มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 51741 คน
วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7109 ข่าวสดรายวัน


ตายแล้ว29 ศอฉ.โต้วุ่น"สไนเปอร์"


ประจานว่อนเน็ตยูทูบ เด็ดหัวมือระเบิดขวด สลดยิงน้องเฌอNGO นายกฯเงื้อค้างเคอร์ฟิว ล็อกเงินแม้ว-106คน



มันมือ - กลุ่มผู้ชุมนุมเผายางรถยนต์จนเกิดควันไฟปกคลุมไปทั่วบริเวณเชิงสะพานใกล้แยกราชปรารภ เพื่อพรางตัวหลบกระสุนปืนของทหาร ส่วนภาพขวา เว็บไซต์ยูทูบเผยแพร่คลิปภาพและเสียงขณะทหารพลแม่นปืนปฏิบัติการซุ่มยิงจากตึกสูง ตามข่าว

ศอฉ.งัดมาตรการตัดท่อน้ำเลี้ยงม็อบนปช. ไปพร้อมๆกับปราบด้วย กำลังทหาร สั่งควบคุมเงินทักษิณ-ครอบครัว-คนใกล้ชิด106 ราย ส.ส.เพื่อไทย-ไทยรักไทย-แกนนำเสื้อแดงโดนหมด ขนาด"เสธ.แดง"ยังไม่เว้น ไล่สอบธุรกรรมการเงินย้อนหลังไปถึงปี 52 และประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพิ่มอีก 5 จังหวัดอีสาน "มาร์ค"เงื้อค้างจะประกาศเคอร์ฟิว แต่ถูกฝ่ายกองทัพค้าน จนต้องเบรกไว้ก่อน เมืองกรุงยังมิคสัญญีเป็นสมรภูมิรบวันที่สาม ยอดตาย 29 ศพแล้ว เจ็บอีก 221

-"มาร์ค"เครียดถกประกาศเคอร์ฟิว

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 16 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกจากบ้านพักรับรองในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) มายังกองบัญชาการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เพื่อร่วมหารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสธ.ทบ. เพื่อสรุปและประเมินสถาน การณ์ เป็นที่น่าสังเกตว่าทั้งหมดมีสีหน้าเคร่ง เครียดอย่างเห็นได้ชัด

จากนั้นเวลา 09.00 น. นายกฯ เดินไปยังหอประชุมกิตติสุข ภายในร.11 รอ. เพื่อออกรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ถ่าย ทอดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ใช้เวลาจัดรายการในวันนี้เพียง 30 นาทีเท่านั้น

จากนั้นนายกฯ กลับมายังกองบัญชาการศอฉ. เข้าร่วมหารือกับฝ่ายมั่นคงอีกครั้งเพื่อพิจารณาว่าจะประกาศใช้เคอร์ฟิวหรือไม่

สำหรับบรรยากาศภายใน ร.11 รอ. นอกจากกองกำลังของทหารจากหน่วยต่างๆ แล้ว เป็นที่น่าสังเกตว่าวันเดียวกันนี้ มีการนำรถสายพานลำเลียงเข้ามาประจำการจำนวนหลายคัน และทยอย ส่งออกไปตามจุดปะทะต่างๆ ในส่วนของเจ้าหน้า ที่ตำรวจได้เคลื่อนย้ายกำลังพลจากบช.ภาคต่างๆ เข้ามาประจำการเพื่อเตรียมพร้อมออกไปสมทบในพื้นที่ที่มีการปะทะ

-ดินแดงเผาเอทีเอ็ม-คุกรุ่นข้ามคืน

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ล่อแหลมนั้น เมื่อเวลา 07.10 น. บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงสถาน การณ์โดยรวมยังตึงเครียดจากเหตุปะทะกันระหว่างทหารกับผู้ชุมนุมนปช.ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา พบซากความเสียหายของรถและตู้เอทีเอ็มกลุ่มควันยังคงคุกรุ่นโดยรอบบริเวณ ชาวบ้านละแวกจุดเกิดเหตุออกมาสังเกตการณ์ โดยเฉพาะบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง มีประชาชนรวมตัวกันฟังปราศรัยถ่ายทอดสดมาจากเวทีราชประสงค์

ขณะที่รถไฟฟ้าใต้ดิน และรถไฟฟ้าบีทีเอส ยังงดให้บริการเดินรถทุกสถานีต่อไปอีก 1 วัน ช่วงเวลา 07.35 น. กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักฟังคำปราศัยบริเวณแยกบ่อนไก่ แต่จำนวนลดน้อยลง มีการนำยางรถยนต์มาเพิ่ม เวลา 07.39 น. ชาวต่างชาติต่างได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถกลับที่พักได้ เนื่องจากทหารและกลุ่มนปช.ปิดการจราจรบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

-ทหารตรึงประกาศเขตอันตราย

เวลา 08.12 น. ทหารกระจายกำลังทั่วย่านราชปรารภ สั่งห้ามผู้เกี่ยวข้องเข้าในพื้นที่ ขณะ ที่สะพานข้ามแยกในบริเวณดังกล่าวยังคงปิดการจราจร บรรยากาศทั่วไปเงียบเหงา ทหารเพิ่มแผงกั้นพลาสติกตามถนนกันผู้ชุมนุมใช้จักรยานยนต์ เข้าพื้นที่ ขณะที่ร้านค้าต่างปิดร้านเกือบทั้งหมด

ช่วงเวลา 09.00 น. บริเวณแยกราชปรารภ บรรยากาศกลับคืนสู่ความสงบ หลังจากเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา มีเสียงคล้ายระเบิดดังเป็นระยะๆ แต่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดน ยังคงตึงเครียด มีการเผายางรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ร้านค้าหลายแห่งปิดให้บริการ กลุ่มนักศึกษาและนักท่องเที่ยวทยอยออกจากพื้นที่ ชาวบ้านบางส่วนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งไม่ได้กลับเข้าบ้านมา ระยะหนึ่งแล้ว ขอเข้าไปในบ้านตัวเอง แต่ทหารปฏิเสธ เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย เจ้าหน้า ที่ส่วนหนึ่งยังคงควบคุมสถานการณ์บริเวณทางเดินสกายวอล์กใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส

ขณะที่ใต้สะพานทางด่วนดินแดง ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งยังปักหลักสังเกตการณ์ และดูการถ่ายทอดสดสถานการณ์จากเวทีราชประสงค์ เวลา 09.15 น. ยังมีกลุ่มควันจากยางรถยนต์ลอยอยู่อย่างต่อเนื่อง ทหารวางบังเกอร์และกระสอบทรายหลายจุด มีฝนตกลงมาเล็กน้อย แต่ยังไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่

-เวทีราชประสงค์เจอฝนถล่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ว่า ตั้งแต่เวลา 09.00 น. แกนนำ ผู้ชุมนุมปราศรัยถึงเหตุการณ์ต่างๆ ระหว่างนั้นเกิดฝนตกลงมา ทำให้ผู้ชุมนุมใช้พื้นที่โดยรอบหลบฝน เวลา 09.13 น. ประชาชนที่มีบ้านพักอาศัยย่านราชปรารภ เริ่มได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติการของทหาร โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ซึ่งทหารเข้ามาตั้งด่านตรวจเข้ม บริเวณซอยรางน้ำ ไม่อนุญาตให้ผ่านเข้าออก ไม่ว่าจะเป็นคนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นรวมทั้งสื่อมวลชน หลังจากประกาศเป็นพื้นที่อันตราย

เวลา 09.20 น. บริเวณแยกศาลาแดง ผู้พักอาศัยบริเวณนั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเงียบจนน่ากลัว ขณะที่ทหารยังคงประจำการอยู่รอบแยกศาลาแดง แต่ปรากฏตัวน้อยลง เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังห้ามผู้สื่อข่าวเข้าไปในถนนพระราม 4 ช่วงที่จะไปยังบริเวณที่กลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา มีกระแสข่าวว่าอาจมีแก๊งจักรยานยนต์ฝ่าด่านเจ้าหน้าที่มาได้ แต่ตลอดทั้งคืนยังไม่มีแม้แต่เสียงรถ ปืน หรือพลุ แต่อย่างใด

-ชาวบ้านขาดแคลนอาหาร

เวลา 09.30 น. ที่แฟลตลุมพินี มีเจ้าหน้าที่เข้ามาเสริมกำลังเพิ่มเติม ร้านค้า ร้านอาหารปิดให้บริการ ขณะที่ชาวบ้านเริ่มขาดแคลนอาหาร เนื่อง จากออกมาซื้อหาไม่ได้ และยังคงอยู่ในอาการหวาดผวา เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา มีเสียงประทัดและเสียงคล้ายระเบิดในชุมชน เริ่มมีคนสะพายเป้เดินทางออกจากพื้นที่ คนหนุ่มสาวพาคนเฒ่าคนแก่ย้ายไปอยู่ที่อื่น

ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิต ศูนย์เอราวัณรายงานเมื่อเวลา 00.30 น. ว่า มีผู้เสียชีวิต 24 ราย บาดเจ็บ 187 ราย ทั้งนี้ มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย เป็นชาวต่างชาติ ได้แก่ ชาวแคนาดา โปแลนด์ พม่า ไลบีเรีย และอีกรายไม่ทราบสัญชาติ ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นคนไทยทั้งหมด เป็นชาย 23 คน หญิง 1 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ย่านประตูน้ำ ถนนราช ปรารภ มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ยังเข้มงวดเช่นเดิม เหตุการณ์โดยรวมยังปกติ ประชาชนบางส่วนเริ่มเคลื่อนย้ายออกไปพักบ้านญาติที่อยู่นอกบริเวณ นักท่องเที่ยวบางส่วนซื้อของไปกักตุน

-ตัดไฟรอบพื้นที่มืดจนน่ากลัว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากเวทีใหญ่แยกราชประสงค์ ว่า บรรยากาศการชุมนุมตลอดทั้งคืนต่อเนื่องจนถึงรุ่งเช้าเป็นไปด้วยความตึงเครียด ถนน ราชดำริตลอดทั้งสาย ตั้งแต่หน้าศูนย์การค้าเกษร พลา ซ่าไปจนถึงประตูน้ำ ต่อเนื่องไปถึงถนนราชปรารถ และถนนเพชรบุรีตัดใหม่มืดสนิท เมื่อไฟส่องสว่างทั้งหมดดับลงตามมาตรการตัดน้ำตัดไฟของศอฉ. ขณะที่ไฟฟ้าตามป้ายโฆษณาที่อยู่ข้างทางถนนราชดำริ การ์ดนปช.นำถุงพลาสติกมาคลุมไว้ ในลักษณะของการพรางไฟ เพื่อป้องกันการยิงเข้ามาจากรอบนอก เช่นเดียวกับชุมชนบ้านเรือนประชาชน ตลอดจนร้านค้าต่างๆ ในย่านราชดำริ ฝั่งบางกอกบาร์ซ่าต่างปิดไฟเงียบ ส่งผลให้พื้นที่ชุมนุมมีสภาพไร้แสงไฟ การ์ดนปช.ต้องกระจายกำลังระวังเหตุตามบังเกอร์สอดส่องความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

ช่วงกลางดึกศูนย์บัญชาการรักษาความปลอดภัยของนปช. (เซ็นเตอร์วัน) ได้รับรายงานจากหน่วยลาดตระเวนนปช.ว่า พบการเคลื่อนของทหารเข้ามาในบริเวณหลังศูนย์การค้าบิ๊กซี แกนนำจึงสั่งระดมการ์ดพร้อมอาวุธเข้าเสริมกำลังและซุ่มอยู่ตามซอกมุมตึกเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับบริเวณด่านศาลาแดง ด่านปทุมวัน และด่านเพลิน จิต อยู่ในมาตรการพรางไฟรอบพื้นที่ คงเหลือไฟฟ้าจากแสงนีออนตามเต็นท์ซึ่งใช้ไฟจากเครื่องปั่นเท่านั้น

-ฝนถล่มขยะส่งกลิ่นเหม็นหึ่ง

เวลา 08.30 น. ฝนตกกระหน่ำลงมาในพื้นที่ชุมนุมราว 20 นาที ส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ยังเหลืออยู่เพียงไม่กี่ร้อยคนหน้าเวทีต้องวิ่งหาที่หลบฝน อาศัยร่มเงาของอาคารรอบพื้นที่ถนนราชดำริ รวมทั้งใต้รางรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นที่กำบังฝน ขณะที่ผู้ชุมนุมที่เป็นชายฉกรรจ์ถูกระดมเข้าไปประจำการตามด่านต่างๆ รอบพื้นที่ ภายหลังฝนหยุดตกเกิดปัญหาเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์ เนื่อง จากกองขยะจำนวนมากที่บรรจุอยู่ในถุงสีดำ รวมทั้งขยะเปียก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาชนะโฟมสำหรับใส่อาหาร ยังไม่ได้รับการจัดเก็บ เพราะรถขยะไม่สามารถเข้ามาใกล้บริเวณที่ชุมนุมได้ กลิ่นเหม็นได้ส่งกลิ่นโชยตลบอบอวลไปรอบพื้นที่ จากการสอบถามการ์ดนปช.ที่ดูแลเรื่องจัดการขยะยืนยันว่าในช่วงสายจะมีฝ่ายกำจัดขยะนำรถมาขนถ่ายขยะทั้งหมดไปไว้บริเวณรอบบังเกอร์ของพื้นที่ชุม นุม เพื่อให้รถขยะของกทม.มารับไปกำจัดต่อไป

-แม่ร่ำไห้หนุ่มป่อเต็กตึ๊งโดนยิง

เวลา 11.20 น. แกนนำนปช.แถลงข่าว โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ พานางนารี แสนประเสริฐ ศรี มารดานายมานะ หน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊งที่ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณบ่อนไก่ คลองเตย มาแถลงพร้อมนำภาพถ่ายศพแสดงต่อสื่อมวลชน ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าสลด เนื่องจากมารดานายมานะร้องไห้ตลอดเวลา

นายจตุพรกล่าวว่า ระหว่างนายมานะเข้าไปทำหน้าที่ลำเลียงผู้บาดเจ็บเสียชีวิตออกจากพื้นที่ ถูกยิงเข้าที่ท้ายทอยทะลุเบ้าตา จากภาพจะเห็นว่านายมานะสวมเสื้อผ้าที่มีป้ายกู้ภัย ทั้งที่นายมานะพยายามเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ไม่คิดว่าทหารจะยิงคนที่ถือธงกาชาดที่จะไปช่วยคนอื่นๆ เพราะไม่มีประเทศไหนเขาทำกัน นอกจากนี้ยังทราบว่า จะประกาศเคอร์ฟิวทั่วกทม. แต่ขอเตือนว่าการห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน ไม่สามารถห้ามประชาชนไม่ให้ออกมาต่อสู้ได้ เพราะ ภาพหน่วยสไนเปอร์ที่ออกมาผ่านสื่อเป็นการตอบโจทย์ได้ว่า ความตายของประชาชนที่ผ่านมานั้นเกิดจากอะไร สภาพของแกนนำขณะนี้ก็ไม่ต่างกับนายมานะ ที่ไม่รู้ว่าวันไหนจะถูกเขาตัดสินชีวิต นายมานะจะได้อยู่ในหัวใจเราตลอดไป

-ขอพึ่งพระบารมีหยุดการเข่นฆ่า

นายจตุพรกล่าวว่า ไม่ทราบว่าที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกโทรทัศน์โยนความผิดเรื่องก่อการร้ายให้นปช. ทั้งที่ต้นทางคือการที่ไม่ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะผอ.ศอฉ.เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และคิดว่าการฆ่าจะทำให้จบสิ้นได้ การออกข่าวบิดเบือนเรื่องเด็กและผู้สูงอายุว่าพวกตนเอามาเป็นตัวประกันนั้น สื่อมวล ชนก็รู้ดีว่าคนเสื้อแดงเข้ามาเรียกร้องประชาธิป ไตย และไม่ควรต้องเจอกับชะตากรรมแบบนี้ แต่ที่น่าเสียใจคือนายอภิสิทธิ์กลับหาทางออกให้คนที่ฆ่าคนเสื้อแดงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของสถาบัน ตนขอประณามว่าเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุด จะฆ่าพวกตนก็ฆ่าแต่อย่าแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงมาฆ่าประชาชน อย่างไรก็ตามกลุ่มมิตรประเทศกำลังเริ่มเรียกร้องให้ยุติการเข่นฆ่าครั้งนี้ หลังภาพความตายที่เกิดในประเทศไทยเผยแพร่ไปทั่วโลก ความตายที่เกิดขึ้นที่ราชประสงค์และทุกที่จะไม่จบ จะทำให้คนไทยที่รักความยุติธรรมทนไม่ได้ และจะลุกฮือขึ้นทั้งแผ่นดิน ยิ่งฆ่าหนึ่งคนก็เท่ากับเพาะศัตรูให้กับมิตรและญาติพี่น้องไปอีกมากมาย นี่คือเหตุที่ปัญหาชายแดนภาคใต้ไม่จบ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยได้บันดาลไม่ให้เกิดเหตุนี้ขึ้น

"สมัยเหตุการณ์พฤษภา 35 ก็ด้วยบารมีพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงออกมาหย่าศึกยุติความตายของคนไทยในชาติในขณะนั้น เพราะถ้าในหลวงไม่ออกมาเรียกผู้ขัดแย้งเข้าไปเข้าเฝ้าฯ ก็ไม่ทราบอะไรจะเกิดขึ้นกับพวกผมที่ชุมนุมอยู่ที่รามคำแหง ตอนนี้พวกผมเป็นพสกนิกรก็ขอพึ่งพระบารมีเพราะหาที่พึ่งไม่ได้แล้วจริงๆ เพราะนายอภิสิทธิ์ได้นำสถาบันไปแอบอ้างในการฆ่าพสกนิกรของพระองค์ ไม่ว่านายอภิสิทธิ์จะประกาศเคอร์ฟิว แล้วเดินหน้าฆ่าประชาชน นายอภิสิทธิ์จะไม่สามารถหยุดยั้งประชาชนได้ เพราะยิ่งฆ่ามากประชาชนยิ่งออกมาสู้มาก ประเทศนี้จะถอยหลังไปเหมือนหลายประเทศที่มีสงครามล้างเผ่าพันธุ์ แกนนำนปช.แม้รอความตายอย่างเท่าเทียมกับประชาชนอยู่ที่ราชประสงค์ ตราบใดที่นายอภิสิทธิ์ ยังไม่หยุดฆ่า พวกผมจะอยู่ที่นี่รอรับความตายทุกคน ให้โลกรู้ว่าประเทศนี้ไม่มีใครเหลือแล้ว ที่รักประชาธิปไตย จะไม่ถอยหนี มีเพียงร่างกายที่ไร้วิญญาณเท่านั้นที่จะออกไปจากราชประสงค์ ไม่ว่าใครที่ได้ยินเสียงผมและเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดหลายวันที่ผ่านมา ใครมีปัญญาที่จะหยุดยั้งช่วยกันแสดงความคิดเห็น อยากฝากไปยังประชา ชนว่าพวกผมขอบคุณและดีใจที่เราได้ร่วมรบต่อสู้ให้กับสิ่งดีงามเพื่อความเป็นธรรม เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดจนวาระสุดท้ายของแต่ละชีวิต" นายจตุพร กล่าว

-ถ้าจะฆ่าม็อบฆ่าแกนนำดีกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า นปช.ขอพึ่งพระบารมีเพื่อยุติสถานการณ์ขณะนี้ใช่หรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ก็มีแนวคิดนี้เช่นกัน เราหวังจะเห็นพระบารมีของในหลวงเพื่อให้คนไทยรู้สึกเช่นเดียวกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ขณะนี้พระบารมีของพระองค์คือที่พึ่งสุดท้ายของคนไทย ในหลวงจะมีพระราชดำรัสว่าหากพึ่งอะไรไม่ได้ก็ขอให้มาพึ่งพระบารมี ตนก็ทำตามพระบรมรา โชวาท

เมื่อถามว่ามีเหตุปะทะกันรอบกทม.โดยคนเสื้อแดงกับทหารจะยุติอย่างไร แกนนำนปช.ระบุว่า ล่าสุดมีแกนนำบางส่วนออกไปรวบรวมมวล ชนที่ไม่สามารถเข้ามายังพื้นที่ราชประสงค์ได้ ให้ไปร่วมชุมนุมกันที่บริเวณต่างๆ รอบนอกแทน เพื่อไม่ให้มาอยู่ตามถนนแล้วถูกยิงเสียชีวิต เช่น ที่แยกคลองเตย และกำลังเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ด้วย ส่วนผู้หญิงและเด็กที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมซึ่งอาจเกิดอันตรายหากมีการสลายการชุมนุมนั้น อยากขอร้องนายอภิสิทธิ์ว่าอย่าสั่งทหารยิงเด็กและผู้สูงอายุ ถ้าหากยิงก็ขอให้มายิงพวกตนแทน

-นำสื่อตรวจตู้คอนเทนเนอร์

เวลา 12.00 น. ที่แยกราชประสงค์ นายก่อแก้วนำสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ เข้าตรวจสอบพื้นที่พิเศษวีไอพีด้านหลังเวทีปราศรัย ซึ่งศอฉ.ระบุว่า เป็นคลังเก็บสะสมอาวุธสงคราม โดยนำเข้าไปบันทึกภาพภายในตู้คอนเทนเนอร์ ที่ใช้เป็นสถานที่ประชุมของแกนนำ ซึ่งมีเพียงโต๊ะสำหรับใช้ประชุม เก้าอี้ เตียงผ้าใบพับ และเอกสารจำนวนหนึ่งเท่านั้น

ขณะเดียวกันการ์ดนปช.ที่อารักขาพื้นที่ด้านหลังเวที เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบผู้ที่จะผ่านเข้าออก โดยเฉพาะสื่อนั้น นอกจากติดปลอกแขน ของสมาคมนักข่าว และปลอกแขนของนปช.แล้ว ต้องติดบัตรแสดงต้นสังกัดเพื่อยืนยันด้วย

เวลา 12.20 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิ การนปช. เชิญสื่อมวลชนทั้งหมดมาแถลงข่าวอย่างเร่งด่วน โดยระบุว่า ขณะนี้มีขบวนการไม่ประสงค์ดี เข้ามาในเขตพื้นที่ชุมนุม แล้วใช้สีสเปรย์ฉีดพ่นลงบนทาง ถนน และกำแพง ข้อ ความที่ถือเป็นการมุ่งร้ายต่อสถาบัน การ์ดนปช. พบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ปรากฏว่าเป็นชายวัยรุ่นจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อพยายามที่จะเข้าไปจับกุม คนเหล่านั้นเล็ดลอดหนีไปได้ ยืนยันว่านปช.ไม่เคยมีใครที่มีความคิดเช่นนั้น การต่อสู้ของนปช. ไม่เคยล้ำเส้นไปถึงสถาบันเบื้องสูง หลังจากลบข้อความเหล่านั้นแล้วได้ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานเข้าแจ้งความต่อตำรวจ สำหรับเหตุที่เกิดถือเป็นวิธีการเดียวกันกับสมัย 6 ตุลา 2519 เป็นการส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีกองกำลังหรือกลุ่มอำนาจเถื่อนที่จะพยายามสร้างความชอบธรรม บุกเข้ามาทำลายเราในเร็วๆ นี้

-ม็อบเผายาง-ทหารยิงตอบโต้

ก่อนหน้านั้นเวลา 10.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณถนนราชวิถีมุ่งหน้าสามเหลี่ยมดินแดง มีกลุ่มประชาชนและนปช.รวมตัวอยู่ที่ใต้สะพานลอยเพื่อขอรับบริจาคเงิน สิ่งของ และอาหาร เพื่อส่งให้ผู้ชุมนุมด้านใน ส่วนถนนราชปรารภมุ่งหน้าประตูน้ำบริเวณโรงแรมเซนจูรี่ มีผู้ชุมนุมกลุ่มนปช. จุดไฟเผายางรถยนต์เป็นจุดๆ โดยมีผู้ชุมนุมประปราย

เวลา 11.05 น. ผู้ชุมนุมถูกยิงที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ เจ้าหน้าที่นำตัวส่งร.พ.เลิดสิน โดยบริเวณดังกล่าวทหารได้ทำลายบังเกอร์และยิงปืนเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ส่วนหน้าลุมพินีทาวเวอร์ กลุ่มผู้ชุมนุมเผายางรถยนต์เพื่อให้ควันอำพรางตัว และยังเผาร้านสะดวกซื้อโลตัส เอ็กซ์เพลส ด้วย ล่าสุดศูนย์กู้ชีพนเรนทรแจ้งว่า มีผู้ชุมนุมโดนยิงบาดเจ็บ 3 ราย บริเวณชุมชนบ่อนไก่

(1-2)วุ่นหนัก - ผู้ชุมนุมจุดไฟเผายางรถยนต์บริเวณถนนดินแดง อีกจุดหนึ่งที่มีการปะทะกันหนัก ส่วนภาพขวา มีผู้ฉวยโอกาสช่วงสถาน การณ์ชุลมุนบุกเข้าไปขโมยสินค้าในร้านเซเว่นฯ ย่านพระราม 4 เมื่อวันที่ 16 พ.ค.



(3)สู้ทหาร - ผู้ชุมนุมฝ่ายต่อต้านรัฐบาลช่วยกันขนยางรถยนต์ที่ระดมมาได้ลงจากรถบรรทุก ส่วนหนึ่งนำไปทำบังเกอร์ต่อสู้กับทหาร ส่วนหนึ่งนำไปเผาสร‰างม่านควันพรางตัวหลบกระสุน เมื่อ 16 พ.ค.



(4)ยิงไม่เลือก - นายสมาพันธ์ ศรีเทพ หรือน้องเฌอ อายุ 17 ปี เอ็นจีโอรุ่นใหม่ ถูก สไนเปอร์ยิงเข้าศีรษะเสียชีวิตระหว่างสังเกต การณ์เหตุปะทะในซอยรางน้ำ เหตุเกิดเมื่อ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา



(a1)"ขว้างระเบิดขวดหลายครั้งแล้วไอ้ตัวนี้"



(a2)"ล้ม ล้มแล้ว ล้มแล้วๆ อย่า อย่า อย่า อย่าซ้ำ"...ปัง!



(a3)"ปล่อย อุ้ย ปล่อย.."



(5)วอดวาย - เหตุเพลิงไหม้ห้างโลตัส เอ็กซŒเพรส สาขา ถนนพระราม 4 ลุกลามไปยังห้องข้างเคียงซึ่งเป็นร้านทองและที่พักอาศัยของประชาชนอีก 2-3 คู หา ซึ่งเป็นพื้นที่ตรงกลางระหว่างแนวทหารกับผู้ชุมนุม เมื่อค่ำวันที่ 16 พ.ค.



(6)ลุกลาม - คนร้ายบุกเผารถบัสของทหารกองพันสัตว์ต่าง ค่ายสมเด็จพระเจ้าตากสิน จ.เชียงใหม่ เสียหายทั้งคัน ขณะจอดรอซ่อมที่อู่ ถนนเชียงใหม่-สันกำแพง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ คาดอาศัยสถานการณ์ในกรุงเทพฯ ก่อความวุ่นวาย



-บ่อนไก่-พระราม4เสียงปืนระงม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุผู้ชุมนุมถูกยิง ผู้ชุมนุมย่านบ่อนไก่พากันออกมารวมตัวด้วยท่าทีโกธรแค้นที่ทหารยิงประชาชน มีการนำระเบิดเพลิงแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์ประมาณ 10 คัน เข้าไปหาทหารที่ประจำการอยู่ ทหารต้องระดมยิงสกัดกั้นจนวัยรุ่นเดนตายกลุ่มดังกล่าวต้องล่าถอยหลบเข้าไปในซอย

เวลา 10.20 น. บริเวณใต้ทางด่วนพระราม 4 กลุ่มคนเสื้อแดงตั้งบังเกอร์ปิดถนนพระราม 4 เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารบุกเข้ามาในพื้นที่บ่อนไก่ ทหารระดมยิงบังเกอร์เพื่อข่มขวัญ จนสามารถเปิดทางใต้ทางด่วนได้ นอกจากนี้ทหารยังยิงกระ สุนจริง เพื่อเตือนไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกมาจากซอย และเพื่อป้องกันการตั้งจุดชุมนุมใต้ทางด่วน กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณถนนพระราม 4 ต้องสลายตัวเข้าไปตามซอยต่างๆ เพื่อหลบลูกปืน

-มือที่ 3 สวมรอยงัดแบงก์

ผู้สื่อข่าวรายงานภาพรวมตั้งแต่ช่วงกลางดึกจนถึงเช้า ทั้งบริเวณถนนพระราม 4 ทั้งสองฝั่ง ร้านค้าต่างๆ ต่างปิดเงียบ ตู้เอทีเอ็มที่ถูกทำลาย ธนาคารกรุงเทพ สาขาลุมพินี ประตูรั้วด้านหน้าถูกงัด กระจกข้างหน้าอาคารและประตูเหล็กมีร่องรอยงัดแงะ ภายในธนาคารมีร่องรอยการถูกรื้อค้นเอกสาร นอกจากนี้ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ใกล้จุดเกิดเหตุปิดบริการ เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 20-30 คน เข้า ไปรื้อค้นภายในร้าน ทรัพย์สินและสินค้าหายไปหลายรายการ โดยทหารตั้งจุดตรวจและห้ามทุกคนผ่านถนนพระราม 4 แต่ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 20 คน เผายางรถยนต์ ขับไล่ทหารรอบถนนพระ ราม 4

-ยิงหัวชายเคราะห์ร้ายคาถนน

ระหว่างนั้นมีชายวัยกลางคนล้มลงกองกับพื้นขณะเดินไปทางธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลุมพินี โดยมีเสียงปืนดังออกมาจากฝั่งทหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยนำชายคนดังกล่าวออกมาส่งร.พ. เสียงปืนดังประมาณ 5 นาที จากนั้นอาสาสมัครกู้ชีพเดินเข้าไปยังจุดที่ชายคนดังกล่าวถูกยิง เพื่อนำออกมา พบว่าอาการสาหัสถูกยิง ศีรษะจึงรีบนำส่งร.พ.เลิดสินอย่างเร่งด่วน แพทย์ ต้องนำเข้าห้องผ่าตัดโดยด่วน

-ม็อบลุยล่าสไนเปอร์ตามตึก

เวลา 11.31 น. บริเวณหน้าซอยชุมชนบ่อนไก่ ถนนพระราม 4 กลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 100 คน มาร่วมตัวกันที่ปากซอยสุวรรณสวัสดิ์ โดยประจันหน้าทหารตามบังเกอร์ต่างๆ อย่างไม่กลัวตาย และแบ่งกำลังเข้าไปตรวจค้นอาคารร้างที่สงสัยว่าจะมีทหารหน่วยสไนเปอร์เข้าไปแฝงตัวอยู่ ทหารที่รักษาการต้องยิงสกัดเป็นชุดๆ เพื่อ ไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปในอาคาร ในส่วนของประชาชนและร้านค้าที่อยู่ตามซอกซอยเริ่มขนกระเป๋าและของที่จำเป็นออกจากบ้านเรือน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากร.พ.ราชวิถี ว่า ช่วงเช้ามีฝนตกอย่างหนัก มีประชาชนเดินทางมายังร.พ. อย่างบางตา ขณะที่บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีรถแท็กซี่จอดรวมกันอยู่เป็นกลุ่มๆ นอกจากนี้ ยังมีประชาชนบางส่วนที่จำเป็นต้องมาต่อรถประจำทาง ขณะที่คณะแพทย์ พยาบาล รวมถึงรถพยาบาล และชุดเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินต่างเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยเฉพาะหน่วยกู้ชีพนเรนทร เจ้าหน้าที่มูลนิธิ เป็นต้น เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

-ทหาร-ม็อบช่วยกันดับไฟ

เวลา 11.30 น. บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงเริ่มตรึงเครียดยิ่งขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้เผาป้อมและรถของตำรวจ ต่อด้วยเผารถขยะของกทม. สถานทูตญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้สน.ลุมพินีประกาศปิดทำการในวันจันทร์ที่ 17 พ.ค. และย้ายเจ้าหน้าที่ไปที่ที่ทำการใหม่ชั่วคราว ส่วนที่ปากซอยงามดู พลี เกิดเหตุกลุ่มผู้ชุมนุมเผายางรถยนต์ แต่ไฟลุกไปติดสายไฟกลุ่มผู้ชุมนุมต้องตะโกนบอกทหารให้หยุดยิง ก่อนทั้ง 2 ฝ่าย จะหยุดปะทะแล้วมาช่วยกันดับไฟ

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายทหารประกาศเขตห้ามเข้าเด็ดขาดในพื้นที่ตามมาตรการกระชับพื้นที่บริเวณถนนเพชรบุรีแยกขึ้นด่วนเพชรบุรีถึงสี่แยกราชเทวี และถนนพญาไทตั้งแต่สี่แยกราชเทวีถึงแยกสามย่าน

-ดินแดง-บ่อนไก่ปะทะเดือด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดปะทะหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ บ่อนไก่ มีชายไม่ทราบชื่อ 2 คนถูกยิงเข้าศีรษะ นอกจากนี้มีคนบางกลุ่มอาศัยช่วงชุลมุนทุบทำลายร้านค้า ร้านสะดวกซื้อเข้าไปขโมยทรัพย์สิน บริเวณหน้าสนามมวยลุมพินีมีเพลิงไหม้ ตรงฝั่งขาเข้าพระราม 4 อย่างรุนแรง โดยเพลิงติดสายไฟ และลามไปติดป้ายหน้าห้างโลตัสเอ็กซ์เพรส ลุมพินี แต่ประชาชนช่วยกันดับได้ ทั้งนี้ สถานการณ์ยังไม่ปลอยภัย เนื่องจากมีกองยางรถยนต์ที่หน้าซอยงามดูพลี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดแรกเพียง 20 เมตร นอกจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังมีขว้างระเบิดเพลิงเป็นระยะๆ เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่

เวลา 12.10 น. บริเวณสามแยกดินแดง มีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่เป็นระยะ ได้ยินเสียงปืนที่ยิงมาจากมุมสูงจากแนวของทหาร สภาพถนนมีแต่ซากปรักหักพัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่มีผู้ชุมนุมพยายามฝ่าออกมาบริเวณทางแยกสามเหลี่ยมดินแดง ทหาร จะยิงสกัดออกมาทันที

-เหยื่อกระสุนเจาะหัวสิ้นใจที่ร.พ.

เวลา 12.35 น. บริเวณแยกราชปรารภ ทหารยังคงตรึงสถานการณ์ไว้ได้ ต่อมาเวลา 12.40 น. บริเวณสามแยกดินแดง มีเสียงปืนดังขึ้น 5-6 นัด ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมยังเผายางรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เชิงสะพานข้ามแยกดินแดงปกคลุมด้วยควันไฟหนาแน่น แต่ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามปลุกระดมมวลชนเข้ามาร่วมมากขึ้น

เวลา 12.40 น. บริเวณแยกศาลาแดง ฝนตก ลงมาอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศเงียบสงบ แต่ยังอยู่ในภาวะตึงเครียด ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงตรึงกำลังในที่ตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้บาดเจ็บที่ถูกส่งตัวมารักษาที่ร.พ.เลิดสิน เสียชีวิต 1 ราย คือ นายสมชาย พระสุพรรณ จากการถูกยิงเข้าศีรษะ เวลา 12.40 น. บรรยากาศบริเวณเวทีราชประ สงค์ สถานที่ชุมนุมโดยแกนนำปราศรัยอยู่เป็นช่วงๆ แต่ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนมาปราศรัยที่บริเวณข้างล่างเวทีแทน เพราะกลัวตกเป็นเป้ากระสุนจากพลซุ่มยิง หรือสไนเปอร์

-ยิง"กำปั้นบาซู"คาคอนโดฯ รางน้ำ

วันเดียวกันเวลา 10.00 น. พ.ญ.รุ่งอรุณ สันทัดกลการ ผอ.ร.พ.พญาไท 1 เปิดเผยกรณีนายเอกประพันธ์ พาณิชย์พงส์ หรือกำปั้น บาซู นักร้องชื่อดัง ถูกยิงได้รับบาดเจ็บว่า ร.พ.รับคนเข้ามาเวลา 05.00 น. มีบาดแผลคล้ายๆ ถูกกระสุนยิงที่ไหล่ขวากระสุนแฉลบทะลุไปด้านหลัง เหตุเกิดขณะกำลังก้มศีรษะช่วยญาติที่ถูกยิง ตรวจไม่พบกระสุนหรือสิ่งใดฝังอยู่ในร่างกาย จากการเอกซเรย์ไม่พบกระดูกแตก มีเพียงอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อและร่องรอยบาดแผลฉีกขาด แพทย์ทำแผลบริเวณรูเข้าและรูออก ให้ยาฆ่าเชื้อ เย็บกล้ามเนื้อที่ฉีกขาด นอกจากนั้นไม่มีบาดแผลอื่นใดที่ร่างกาย คนไข้แข็งแรงมาก ขณะประสบเหตุไม่มีเลือดออกมาก อาการดีขึ้นอยู่ในขั้นปลอดภัย แพทย์กำลังประเมินว่าอาจจะกลับบ้านได้ภายในวันนี้

ทั้งนี้ กำปั้น บาซู ถูกยิงขณะออกมายืนสูบ บุหรี่บริเวณระเบียงชั้น 23 คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยรางน้ำ โดยยืนดูกลุ่มผู้ชุมนุมพร้อมกับเพื่อน ระหว่างนั้นเพื่อนถูกกระสุนปืนลึกลับยิงเข้าใส่จนฟุบล้มลงไปต่อหน้า เมื่อกำปั้นก้มดูอาการของเพื่อน ก็โดนกระสุนปืนยิงถากเข้าที่ไหล่ขวาเช่นกัน

-นักร้องดังเผยยังมีศพอยู่ในห้อง

ด้านกำปั้น บาซู อายุ 33 ปี เปิดเผยว่า พัก อยู่ในชั้น 27 อาคารคอมพลีสคอนโด ย่านราช ปรารภ หลังจากกลับที่พักเมื่อช่วง 10.00 น. วันที่ 15 พ.ค. พอมาถึงถนนรางน้ำ พบว่าไม่สามารถขับรถมุ่งหน้าไปถนนราชปรารภได้ เนื่อง จากเส้นทางถูกปิด จึงจอดรถไว้ในซอยรางน้ำ ก่อนตัดสินใจชวนเพื่อนที่มาด้วยกัน 3 คน เดินลัดเลาะหาเส้นทางกลับคอนโดฯ ก่อนปีนกำแพงคอนโดฯเข้าที่พัก กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น.ได้ยินเสียงปืนและระเบิดดังขึ้นหลายครั้งเป็นเวลานานติดต่อกัน ตนสังเกตเห็นเพื่อนยืนอยู่ตรงระเบียงด้านนอกของห้องพัก จึงตะโกนเรียกเพื่อนให้กลับเข้ามาในห้องเพื่อความปลอดภัย แต่ยังไม่ทันที่เพื่อนจะกลับเข้าห้อง มีกระสุนปืนยิงขึ้นมาที่ระเบียง เห็นเพื่อนล้มทั้งยืน โดยกระสุนเข้าลำคออย่างจัง ตนจึงรีบหมอบเพื่อหลบวิถีกระสุน แต่ก็ถูกกระสุนยิงเข้าที่หัวไหล่ขวากระสุน ทะลุหลังได้รับบาดเจ็บ เพื่อนที่อยู่ในห้องอีก 1 คน รีบนำตัวลงมาด้านล่าง แต่ปรากฏว่าไม่สามารถออกมาร.พ.ได้ เนื่องจากยังมีการยิงปะทะกันอยู่ ต้องรอเวลากว่า 1 ช.ม.จนสถานการณ์คลี่คลาย จึงสามารถเดินทางมาร.พ. แม้ขณะนี้อาการจะปลอดภัย แต่ยังปวดบริเวณแผลอย่างมาก

กำปั้น บาซู กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เข้าใจถึงความรู้สึกของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่ถูกยิงโดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่ทราบว่าเป็น ฝีมือฝ่ายใด ตนไม่อยากเชื่อว่าเรื่องอย่างนี้จะเกิดขึ้นในประเทศไทย อยากให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็ว ตอนนี้ยอมรับว่าเป็นห่วงเพื่อนที่ยังอยู่ในห้องพัก ที่ยังไม่สามารถนำศพเพื่อนออกมาจากระเบียงห้องได้ เนื่องจากยังยิงกันตลอดเวลา ตนจึงอยากให้นำศพเพื่อนออกมาตรวจสอบโดยเร็ว

-ช่างภาพเนชั่นอาจผ่าขารอบ 2

ส่วนอาการของนายชัยวัฒน์ พุ่มพวง ช่างภาพเครือเนชั่น ที่ถูกยิงขาบาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่ร.พ.พญาไท 1 อาการดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ยังอาเจียนบ้างเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากยาสลบจากการผ่าตัด โดยทีมแพทย์กล่าวว่า ต้องดูอาการนายชัยวัฒน์อีกระยะ อาจต้องผ่าตัดรอบสอง เนื่องจากกระดูกต้นขาแตก หากกระดูกบริเวณดังกล่าวไม่เชื่อมต่อได้อาจต้องใส่กระดูกเทียมแทน ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์สามารถรับประทานอาหารได้บ้างเล็กน้อย แต่ยังมีอาการอ่อนเพลีย ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา มีผู้สื่อข่าวเข้าเยี่ยมจำนวนมาก แพทย์จึงขอให้งดเยี่ยมผู้ป่วยระยะหนึ่ง ส่วนอาการของนายเอกประพันธ์ พาณิชย์พงส์ หรือ กำปั้น บาซู ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลนั้น แพทย์แจ้งว่าอาการไม่น่าเป็นห่วง แต่สภาพจิตใจย่ำแย่ เนื่องจากเพื่อนร่วมห้องถูกยิงเสียชีวิตในห้องพัก

-กล่อมเด็กคนแก่ออกนอกม็อบ

ส่วนความเคลื่อนไหวของศอฉ. ภายใน ร.11 รอ. เมื่อเวลา 09.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผอ.ศอฉ. เป็นประธานประชุมศอฉ. โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. พล.อ.ธีระ วัฒน์ บุณยะประดับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสธ.ทบ. พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสธ.ทบ. พล.ต. กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผบ.พล.1 รอ. พล.ต.อุทิศ สุนทร ผบ.พล.ร.9 พล.ต.สุรศักดิ์ บุญศิริ ผบ. พล.ม.2 รอ. พล.ต.อ.ปทีป ตันประสริฐ รรท. ผบ.ตร. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ร่วมประชุม

จากนั้นเวลา 12.00 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ. แถลงว่า ที่ประชุมมอบหมายตำรวจประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และสภากาชาด เอ็นจีโอ เข้าไปในพื้นที่ชุมนุมแยกราชประสงค์ เพื่อเชิญชวนประชาชนโดยเฉพาะสตรี เด็ก และคนชรา ออกนอกพื้นที่ เจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกให้ แต่ต้องแสดงเจตนา รมณ์ชัดเจน โดยไม่มีอาวุธออกมา การปฏิบัติภารกิจจะสำเร็จหรือไม่ ได้ผลแค่ไหน ดีกว่าเราไม่ได้ทำอะไรเลย ส่วนโทษที่ทำผิดตามพ.ร.ก. ฉุกเฉิน ถ้าออกมาตามคำเชิญชวนจะได้รับโทษผ่อนผัน เจ้าหน้าที่พร้อมรับข้อมูล สิ่งที่เกิดขึ้นอาจหลงผิดไป โดยจะดำเนินการตั้งแต่บัดนี้ไปถึงเวลา 15.00 น.วันที่ 17 พ.ค. ทั้งนี้เราพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนปลอดภัยมากที่สุด

-อ้างยิงผู้ก่อการร้ายไม่เกินกว่าเหตุ

ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าแกนนำผู้ชุม นุมจะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่ชุมนุม พ.อ.สรร เสริญกล่าวว่า ต้องลองดู ดีกว่าไม่ได้ลอง ส่วนรัฐบาลทำเกินกว่าเหตุหรือไม่นั้น มั่นใจว่าเรายิงผู้ก่อการร้าย ไม่มีการยิงโดนเด็กและสตรี แต่ไม่มั่นใจว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายจะยิงอย่างไร หากไม่จัดการก็มีตัวเลขเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตบาดเจ็บเหมือนเช่นที่ผ่านมา เมื่อถามว่าที่ผ่านมารัฐบาลประกาศมีผู้ก่อการร้ายแต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้เลย พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า มีความชัดเจนว่าเป็นผู้ก่อการร้าย มีอาวุธสงคราม สื่อก็รายงานว่ามีการวิ่งหอบปืนเอาผ้าพันแต่ไม่มิด ผู้นำม็อบหากไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในพื้นที่ ชาติหน้าก็อย่ามาเป็นผู้นำม็อบ

เมื่อถามว่าที่ประชุมศอฉ.พูดถึงกรณีประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตหรือไม่ โฆษกศอฉ.กล่าวว่า พยายามพูดถึงและชี้แจงตลอดเวลาว่าทำอย่างไรถึงเอาประชาชนส่วนนั้นออกมา บางส่วนอยากกลับแต่หลงผิด การเสียชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือ เมื่อถามว่าการอ้างมีผู้แต่งชุดทหารพรางตัวมาก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ เป็นการปัดความรับผิดชอบของกองทัพหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า ไม่ปัด เป็นข้อมูลข่าวสารจริงที่ยืนยันหลายฝ่ายตรงกัน

ต่อข้อถามว่าสหประชาชาติและประเทศมหา อำนาจต่างเตือนรัฐบาลอย่าใช้ความรุนแรงกับประชาชน โฆษกศอฉ.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไทยไม่ใช้ความรุนแรง รมว.ต่างประเทศอธิบายแล้ว หากเป็นประเทศอื่นก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน ยังไม่เคยเห็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายประเทศอื่นเจรจาด้วยสันติ แล้วเลิกต่อกัน เมื่อถามว่าหากยูเอ็นกับสหรัฐขอเข้ามาดูแลสถานการณ์ประเทศไทย พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เป็นเรื่องของเรา แทรกแซงไม่ได้

-ม็อบสังเวยอีกศพที่ร.พ.เลิดสิน

เมื่อเวลา 14.00 น. น.พ.อนันต์ เสรฐภักดี ผอ.ร.พ.เลิดสิน เปิดเผยว่า ร.พ.รับผู้บาดเจ็บจากการปะทะตั้งแต่ 08.00 น. ซึ่งเป็นผู้ชาย 4 ราย โดย 2 รายแรกบาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์รักษาพยาบาลเบื้องต้นแล้วอนุญาตให้กลับบ้านได้ ส่วน 2 รายหลัง คือ นายสุวิทย์ สายจันทร์ ถูกยิงหัวไหล่ อาการสาหัส แพทย์ผ่าตัดแล้วให้นอนพักที่ร.พ. นายสมชาย พระสุวรรณ์ อายุ 45 ปี ถูกยิงบริเวณศีรษะแพทย์ส่งเข้าห้องผ่าตัด แต่ล่าสุดผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต ทางร.พ. ติดต่อญาติมารับศพแล้ว เบื้องต้นทราบว่าผู้บาดเจ็บทั้งสองเป็นกลุ่มผู้ร่วมชุมนุม

-ยอดตายถึงช่วงเที่ยงศพที่ 25

น.พ.เพชรพงษ์ กำจรกิจการ ผอ.ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร(ศูนย์เอราวัณ) กล่าวว่า จากการรายงานตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะช่วงเช้าวันที่ 16 พ.ค. เมื่อรวมกับวันที่ 14-15 พ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 240 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย คือ นายสมชาย พระสุวรรณ์ รวมผู้เสียชีวิตแล้ว 25 ราย

เวลา 14.00 น.บริเวณแยกบ่อนไก่ ถนนพระ ราม 4 สถานการณ์ยังตึงเครียดมากขึ้น มีเสียงปืน และระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ กลุ่มผู้ชุมนุม ยังคงเผายางรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ส่วนที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง สถานการณ์เริ่มเริ่มคลี่คลาย แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงรวมตัวกันบริเวณใต้ทาง ด่วนดินแดง เพื่อฟังการถ่ายทอดการปราศรัยจากเวทีราชประ สงค์ แต่ยังมีบางส่วนเผายางรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่อนุสาวรีย์ชัยสมร ภูมิ บริเวณถนนมุ่งหน้าไปยังแยกสามเหลี่ยมดินแดง กลุ่มผู้ชุมนุมไดันำยางรถยนต์ อิฐ ไม้ มาวางกั้นไว้จำนวนมาก เพื่อกันไม่ให้ทหารที่อยู่ภายในห่างออกไปประมาณ 200-300 ม. สามารถ ออกมาได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ทางขสมก. ประกาศปรับเส้นทางเดิน รถ 57 เส้นทาง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

-ฮ.บินวนตรวจการณ์

เวลา 15.40 น.บริเวณชุมุชนบ่อนไก่ ยังมีเสียงปืน ระเบิดดังต่อเนื่อง การปะทะกันครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บหลายราย กลุ่มผู้สื่อข่าวต้องหาที่กำบังเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ชาวบ้านก็ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อน้ำและไฟให้เพื่อบรรเทาทุกข์เดือดร้อน

ทั้งนี้ มีรายงานว่าประชาชนบริเวณแยกราชปารภบางส่วน ได้ทะยอยย้ายออกไปจากพื้นที่แล้ว ที่ไม่ย้ายก็เริ่มกักตุนอาหาร ส่วนที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ผู้ชุมนุมมีการจุดประทัดยักษ์และเผายางรถยนต์ตลอด โดยมีเฮลิคอร์ปเตอร์บินวนเหนือบริเวณดังกล่าว

-งามดูพลีถล่มกันเละ

เวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ซอยงามดูพลีว่า สถานการณ์ทวีความรุนแรงมายิ่งขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ชุมนุมมีการยื่นไม้ ยาวออกไปล่อให้เจ้าหน้าที่ทหารยิง ส่วนที่หน้าปากซ.งานดูพลี มีผู้ชุมนุมกลุ่มนปช.ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบฝ่ายเสียชีวิต 1 ราย

(1)สูญเสีย - นายจตุพร พรหมพันธุ์ นำนางนารี แสนประเสริฐศรี มารดาของนายมานะ หน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง ที่ถูกยิงเสียชีวิตขณะเข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บ ที่แยกบ่อนไก่ มาแถลงข่าวประณามทหารที่ยิงไม่เลือกหน้า



(2)ถูกลูกหลง - นายคริชนะ พาณิชย์พงษ์ หรือ กำปั้น บาซู นักร้องชื่อดัง ถูกกระสุนปืนไม่ทราบฝ่าย ยิงที่ไหล่ขวาได้รับบาดเจ็บ ขณะออกมายืนที่ระเบียงห้องพักบนชั้น 23 คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยรางน้ำ ส่วนเพื่อนเสียชีวิตคาที่ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.



(3) ท้าพิสูจน์ -นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช. เปิดตู้คอนเทนเนอร์หลังเวทีราชประสงค์ เพื่อให้สื่อมวลชนดูว่า ไม่ได้เป็นแหล่งสะสมอาวุธตามที่ทหารกล่าวหา เป็นเพียงห้องประชุมแกนนำเท่านั้น เมื่อวันที่ 16 พ.ค.



(4)พึ่งวัด - กลุ่มผู้ชุมนุม นชป. ที่เป็นผู้หญิง เด็กและคนแก่ย้ายจากเวทีราชประสงค์ เข้าไปหลบในวัดปทุมวนารามซึ่งประกาศให้เป็นเขตอภัยทาน เพื่อหนีภัยทหารติดอาวุธปราบปราม เมื่อวันที่ 16 พ.ค.



เวลา 15.16 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารยิงปืนใส่แนวปะทะแนวกั้นส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย เป็นชาวต่างชาติไม่ทราบสัญชาติ 1 ราย เบื้องต้นผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งร.พ.แล้ว ห้วงนั้นมีกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 10 คน นำบั้งไฟขนาดใหญ่มาจุดยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อเป็นการตอบโต้ แต่ก็ยังถูกทหารระดมยิงอย่างต่อเนื่อง

-ชาวบ้านไม่พอใจทหารยิงไม่เลือก

เวลา 16.30 น.บริเวณปากซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 กลุ่มนปช.กว่า 100 คน.ยังปักหลักโดยใช้หนังสติ๊ก และบั้งไฟขนาดใหญ่ จุดเข้าใส่กลุ่มทหารที่ปักหลักอยู่แนวบังเกอร์แยกถนนวิทยุอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทหารได้ยิงตอบโต้มาอย่างหนักเป็นระยะๆ แต่ติดบังเกอร์ยางรถยนต์ของนปช. ยังไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย ระหว่างนั้นมีเฮลิคอป เตอร์ทหารบินวนอยู่บริเวณพื้นที่การชุมนุมและโดยรอบถนนพระราม 4 ผู้ชุมนุมบริเวณปากซอยต้องหลบเข้าไปในใต้อาคารเพื่อความปลอดภัย เกรงว่าจะมีการยิงปืนลงมา หลังจากเฮลิคอปเตอร์ผ่านไปผู้ชุมนุมออกมาปักหลักตามเดิม ใช้หนังสติ๊กยิงตอบโต้ทหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามซอยงามดูพลีข้ามสะพานลอยที่ออกมาทำธุระบริเวณฝั่งผู้ชุมนุม ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านพักได้ เนื่องจากกลุ่มทหารที่ประจำอยู่แยกถนนวิทยุยิงปืนเข้าใส่ทันทีเมื่อพบคนเดินขึ้นสะพานลอยและด้านล่าง โดยไม่แยกแยะว่าเป็นชาวบ้านหรือผู้ชุมนุม ทำให้ชาวบ้านตกใจเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันซอยงามดูพลีฝั่งตรงข้ามไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้ ยิ่งทำให้ชาวบ้านต่างไม่พอใจ ออกมาจับกลุ่มชุมนุมตามซอยต่างๆมากขึ้น

-ครูหยุยขอบคุณนำเด็กคนแก่เข้าวัด

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือครูหยุย ประ ธานมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก กล่าวว่า ขอบคุณแกนนำนปช.ที่ประกาศไม่เอาเด็กและสตรีเป็นโล่กำบัง ขณะนี้มีการเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมที่เป็นเด็กและสตรีเข้าไปที่วัดปทุมวนาราม 1 พันคน ถือว่าจำนวนมาก ขณะเดียวกันประสานกับรัฐบาลและเอ็นจีโอที่ทำงานด้านเด็กและครอบครัว มาดูแลว่าผู้ชุมนุมที่อยู่ในวัดจะอยู่กันอย่างไร มีกิจกรรมและพัฒนา การอย่างไร แต่ขอวิงวอนรัฐบาลอย่าเพิ่งส่งคนเข้าไปในพื้นที่ ผู้ชุมนุมอาจหวาดระแวง แต่ให้คอยช่วยเหลือ เช่น กรณีรถที่จะจัดส่งผู้ชุมนุมกลับบ้าน นม หรืออาหารกลางวัน ขณะนี้กำลังประสานไปยังผบ.ตร. ให้เอ็นจีโอเดินทางเข้าไปในวัดวันที่ 17 พ.ค. ประมาณ 20 คน เพื่อดูว่าทำอย่างไรจึงจะปลอดภัย

-ม็อบปิดพื้นที่หน้าพรรคเพื่อไทย

เมื่อเวลา 16.00 น.ที่หน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ถนนพระราม 4 กลุ่มนปช.รวมตัวกันประมาณ 500 คน นำยางรถยนต์มาปิดกั้นถนนพระราม 4 ก่อนถึงหน้าพรรคเพื่อไทยและเชิงสะพานลงไทย-ญี่ปุ่นเส้นทางมุ่งหน้าไปหัวลำโพงทั้งสองด้าน พร้อมกับเขียนข้อความติดไว้ว่า "หยุดฆ่าประชา ชน" โดยมีการ์ดนปช.อีกส่วนหนึ่งไปตั้งยางรถ ยนต์ปิดกั้นถนนทางมุ่งหน้าแยกบ่อนไก่ ทำให้เหมือนทหารตกอยู่ในวงล้อม เพราะมีทหารอีกส่วนหนึ่งอยู่ที่แยกศาลาแดง

ต่อมาเวลา 16.30 น.พบกระเป๋าต้องสงสัยวางอยู่ฝั่งตรงกันข้ามพรรคเพื่อไทย จึงแจ้งตำรวจสน.ปทุมวันมาตรวจสอบ

-ยื่นเงื่อนไขหยุดยิงแลกเจรจา

เวลา 17.20 น.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แถลง ที่เวทีราชประสงค์ว่า วันนี้ประเด็นไม่ได้อยู่ที่สลายการชุมนุม แต่อยู่ที่รัฐบาลวางกำลังสกัดพี่น้องไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ชุมนุมราชประสงค์ เหตุการณ์ จึงบานปลายเป็นการเข่นฆ่าประชาชน เมื่อครั้งพฤษภาทมิฬมีผู้สูญเสียเพียง 40 ราย แต่ขณะนี้ มีผู้เสียชีวิต 50 กว่าราย ต้องยุติการยิงปืนใส่ประชาชน ยุติใช้สื่อรัฐกล่าวหาประชาชนเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐาน ทำไมรัฐบาลไม่สรุปชี้ชัดว่าผู้ตาย 50 กว่ารายนั้นมีใครเป็นผู้ก่อการร้าย นปช.จึงมีมติเอกฉันท์ว่าภาระเร่งด่วนคือ การยุติความรุนแรงและการสูญเสียของประชาชน โดยมีข้อเสนอ 3 เรื่องคือ 1.รัฐบาลต้องประกาศหยุดยิงทันที 2.ออกคำสั่งถอนกำลังทหารทุกจุด 3.เมื่อทำได้แล้วนปช.ยินดีเข้าสู่การเจรจาเพื่อหาทางออกโดยสันติ แต่ต้องให้สหประ ชาชาติเป็นคนกลาง เพราะเราไม่เห็นว่ามีองค์กรใดในไทยที่เป็นกลางและยุติธรรม

-ศอฉ.ปลื้มกระชับพื้นที่ได้เพิ่ม

ส่วนที่ศอฉ. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักฯ กล่าวถึงมาตรการกระชับพื้นที่เพื่อกดดันผู้ชุมนุม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ว่า การตั้งด่านกระชับพื้นที่เป็นมาตร การรักษาความมั่นคง ปัญหาที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพราะมีกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ และมวล ชนบางกลุ่มจัดกำลังมาปะทะกับเจ้าหน้าที่ ทำให้การตั้งด่านไม่สามารถทำได้เต็มที่ แต่ถือว่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถกระชับพื้นที่ได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่เนื่องจากพื้นที่รอบนอกการชุมนุมมีพื้นที่เป็นวงกว้าง จึงต้องใช้เวลาแก้ปัญหาสักระยะ เชื่อว่าต่อไปสถานการณ์จะดีขึ้น และความสูญเสียจากมาตรการกระชับพื้นที่จะน้อยลง ขณะที่ฝ่ายผู้ชุมนุมเมื่อเห็นว่าการต่อต้านทำไม่ได้ผล เพราะเจ้าหน้าที่เอาจริง ก็คงปรับยุทธวิธีหันไปใช้การก่อ กวนในรูปแบบอื่น สิ่งที่ต้องระวังคือ ป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมขยายพื้นที่ต่อต้านไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น คลองเตย ดินแดง รวมถึงเฝ้าระวังเรื่องก่อวินาศกรรมในพื้นที่อื่น ซึ่งขณะนี้เฝ้าระวังเป้าหมายหลายพื้นที่

นายปณิธานกล่าวว่า กรณีรัฐบาลจะส่งคณะทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และองค์กรภาคเอกชน เข้าไปในพื้นที่ชุมนุม เพื่อนำผู้ป่วยออกมาจากการชุมนุมนั้น ขณะนี้แกนนำนปช.ตอบรับในหลักการมาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบรายชื่อคณะทำงานและรอว่าจะอนุญาตให้เข้าพื้นที่ได้เมื่อใด

-พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพิ่มอีก 5 จังหวัด

นายปณิธานกล่าวอีกว่า ครม.เห็นชอบประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพิ่มเติมใน 5 จังหวัด คือ อุบลราช ธานี มหาสารคาม ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู สกล นคร นอกจากนี้ครม.มีมติให้วันที่ 17-18 พ.ค. เป็นวันหยุดราชการในเขตกรุงเทพฯ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในพื้นที่ และศอฉ.ได้ประกาศควบคุมธุรกรรมทางการเงินบุคคลและนิติบุคคลกว่า 100 บัญชีรายชื่อ

นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่น คงฯ(สมช.) แถลงในนามศอฉ.ว่า บุคคลที่มีรายชื่อตามบัญชีแนบท้ายทั้ง 106 รายดังกล่าว ไม่สามารถทำนิติกรรมตามกฎหมายต่างๆว่าด้วยเรื่องของสถาบันการเงิน ธนาคาร รวมทั้งบริษัทประ กันชีวิต บริษัทประกันการก่อวินาศภัย ไม่สามารถ ดำเนินการได้ นอกจากนี้ยังขอให้สถาบันการเงินและนิติบุคคลจะต้องแจ้งและส่งข้อมูลเกี่ยวกับการทำนิติกรรมของบุคคลและนิติบุคคลตามรายชื่อแนบท้ายตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2552 ถึง 17 พ.ค.2553 มายังหัวหน้าผู้รับผิดชอบสถานการณ์ฉุกเฉินภาย ในวันที่ 20 พ.ค.

ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลที่ระงับการทำธุรกรรมทางการเงินของกลุ่มบุคคลดังกล่าว นายถวิลกล่าวว่า เพราะมีความเกี่ยวข้องกับการชุมนุมในลักษณะ ใดลักษณะหนึ่ง รายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะมีการดำเนินการหลากหลาย และเป็นข้อมูลที่หน่วยงานด้านการข่าวตรวจสอบและเสนอเข้า มา ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวมีผลทันที

-งัดมาตรการคุมธุรกรรมการเงิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ลงนามคำสั่งศอฉ. ที่ 49/2553 เรื่อง ห้ามมิให้กระทำการใดๆหรือสั่งให้กระทำการใดๆเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการ เงิน หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคล หรือนิตบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน ว่า ตามที่นายกฯโดยความเห็นชอบของครม.ประกาศสถาน การณ์ฉุกเฉินที่มีความรุนแรง และใช้อำนาจตามมาตรา 11 วรรคสอง แห่งพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุก เฉิน พ.ศ. 2548 ออกประกาศตามมาตรา 11 แห่งพ.ร.ก.สถานการณ์ ลงวันที่ 7 เม.ย.2553 นั้น

เนื่องจากปรากฏว่าในเขตท้องที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงดังกล่าว มีการก่อการร้าย การใช้กำลังประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกาย หรือทรัพย์สิน และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่มีความรุนแรงกระทบต่อความมั่น คงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของรัฐหรือบุคคล ประกอบกับการสืบสวนสอบ สวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบว่า มีผู้นำเงินหรือทรัพย์สินมาใช้ในการกระทำ หรือสนับสนุนการกระทำให้เกิดหตุการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวเป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ยุติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที อาศัยอำนาจตามข้อ 6 ของประกาศตามมาตรา 11 แห่งพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ประกอบกับคำสั่งนายกฯ ที่ พิเศษ 93/2553 เรื่องแต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง(เพิ่มเติม) ลงวันที่ 16 เม.ย. 2553 จึงออกคำสั่งดังนี้

ข้อ1 ห้ามมิให้สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารตามที่ได้มีกฎ หมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ บริษัทหลักทรัพย์ตามตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ บริษัทประกันชีวิตตามกฎ หมายว่าด้วยการประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และสหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ นิติ บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้บริการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำนิติกรรมสัญญาหรือการดำเนินการใดๆทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินกับบุคคลหรือนิติบุคคลตามบัญชีรายชื่อแนบท้ายคำสั่งนี้

ข้อ2 บุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ1 ให้หมาย ความรวมถึงผู้ได้รับผลประโยชน์ในทอดสุดท้าย ได้แก่ บุคคลธรรมดาผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง หรือผู้ใช้อำนาจควบคุมการทำธุรกรรมของบุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ 1 หรือบุคคลอื่นที่ทำธุรกรรมแทนบุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ 1 รวมถึงบุคคลผู้ใช้อำนาจควบคุมนิติบุคคลตามข้อ 1 หรือบุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ 1 ที่มีการตกลงกันทางกฎ หมายด้วย

ข้อ3 ให้สถาบันการเงินและนิติบุคคลที่ประ กอบธุรกิจตามข้อ 1 แจ้งและส่งข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของบุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ 1 ที่ได้กระทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2552 จนถึงวันที่ 17 พ.ค. 2553 มายังหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินภายในวันที่ 20 พ.ค. 2553

-ฝ่าฝืนคุก 2 ปี-ปรับ 4 หมื่น

ข้อ4 การขอเพิกถอนคำสั่งห้ามทำนิติกรรม สัญญาหรือการดำเนินการใดๆทางการเงิน ทำธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินกับบุคคล หรือนิติบุคคลตามข้อ 1 เฉพาะรายแล้วแต่กรณี ให้บุคคลหรือนิติบุคคลตามข้อ 1 พร้อมด้วยสถาบันการเงิน หรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจตามข้อ 1 ยื่นคำขอ และแสดงตนต่อหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมด้วยหลักฐานที่แสดงว่าการกระทำนิติกรรม สัญ ญาหรือการดำเนินการใดๆทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามข้อ 1 ไม่ได้เป็นการกระทำ หรือสนับ สนุนการกระทำเพื่อให้เกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

ข้อ 5 ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งนี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 18 แห่งพ.ร.ก.สถาน การณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 16 พ.ค. 2553

-แม้ว-คนใกล้ชิด 106 ราย

สำหรับรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลที่แนบท้ายคำสั่งดังกล่าวมีจำนวน 106 ราย ดังนี้

นิติบุคคล 1.บริษัท ทุนนวัตกรรม จำกัด 2.บริษัท นิว โอ๊ค จำกัด 3.บริษัท บี.พี.พร็อพ เพอร์ตี้ จำกัด บริษัท 4.บริษัท ประไหมสุหรี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด 5.บริษัท พี.ที.คอร์ปอเรชั่น จำกัด 6.บริษัท เอส ซี เอสเทต จำกัด 7.บริษัท เอส ซี ออฟฟิซ ปาร์ค จำกัด 8.บริษัท เอส ซี ออฟฟิซ พลาซ่า จำกัด 9.บริษัทโอ เอ ไอ มาร์ เก็ตติ้ง จำกัด 10.บริษัท โอเอไอ คอนซัลแตนท์แอนด์แมนเนจ เม้นท์ จำกัด 11.บริษัทโอเอไอ แมนเนจเม้นท์ จำกัด 12.บริษัท โอเอไอ ลิสซิ่ง จำกัด 13.บริษัท โอเอไอ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด

บุคคลธรรมดา 14.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 15.คุณหญิงพจมาน ชินวัตร หรือดามาพงศ์ หรือ ณ ป้อมเพชร 16.นายพานทองแท้ ชินวัตร 17.น.ส. แพทองธาร ชินวัตร 18.น.ส.พินทองทา ชินวัตร 19.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 20.นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ 21.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ 22. นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ 23.นางกาญจนาภา หงษ์เหิน 24.นายชานนท์ สุวสิน 25.นายสาโรจน์ หงษ์ชูเวช 26.นายเอกราช ช่างเหล่า

-ส.ส.เพื่อไทย-อดีตทรท.โดนด้วย

27.นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ 28.นายการุณ โหสกุล 29.นายนพดล ปัทมะ 30.นายวิชาญ มีนชัยนันท์ 31.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 32.นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา 33.นางพิมพา จันทรประ สงค์ 34.นายสันติ พร้อมพัฒน์ 35.นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ 36.นายประชา ประสพดี 37.นายไชยา สะสมทรัพย์ 38.นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร

39.นายยงยุทธ ติยะไพรัช 40.นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ 41.นายเจริญ จรรย์โกมล 42.นายสุทิน คลังแสง 43.นายเรืองเดช สุวรรณฝ่าย 44.นายเรืองยุทธ ประสาทสวัสดิ์ศิริ 45.นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ 46.นายสมบุญ ขุนทองไทย 47.นางมยุรี เศวตาศัย 48.นายอุดมเดช รัตนเสถียร 49.นายไพโรจน์ อิสรเสรีพงษ์

50.นายพายัพ ชินวัตร 51.นายจิระศักดิ์ เตชะทวีกุล 52.น.ส.พนิดา ปัญจาบุตร 53.นางวิยดี สุตะวงศ์ 54.นายเจริญ คัมภีรภาพ 55.นายทัศ เชาวนเสถียร 56.พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก 57.นายสุชน ชาลีเครือ 58.นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล 59.นายอนุสรณ์ ปั้นทอง 60.น.อ.อนุดิษฐ์ นาคร ทรรพ 61.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ 62.นายพันเลิศ ใบหยก 63.นายสมหวัง อัสราศี 64.น.ส. จุฬารัตน์ เมนะเศวต

-แกนนำนปช.ก็โดนทั้งแผง

65.นายสมชาย ไพบูลย์ 66.พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร 67.นายสงวน พงษ์มณี 68.น.ส.ชินณิศา วงศ์สวัสดิ์ 69.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ 70.นาย ไพโรจน์ ตันบรรจง 71.นางอรุณี ชำนาญญา 72.นายวิเชียร ขาวขำ 73.นายพีระพันธ์ พาลุสุข 74.นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ 75.พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ 76.นายพายัพ ปั้นเกตุ 77.นายสุชาติ ลายน้ำเงิน 78.นายนิยม วรปัญญา

79.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 80.น.พ.เหวง โตจิราการ 81.นายวีระ มุสิกพงศ์ 82.นายขวัญชัย สาราคำ 83.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง 84.นายจรัล ดิษฐาอภิชัย 85.นายนิสิต สินธุไพร 86.นายก่อแก้ว พิกุลทอง 87.นายชินวัฒน์ หาบุญพาด 88.นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย 89.นายอดิศร เพียงเกษ 90.นายวรพล พรหมิกบุตร 91.นายสำเริง ประจำเรือ 92.นายวิสา คัญทัพ 93.นายศวลิต ชูกล่อม 94.นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์

-ขนาด"เสธ.แดง"ยังไม่เว้น

95.นางดรุณี กฤตบุญญาลัย 96.พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ 97.นายวันชนะ เกิดดี 98.นายอารีย์ ไกรนรา 99.นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ 100.นายเมธาพันธ์ โพธิ์ธีรโรจน์ 101.นายประชัญ หรือฌอน บุญประคอง 102.พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี 103.พล.ท. มนัส เปาริก 104.พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัต 105. พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค 106.พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล

-ปะทะขยายถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ

เวลา 16.20 น.เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมที่บริเวณถนนพระราม 4 ทางไปสวนลุมพินี ส่งผลให้นายพุทธิพงศ์ ชูแสง ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์พีเพิล แชนแนล ถูกยิงแต่กระสุนไม่ทะลุเสื้อเกราะ จากเหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอีก 6 ราย

เวลา 16.30 น.บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เกิดการปะทะกันหน้าห้างแฟชั่นมอลล์ ผู้ชุมนุม 1 ราย ถูกยิงที่แขน คือ นายแสง ไม่ทราบนามสกุล อายุ 52 ปี จากนั้นเวลา 17.00 น.กลุ่มผู้ชุมนุมนำรถปิกอัพขนยางรถยนต์จำนวนมากเข้ามาในพื้นที่ แกนนำคนเสื้อแดงประสานแกนนำที่สามเหลี่ยมดินแดงเผายางรถยนต์ให้เกิดควัน โขมงต่อเนื่อง เพื่อบดบังการมองเห็น นอกจากนี้กลุ่มพระสงฆ์ประมาณ 200 รูป รวมตัวกันที่ใจกลางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อสวดมนต์ จุดนี้ผู้ชุมนุมประกาศรับบริจาคเงินเพื่อนำไปซื้อเสบียงมาเก็บตุนไว้

-ต่างชาติแห่ขนของกลับ

เวลา 18.00 น.บรรยากาศบริเวณสี่แยกศาลา แดง เงียบสงบมีเพียงการจุดประทัดและพลุไล่เครื่องบินเล็กที่บินตรวจการณ์ ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พักอยู่ถนนสีลม สุริวงศ์ สาทร และสี่พระยา ต่างทยอยเดินทางกลับประเทศ โดยเจ้าของที่พักรวมกันว่าจ้างรถโดยสารขนนักท่องเที่ยวไปส่งสนามบินสุวรรณภูมิ

-6 โมงเย็นตายแล้ว 29 เจ็บ 221

เวลา 18.00 น.น.พ.เพชรพงษ์ กำจรกิจการ ผอ. ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน กรุงเทพมหานคร(ศูนย์เอราวัณ) เปิดเผยว่า จากเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ชุมนุมรวม 3 วันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 221 ราย เสียชีวิต 29 ราย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 12 ราย กระจายอยู่ 32 ร.พ. ทั้งนี้ยอมรับว่าการทำงานของหน่วยกู้ชีพขณะนี้ประสบภาวะยากลำบาก อันตราย แม้ว่าอาสาสมัครและผู้ปฏิบัติหน้าที่จะทราบวิธีการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ขณะนี้การเข้าถึงผู้บาดเจ็บลำบากมาก และอาจทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส หากได้รับการช่วยเหลือช้าเกินไปก็อาจเสียชีวิตได้ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บติดค้างอยู่ในพื้นที่อันตราย แต่ไม่ทราบว่าจะหลงเหลืออยู่หรือไม่ เพราะบางส่วนอาจนำส่งเอง หรือยังไม่ได้ไปหาแพทย์

-ภาพ"สไนเปอร์"ลั่นไกว่อนเน็ต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันที่ 16 พ.ค.ในเว็บไซต์ยูทูบ มีผู้โพสต์เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ทหารพลซุ่มยิง หรือสไนเปอร์ ลั่นกระสุนเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณสนามมวยเวทีลุมพินี ถนนพระราม 4 โดยในวันเกิดเหตุช่วงบ่ายวันที่ 15 พ.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมจุดไฟเผารถขยะและยางรถยนต์ เป็นเหตุให้เพลิงไหม้ลุกลามไปยังหม้อแปลงและสายไฟฟ้าหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาลุมพินี ไม่ไกลจากอาคารลุมพินีทาวเวอร์ ระหว่างนั้นมีเสียงระเบิดและยิงกระสุนปืนดังสนั่นตอบโต้กันหลายครั้ง

ต่อมา ภาพจับขึ้นมายังทหารพลซุ่มยิง 2 นายบนตึก ซึ่งทหารคนที่ยืนพูดขึ้นว่า "ขว้างระเบิดขวดหลายครั้งแล้วไอ้ตัวนี้" ทันใดนั้นเองทหาร สไนเปอร์ที่นอนเล็งเป้าอยู่ได้ลั่นไกเข้าใส่เป้าหมาย ทหารคนที่ยืนกล่าวหลังสิ้นเสียงปืนว่า "ล้ม ล้มแล้ว ล้มแล้วๆ อย่า อย่า อย่า อย่าซ้ำ" แต่มือสไนเปอร์ไม่ฟังเสียงลั่นกระสุนตามซ้ำไปอีก ทำให้ทหารคนที่ยืนต้องยกมือห้ามและตีศีรษะสไนเปอร์เพื่อเตือนให้หยุดยิง โดยพูดว่า "ปล่อย อุ้ย ปล่อย"

ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก มีผู้เปิดเข้าดูอย่างคับคั่งตลอดทั้งวัน

-"ไก่อู"แถลง-เปิดคลิปโต้วุ่น

กระทั่งเวลา 20.00 น.พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ. เปิดแถลงว่า ขณะนี้ผู้ก่อการร้ายพยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง พยายามปล่อยข่าวสารที่เป็นเท็จ ศอฉ.จำเป็นต้องชี้แจงให้ทราบว่า มีความชัดเจนว่าผู้ก่อการร้ายในพื้นที่ชุมุนมได้จัดพลซุ่มยิ่ง มีเป้าหมายหลักเป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร รวมถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์ สื่อมวลชน แม้กระทั่งผู้ชุมนุมที่หลงเชื่อคำชักชวนในพื้นที่ราชประสงค์

พ.อ.สรรเสริญกล่าวต่อถึงภาพสไนเปอร์ที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์และกำลังกระหึ่มเน็ตในขณะนี้ โดยฉายภาพบนจอโปรเจ็กเตอร์ประกอบการอธิบาย คลิปแรกเป็นภาพคล้ายกลุ่มประชาชนเสียชีวิตจำนวนมากบนทางเท้า ว่า จุดเกิดเหตุบริเวณถนนราชปรารภ แท้จริงแล้วคนที่เสียชีวิตมีเพียง 1 คนเท่านั้น อยู่ในลักษณะนอนหงาย ส่วนอีก 3 คนนอนตะแคงหน้า น่าจะได้ยินเสียงปืนแล้วหมอบหลบ

โฆษกศอฉ.เปิดคลิปที่ 2 อ้างว่ากลุ่มก่อการร้ายเสื้อแดงใช้ปืนเอ็ม 79 ยิงสร้างสถานการณ์ในหลายจุด ต่อด้วยคลิปที่ 3 โดยอธิบายว่ามีความพยายามสร้างสถานการณ์จากกลุ่มก่อการร้าย โดยใช้ไฟแช็กจุดถังน้ำมัน แต่บุคคลดังกล่าวถูกยิงขา จึงไม่สามารถสร้างสถานการณ์ได้สำเร็จ แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ใช้กระสุนลูกซองยิงพื้นเพื่อยับยั้ง

-ต้องยิงเพราะเป็นมือระเบิด

โฆษกศอฉ.เปิดคลิปที่ 4 แล้วอธิบายว่า เป็นคลิปที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด เป็นภาพเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังกำลังยิงปืนเอ็ม 16 ติดกล้องเล็งไปยังเป้าหมาย ซึ่งขอชี้แจงว่าการทำงานเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องมีหน่วยเฝ้าระวัง ซึ่งเป็นพลแม่นปืนหรือสไนเปอร์เพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีบุคคลถืออาวุธระเบิดจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติ งานอยู่เบื้องล่าง ขอเรียนว่าการปฏิบัติงานมีเพียงปืนทาโว่ ปืนเอ็ม 16 สังเกตจากปลายกระบอกปืนมีศูนย์หน้าเป็นสามเหลี่ยม และมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในลักษณะมุมกว้างยืนให้สัญญาณ เมื่อพลแม่นปืนตรวจพบเป้าหมายที่จะทำร้ายเจ้าหน้า ที่จึงยิงออกไป และมีเสียงว่า "ล้มแล้ว รู้แล้ว" ตรงนี้ยืนยันว่าไม่ได้ใช้อำนาจเหนือหน้าที่

โฆษกศอฉ.กล่าวอีกว่า ส่วนที่เจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบบอกพอแล้ว แต่พลแม่นปืนยังยิงซ้ำออกไปอีกนั้น เพราะพลแม่นปืนส่องผ่านกล้องเล็ง จึงเห็นสถานการณ์ได้ชัดเจนกว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อพิจารณาแล้วว่าจำเป็นต้องยิงซ้ำเป้าหมายจึงยิงออกไป ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่พร้อมให้ตรวจสอบทุกกรณี



ยอดผู้สูญเสีย31ศพ-เจ็บ230

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร หรือศูนย์เอราวัณ รายงานจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ทหารปะทะกลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. จนถึงเวลา 14.00 น. ของวันที่ 16 พ.ค. ว่ามีผู้บาดเจ็บ 215 ราย เสียชีวิต 25 ราย รวมทั้งหมด 240 ราย ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บเป็นชาวต่างชาติ 6 ราย ได้แก่ แคนาดา โปแลนด์ พม่า ไลบีเรีย อิตาลี และนิวซีแลนด์ สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิต 25 ราย ซึ่งเป็นพลเรือนทั้งหมด มีดังนี้ 1.นายเสน่ห์ นิลเหลือง อายุ 48 ปี 2.นายอินแปลง เทศวงศ์ อายุ 32 ปี 3.นายประจวบ ศิลาพันธ์ 4.นายปิยะพงษ์ กิติวงศ์ อายุ 32 ปี 5.นายสมศักดิ์ ศิลารักษ์ อายุ 28 ปี 6.น.ส.สันทนา สรรพศรี อายุ 32 ปี 7.ชายไทยไม่ทราบชื่อ 8.นายพัน คำกอง 9.นายมนูญ ท่าลาด 10.นายชัยยันต์ วรรณจักร์ 11.ชายไทยไม่ทราบชื่อ 12.ชายไทยไม่ทราบชื่อ

13.นายกิตติพันธ์ ขันทอง อายุ 26 ปี 14.นายทิพเนตร เจียมพล อายุ 32 ปี 15.นายสรไกร ศรีเมืองปุน อายุ 34 ปี 16.นายบุญทิ้ง ปานศิลา อายุ 25 ปี 17.นายสุภชีพ จุลทรรศน์ อายุ 36 ปี 18.นายมานะ แสงประเสิรฐศรี อายุ 25 ปี 19.นายคำพล ชื่นสี อายุ 25 ปี 20.นายสมพันธ์ ศรีเทพ อายุ 25 ปี 21.นายอุทัย อรอินทร์ อายุ 35 ปี 22.ชายไม่ทราบชื่อ 23.นายวารินทร์ วงศ์สนิท อายุ 28 ปี 24.นายพรสวรรค์ นาคะไชย อายุ 23 ปี และ 25.นายสมชาย พระสุพรรณ อายุ 43 ปี

ต่อมาเวลา 18.00 น. ศูนย์เอราวัณ รายงานว่า มียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 4 ราย รวมเป็น 29 ราย ได้แก่ ชายไทยไม่ทราบชื่อ เสียชีวิตที่ ร.พ.เจริญกรุง, นายประจวบ ประจวบสุข อายุ 42 ปี เสียชีวิตที่ร.พ.เจริญกรุง, นายเกรียงไกร เลื่อนไธสง อายุ 25 ปี เสียชีวิตที่ร.พ.เลิดสิน และนายวงศกร แปลงศรี อายุ 40 ปี เสียชีวิตที่ร.พ.เลิดสิน ขณะที่ยอดผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นเป็น 221 กระจายรักษาอยู่ในร.พ. 32 แห่ง รวมยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมด 250 ราย

ถัดมาเวลา 22.00 น. ศูนย์เอราวัณ รายงานยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย คือ นายสุพรรณ ทุมทอง อายุ 49 ปี เสียชีวิตที่ร.พ.รามาธิบดี และนายธนากร ปิยะผลดิเรก อายุ 50 ปี เสียชีวิตที่ร.พ.รามาธิบดี ซึ่งทั้งคู่เป็นพลเรือน รวมมีผู้เสียชีวิตแล้ว 31 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นเป็น 230 ราย รวมยอดทั้งหมดเป็น 261 ราย



ยิงหัว"น้องเฌอ"เอ็นจีโอสันติวิธี

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. นายพันธุ์ศักดิ์ ศรีเทพ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 ม.2 ต.โสนลอย อ.บางบัว ทอง จ.นนทบุรี บิดานายสมาพันธ์ หรือน้องเฌอ ศรีเทพ อายุ 17 ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุการปะทะกันเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา บริเวณซอยรางน้ำ ย่านดินแดง กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า น้องเฌอถูกยิงเข้าที่ศีรษะจากด้านหลังจนเสียชีวิต โดยในวันเกิดเหตุ ลูกชายได้ออกจากบ้านเมื่อวันที่ 14 พ.ค. โดยสวมเสื้อยืดสีฟ้า นุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้น เพื่อจะเดินทางไปหาตนที่สวนเงินมีมา ย่านคลองสาน ซึ่งเป็นสำนักงานของนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ ระหว่างทาง น้องเฌอได้แวะเข้าไปดูสถานการณ์การปะทะนปช.กับทหารที่แยกราชปรารภก่อนจะขยายพื้นที่ปะทะไปถึงซอยรางน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่น้องเฌอเข้าไปสังเกตการณ์จนถูกยิงเสียชีวิต

นายพันธุ์ศักดิ์กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เคยพาน้องเฌอไปร่วมงานรำลึกเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยด้วย ก่อนเสียชีวิตศึกษาอยู่ชั้นปวช.โรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ และร่วมกิจกรรมทางการเมืองและทางสังคมรวมทั้งยังเป็นอาสาสมัครช่วยงานต่างๆเช่น ชุมนุมต่อต้านเอฟทีเอ ที่ จ.เชียงใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเสียชีวิตของน้องเฌอ สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่าถูกยิงโดยสไนเปอร์ กระสุนเข้าที่ด้านหลังศีรษะจนเสียชีวิตดังกล่าว ต่อมาเวลา 19.00 น. ที่วัดละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี บรรยากาศงานสวดอภิธรรมศพของน้องเฌอเต็มไปด้วยความโศกเศร้า



"มาร์ค"เงื้อค้าง-เบรก"เคอร์ฟิว"

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ตอนหนึ่งว่า จะแจ้งไปยังกระทรวงศึกษาธิการและกทม.ประกาศเลื่อนเปิดเทอมออกไปจากวันที่ 17 พ.ค. ไม่เฉพาะโรงเรียนในพื้นที่การชุมนุมหลัก แต่เป็นโรงเรียนในกทม.ทั้งหมด จากเหตุการณ์หลายพื้นที่ในช่วง 2-3 วันนี้ มีการเสนอแนะว่าทำอย่างไรจะไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ หรือตกเป็นเหยื่อ การห้ามใช้พื้นที่เดินทาง รวมถึงการประกาศเคอร์ฟิว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ. กำลังประชุมศอฉ. และรายงานผลให้ทราบว่า ศอฉ.จะประกาศมาตรการเพิ่มเติมในสถานการณ์นี้หรือไม่

ต่อมาเวลา 17.00 น.พล.ท.อักษรา เกิดผล ผู้ช่วยเสธ.ทบ. ฝ่ายยุทธการ แถลงว่า ขอชี้แจงประเด็นเกี่ยวการประกาศใช้มาตรการการห้ามออกเคหะสถาน หรือเคอร์ฟิว วันนี้ที่ประชุมมีมติว่าขณะนี้สถานการณ์ยังไม่จำต้องประกาศเคอร์ฟิว แม้จะมีผลดีต่อการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ ในการแยกเจ้าหน้าที่ ประชาชนที่บริสุทธิ์ออกจากผู้ก่อการร้ายหรือใช้อาวุธสงคราม แต่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์และไม่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินชีวิตปกติประจำวันโดยรวม จึงขอเรียนให้ทราบทั่วกันว่าศอฉ.ยังไม่ประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิว

รายงานข่าวจากศอฉ.เผยว่า ในที่ประชุมศอฉ. ฝ่ายทหารโดยเฉพาะพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ไม่เห็นด้วยกับการประกาศเคอร์ฟิวตามแนวคิดของนายอภิสิทธิ์ เพราะจะส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก และเท่ากับยกระดับสถานการณ์



แดงทั่วปท.ฮือจี้ทหารหยุดรุนแรง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 16 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจ.กาญจนบุรี จากอ.บ่อพลอย เลาขวัญ และอ.เมือง กว่า 100 คน มารวมตัวกันที่ร้านกนกเพชร ถ.อู่ทอง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อเดินทางไปสมทบกลุ่มผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์ หลังจากทหารใช้กำลังปะทะกับประชาชนทำให้มีประชา ชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

ส่วนที่จ.อุบลราชธานี เวลา 13.00 น.นปช.อุบลฯ นำรถยนต์กระบะหลายสิบคัน บรรทุกยางรถยนต์หลายร้อยเส้น นำไปกองแล้วจุดไฟเผา โดยจุดแรกที่กลางถ.อุปราช หน้าศาลากลางจังหวัด จุดต่อมาเผาบริเวณทางขึ้นสะพานรัตนโกสินทร์สองร้อยปีทั้งหัวและท้ายสะพาน จุดที่สามเผาที่หัวสะพาน 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรสะพานใช้ข้ามแม่น้ำมูลทั้งสองแห่ง ที่เชื่อมระหว่างอ.เมืองไปอ.วารินชำราบ เพื่อเข้าไปดับไฟ โดยให้ประชาชนทั่วไปเลี่ยงไปใช้สะพานแห่งที่สาม ซึ่งอยู่ถนนเลี่ยงเมือง ขณะเดียวกันกลุ่มนปช.ยังนำยางรถยนต์ไปเผาที่หน้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ติดกับค่ายฝึกพระยอดเมืองขวางของบก.ตชด.

โดยก่อนเกิดเหตุนปช.กลุ่มนี้ปลุกระดมสมาชิกผ่านสถานีวิทยุชุมชนคลื่น 91.0 เมกะเฮิร์ตซ์ ให้สมาชิกมารวมตัวกันตั้งแต่เช้า โดยอ้างว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาปิดสถานี จึงเตรียมนำยางรถยนต์มาทำบังเกอร์ต่อสู้ แต่กลับนำออกมาใช้เผาตามจุดต่างๆของตัวเมืองดังกล่าว

ต่อมานายพิเชษฐ์ ทาบุดดา แกนนำไปสั่งระดมสมาชิกทั้งหมดมารวมที่หน้ากองบินที่ 21 ถ.อุปลีสาน พร้อมนำยางรถยนต์มาจุดไฟเผา รวมทั้งจุดบั้งไฟเข้าใส่ป้อมยามรักษาการณ์ของทหารอากาศ และพยายามจะบุกเข้าไปผ่านใน ทำให้สารวัตรทหารที่รักษาการณ์อยู่ด้านหน้า ต้องยิงปืนขึ้นฟ้าเป็น การเตือน นายพิเชษฐ์จึงประกาศให้สมาชิกเสื้อแดงถอนตัวออกมารวมที่หน้าศาลากลาง เพื่อตั้งเวทีปราศรัย และติดตามสถานการณ์การชุมนุมที่กรุงเทพฯ พร้อมระบุว่าหากได้รับคำสั่งจากกรุงเทพฯจะบุกยึดสนามบินและปิดถนนทันที

ด้านจ.พะเยา กลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 500 คน จากหลายพื้นที่ชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดพะเยา เพื่อยื่นหนังสือต่อ นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าฯพะเยา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดสั่งยิงที่กรุงเทพฯ หากรัฐบาลไม่สนใจจะยกขบวนร่วมชุมนุมกรุงเทพฯ ทันที

ที่ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงแห่งหนึ่ง ริมถ.มิตรภาพ เขตอ.เมือง จ.นครราชสีมา มีกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชทยอยมาขึ้นรถยนต์ส่วนบุคคลหลายสิบคัน เดินทางเข้ากรุงเทพฯ คันละ 8-10 คน โดยแกนนำสั่งให้ทุกคนห้ามนำสัญลักษณ์นปช. ทั้งเสื้อสีแดงและสติ๊กเกอร์ติดตัวไปอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสกัดกั้นการเดินทาง ส่วนเสบียง อาหารแห้ง ประเภทเส้นหมี่โคราช รวมทั้งหน้ากากและอุปกรณ์ป้องกันแก๊สน้ำตา ซุกไว้ภายในรถ

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวตรวจสอบตามร้านค้ายางรถยนต์เก่าที่มีอยู่จำนวนมากในจ.ปทุมธานี พบว่าบางร้านไม่ยอมให้ข้อมูลของลูกค้าว่าใครมาซื้อไปทำอะไรบ้าง ส่วนนางสุดใจ พุ่มกุมาร เจ้าของร้านอภิชาติการยาง ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ตนค้าขายยางเก่าหรือยางเปอร์เซ็นต์มานานแล้ว ซึ้งลูกค้าส่วนใหญ่นั้นจะเป็นลูกค้าประจำที่ค้าขายกันมาก่อน โดยจะมาซื้อไปจำหน่ายต่ออีกทอดหนึ่ง ส่วนยางที่แตกหรือเสียหายมาก จะส่งขายไปยังโรงโม่ปูนเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ส่วนยางรถยนต์ที่ถูกนำไปเผาในกทม.นั้นตนเองก็ไม่ทราบว่าซื้อไปจากที่ใด

โดยเฉพาะขณะนี้นั้นเราก็เข้มงวดและตรวจสอบลูกค้าด้วย และค้าขายให้เฉพาะลูกค้าเก่า ส่วนลูกค้าใหม่ หรือคนแปลกหน้าจะมาซื้อนั้น ตนไม่ขายให้เพราะเกรงว่าจะถูกนำไปก่อเหตุวุ่นวายในกทม. และตอนนี้เราก็ต้องดูแลยางที่กองอยู่อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการลักลอบมาขโมยไปอีกด้วย

วันเดียวกัน เวลา 09.30 น. นปช.แดงร้อยเอ็ด 24 ระดมเสื้อแดงทั้งจังหวัดกว่า 500 คน ปิดถ.สุริยะเดชบำรุง กลางเมืองร้อยเอ็ดช่วงหน้าบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ศาลากลางจังหวัด และศาลจังหวัด ระยะทางกว่า 500 เมตร ปราศัยโจมตีรัฐบาล เรียกร้องให้ทหาร ตำรวจ ผู้ว่าฯ และศาลจังหวัดร้อยเอ็ด หยุดเป็นเครื่องมือของรัฐบาล

ส่วนที่จ.อุดรธานี เวลา 15.00 น. พล.ต.ชาสร วายสกา ผบ.มทบ.24 ค่ายประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี เรียกนางอาภรณ์ สาราคำ ภรรยานายขวัญชัย ไพรพนา น.ส.เบญจมาศ เคนเต้า นายเรืองศิลป์ ทองน้อย นายประสิทธิ วิชัยรัตน์ นายจักรพงษ์ แสนคำ พร้อมทนายของชมรมคนรักอุดร มารับทราบคำสั่งของพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมขอความร่วมมือให้เกิดความสงบอย่าใช้รายการวิทยุเป็นการยั่วยุประชาชน




หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.