลับออกมาที่เวทีราชประ สงค์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งต่อสายไปยัง พ.อ.อภิวันท์ ให้มาช่วยเจรจากับนายอริสมันต์ ให้นำมวลชนคนเสื้อแดงออกมาจากรัฐสภา จากนั้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. รีบเดินทางกลับมายังเวทีเพื่อสอบถามรายละเอียดจากนายจรัล

นายจตุพร กล่าวว่า การเคลื่อนขบวนไปอาคารรัฐสภา เดิมทีให้นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และนายพายัพ ปั้นเกตุ เป็นผู้ดูแลขบวน ระหว่างที่มวลชนกำลังเคลื่อนขบวนไปยังสถานีดาวเทียมไทยคม และนายอริสมันต์ เดินทางมาสมทบ ปรากฏว่ามีการขว้างวัตถุคล้ายแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมเพื่อยั่วยุให้โกรธแค้น นายอริสมันต์จึงตัดสินใจนำคนบุกเข้าไปหาคนที่ขว้าง ไม่ได้เจาะ จงตามหานายสุเทพ เพราะนายสุเทพไม่อยู่แล้ว ถึงอยู่ก็ไม่มีประโยชน์ เป็นการตัดสินใจเฉพาะหน้า ไม่ได้มีการปรึกษากับแกนนำหลักแต่อย่างใด เพราะเราไม่มีจุดยืนให้ไล่ล่าตัวบุคคล ขณะนี้ได้ส่งนายวิสา คัญทัพ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง ไปคลี่คลายสถานการณ์และนำนายอริสมันต์ พร้อมกับมวลชนกลับมายังสะพานผ่านฟ้าฯ

-แฉออฟไซด์ก่อเรื่องประจำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การกระทำของอริสมันต์ ถือ ว่าขัดต่อมติแกนนำหรือไม่ นายจตุพรปฏิเสธจะตอบ แต่กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ร้ายแรงอะไร มีการสร้างสถานการณ์ซ้อนขึ้น ตนก็เคยบอกไปแล้วว่าสถานการณ์เช่นนี้ต้องอดทนต่อการยั่วยุ นายอริสมันต์ก็เป็นเพื่อนเราคนหนึ่ง คงไม่ทิ้งกัน แต่บท บาทในการนำมวลชนหลังจากนี้ คงต้องหารือกันอีกที

แหล่งข่าวในที่ประชุมแกนนำนปช. เผยว่า นายอริสมันต์มักจะทำตัวมีปัญหา ไม่ทำตามมติแกนนำอยู่หลายครั้ง ทำให้สถานการณ์การเคลื่อนไหวของนปช.เพลี่ยงพล้ำตกเป็นเป้าโจมตีของรัฐบาลหลายครั้ง ตั้งแต่การบุกไปสาดเลือดที่บ้านนายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ฟังคำสั่งของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รวมทั้งกรณีการนำมวลชนบุกเข้าไปไล่ทหารในทำเนียบรัฐบาล ช่วงหลังมีความพยายามปรับเปลี่ยนไม่ให้นายอริสมันต์นำมวลชน แต่จะให้เป็นหน้าที่ของนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายพายัพ ปั้นเกตุ และเจ๋ง ดอกจิก เป็นตัวหลัก แต่นายอริสมันต์มักที่จะแสดงตัวเป็นผู้นำเองแทบทุกครั้ง

-แกนนำขึ้นเวทีชี้แจงเหตุวุ่นๆ

เวลา 13.45 น. ที่แยกราชประสงค์ นายณัฐวุฒิ นายจตุพร และนายอริสมันต์ ขึ้นเวทีปราศรัย นายณัฐวุฒิ ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณอาคารรัฐสภาว่า คนเสื้อแดงจากเวทีสะพานผ่านฟ้าฯ เคลื่อนการชุมนุมไปรัฐสภาเพื่อกดดันให้นายอภิสิทธิ์ ยุบสภา และเรียกร้องให้ส.ส.มีความเห็นตรงกับคนเสื้อแดง ระหว่างนั้นได้รับรายงานว่าในที่ประชุมครม. มีมติให้กระทรวงไอซีที กดดันสถานีดาวเทียมไทยคมให้ยุติการออกอากาศของพีทีวี ภายในเวลา 12.00 น. จึงสั่งการให้นายสุภรณ์ และนายขวัญชัย นำกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลักอยู่หน้าอาคารรัฐสภา ไปยังสถานีดาวเทียมไทยคม เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารนำกำลังมาปิดสัญญาณ

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ระหว่างนั้นผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภา ได้นำระเบิดเพลิงที่ตกอยู่มามอบให้กับนายอริสมันต์ เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นระเบิดเพลิง นายอริสมันต์จึงนำระเบิดเพลิงทั้งสองลูกที่ไม่ทำงาน ไปขอให้นายสุเทพชี้แจง ยืนยันว่าไม่มีการนำผู้ชุมนุมบุกรุกเข้าไปในรัฐสภา แต่มีเพียงตัวแทนของผู้ชุมนุม 20 คนที่เข้าไปสอบถามนายสุเทพ ตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดงที่เข้าไปตรวจสอบได้พบอาวุธปืนสงครามภายในอาคารรัฐสภา จึงชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลพูดมาตลอดว่าจะรับมือผู้ชุมนุมโดยไม่ใช้อาวุธเป็นความเท็จ รัฐบาลพยายามคุกคามผู้ชุมนุมทุกรูปแบบ วันนี้ตนได้นัดพบแหล่งข่าวเพื่อหาหลักฐานที่นายอภิสิทธิ์หนีทหาร แต่มีกระแสข่าวว่าตำรวจ บก.ป.จะบุกเข้าจับกุม จึงต้องรีบกลับมายังพื้นที่ชุมนุม

-กี้ร์อ้างมีคนเปิดประตูสภาให้

จากนั้นนายอริสมันต์ ได้นำระเบิดแก๊สน้ำตายี่ห้อ 555 CS ผลิตที่บริษัท Federal Laboratories INC. ประเทศสหัฐอเมริกา มาโชว์ให้ผู้ชุมนุมดูและกล่าวว่า ระเบิดลูกดังกล่าวเป็นระเบิดเพลิงที่เตรียมไว้สลายการชุมนุม เมื่อมีการถอดสลักและขว้างจะมีควันสีเขียวพุ่งออกมา สร้างความปวดแสบปวดร้อนให้กับผู้ที่ไปสัมผัสและตกใจ จนเกิดเหตุชุลมุนเหยียบกันตาย เป้าหมายการก่อเหตุครั้งนี้นายสุเทพ ต้องการขว้างระเบิดให้ผู้ชุมนุม แต่โชคดีที่ผู้ชุมนุมเดินทางไปจำนวนมาก ระเบิดจึงตกใส่ท้องผู้ชุมนุมทำให้ระเบิดไม่ทำงาน รับแจ้งจากส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า นายสุเทพยังอยู่ในอาคารรัฐสภา จึงส่งตัวแทนเข้าไปสอบถาม แต่นายสุเทพนั่งรถหลบหนีออกไป ดังนั้นภายในเวลา 1 ชั่วโมงไม่มีคำตอบที่ดี กลุ่มคนเสื้อแดงจะตั้งชุดไล่ล่านายสุเทพไปทุกที่ ยืนยันอีกครั้งว่าผู้ชุมนุมไม่ได้บุกเข้าไปในรัฐสภา แต่มีคนมาเปิดประตูให้

นายจตุพร กล่าวว่า เหตุการณ์ที่อาคารรัฐสภาครั้งนี้ ถูกเลียนแบบมาจากเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทยในช่วงสงกรานต์เลือด รัฐบาลพยายามสร้างสถานการณ์ความรุนแรง เพื่อประกาศพ.ร.ก. ฉุกเฉิน และสร้างความชอบธรรมในการสลายการชุมนุม

-แม้วทวีต-หายไปไม่ได้ป่วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรับฟังแกนนำชี้แจงข้อเท็จจริง มีการจับกลุ่มวิจารณ์ด่าทอรัฐบาลและเฝ้าระวังสถานการณ์ เนื่องจากเกรงจะมีการขว้างระเบิดมาจากรถไฟฟ้า น่าสังเกตว่าระเบิดที่นายอริสมันต์ นำมาแสดงบนเวทีทั้ง 2 ลูก ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่มีการถอดสลักออก

วันเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้โพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ทักษิณไลฟ์ ระบุถึงสาเหตุที่ไม่ได้วิดีโอลิงก์มายังเวทีคนเสื้อแดงในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาว่า "ผมต้องขอ อภัยที่ไม่ค่อยได้ปราศรัยช่วงนี้ ไม่ได้เจ็บป่วย ผมแข็งแรงดี แต่อยากให้เวทีเป็นการต่อสู้เพื่อประชา ธิปไตย และความยุติธรรมล้วนๆ"

นอกจากนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ยังส่งเอสเอ็มเอสระบุด้วยว่า ขอคารวะน้ำใจความกล้าหาญ ความอด ทน ความพร้อมเพรียงของนักสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกท่าน

-ผบช.น.ยันดำเนินคดีบุกสภา

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท. สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ฉันวิทย์ รามสูต ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 ฝ่ายสืบสวน สน.บางซื่อ สน.สุทธิสาร ฝ่ายสืบสวน บก.น.2 ฝ่ายสืบสวน บก.น.6 และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมสอบถามความคืบหน้าเหตุระเบิดในพื้นที่ กทม.

พล.ต.ท.สัณฐานกล่าวก่อนเข้าประชุมว่า ตน เองจะมาเร่งรัดคดีระเบิด ส่วนความคืบหน้าต้องรอประชุมก่อน ส่วนหมายจับแกนนำ ก็ต้องรอพูดคุยว่าคดีเป็นอย่างไร พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เตรียมสำนวนอยู่แล้ว เรื่องเมื่อเช้านี้ก็มี 3 เรื่อง 1.คือ การที่กลุ่ม นปช. บุกเข้าไปในรัฐสภา ซึ่งตรงนี้ต้องดำเนินคดี โดยรัฐสภาต้องส่งตัวแทนมาแจ้งความร้องทุกข์ เพราะมีการบุกรุกเข้าไป ชนประตูเสียหาย เรื่องที่ 2.คือ อาวุธปืนของสารวัตรทหาร ซึ่งมากับรถนำขบวนของรองนายกรัฐมนตรี (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) ขณะนั้นก็ตกใจ และกลัวปืนสูญ หาย จึงนำอาวุธปืนในรถออกมาจะเอาไปเก็บ จังหวะนั้นก็วุ่นวายกันอยู่ ได้มีการแย่งปืนไป ตนอยู่ใกล้จึงไปแก้ไขสถานการณ์ โดยผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหารได้นำตัว พล.อส.ชโลทร กิมสอ ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สน.ดุสิต เพราะอาวุธที่ใช้เป็นอาวุธที่ใช้ในราชการ

-แฉม็อบแย่งแก๊สน้ำตา

พล.ต.ท.สัณฐานกล่าวว่า เรื่องที่ 3 เรื่องแก๊ส น้ำตา ได้รับรายงานจากพล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบก.อคฝ. ว่า ขณะที่มีการดันประตู ตำรวจก็เข้าไปดัน ก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมดึงไปจากเรา ซึ่งตนจะให้ความเป็นธรรมทั้งหมด โดยยืนยันว่าแก๊สน้ำตาไม่มีการใช้แต่อย่างใด การใช้ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ศอ.รส.

ถามว่าเป็นแก๊สน้ำตาที่ใช้ในราชการ ผบช.น. ตอบว่า ใช่ครับ อยู่ที่หน้าอก ของตำรวจ อคฝ. เรา โดยได้สั่งการให้เจ้าของแก๊สน้ำตาทำราย งานขึ้นมา ถามว่าที่แกนนำอย่างนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง บุกไปในรัฐสภาทำเกินไปหรือไม่ พล.ต.ท.สัณฐานตอบว่า เรื่องนี้ต้องทำตามกฎ หมาย เป็นหน้าที่ของรัฐสภาที่จะมาแจ้งความร้องทุกข์ ตั้งเรื่องไว้แล้ว การบุกแบบนั้น ละเมิดสิทธิ์ชัดเจน กลอนประตูพังหมด การชุมนุมต้องอยู่ในกฎหมาย

-ตร.สั่งจับกี้ร์บุกสภา-ตื้บรปภ.

ต่อมาเวลา 15.30 น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. (ฝ่ายสอบสวน) กล่าวว่า ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนหลังจากเหตุการณ์ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยมีอยู่ 2 ตอน ช่วงแรกเป็นเวลา 11.00-12.00 น. กลุ่มเสื้อแดง โดยตอนเช้าแกนนำหลักเป็นเจ๋ง ดอกจิก นำกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมรัฐสภา โดยปิดล้อมลักษณะไม่ให้เข้า-ออก ให้ออกเฉพาะพรรคเพื่อไทย กับเจ้าหน้าที่รัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้ออก โดยจะมีความผิดฐานข้อหาหน่วงเหนี่ยวทำให้เสียเสรีภาพ และข่มขืนใจ และหลังจากนั้นเวลา 12.30 น. ซึ่งหนักขึ้น เพราะนายอริสมันต์นำกลุ่มเสื้อแดงบุกรุกรัฐสภา ซึ่งชัดเจน เพราะนำรถพังประตูเข้าไป เหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าจะมีในประเทศไทย เพราะสภามีให้ประชุมสภา ไม่ได้ให้ไปบุกรุก โดยมีความผิดเรื่องร่วมกันบุกรุก อีกข้อหาคือ การเข้า ไปยึดอาวุธปืนของชุดรปภ. เพราะรปภ.บุคคลสำคัญ ต้องพกอาวุธ ไม่ใช่ชุดที่ปฏิบัติหน้าที่ในการชุมนุม เป็นผู้ดูแลรัฐมนตรี ดูแลผู้ใหญ่ และยึดปืนไปพร้อมทำร้ายร่างกายสารวัตรทหารคนนั้นด้วย โดยจะผิด 2-3 ข้อหาด้วยกัน ซึ่งกำลังให้สอบปากคำ รปภ.อยู่ สอบตำรวจในพื้นที่ และน่าจะสอบผู้สื่อข่าวด้วยเพราะเป็นคนกลาง โดยจะพยายามขออนุมัติในการจับกุมข้อหาเหล่านั้น จะทำให้ได้ในวันนี้หรือไม่ก็พรุ่งนี้ โดยในส่วนบุก รุกนั้นนายอริสมันต์ สั่งการชัดเจน มีความผิดเรื่องผู้ใช้จ้างวาน สั่งการ มีโทษเท่ากัน

-ความผิดชัด-ออกหมายจับ

ถามว่าในส่วนแกนนำอื่นๆ กว่า 10 ราย ที่มีการระบุออกมา พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า ตนจะตรวจสอบจากเทป ภาพและเสียง ว่าแม้ไม่ได้ไป แต่มีการสั่งการหรือไม่ สมมติว่าพี่น้องที่ผ่านฟ้าหรือราชประสงค์ให้ไปสมทบที่สภาสัก 300-400 คน หากมีแบบนี้ถือว่าเข้าข่ายความผิดได้ โดยแม้ตอนหลังแกนนำทางนี้ (ผ่านฟ้า) บอกว่าไม่ใช่มติแกนนำ แต่ก็ต้องดูว่าคำพูดกับการกระทำตรงกันหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าเบื้องต้นจะออกหมายเรียกหรือหมายจับ รอง ผบช.น.กล่าวว่า ออกหมายจับเลย ไปขออนุมัติออกหมายจับที่ศาล หากแบบนี้ไม่ชัดเจนก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เพราะขับรถพุ่งชน ส่วนเรื่องการจับก็จะมีการจัดชุดไปจับอีกครั้ง ทาง ฝ่ายสืบสวนเก็บข้อมูลหมดแล้ว แกนนำตัวหลักๆก็รู้จัก เมื่อถามว่าในส่วนที่ดาวกระจายไปยังถนนต่างๆ รอง ผบช.น.ตอบว่า ก็ต้องดูว่า ถนนเหล่านั้นมีเหตุการณ์ที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ เช่นที่ สน.ลุมพินี รู้สึกว่าจะออกหมายเรียกไป 10 กว่าคน เพราะขอหมายจับแล้ว ศาลบอกให้ออกหมายเรียกก่อน โดยมีการขอหมายเรียกไปกว่า 20 คน ลงจากเวทีต้องโดนทุกราย เพราะตำรวจมีมาตร ฐานเดียว ตนยกตัวอย่างคดีพันธมิตรฯ ตนก็ส่งสำนวนให้อัยการ 15 ม.ค. 2552 ตอนนี้ปี2553 แล้ว ตนทำเสร็จแล้วส่งไปปีกว่าแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายอริสมันต์กับแกนนำที่ไปบุกรุก จะถูกแจ้งข้อหาร่วมกันบุกรุก, ยึดทรัพย์สินทางราชการและทำร้ายร่างกาย ส่วนผู้ร่วมชุมนุมและปิดล้อม จะถูกแจ้งข้อหาหน่วงเหนี่ยวทำให้เสียเสรีภาพและข่มขืนใจให้กระทำการใดกับผู้ร่วมชุมนุม

-แรมโบ้สั่งไทยคมเมินรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.00 น. ภายหลังนายสุเทพมอบหมายให้กระทรวงไอซีทีแจ้งบริษัทไทยคมฯ ผู้ให้บริการเชื่อมต่อสัญญาณผ่านดาวเทียมแก่สถานีประชาชน (พีเพิล แชนเนล) ระงับการแพร่สัญญาณภาพและเสียง ทำให้ม็อบไปชุมนุมหน้ารัฐสภา นำโดยนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายพายัพ ปั้นเกตุ นายเจ๋ง ดอกจิก จัดกำลังส่วนหนึ่งมาชุมนุมที่หน้าสถานีไทยคม ถ.รัตนา ธิเบศร์ จ.นนทบุรี โดยปิดช่องทางจราจรคู่ขนาน ทำให้รถติดขัดไปถึงแยกพงษ์เพชร โดยนายสุภรณ์และนายพายัพเข้าไปพบนายเอกชัย ภัคดุ รงค์ ผอ.ฝ่ายวิศวกรรม และนายธนพัฒน์ ณ เชียง ใหม่ ผอ.ฝ่ายโลจิสติกส์และธุรการ พร้อมด้วยพล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรานนท์ ผบก.ภ.นนทบุรี พล.ต.ต.ปิยะ ศรตระกูล รองผบก.ภาค 1 และ พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ ผกก.สภ. เมือง นนทบุรี เพื่อเจรจาและทวงคำตอบ

นายสุภรณ์ กล่าวหลังการเจรจาว่า กลุ่มคนเสื้อแดงมาพูดคุยกับสถานีไทยคม เนื่องจากทราบว่ามีคำสั่งปิดสถานีพีเพิล แชนเนล แต่เจ้าหน้าที่ บอกว่ายังไม่เห็นคำสั่ง ขอตรวจสอบก่อน จึงให้เวลา 30 นาที หากมีคำสั่งจะขอสำเนาเพื่อนำไปร้องศาลปกครองเพื่อขอความคุ้มครอง

ต่อมาเวลา 14.45 น. นายสุภรณ์ยื่นหนังสือต่อนายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย รองกรรมการผู้อำนวยการสถานีไทยคม ระบุว่าไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล ทางกลุ่มจะติดตามทวงถามข้อเรียกร้องนี้อย่างต่อเนื่อง

-บิ๊กไทยคมขอเวลา 2 อาทิตย์

นายเมฆินทร์ กล่าวว่า เบื้องต้น ได้รับการขอความร่วมมือจากรัฐบาลว่าช่องพีเพิล แชนเนล ดำเนินการขัดต่อพ.ร.บ.ความมั่นคง แต่สถานียังไม่ได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล การจะปิดหรือไม่ ทำทันทีไม่ได้ ต้องใช้เวลา ประ สานหลายหน่วยงานเพราะสถานีออกอากาศนอกประเทศ ใช้สถานีอัพลิงก์จากนอกประเทศ ใช้ช่องสถานีดาวเทียมไทยคม เป็นสถานีเชื่อมสัญญาณ เราไม่สามารถปิดสัญญาณโดยตรงได้ ต้องประสานผู้เช่าเหมาสัญญาณจากสถานีก่อนพิจารณาว่าจะปิดหรือไม่ ใช้เวลา 2 สัปดาห์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้รับคำตอบว่าจะปิดสถานีหรือไม่ แกนนำประ กาศปักหลักชุมนุมที่สถานีไทยคม มอบหมายให้นายเจ๋ง ดอกจิก เป็นแกนนำในการปักหลัก ขณะที่นายสุภรณ์และนายพายัพออกจากสถานีไทยคมทันที ส่วนผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณด้านนอกทยอยเดินเข้ามาพักภายในบริเวณรอบๆ สถานีไทยคมเพื่อหลบร้อนอยู่ตามร่มไม้และสนามหญ้า มีการนำน้ำและอาหารมาส่งให้ผู้ชุมนุมตลอดเวลา

-แฉแก๊สน้ำตาตร.หล่นตอนชุลมุน

ภายหลังสถานการณ์กลุ่มคนเสื้อแดงล้อมรัฐสภาสงบ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับแก๊สน้ำตา 2 กระป๋องที่นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำนปช. อ้างถึง ปรากฏว่าเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจล ซึ่งส่วนใหญ่มีอุปกรณ์สลายม็อบ เช่น โล่ พลาสติก กระบอง และแก๊สน้ำตา 2 กระป๋องซึ่งติดไว้ด้านข้างกาง เกงทั้ง 2 ข้าง และบางส่วนติดไว้ที่หน้าอกเสื้อ 2 ข้าง ทั้งนี้ตำรวจนายดังกล่าวได้ประจำการอยู่บริเวณประตูใหญ่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทลายประตูเหล็กเพื่อบุกมายังรัฐสภา ซึ่งในช่วงที่คนเสื้อแดงบุกเข้ามานั้น ได้ปะทะกับตำรวจ จนล้มระเนนระนาดไปทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้กระป๋องแก๊สน้ำตาหล่นออกจากขากางเกง เป็นเหตุให้กลุ่มผู้ชุมนุมหยิบกระป๋องแก๊สน้ำตาไปให้นายอริสมันต์ บนเวทีปราศรัยทันที

-ซัดส.ส.พท.ชี้เป้าล่าเทือก

นายเทพไท กล่าวว่า ในการประชุมสภาวันที่ 8 เม.ย. พรรครู้สึกวิตกกังวลเพราะเชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะมีการปลุกระดม นำประเด็นการตรวจค้นอาวุธและการจับสารวัตรทหาร(สห.) มาบิดเบือนข้อเท็จจริง จึงเรียกร้องให้ประธานสภาหามาตรการป้องกันคุ้มครองการทำงานของส.ส. เพราะขณะนี้ไม่มีหลักประกันว่าจะเกิดความปลอดภัย โดยเฉพาะตัวพ.อ.อภิวันท์ ที่ถอดสูทใส่เสื้อแดง ขึ้นรถกลุ่มเสื้อแดงออกไปจากสภา นอกจากนี้ยังฝากให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่บุกรุกรัฐสภา และขัดขวางการทำหน้าที่ส.ส. และเจ้าหน้าที่

นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลเตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ส.ส.พรรคเพื่อไทยกลับบอกว่าไม่สมเหตุผล และยืนยันจะไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกเข้ามารัฐสภา วันนี้ฝ่ายนิติบัญญัติกลับเป็นผู้แจ้งเบาะแสให้กับผู้ชุมนุม โดยส.ส.ของพรรค อาทิ นางพจนารถ แก้วผลึก ส.ส.ชลบุรี และน.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นพยานได้ว่ามีส.ส.บอกตำแหน่งของนายสุเทพ ว่าขณะเกิดเหตุนายสุเทพอยู่จุดไหนของสภา

-เหวงซัดอริสมันต์ทำพลการ

เวลา 15.00 น. ที่แยกราชประสงค์ น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำและหัวหน้าหน่วยสันติวิธี นปช. กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของนปช.จนถึงตอนนี้ได้รับการตอบสนองจากคนกทม. จนอยู่ในเกณฑ์บวก ส่วนที่นายอริสมันต์ นำมวลชนคนเสื้อแดงเข้าไปในอาคารรัฐสภา เป็นการตัดสินใจของนายอริสมันต์คนเดียว ไม่มีการหารือกับแกนนำคนอื่น เพราะนายอริสมันต์ถือเป็นแกนนำคนหนึ่งที่มีอำนาจตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ โดยไม่ต้องรอคำสั่งที่ประชุมแกนนำ ทั้งนี้นายอริสมันต์ชี้แจงว่า มีคนปาระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งอาจเป็นพวกแดงเทียม แต่ก็ไม่สมควรบุกเข้าไปในรัฐสภา หลังจากนี้ตนจะให้ข้อเสนอแนะด้านสันติวิธีกับนายอริสมันต์ แต่ขอให้สังคมเข้าใจในบุคลิกพิเศษเฉพาะตัวของนายอริสมันต์ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับท่าทีของนปช. ไม่ว่าจะทำระเบิดเพลิง หรือการจัดชุดไล่ล่าตัวบุคคลที่เป็นแกนนำรัฐบาล ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ยืนยันว่าแกนนำ นปช. ส่วนใหญ่ยังยึดแนวทางสันติวิธี

"บุคลิกของนายอริสมันต์เป็นเรื่องส่วนตัว อย่าเหมาเป็นเรื่องของนปช. ตอนนี้แกนนำนปช. ทั้งหมดยอมรับแนวทางสันติวิธีแล้ว แม้ส่วนตัวแกนนำบางคนยังรุนแรงบ้าง แต่จะค่อยๆ ปรับจูนให้ตรงกัน" น.พ.เหวง

-ส.ส.แจงเหตุถืออูซี่ในสภา

นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพกปืนอูซี่ระหว่างคุ้มครองนายสุเทพ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนีม็อบแดงที่รัฐสภาว่า ขณะนั้นฉุกละหุก วุ่นวาย จึงต้องดูแลความปลอดภัยให้รองนายกฯ

นายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วยว่า การที่นายชุมพลถือปืนนั้น เป็นปืนของตำรวจติดตามนาย สุเทพ ซึ่งขณะนั้นตำรวจคนดังกล่าวต้องดูแลความปลอดภัยนายสุเทพ จึงเอาปืนมาฝากนายชุมพลถือ ซึ่งนายชุมพลก็ถือไว้ แต่ตอนหลังเขาก็เอาคืนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หากในขณะนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้ามาแล้วจะทำร้าย เราก็จำเป็นป้องกันตัว แม้แต่ตนยังพกปืนไว้เลย

เวลา 16.30 น. ที่กองบัญชาการ ศอ.รส. นายอภิสิทธิ์ได้เรียกประชุม ครม.เป็นการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาอนุมัติการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยรัฐมนตรีส่วนใหญ่เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาด ไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อมที่ปรึกษาพรรคกิจสังคม เป็นต้น

-แถลงสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง

เมื่อเวลา 18.05 น. ที่ศอ.รส. นายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะรัฐมนตรี ร่วมกันแถลงว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไม่สามารถระงับ ยับยั้งการชุมนุม และการชุมนุมเคลื่อนไหวพัฒนาไปสู่การกระทำที่ผิดกฎหมาย ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน กระทบเศรษฐกิจ สังคมอย่างกว้างขวาง และกระทบความเชื่อมั่นของต่างประเทศในประชาคมโลก รัฐบาลได้บังคับใช้กฎหมาย แต่มีการขัดขืนและพัฒนาการชุมนุมที่ผิดกฎหมายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 2 วันที่ผ่านมา วันนี้ยังมีการบุกรุกเข้าไปที่รัฐสภา จึงเชิญครม. ประ ชุมกรณีพิเศษ ที่ประชุมมีมติให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในกทม. ปริมณฑลและใกล้เคียง ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เห็นชอบออกข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และมติจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุก เฉิน แต่งตั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผอ. ศูนย์ฯ

นายกฯ แถลงว่า การประกาศสถานการณ์ฉุก เฉิน และตั้งศูนย์ดังกล่าว รัฐบาลมุ่งหวัง 1. คืนความเป็นปกติสุขให้ชาวกทม. 2.ระยับยับยั้งการเผยแพร่และบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ยุยงส่งเสริมที่ทำให้เกิดความแตกแยก 3.เพื่อดำเนินคดีกับแกนนำการชุมนุม 4.เพื่อให้มาตรการระงับเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมและเหตอื่นๆ มีประสิทธิภาพ ยืนยันกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มุ่งปราบปรามประชา ชนผู้บริสุทธิ์ เป้าหมายคือการคืนภาวะความเป็นปกติ และทำให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ (อ่านรายละเอียด น.3)

-4 ภารกิจหลังประกาศฉุกเฉิน

ที่ศอ.รส. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการ ศอ.รส. ให้สัมภาษณ์ว่า หลังการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สิ่งที่รัฐบาลจะดำเนินการประกอบด้วย 1.การเคลียร์พื้นที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพื่อคืนให้กับประชาชน 2.ปิดพีเพิลแชลแนล 3.จับกุมแกนนำ และ 4.เพิ่มมาตรการเข้มข้นป้องกันการก่อวินาศกรรม

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เรื่องการติดตามสถานการณ์ เรามีอาสาสมัคร(อส.)อยู่แล้ว วันที่ 8 เม.ย. เวลา 10.00 น. ตนจะเรียกประชุมผู้ว่าฯทั่วประเทศผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นการประชุมตามปกติ แต่ครั้งนี้จะหารือถึงการรองรับสถานการณ์หลังประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการเฝ้าระวังการก่อเหตุตามศาลากลางจังหวัดและสถานที่ราชการต่างๆ รวมถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศระดมประชาชนจากจังหวัดต่างๆ เข้ามาชุมนุมเพิ่มเติม ซึ่งตนเป็นห่วงในทุกภาคทุกจังหวัดเท่ากัน ถ้าพบว่ามีอะไร ตนจะรายงานให้นายสุเทพ ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินทราบ หวังว่าสถานการณ์จากนี้จะกลับสู่คำที่ว่าสันติ สงบ สามัคคี

-สั่งเฝ้าระวังทุกสนามบิน

เมื่อถามว่าได้กำชับผู้ว่าฯต่อการที่กลุ่มผู้ชุมนุมเคยขู่ว่าจะเผาศาลากลางจังหวัด ถ้ารัฐบาลประ กาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ผู้ว่าฯทราบอยู่แล้ว เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะยกระดับการชุมนุมอีก รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่คิดว่าการประกาศใช้พ.ร.ก.ดังกล่าว จะไม่เป็นการยั่วยุให้การชุมนุมรุนแรงมากขึ้น เพราะต่างเป็นคนไทยด้วยกัน เมื่อถึงเวลา น้ำที่มันขุ่นๆ พอเราเอาสารส้มมาแกว่ง สักพักมันก็ใส เมื่อถามว่าเกรงว่าจากนี้ไปจะกลายเป็นน้ำเดือดหรือไม่ นายชวรัตน์ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า "ไม่ แต่ยิ่งกวนยิ่งเย็น"

นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการยกระดับข้อกฎ หมายขึ้นมาอีกนิด เพื่อให้เกิดความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการพูดถึงการสลายการชุมนุม ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และนายสุเทพ ในฐานะผู้รับผิดชอบ ขออย่างเดียวอย่าปิดสนามบิน ไม่ว่าสนามบินภูเก็ต ดอนเมือง สุวรรณภูมิ หาดใหญ่ ห้ามปิด ถ้าปิดตนออกโรงเองแน่ เพราะมันเสียหาย ซึ่งนายสุเทพ บอกว่ามีมาตรการเตรียมพร้อมแล้ว คงไม่ปิด

-ม็อบจะยกระดับการต่อสู้

ก่อนหน้านี้เวลา 17.30 น. ที่เวทีปราศรัยสี่แยกราชประสงค์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ปราศรัย ว่า กรณีนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย แถลงแสดงความเห็นต่างๆ พูดเข้าหูหลายเรื่อง ทั้งเรื่องที่รัฐบาลจะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การปิดสถานีพีเพิลแชลแนล ควรปิดสถานีโทรทัศน์อื่นด้วยเพื่อเป็นมาตรฐานเดียว กัน แต่สิ่งที่นายบรรหาร พูดไม่เข้าหู คือการขอให้แก้รัฐธรรมนูญ เมื่อถึง 9 เดือนค่อยยุบสภา ยืนยันว่าเรารอถึงวันนั้นไม่ได้ ถ้ารอถึงวันนั้นถือเป็นนรกของเมืองไทย ทันทีที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยกระดับถึงขั้นปราบปรามประชา ชนแล้ว เมื่อเขายกระดับ เราก็ควรยกระดับการต่อสู้เช่นกัน อย่าว่าแต่อยู่ถึง 15 วันเลย แค่ 1 วันรัฐบาลนี้ก็อยู่ไม่ได้

นายจตุพร กล่าวว่า กรณีนายสุเทพ เตรียมนำกำลังทหารจากปราจีนบุรี กาญจนบุรี เพื่อสลายม็อบ ไปพักไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ การกระทำเช่นนี้คล้ายกรณีนายเนวิน ชิดชอบ นำเจ้าหน้าที่ไปใส่เสื้อน้ำเงิน แล้วไปเตรียมการที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขอให้พี่น้องผ่านค่ำคืนนี้และวันพรุ่งนี้ไปให้ได้ แล้วปิดเกมในวันที่ 9 เม.ย. โดยวันที่ 9 เม.ย.จะชุมนุมใหญ่อีกครั้งและจะฉลองสงกรานต์กันที่นี่ ตนไม่อยากไปสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ถ้าจำเป็นก็จะไปเพื่อขอตรวจค้นโกดัง เพื่อขับไล่ทหารออกจากสนามบิน

-แกนนำท้าลั่น"ตายเป็นตาย"

จากนั้นเวลา 18.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดการแถลงข่าวการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของนายอภิสิทธิ์ ปรากฏว่านายณัฐวุฒิ และนายจตุพร พร้อมด้วยแกนนำ ต่างมุงดูและรับฟังการแถลงข่าว โดยมีสีหน้าเคร่งเครียด โดยเฉพาะนายจตุพร ส่ายหน้าทุกครั้งที่นายอภิสทธิ์ กล่าวจบประโยค

เวลา 18.15 น. นายณัฐวุฒิ ปราศรัยบนเวทีว่า ขณะนี้รัฐบาลประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินเรียบร้อย โดยให้นายสุเทพ เป็นผู้สั่งการ นี่เป็นครั้งแรกที่การประกาศนี้ มีประชาชนมากันมากแต่ไม่มีอาวุธ ขณะที่รัฐบาลมีอาวุธ จากนี้ขอให้ออกมาสู้กัน นี่คือยกสุดท้าย สู้ด้วยสันติวิธี จะต้องชนะ มือเปล่าจะสู้กับปลายกระบอกปืน ใครใกล้ผ่านฟ้าไปผ่านฟ้า ใครใกล้ราชประสงค์ไปราชประ สงค์ จะเป็นอย่างไรก็เป็นกัน ขอให้ออกมากันเยอะๆ

นายอริสมันต์ ปราศรัยว่า เมื่อรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขอให้พี่น้องใกล้สถานที่ชุมนุมที่ไหนให้ไปที่นั่น ขณะที่พี่น้องที่อยู่ตามจังหวัด ขอให้ไปพร้อมกันที่ศาลากลางจังหวัด ตายเป็นตาย ประชาชนจงเจริญ

-ระดมคนตรึงเวทีทั้งสองแห่ง

น.พ.เหวง ปราศรัยว่า หลังจากนี้จะระดมคนเสื้อแดงให้มารวมตัวกันที่เวทีทั้งสองแห่ง หากทหารนำกำลังมาปิดล้อม เราจะตั้งกำแพงมนุษย์เป็นกำแพงป้องกันเวที หากใช้กำลังเข้าสลายประชาชนจนได้รับบาดเจ็บ รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ส่วนข้อเรียกร้องให้คนเสื้อแดงออกจากพื้นที่ชุมนุมนั้น ยืนยันว่าออกแน่ แต่รัฐบาลต้องยุบสภา ยืนยันว่าจะไม่มีการเอาประชาชนทั้งสองเวทีมารวมกัน ส่วนมาตรการป้องกันการสลายของทหาร จะอยู่ในอำนาจการตัดสินใจของแกนนำที่อยู่บนเวทีเท่านั้น

เวลา 18.35 น. นายวีระ มุกสิกพงศ์ ปราศรัยว่า การที่นายอภิสิทธิ์ ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แสดงให้เห็นว่า นายอภิสิทธิ์ ต้องการปราบปรามประชาชน ขอให้พี่น้องจดจำชื่อนายอภิสิทธิ์ไว้ให้ดี เพราะคนๆนี้จะเป็นศัตรูกับประชาชนตลอดไป และประวัติศาสตร์จะได้จารึกไว้ นอกจากนี้ ตนทราบว่ามีทหารจำนวนหนึ่ง ขึ้นไปที่ตึกใบหยก ถามว่าจะไปที่นั่นทำไม จะไปยิงใคร ซึ่งตนได้มอบให้นายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ด ประสานตำรวจเพื่อไปสอบถามว่า ทหารจำนวนนั้นขึ้นไปที่ตึกใบหยกทำไม ตนไม่อยากให้เจ้าของตึกเดือดร้อน และขอร้องพี่น้องว่าอย่าไปกันที่นั่น เพราะเจ้าของตึกเขาจะเดือดร้อน

-ม็อบตั้งกำแพงรถขวาง 4 ทิศ

เวลา 19.50 น. ที่บริเวณปากซอยมหาดไทยเล็กหลวง 2 ซึ่งอยู่ใต้สถานีรถไฟฟ้าราชดำริ การ์ดนปช.ได้นำแผงเหล็กมากั้นและระดมการ์ดอาสาจำนวนกว่า 500 คน มายืนประจำจุดต่างๆ จากนั้นได้ตรวจรถยนต์ทุกชนิดรวมทั้งรถจักรยานยนต์เพื่อหาวัตถุต้องสงสัย ป้องกันบุคคลภายนอกเข้ามาสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชุม นุม หลังจากนายณัฐวุฒิ ประกาศบนเวทีให้ประชาชนนำรถมาจอดบริเวณจุดสำคัญทั้ง 4 จุด ได้แก่ สถานีรถไฟฟ้าราชดำริ สถานีรถไฟฟ้าชิด ลม บริเวณเชิงสะพานข้ามคลองแสนแสบ ประตูน้ำ และบริเวณแยกอังรีดูนังต์ โดยให้นำรถจอดขวางเรียงสลับฟันปลา เพื่อเป็นแนวกันกรณีทหารจะเข้ามาสลายการชุมนุม จะได้เข้ามาลำบากขึ้น ปรากฏว่ามีประชาชนนำรถมาจอดจนเต็มพื้นที่ทั้ง 4 จุด

ต่อมาเวลา 20.00 น. บริเวณที่กลับรถใต้สถานีรถไฟฟ้าราชดำริ ได้มีรถตู้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจำนวนหลายคัน ยูเทิร์นมาจอดใต้สถานีรถไฟฟ้าราชดำริ แต่เป็นเวลาเดียวกับนายณัฐวุฒิ ประกาศบนเวทีว่าหากพบรถตู้มาจอดอยู่บริเวณใกล้แนวที่ชุมนุม ขอให้การ์ดหรือประชา ชนที่พบเห็นเข้าไปตรวจสอบหรือเคลื่อนย้ายทันที เพราะรถดังกล่าวใช้ตัดสัญญาณโทรศัพท์เวลาที่ทหารจะเข้าสลายการชุมนุม ซึ่งปรากฏว่ารถตู้จำนวนหลายคันที่จอดอยู่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าราชดำริรีบเคลื่อนย้ายออกไปทันที โดยไปจอดที่สวนลุมพินีแทน

-แดงโคราชพร้อมลุยศาลากลาง

ที่จ.นครราชสีมา เวลา 18.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดนครราชสีมา นำโดยนางปารดา ฉิ่งอินทร์ ตั้งเวทีปราศรัยเชิญชวนให้คนเสื้อแดงในจังหวัด ออกมารวมตัวกัน เพื่อเตรียมพร้อมบุกยึดศาลากลางจังหวัดนครราชสีมาทันทีหากมีการสลายการชุมนุมที่กรุงเทพฯ และทำ การเชื่อมต่อสัญญาณสถานีพีเพิลแชนแนล เพื่อให้กลุ่มคนเสื้อแดงและประชาชนทั่วไปได้ติด ตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยตั้งแต่ช่วงหัว ค่ำจนถึงกลางดึกที่ผ่านมา เริ่มมีกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางมาร่วมสมทบที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมาเป็นระยะๆ แต่จำนวนไม่มากนัก

ส่วนที่บริเวณข้างลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นจุดตั้งเวทีปราศรัยหลักของกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัด ช่วงค่ำวันนี้ ก็ได้มีการถ่ายทอดสัญญาณของสถานีพีเพิลแชนแนล ให้ชาวโคราชได้รับรู้สถาน การณ์การชุมนุม โดยการถ่ายทอดสัญญาณทั้ง 2 เวทีที่บริเวณข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น.ไปจนถึงเวลา 24.00 น.

-ราชประสงค์เปิดคลิปมาร์ค

ที่เวทีปราศรัยแยกราชประสงค์ ตั้งแต่เวลา 20.00 น. แกนนำคนเสื้อแดงสับเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปลุกเร้ามวลชนอย่างต่อเนื่องสลับกับเปิดคลิปเสียงนายกฯ โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวบนเวทีว่า การสลายจะอยู่ในช่วงเวลา 02.00?04.00 น. ก่อนถึงเวลานั้น ขอให้ประชาชนที่นำรถมาเคลื่อนไปปิดแยกต่างๆ ที่อยู่โดยรอบพื้นที่ชุมนุม เช่น แยกปทุมวัน แยกชิดลม ขอให้เคลื่อนไปเตรียมการไว้ก่อน ส่วนภารกิจที่จะให้ทำอะไรนั้น จะแจ้งให้ทราบภายหลัง คนเสื้อแดงที่อยู่ขอบๆ พื้นที่ชุมนุมขอให้ช่วยสังเกตด้วยว่ามีรถตู้สีขาว จอดแบบสตาร์ตเครื่องยนต์ไว้หรือไม่ หากพบขอให้แจ้งกับการ์ดนปช. อาจเป็นรถที่นำมาเตรียมตัดสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ จากนั้นแกนนำนำคลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นคำพูดสั่งฆ่าประชาชนของนายอภิสิทธิ์ เมื่อตอนสงกรานต์เลือดปี"52 มาเปิดปลุกเร้าอารมณ์คนเสื้อแดง ให้โกรธแค้นรัฐบาล

-เทือกนำทีมศอฉ.แถลงทีวี

เวลา 22.00 น. นายสุเทพ ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) พร้อมผู้นำเหล่าทัพ แถลงชี้แจงการทำงานของศอฉ. โดยแจ้งให้ทราบถึงมาตรการดำเนินการกับผู้ชุมนุม หลังออกประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนี้ 1.ให้ผู้ชุมนุมออกจากบริเวณชุมนุมทันที กรณีต่างจังหวัด ทางราชการจะจัดรถบริการรับส่งผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด โปรดบอกเจ้าหน้าที่ซึ่งรักษาการดูแลความปลอดภัยโดยรอบที่ชุมนุม 2.อย่าเชื่อข่าวลือ โดยเพื่อป้องกันไม่ให้มีการขยายตัวของการชุมนุม รัฐบาลได้สั่งห้ามมิให้นำบุคคลหรือกลุ่มบุคคลจากต่างจังหวัดเข้ามาร่วมชุมนุมในกทม.และปริมณฑลที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้สั่งการให้ตำรวจตั้งด่านตรวจค้นอาวุธ ตรวจบัตรประชาชน สกัดกั้นไม่ให้คนที่จะนำผู้ชุมนุมเข้ามาเพิ่มเติมเข้ามาในกทม.

นายสุเทพ กล่าวว่า ศอฉ.แจ้งไปยังหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนร่วมมือกันกวดขันดูแลการรักษาความปลอดภัยของสถานที่ราชการทุกแห่งให้แข็งแรง ถ้าประชาชนทราบเบาะแส เห็นเหตุ การณ์ผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ ในคืนนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะร่วมมือกันกระจายกำลังออกไปเพื่อคุ้มครองดูแล ป้องกันไม่ให้มีการก่อวินาศภัยใดๆ ในเขตกทม. ถ้าได้รับความร่วมมือเป็นหูเป็นตาจะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขอย้ำว่าทุกการกระทำของเจ้าหน้าที่จะชี้แจงให้ทราบทุกระยะ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกตกใจ มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่มุ่งทำให้บ้านเมืองสงบสุข ขอให้ผู้ที่ยุยงปลุกปั่นประชาชนขอให้ยุติการกระทำทันที มิฉะนั้นเราจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

-จะดำเนินการตามหลักสากล

เมื่อถามว่ามีการรายงานเข้ามาหรือไม่ว่ามีการขนคนจากปากน้ำเข้ามาในกทม. นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานเข้ามาแต่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจทุกเส้นทางที่จะมุ่งเข้ากทม. และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการล้อมศาลากลางจังหวัด ส่วนที่มีการประกาศบนเวทีเสื้อแดงว่ามีการปิดล้อมบางจังหวัดนั้น ขอให้ฟังประกาศจากศอฉ. ซึ่งจะแถลงให้ทราบเป็นระยะ เนื่องจากขณะนี้มีการบิดเบือนข้อมูลบางอย่าง ทั้งนี้ เรากำลังดำเนินการบางอย่างกับผู้ที่บิดเบือนข้อมูลข่าวสารที่กระทบต่อความมั่นคง เมื่อถามว่จะปิดพีเพิลแชนแนลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เราจะไประงับยับยั้งไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบในบ้านเมือง ยืน ยันว่ารัฐบาลไม่มีเจตนาจะทำร้ายประชาชน เมื่อถามว่ากรณีที่มีคนหลายพันคนไปปิดล้อมหน้าบริษัทไทยคมในช่วงค่ำวันนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน เท่าที่ได้พูดคุยกัน คือกลุ่มคนเสื้อแดงที่สะพานผ่านฟ้าฯ มี 3 พันกว่าคน แยกราชประสงค์ 7 พันกว่าคนเท่านั้น

เมื่อถามว่าจะสลายผู้ชุมนุมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีการสลาย ส่วนขั้นตอนนี้จะดำเนินการอย่างไร ยืนยันจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ ทุกอย่างเป็นไปตามหลักสากล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ แถลงภายหลังการประชุมศอฉ. และหน่วยงานด้านความมั่นคง ที่มีนายกฯ นั่งเป็นประธาน แต่มอบหมายนายสุเทพ ในฐานะผอ. ศอฉ. แถลงข่าว

-เริ่มตัดสัญญาณทีวีเสื้อแดง

เมื่อเวลา 20.30 น. หลังการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และประกาศปิดพีเพิล แชนแนล บรรยากาศห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว สถานที่ตั้งของสถานี กลุ่มคนเสื้อแดง 100 คน นั่งฟังการปราศรัยจากเวทีราชประสงค์ระหว่างที่แกนนำโจมตีรัฐบาล และป้องกันการปิดสถานี ก่อนจะมีคนมาเพิ่มเติมอีก 500 คน ตั้งด่านตรวจหน้าห้างด้วย

เวลา 22.00 น. ระหว่างที่ผู้ชุมนุมรับชมการปราศรัยจู่ๆ สัญญาณขาดหายไป ผู้ชุมนุมส่งเสียงโห่ฮาเพราะเข้าใจว่าถูกตัดสัญญาณ เจ้าหน้าที่สถานีต้องประกาศว่าตัวรับสัญญาณขัดข้องกำลังแก้ไข

เวลา 22.20 น. สถานีโทรทัศน์พีเพิล แชน แนล ขึ้นตัววิ่งชี้แจงว่า ขณะนี้การรับชมรายการผ่านทางช่อง C Band ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากถูกรัฐบาลแทรกแซงสัญญาณ อย่างไรก็ตาม การรับชมผ่านช่อง KU Band ยังทำได้ตามปกติ รวมถึงชมผ่านเว็บไซต์ uddthailand.com


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.