มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 11241 คน
วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7627 ข่าวสดรายวัน


ป้อง'นวนคร'สุดขีด อุดเต็มที่ วอนม็อบเลิกต้าน


ให้จนท.เร่งก่อคันกั้น ปูดึงทั้งกองทัพลุยแก้ แฟคตอรี่แลนด์มิดอีก อยุธยาจมหมด5นิคม กทม.พ้นวิกฤตน้ำเหนือ



ป้องสุดขีด - ประชาชนและทหารร่วมแรงร่วมใจกันขนกระสอบทราย มาวางเสริมแนวคันกั้นน้ำป้องกันไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 ต.ค.

กทม.แจงน้ำท่วมหนักคืนก่อนแค่ฤทธิ์ฝนกระหน่ำ แต่หวั่นเปิดประตูน้ำรังสิตคลอง 1 น้ำไหลทะลักเข้าคลองหกวาสูงขึ้นเรื่อยๆ หวั่นกระทบเขตสายไหม ดอน เมือง วอนกรมชลฯ พิจารณาปิดประตู 'ปู'ยังมั่นใจกรุงไม่ท่วมแน่ สั่งกองทัพไทยระดมช่วยประชาชน รับผิดชอบ 5 จังหวัด ตั้ง 2 ศูนย์ ทั้งปฏิบัติการทางอากาศ-ค้นหาผู้รอดชีวิต ปูพรมลงทุกพื้นที่ ศปภ.เผยน้ำเหนือก้อนใหญ่ไหลผ่านไปแล้ว สถานการณ์น้ำยังทรงตัว ยันน้ำไหลเข้ากทม.ไม่หนักถึงท่วม พร้อมเร่งระบายออก ให้ระวังน้ำเหนือหนุนอีกครั้งปลายเดือน แต่'ปทุม'เริ่มหนัก น้ำ ทะลักท่วมเมือง ไล่ถึงคลองหลวง ลาดหลุม แก้ว ทั้งมีขโมยชุมย่องตามหมู่บ้านที่เจ้าของอพยพหนีน้ำ เจ้าหน้าที่ระดมกั้นอุตสาห กรรมนวนครเต็มที่ แต่คันดินทรุดน้ำซึมเข้าท่วมกว่า 30 ซ.ม. ส่อเค้าจมตามนิคมอื่น นิคมบางกะดี เตรียมพร้อมรับน้ำ 'อยุธยา' แฟคตอรี่แลนด์ก็จมแล้ว สูญเสียหมด 5 นิคม นครสวรรค์ยังแย่ เจ้าหน้าที่ระดมกู้ โคราชตื่น 4 เขื่อนใหญ่เต็ม หวั่นระบายน้ำท่วมเมืองเหมือนปีก่อน

'ปู'ยันกรุงไม่ท่วมแน่

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 16 ต.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมศปภ. ว่า สถานการณ์ที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยืนยันว่าจะป้องกันอย่างเต็มที่ และดำเนินการขนย้ายเครื่องจักรต่างๆ แล้ว โดยได้รับความร่วมมือจากกองทัพเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากปริมาณน้ำมาก และพื้นที่กว้าง จะป้องกันเป็นโซนๆ ไป ขณะนี้ถือว่ายังควบคุมสถาน การณ์ได้ ภาพรวมถือว่าบางส่วนดีขึ้น แต่ปัญหาคืออีก 1-2 วันจะเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูง ก็อาจจะมีผลกระทบบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าน้ำจะไม่ท่วมกทม. เพราะมีปัจจัยน้ำทะเลหนุนและน้ำฝนมาก นายกฯ กล่าวว่า ใช่ ยังยืนยันและให้ความมั่นใจ เราได้ทำคันกั้นน้ำในหลายๆ ส่วน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและกรมชลประ ทานก็ชี้แจงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจให้ประชาชนทราบแล้วก็ขอให้มั่นใจ อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือจากประชาชนว่าอย่ารื้อแนวคันกั้นน้ำออก ภาพรวมน้ำมีทุกที่ ต้องเลือกที่จะดูแลบางพื้นที่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะละเลยประชาชนที่ประสบปัญหา อุทก ภัย เพียงแต่ต้องช่วยกันในภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ

เขื่อนใหญ่ลดระบายน้ำ

ก่อนหน้านี้เวลา 12.00 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกศปภ. นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรม ชลประทาน และนายคงศักดิ์ คงมาก ผู้ช่วย ปลัดกทม. ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมศปภ. โดยนายธีระกล่าวว่า สถานการณ์ น้ำขณะนี้เขื่อนทางเหนือตอนบน ประกอบด้วยเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนตอนล่าง คือ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขณะนี้ทุกเขื่อนเก็บน้ำได้ประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์ โดยสถานการณ์ค่อนข้างดีขึ้นเนื่องจากเขื่อนลดการระบายน้ำลง โดยเขื่อนภูมิพลปล่อยน้ำลงมา 50 ล้านลบ.ม.ต่อวัน เขื่อนสิริกิติ์ 20 ล้านลบ.ม. ต่อวัน เขื่อนป่าสักฯ 30 ล้านลบ.ม.ต่อวัน แสดงให้เห็นว่าน้ำทางเหนือทรงตัวแล้ว

ชี้ผันน้ำฝั่งตะวันออกได้น้อย

นายธีระกล่าวว่า การสังเกตว่าน้ำจะมา กทม.มากน้อยแค่ไหน จะระวังอยู่ 2 จุด คือ แม่น้ำปิงที่อ.บรรพตพิสัย และแม่น้ำน่านที่รวมกับแม่น้ำยมแล้วที่อ.ชุมแสง โดยสถานการณ์น้ำทั้ง 2 จุด ลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อมารวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำอยู่ที่ 4,630 ลบ.ม.ต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวันที่ 15 ต.ค. ยอดน้ำที่สูงสุดที่จ.นครสวรรค์ ได้ผ่านไปแล้วเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา

นายธีระกล่าวว่า สำหรับการบริหารจัด การน้ำ คือ การผันน้ำเข้าทางตะวันออกที่ค่อนข้างมีปัญหา เพราะระบายน้ำได้เพียง 87 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่วนฝั่งตะวันตกทางแม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำน้อย ระบายน้ำได้ 710 ลบ.ม. ต่อวินาที ดังนั้นน้ำที่ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 3,610 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยจะระบายน้ำออกทั้งฝั่งตะวันออก ตะวันตก และทางคลองลัดโพธิ์ ซึ่งสามารถระบายน้ำได้ประมาณวันละ 400-500 ล้านลบ.ม.ต่อวัน

น้ำเหนือก้อนใหญ่ผ่านไปแล้ว

นายธีระกล่าวว่า ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทรงตัวบริเวณ จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา มีน้ำลดลง ส่วนที่ อ.บางไทร ที่น้ำเพิ่มขึ้น และลดลงบ้าง เพราะ อิทธิพลน้ำทะเลหนุน โดยทั้งหมดจะไหลลงมากทม.สูงสุดในวันที่ 15-16 ต.ค. จึงขอให้ประชาชนสบายใจ เพราะยอดน้ำสูงสุดที่มาจากจ.นครสวรรค์ได้ผ่านกทม.ไปแล้ว ระดับน้ำที่สะพานพุทธ สูง 2.29 เมตร ใกล้เคียงกับที่กรมชลประทานคาดการณ์ไว้ คือ 2.30 เมตร ดังนั้นมวลน้ำทั้งหมดจะอยู่ในลักษณะทรงตัวอย่างนี้ไปอีกสักระยะหนึ่ง เพราะน้ำในทุ่งมีค่อนข้างมาก ยืนยันว่าน้ำสูงสุดในรอบนี้ได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นน้ำที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยาไม่สามารถที่จะท่วมคันกั้นน้ำของกทม.ซึ่งทำไว้ 2.50 เมตร

กทม.ไม่ท่วมแน่

นายธีระกล่าวต่อว่า สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้คือน้ำที่ผ่านพระนครศรีอยุธยา จากนิคมอุตสากรรมโรจนะ เข้าอ.วังน้อย ซึ่งประชาชนกังวลว่าน้ำจะเข้ากทม.หรือไม่นั้น ขอให้สบายใจ เพราเมื่อน้ำไหลมาทางทิศตะวันออกผ่านถ.พหลโยธิน บริเวณประตูน้ำพระอินทร์เข้ามา จะมีคลองระพีพัฒน์แยกตก ซึ่งทำคันกั้นน้ำไว้ เมื่อน้ำปะทะคันกั้นน้ำจะไหลลงสู่คลองต่างๆ ของคลองรังสิต ตั้งแต่คลอง 1 - คลอง 10 ขอให้ประชาชนบริเวณคลองรังสิต ไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะล้นหรือไม่ เพราะเมื่อน้ำลงคลองรังสิต จะสูบออกทางประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

ขณะที่ด้านตะวันออก เจ้าหน้าที่สูบน้ำจากคลองระพีพัฒน์ ที่รับน้ำจากแม่น้ำป่าสักฯ ระบายไปสู่คลองพระองค์เจ้าไชยยานุชิต ซึ่งจะไหลลงสู่ทะเลอีกทางหนึ่ง พยายามทำคลองรังสิตให้เป็นแก้มลิงเพื่อจะสูบน้ำออกมา หากสูบไม่ทันถัดลงมายังมีคลองหกวาสายล่าง ที่จะสกัดกั้นน้ำอีกชั้นหนึ่ง และในกทม.มีคันกั้นน้ำเนื่องมาจากพระราชดำริกั้นอยู่ทางตะวันออกด้วย ขณะนี้รัฐบาลมอบหมายให้กรมชลประทานเสริมคันด้านนอกอีกชั้นหนึ่งต่อจากคลองระพีพัฒน์แยกตก ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลเตรียมแผนต่างๆ เพื่อดูแลประชาชนทั้งหมด

น้ำทะเลหนุนอีก 28-30 ต.ค.

ด้านนายชลิตกล่าวว่า สถานการณ์ต่อจากนี้ น้ำจะทรงตัวเพราะมวลน้ำก้อนใหญ่ออกทะเลไปแล้ว ส่วนสาเหตุที่น้ำทรงตัว เพราะน้ำที่อยู่ในทุ่งจำนวนมากจะไหลลงมาสู่แม่น้ำอย่างช้าๆ ขณะเดียวกันต้องเฝ้าระวัง คือ น้ำที่ผ่านนิคมไฮเทค และนิคมโรจนะ ที่ข้ามถนนมิตรภาพ สายบางปะอิน ลงมาสู่คลองหกวาสายล่าง และคลองระพีพัฒน์แยกตก และเมื่อเปิดคลอง 8-9 ทำให้ระบายน้ำและควบคุมทิศทางน้ำได้ เพื่อนำน้ำออกสู่ทิศตะวันออก

ขณะเดียวกันมวลน้ำก้อนใหญ่ที่ผ่านคลอง 1 เข้าสู่ประตูจุฬาลงกรณ์ เจ้าหน้าที่พยายามนำเครื่องสูบน้ำสูบออกให้มากที่สุด และพิจารณาเอาน้ำออกทางประตูเชียงรากน้อย ขณะนี้หากระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาต่ำกว่าน้ำในคัน ก็จะเปิดประตูเชียงรากน้อยเพื่อระบายอีกทางหนึ่ง

"สถานการณ์ต่อจากนี้ไปขณะที่น้ำทรงตัวอยู่ น้ำทะเลจะหนุนอีกครั้ง 28-30 ต.ค. ดังนั้นขอวิงวอนประชาชนอย่าทำลายแนวคันกั้นน้ำและกระสอบทรายออก และอยากให้เสริมแนวคันกั้นน้ำที่เป็นจุดอ่อนไปอีกระยะ เพื่อให้ทุกส่วนสามารถบรรเทาภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้" นายชลิตกล่าว

ไม่ต้องห่วงน้ำเข้าคลองเปรม

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา กล่าวว่า ที่หลายคนวิตกกังวลว่าน้ำจะเข้าสู่คลองเปรมประชากร และไหลเข้าสู่กทม. หรือไหลเข้าสู่คลอง 1 และเข้าสู่เขตกทม.ตอนบน ขออย่าเพิ่งตื่นตระหนก ซึ่งไม่เป็นความจริงตามข่าวลือ เนื่องจากมีมาตร การปิดประตูน้ำบริเวณดังกล่าว และยังมี ถ.รังสิต-นครนายก เป็นพนังกั้นน้ำอีกทางหนึ่งซึ่งจะไม่ทำให้น้ำไหลเข้าสู่กทม.

นายวิมกล่าวอีกว่า สำหรับน้ำที่ล้นคันกั้นน้ำและประตูระบายน้ำไหลเข้ามาในคลองเปรมประชากรได้มีการประสานกับกทม.ผันน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในปริมาณที่เหมาะสมและสอดคล้องกัน ขอให้ประชาชนในพื้น ที่กทม. สบายใจว่าจะระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยไม่ผ่านกทม.หรือผ่านกทม.เพียงบางส่วน

นายวิมกล่าวว่า สำหรับทางต่างระดับด่านบางปะอิน ต้องปิดการจราจรไม่ให้รถเล็กผ่านได้ เพราะระดับน้ำเหนือถนนอยู่ในปริมาณที่อันตรายสำหรับรถเล็ก หรือรถนั่งขนาดไม่เกิน 7 คน แต่คงไม่ส่งผลต่อการจราจรมากนักเนื่องจากที่วิ่งจากวังน้อยมาต่างระดับบางปะอินเป็นเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังอยู่แล้ว การสัญจรมีรถผ่านเป็นจำนวนน้อย การใช้ต่างระดับบางปะอินก็ลดลงไปด้วย

ให้กองทัพคุมช่วย 5 จว.

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งล่าสุดให้จัดตั้ง 2 หน่วยงาน อยู่ภายใต้การควบคุมของศปภ. โดยมอบหมายให้กองทัพไทย จัดตั้ง 2 ศูนย์ คือ 1.ศูนย์ปฏิบัติการทางอากาศ เพื่อควบคุมการใช้อากาศยานและการจัดการจราจรทางอากาศ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้อากาศยาน 2.ศูนย์การค้นหาและช่วยชีวิต ซึ่งจะทำหน้าที่ค้นหาช่วยเหลือกู้ภัยโดยร่วมกับส่วนราชการทุกหน่วย ซึ่งทั้ง 2 ศูนย์จะออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ โดยนายกฯ มอบหมายให้กองทัพไทยดูแลประชาชนใน 5 จังหวัด คือ นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ส่วนจังหวัดอื่นนอกเหนือจากนี้มอบหมายให้ผู้ว่าฯ เป็นหัวหน้าบัญชาการดูแลเหตุการณ์

1.ช่วยเหลือ - สภาพหมู่บ้านปาริชาต อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งถูกน้ำท่วมหนัก ล่าสุดมีทหารนำหินคลุกมาลง และร่วมทำคันกั้นน้ำ พร้อมกับสูบน้ำที่ท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร ออกจากหมู่บ้าน

2.ป้องสุดขีด - ประชาชนและทหารร่วมแรงร่วมใจกันขนกระสอบทราย มาวางเสริมแนวคันกั้นน้ำป้องกันไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 16 ต.ค.

3.ลุยน้ำบวช - นายภาษกร รอดแสง อายุ 21 ปี ต้องนั่งเรือแห่นาคเข้าพิธีบวช ที่วัดใหม่บุญศิริ ต.อินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เนื่องจากถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร เมื่อวันที่ 16 ต.ค.

4.หนีน้ำ - ประชาชนแตกตื่นหนีน้ำที่ล้นทะลักข้ามแนวกั้นประตูน้ำพระอินทร์ราชา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารนำเชือกมาขึงให้เกาะสู้กับกระแสน้ำเชี่ยวกราก เมื่อวันที่ 16 ต.ค.



กทม.ระวัง'คลองหกวาล่าง'

ด้านนายคงศักดิ์กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมาฝนตกมากและน้ำในถนนท่วมขัง ขอเรียนว่าไม่ใช่น้ำเหนือเป็นน้ำฝน และกทม.ได้แก้ไขปัญหาได้เกือบหมดแล้ว สำหรับพี่น้องริมแม่น้ำเจ้าพระยานั้นกทม.มีเขื่อนสามารถรองรับน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกรณีคลอง 1 ที่ประชาชนไม่ยอมให้ปิดประตูน้ำ และไม่ยอมให้เปิดประตูเชียงรากน้อย ดังนั้นน้ำจึงไหลบ่ามาทิศตะวันออกมาสู่เขตสายไหม ดอนเมือง ซึ่งผู้ว่าฯ กทม.ได้สั่งระดมเจ้าหน้าที่กทม.ทั้งหมดไปสร้างแนวกั้นน้ำที่ คลองหกวาล่าง โดยใช้แบริเออร์เพื่อกันน้ำลงมาทางสายไหม ดอนเมือง

ขอกรมชลฯปิดประตูคลอง 1

ที่ศาลาว่าการกทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า เป็นห่วงกทม. ด้านเหนือ โดยเฉพาะที่ประตูระบายน้ำคลองหนึ่ง ที่จ.ปทุมธานี เนื่องจากกรมชลประทานได้เปิดประตูระบายน้ำจุดนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกับคลองหกวา เขตสายไหมมีระดับน้ำในคลองสูงขึ้นวันละ 2 ซ.ม. จึงเกรงว่าเขตสายไหม ดอนเมือง และฝั่งตะวันออกของกทม.จะได้รับผลกระทบ ซึ่งวันนี้กทม.จะขอความร่วมมือกองทัพบก เพื่อสร้างแนวคันกั้นน้ำกระสอบทรายตลอดแนวคลองหกวาระยะทาง 6 กิโลเมตร ความสูง 1 เมตร ทั้งนี้ กทม. จะแจ้งไปยังกรมชลประทานอีกครั้งเพื่อให้ปิดประตูระบายน้ำคลองหนึ่ง โดยกทม. จะร้องขอทุกวันจนกว่ากรมชลประทานจะปิดประตูระบายน้ำ

"ถ้ากรมชลฯ ปฏิเสธ เราก็จะขอความเห็น ใจไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีการปิดประตูระบายน้ำ ที่คลองหนึ่ง เพราะหากไม่ปิดน้ำในคลองหกวาก็สูงขึ้นวันละ 2 เซนติเมตร 10 วันก็ 20 เซนติเมตร แต่ถ้ากรมชลฯ ยังไม่ปิดประตูระบายน้ำ กทม.ก็ต้องป้องกันพื้นที่ของตัวเองและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด" ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์กล่าว

กทม.แจงท่วมน้ำฝน

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร กล่าวถึงสถานการณ์น้ำรอบพื้นที่กรุงเทพฯ ล่าสุดว่า เมื่อคืนวันที่ 15 ต.ค. มีฝนตกหนักในกทม. โดยเฉพาะฝั่งธนบุรีอยู่ที่ 154 ม.ม. ขณะที่ภาพรวมปริมาณฝนที่ตกลงมา ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 16 ต.ค. มีปริมาณฝนถึง 2,158 ม.ม. ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงกว่าปกติ และถือว่าสูงมากในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ยืนยันว่าน้ำที่ท่วมขังหลายพื้นที่เมื่อคืนนี้เป็นเพราะฝนตกหนัก ไม่ใช่น้ำเหนือไหลเข้ามา ทั้งนี้ ยังมีข่าวดีว่าพายุบันยันได้สลายตัวแล้ว แต่ยังมีร่องกดอากาศต่ำอยู่ในพื้นที่กทม. จึงทำให้ฝนยังตกอยู่

ระวังปริมาณน้ำคลอง

ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย กทม. รายงานสรุปสถาน การณ์น้ำในกรุงเทพฯ ว่าสถานการณ์น้ำท่วมจากฝนตกหนักเมื่อคืนวันที่ 15 ต.ค. ขณะนี้ทุกจุดน้ำแห้งเป็นปกติแล้ว นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำเหนือบวกน้ำทะเลหนุน ปัจจุ บันแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาของกทม.ยังสามารถป้องกันได้

ขณะที่ระดับน้ำคลองต่างๆ ภายในคันกั้นน้ำ ส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะปกติ แต่ระดับน้ำในคลองพื้นที่ฝั่งธนบุรี คลองบางพรม คลองบางเชือกหนัง คลองบางแวก คลองภาษีเจริญ มีระดับที่สูงขึ้นเนื่องจากฝนตกหนัก ด้านระดับน้ำในคลองด้านตะวันออก คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ คลอง 13 คลอง หลวงแพ่ง ในเขตคลองสามวา มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง มีระดับสูง และมีผลกระทบบางพื้นที่ ถนนบางสายมีระดับน้ำท่วมขังสูง 10-30 ซ.ม. บางหมู่บ้านมีน้ำท่วมขัง อยู่ระหว่างการแก้ไขของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนระดับในคลองด้านตะวันตก คลองมหาสวัสดิ์ มีระดับสูง ต้องเฝ้าระวัง และระดับน้ำในคลองด้านเหนือ คลองรังสิต คลองหกวาสายล่าง มีระดับสูงต้องเฝ้าระวัง

ม็อบจี้ปิดประตูพระอินทร์ราชา

ที่จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 21.00 น. คืนวันที่ 15 ตค. ชาวบ้านจาก ม.1 ม.2 ม.4 ม.5-6 ต.บางพูน กว่า 300 คน รวมตัวกันปิดถนนรังสิต-ปทุมธานี เพื่อเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ ปทุม ธานี ออกคำสั่งให้ปิดประตูน้ำพระอินทร์ราชา เนื่องจากได้เปิดระบายน้ำ ทำให้น้ำจากคลองระพีพัฒน์ จากอ.วังน้อย จ.พระนครศรี อยุธยา ไหลเข้ามาในคลองเปรมประชากร สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้ประชาชนที่อยู่ริมคลองนั้น ล่าสุดเมื่อกลางดึก นาย สุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล รมช.ศึกษาธิการ ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มชาวบ้าน และโทรศัพท์ติดต่อไปยังนายธีระ วงศ์สมุทร รมว. เกษตรฯ จากนั้นนายสุรพงษ์ เสนอให้ลดบานประตูระบายน้ำลงครึ่งหนึ่ง พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำอีก 2 เครื่อง ทำให้ชาวบ้านพอ ใจและยอมเปิดถนนอีกครั้ง

ซ่อมประตู'บ้านพร้าว'แล้ว

ต่อเวลา 02.30 น. วันที่ 16 ต.ค. นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ร่วมประชุมวางแผนการป้องกันคันกั้นน้ำในเขตจังหวัดปทุมธานีร่วมกับพล.ท.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ผบ.หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อกอบกู้สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานี โดยได้หารือถึงความคืบหน้าการทำคันกั้นน้ำประตูวัดตำหนักและประตูป่าฝ้าย และคันกั้นน้ำที่นิคมอุตสาห กรรมนวนคร นิคมอุตสาหกรรมบางกะดี

จนกระทั่งเวลา 10.10 น. เจ้าหน้าที่สามารถซ่อมประตูน้ำคลองบ้านพร้าวได้ ภายหลังระดมกำลังทำงานตลอด 4 คืน 5 วัน โดยนายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกอบจ.ปทุม ธานี เผยว่าเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกคนได้เร่งมือทำงาน เพราะหากปล่อยไว้ จะทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าท่วมพื้น ที่บ้านเรือนประชาชนในเขต ต.บ้านปทุม ต.เชียงรากใหญ่ รวมถึงชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองบ้านพร้าว ทั้งในพื้นที่ ต.สวนพริกไทย ต.บางพูน ต.บางพูด เพราะปริมาณน้ำที่ทะลักเข้าท่วมพื้นที่เหล่านี้ จะไหลลงสู่คลองเปรมประชากร ซึ่งหากปล่อยไว้นานก็จะส่งผลถึงย่านรังสิต ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต นิคมอุตสาหกรรมนวนคร และรวมถึงกทม.รอบนอกได้

หมู่บ้านปาริชาตร้องโจรเพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวหมู่บ้านปาริชาต ริมถนนสาย 345 ที่ถูกน้ำท่วมขัง ร้องเรียนว่ามีขโมยเข้าไปลักทรัพย์ตามบ้านต่างๆ หลังจากที่ถูกน้ำท่วมจนเจ้าของบ้านอยู่ไม่ได้ โดยเบื้องต้นพล.ต.อ.พงศพัศได้รับเรื่องร้องเรียน และแจ้งไปยังสภ.เมืองปทุมธานี เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจตราแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเส้นทางเลียบ คลองหนึ่งถูกน้ำในคลองหนึ่งท่วมข้ามถนน ล้นเข้าบ้านเรือนประชาชน ระดับน้ำสูงประ มาณ 80 ซ.ม. - 1.2 เมตร และไหลเข้าคลอง 2 ถนนในหลายเส้นทางของแต่ละซอยไม่สามารถวิ่งเข้าออกได้

ส่วนพื้นที่ของตลาดไท ที่ตั้งอยู่ในเขต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นฝั่งในครั้งนี้เนื่องจากมีการกั้นคันกระสอบทรายและคันดินเป็นแนวยาวด้านหน้าและด้านหลังตลาด สูงประมาณ 1.20 เมตร ทำให้ยังไม่มีน้ำเข้าไปในพื้นที่แต่อย่างใด

ไฟไหม้ซ้ำ-วอด4หลัง

เมื่อเวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้าน 4 หลัง ภายในชุมชน 8 ไร่ ท้ายซอยบุญคุ้ม คลองหลวง 7 หมู่ 16 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงได้ประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลพื้นที่ใกล้เคียงเข้าระงับเหตุ โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ถูกน้ำท่วมระดับน้ำประมาณ 30-50 ซ.ม. ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงกำลังช่วยกันตักน้ำที่ท่วมบ้านอยู่ช่วยกันสาดเพลิงที่กำลังลุกลาม เจ้าหน้าที่รถดับเพลิงเข้ามาช่วยระงับเหตุด้วยความยากลำบาก เนื่องจากซอยดังกล่าวถูกน้ำท่วมจนถึงท้ายซอย กระทั่งชาวบ้านสามารถช่วยกันระงับเพลิงไหม้จนสงบ เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

'ลาดหลุมแก้ว'ก็จม

ส่วนที่ต.คูบางหลวง ต.ลาดหลุมแก้ว ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว น้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้านฉัตรไพลิน หมู่บ้านนพวงศ์ หมู่บ้านเอื้ออาทร ตลาด 100 ปีระแหง และโรงสีไทยวัฒน์สินไรซ์มิลล์ จำกัด ซึ่งถูกน้ำเข้าท่วมข้าวสารข้าวเปลือกได้รับความเสียหายจำนวนมาก นอกจากนี้ถนนสายปทุมธานี-รังสิต ช่วงลงสะพานปทุมธานี 1 ปริมาณน้ำได้ท่วมสูงกว่า 1.50 เมตรสายปทุมธานี-ลาด หลุมแก้ว ถูกน้ำท่วมเต็มถนนแล้วสูงประมาณ 1 เมตร รถเก๋งรถกระบะไม่สามารถวิ่งได้ ยก เว้นรถหกล้อขึ้นไปเท่านั้นส่วนถนนวงแหวนตะวันตก รถเล็กไม่สามารถวิ่งได้เช่นกัน ถนน ลาดหลุมแก้ว สี่แยกนพวงศ์ก็ถูกน้ำท่วมทุกเส้นทางทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนหนักไม่สามารถ ไปมาหาสู่ได้ รถเมล์ก็หยุดวิ่งทุกเส้นทาง

ระดมกั้นนวนคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้าในการกั้นนิคมนวนคร ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองระพีพัฒน์ พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร และนักศึกษามธ.ศูนย์รังสิต กว่า 100 คน เร่งนำกระสอบทรายมาปิดกั้นน้ำจากคลองไม่ให้เข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร มรภ.วไลยอลงกรณ์ และตลาดพระอินทร์ราชา หลังจากน้ำจากคลองระพีพัฒน์ ที่ไหลจากนิคมอุตสาห กรรมโรจนะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้หากกั้นไม่อยู่จะขอให้กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำพระอินทร์ราชา ฝั่งต.พะยอม ให้สูงขึ้นจากเดิมที่เปิดอยู่ 1.30 ม. เพื่อให้ระบายน้ำลงคลองรังสิตให้เร็วขึ้น

1.ขนคนหนีน้ำที่ประตูน้ำพระอินทร์

2.พระภิกษุรับของบริจาค

3.ช่วยทำทำนบกั้นน้ำคลองบ้านพร้าวสำเร็จ

4.ทหารขนถุงทรายกั้นน้ำ ต.บางพูน จ.ปทุมธานี

5.ป้องสุดขีด - เจ้าหน้าที่เร่งเสริมแนวคันกั้นน้ำป้องกันนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุม ธานี ไม่ให้ถูกน้ำทะลักเข้าท่วม ซ้ำรอยนิคม จ.พระนครศรีอยุธยา ที่จมหมดแล้วทั้ง 5 แห่ง เมื่อวันที่ 16 ต.ค.

6.ชาวบ้านถอดเหวี่ยงแหที่อยุธยา

7.เทหินคลุกกั้นน้ำท่วมหน้าหมู่บ้านปาริชาติ

8.บรรยากาศน้ำท่วมที่ถยยตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี



หวั่นจม-สูญ 4 หมื่นล.

น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาห กรรม เผยว่าขณะนี้โรงงานในนิคมอุตสาห กรรมนวนครปิดไปแล้ว 10 เปอร์เซ็นต์ จากโรงงานทั้งหมด 227 โรงงาน โดยระดับน้ำอยู่ที่ระดับ 4.20-4.50 เมตร ซึ่งยังต่ำกว่าแนวคันดินเล็กน้อย จึงต้องเร่งระบายน้ำออก เพื่อป้องกันพื้นที่ไว้ ทั้งนี้ที่นวนครมีการจ้างงานรวม 120,000 คน รวมมูลค่าเงินลงทุน 41,400 ล้านบาท

น.พ.วรรณรัตน์กล่าวว่า สำหรับสถาน การณ์น้ำที่ท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) ลดลง 30 ซ.ม.แล้ว แต่ก็ยังมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ เพราะยังคาดไม่ได้ว่าฝนจะตกหรือจะมีน้ำหนุนขึ้นมาเพิ่มอีกหรือไม่ ส่วนนวนครได้ประสานแผ่นเหล็กสำหรับกั้นดินสไลด์ (ชีตไพล์) 2,500 แผ่น ความยาวขนาด 500 เมตร เพื่อมาช่วยลดแรงกระแทกของน้ำ สำหรับเขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ วังน้อย ที่ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ล่าสุดได้รับรายงานว่ามีน้ำซึมเข้าไปในพื้นที่สูง 1.5 เมตรแล้ว ทำให้มีโรงงานปิดไปแล้ว 10 โรง จากทั้งหมด 99 โรง มีแรงงาน 6,000 คน มูลค่าเงินลงทุนรวม 11,000 ล้านบาท

ดินสไลด์น้ำซึม-ท่วม 30 ซ.ม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดินที่เสริมคันดินแนวเดิมได้สไลด์ลงมาและมีน้ำซึม 5 จุด จุดละประมาณ 5-6 เมตร เนื่องจากทหารและพนักงานที่ช่วยกันเสริมถุงทรายทำให้มีน้ำหนักมาก ดินยังไม่แข็งตัว อีกทั้งน้ำที่อยู่ฝั่ง อ.สามโคก นอกแนวกั้นก็มีกระแสแรงมาก ทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยน้ำได้เข้าท่วมอุตสาหกรรมนวนครสูง 30 ซ.ม.แล้ว

พล.อ.วิชา ศิริธรรม ที่ปรึกษาและประ ธานอนุกรรมการฝ่ายกิจการพิเศษนวนคร กล่าวว่า ขณะนี้นิคมระบายน้ำออกได้เพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้มีน้ำขังอยู่ในบริเวณโรงงาน อยากให้รัฐบาลเพิ่มการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำคลองเชียงรากใหญ่ให้มากขึ้น เพราะหากไม่สามารถผันน้ำออกได้ภายใน 10 วันก็จะทำให้พื้นที่นิคมเสียหาย เพราะคันดินคงรับไม่ได้

นางสุจินต์ วาสสนิท ผู้จัดการอาวุโส บริษัท สวนอุตสาหกรรมบางกะดี จำกัด กล่าวว่าได้เตรียมรับมือกระแสน้ำที่จะไหลมาทางคลองบ้านพร้าวและคลองประปา โดยเพิ่มแนวคันดินกั้นน้ำสูงขึ้นเป็น 4.25 เมตร จากระดับน้ำที่สูงประมาณ 1.3 เมตร อย่างไรก็ตาม นิคมบางกะดีมีโรงงาน 44 โรง มีการจ้างงาน 25,000 คน มูลค่าเงินลงทุน 22,000 ล้านบาท ซึ่งได้หยุดการผลิตหมดแล้ว เพื่อเตรียมดำเนินการรับมือ

แฟคตอรี่วังน้อยท่วมแล้ว

ที่จ.พระนครศรีอยุธยา นายประยูร ติ่งทอง อุตสาหกรรม พระนครศรีอยุธยา เผยว่าปริมาณน้ำจากคลองข้าวเม่า คลองสาคู ที่รับน้ำจากแม่น้ำป่าสักฯ ไหลกระจายเข้าเต็มทุ่ง อ.อุทัย และทุ่งวังน้อย โดยไหลบ่าเข้าถนนพหลโยธินท่วมบริษัทแฟคตอรี่แลนด์ วังน้อย จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน ต.วังจุฬา อ.วังน้อย ซึ่งเป็นเขตประกอบการอุตสาห กรรมมีพื้นที่ 130 ไร่ มีโรงงาน 93 โรง ส่วนมากประกอบการชิ้นส่วนทางด้านอิเล็กทรอ นิกส์ มีคนงานทำงาน 8,500 คน เงินลงทุน 8,000 ล้านบาท ทางโรงงานได้อพยพพนักงานของบริษัทต่างๆ รวมทั้งประชาชนที่พักอาศัยทยอยออกจนเกือบหมดแล้ว

ขณะนี้ระดับน้ำภายในโรงงานสูงกว่า 1 เมตร ค่าเสียหายประมาณ 1 พันล้านบาท นับว่านิคมอุตสาหกรรม 4 แห่งของจังหวัด และเขตประกอบการ 1 แห่ง จมน้ำไปหมดแล้ว คนงานเกือบ 3 แสนคน ต้องหยุดงานชั่วคราว ภาพรวมความสูญเสียไม่น่าต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแฟคตอรี่แลนด์ ที่ถูกน้ำท่วมไปนับเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 5 และแห่งสุดท้ายของจ.พระนครศรีอยุธยา ต่อจากนิคมสหรัตนะนคร นิคมโรจนะ นิคมไฮเทค และนิคมบางปะอิน

อยุธยาจัดสายตรวจกันโจร

พล.ต.ต.อนรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.จว. พระนครศรีอยุธยา เผยว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านได้รับแจ้งจากหญิงสาวที่หอพักบริเวณถนนป่ามะพร้าว เขตเทศบาลนครพระนคร ศรีอยุธยา ว่ามีคนร้ายเป็นชายขับเรือหางยาวมาจอดที่หน้าบ้าน แล้วพยายามจะปีนเข้าไปในบ้าน จึงได้จัดชุดสายตรวจทางน้ำใช้เจ็ตสกีเข้าไปตรวจสอบ คนร้ายเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้หลบหนีไป

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรี อยุธยาร่วมกับทหารเรือจัดเรือเจ็ตสกีจำนวน 4 ลำ วิ่งตรวจทั้งกลางวันกลางคืนผลัดละ 6 ช.ม.ออกตรวจในพื้นที่เกาะเมือง นอกจากนี้จะมีกำลังเสริมใช้เรือหางยาวคอยนำกำลังสนับสนุนตามบ้านเรือนประชาชนส่วนใหญ่ขณะนี้ประชาชนได้อพยพออกไปนอกพื้นที่จึงทิ้งบ้านพักเอาไว้ได้ให้สายตรวจเข้มในการตรวจตรามากขึ้น

เวลา 11.30 น. พระเจ้าหลานเธอ พระ องค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จเยี่ยมครัวพระราชทาน ที่ศูนย์อพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่หน้าศาลากลาง จ.พระนครศรีอยุธยา และทรงประกอบอาหารประทานแก้ผู้ประ สบภัย จากนั้นเสด็จไปที่วัดตาลเอน ต.ตาลเอน อ.บางปะหัน เพื่อนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปประทานแก่ประชาชน และนำสิ่งของบรรเทา ทุกข์ไปถวายแด่พระสงฆ์วัดตาลเอน ที่เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม และยังได้ทรงเสด็จเข้าเยี่ยมครัวสายใยรักแห่งครอบครัว ต.ตาลเอน

สลด-ผู้อพยพดับริมถนน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เพิงพักริมถนนสายเอเชีย หลัก ก.ม.10 ตรงสะพานข้ามคลองหัวตะเข้ ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน จ.พระนคร ศรีอยุธยา ซึ่งชุมชนโดยรอบถูกน้ำท่วมสูง 4-5 เมตร และมีประชาชนหนีตายมาอาศัยแออัดตรงสะพาน ปรากฏว่า นางเกษร รื่นสุนทร อายุ 46 ปี ผู้ป่วยเรื้อรังโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน รวมทั้งพิการเป็นอัมพาต ได้เสียชีวิตลงเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา โดยนายฉลองสามีผู้ตาย กล่าวว่า ตนย้ายภรรยาที่ป่วยหนักออกจากบ้านท่ามกลางน้ำท่วม มาอาศัยริมถนน ภรรยาก็บ่นว่าเครียด และมานอนริมถนนก็ร้อน ฝนตกก็สาดเปียก และไปหาหมอไม่ได้ ท้ายที่สุดเมียก็มาตาย ต่อจากนี้จะเอาศพไปเก็บที่ศาลาวัดบ้านหว้า โดยใส่เรือไปไกลกว่า 4 ก.ม. และเก็บไว้บนศาลาแบบเก็บยาวรอจนกว่าน้ำจะแห้ง

โวยรัฐไม่ช่วยเหลือ

ที่หมู่บ้านอินโดไทย อ.บางปะอิน มีชาวบ้านจำนวนมากมายืนบนเกาะกลางถนน เพื่อรอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ แต่ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือ นางนาถ โทนใหญ่ อายุ 54 ปี กล่าวว่า มีหลานอายุ 1 เดือน ที่กินนมแม่ไม่ได้ เพราะแม่เป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่ตอนนี้นมผงเหลือเพียงกล่องเดียว ไม่มีเงินซื้อแล้ว อยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแลตรงจุดนี้บ้าง

นายบุญช่วย สำลีอ่อน อายุ 57 ปี กล่าวว่า ที่ผ่านมาการช่วยเหลือจุดนี้ค่อนข้างน้อย มีแต่นำข้าวกล่องมาให้ ซึ่งเก็บไว้กินหลายวันไม่ได้ ตอนนี้น้ำท่วมมา 3 วันแล้ว ยังไม่มีหน่วยงานรัฐมาแจกของแห้งเลย บ้านของตนมีกัน 4 คน แต่เหลือข้าวสาร 4 ก.ก. และไข่ฟองเดียวเท่านั้น ไม่รู้จะอยู่กันอย่างไร เพราะเงินที่มีอยู่ ก็เอาไปซื้ออิฐมาก่อกันน้ำเข้าบ้าน และซื้ออาหารประทังชีวิตจนหมดแล้ว

อ่างทอง-บวชกลางน้ำ

ที่ จ.อ่างทอง จากกรณีฝายน้ำล้นที่บริเวณหมู่ที่ 3 ต.ศาลาแดง ได้พังและน้ำจากทุ่งลำท่าแดงทะลักไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน ต.ศาลาแดง ต.ป่างิ้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนำเรือท้องแบนเข้ารับคนที่ติดอยู่ในบ้านจำนวนมาก และน้ำยังทะลักเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ ไม่หยุดเข้าท่วมอ.เมือง หลายพื้นที่ โดยเฉพาะ ต.ศาลาแดง และต.ป่างิ้ว

และจากน้ำที่ยังท่วมหนักในทุกพื้นที่ รวมทั้งวัดต่างๆ ในจังหวัด จนทำให้ต้องทำพิธีอุปสมบทอย่างทุลักทุเล โดยที่วัดใหม่บุญศิริ หมู่ที่ 7 ต.อินทประมูล อ.โพธิ์ทอง น้ำเข้าท่วมสูงกว่า 1 เมตร เข้าท่วมภายในโบสถ์ พระต้องนั่งเรือเข้าไปในโบสถ์ นาคต้องนั่งเรือโดยมีคนจูงรอบโบสถ์ นอกจากนั้นยังมีนางรำและเพื่อนๆ ของพ่อนาคต่างรำนำหน้ากลางน้ำ จนกระทั่งวนครบ 3 รอบ นาคได้โปรยทานให้กับคนที่มาแห่รอบโบสถ์ ซึ่งตอนนี้ทุกคนต่างแย่งกันเก็บเงินจนบางคนล้มจมน้ำบ้าง

สุพรรณเตรียมรับน้ำ

ที่ จ.สุพรรณบุรี ปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีนสูงขึ้นต่อเนื่อง บางส่วนได้ทะลักจากใต้ดิน บริเวณเชิงสะพานอาชาสีหมอกฝั่งตะวันออก ใกล้กับร.พ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช เจ้าหน้าที่เร่งทำแนวป้องกันและอุดท่อระบายน้ำเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่น้ำจะทะลักเข้ามาท่วมเขตเศรษฐกิจได้ จึงขอแจ้งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเศรษฐกิจ ขนย้ายทรัพย์สิน สิ่งของที่มีค่า ขึ้นไปไว้ในที่สูง และทำแนวป้อง กันน้ำท่วมด้านหน้าอาคารพาณิชย์ เพื่อความไม่ประมาท

4 เขื่อนใหญ่โคราชเต็มหมด

นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา เผยถึงกระแสข่าวมีการระบุในสื่อออนไลน์ให้ประชาชนอพยพ เนื่องจากน้ำในเขื่อนลำตะคองเต็มแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ และจะปล่อยน้ำออกมา ว่า ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกเป็นเพียงข่าวลือของพวกที่ไม่สร้างสรรค์ สร้างข้อมูลเท็จในอินเตอร์เน็ต ทำให้เกิดการสอบถามเข้ามาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้เร่งชี้แจงแล้ว ทั้งนี้หากมีพยานหลักฐานถึงต้นตอคนปล่อยข่าวลือ จะแจ้งความเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีทันที

ด้าน ม.ล.อนุมาศ ทองแถม ผอ.สำนักชล ประทานที่ 8 นครราชสีมา กล่าวว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในรอบ 45 ปี ที่เขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่ง จะมีปริมาณน้ำเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ คือ เขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว มีปริมาณน้ำ 333.36 ล้านลบ.ม. หรือ 106 เปอร์เซ็นต์ของความจุ โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการเสริมแผ่นเหล็ก ทำให้สามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีก 20 ล้านลบ.ม. เขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย มีปริมาณน้ำ 117 ล้าน ลบ.ม.หรือ 106 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนมูลบน อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำ 157 ล้านลบ.ม. หรือ 112 เปอร์ เซ็นต์ เขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำ 284 ล้านลบ.ม. หรือ 104 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีน้ำไหลล้นทางข้าม หรือ สปิลเวย์ และการพร่องน้ำออกซึ่งอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อย่างไรก็ตาม ศูนย์เตือนภัยพิบัตินครราชสีมาจะติดตามการระบายน้ำ หากเกิดผลกระทบจะชะลอการระบายน้ำ และแจ้งเตือนภัยในแต่ละท้องถิ่น

ปากน้ำโพโวย-ช่วยไม่ทั่ว

ที่ จ.นครสวรรค์ น้ำจากพนังกั้นน้ำบริเวณเชิงสะพานเดชาติวงศ์ที่พังทลาย ยังไหลเข้าสี่แยกสะพานเดชาติวงศ์ เข้าไปท่วมศาลากลางจังหวัดและส่วนราชการจนถึงสี่แยกสันคู นอกจากนี้ยังมีน้ำที่ล้นมาจากตลาดปากน้ำโพ ไหลทะลักข้ามถนนเข้าทางแยกหน้าโรงแรมวัชระ เข้าชุมชน ไปรวมที่สี่แยกสันคู ความแรงของน้ำที่ไหลลดความรุนแรงลง เนื่องจากระดับน้ำฝั่งตลาดกับฝั่งศาลากลางจังหวัดเริ่มเท่ากัน โดยสถานที่ราชการหลายแห่งปิดทำการไปโดยปริยาย

สำหรับบริเวณที่น้ำลึกที่สุดอยู่ที่ชุมชนสามัคคีพัฒนา ความลึกเฉลี่ย 2.5 เมตร มีประชาชนติดอยู่ตามบ้านเรือนหลายพันคน ความช่วยเหลือยังเข้าไปไม่ถึง หลายครั้งที่ประชาชนติดต่อขอความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำ ย้ายคนชรา เด็ก ผู้หญิง และผู้ป่วย ไปที่ศูนย์อำนวยความช่วยเหลือเทศบาลนครนครสวรรค์ แต่ความช่วยเหลือยังล่าช้า บางแห่งก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย

ระดมกำลังเร่งซ่อมพนัง

ส่วนพนังกั้นน้ำที่พังทลายหลายจุด เช่น หลังตลาดบ่อนไก่ เชิงสะพานเดชาติวงศ์ หลังชุมชนตลาดลาว และป้อม 1 ยังมีน้ำไหลเข้าตลอดเวลา ไม่สามารถกู้คืนมาได้ นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครสวรรค์ กล่าวว่าขณะนี้ได้พยายามกู้ถนนสายเอเชีย บริเวณสี่แยกสะพานเดชาติวงศ์ ไปปั๊มเอสโซ่ ให้กลับคืนสภาวะปกติให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้เปิดเส้นทางคมนาคมได้สะดวก

นายจิตตเกษมณ์กล่าวว่า การซ่อมพนังทำได้ล่าช้า เนื่องจากเรือเครนของกรมเจ้าท่าไม่สามารถวิ่งไปรับถุงทรายน้ำหนัก 1 ตัน มาวางได้ เพราะน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถวิ่งลอดใต้สะพานเดชาติวงศ์ ต้องใช้เรือตรวจ การณ์ของเทศบาล ซึ่งสามารถบรรทุกกระสอบ ทรายขนาดใหญ่ได้น้อยและวิ่งได้ช้าไปรับมาอีกที ขณะนี้ดำเนินการซ่อมไปแล้ว 10 เมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าเกิดฝนตก ลงมา ทำให้สถานการณ์ทั่วไปแย่ลง ประชา ชนเดินทางด้วยความลำบาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารต้องเร่งทำคันกั้นน้ำบนถนนพหลโยธินทั้งสองเส้นทาง จึงจำเป็นต้องปิดถนนตั้งแต่สี่แยกจิระประวัติถึงสามแยกเวียงดอย เพื่อให้นำเครื่องจักรกลเข้ามาทำงานได้สะดวกขึ้น สภาพสถานการณ์น้ำเริ่มลดลง โดยน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลง 2 ซ.ม.

ส่วนการซ่อมโรงผลิตน้ำประปาทั้ง 4 โรง ของเทศบาลนครพบว่าซ่อมให้ใช้การได้แล้ว แต่ยังไม่เต็มที่เท่าเดิม 3 โรง อีก 1 โรงกำลังเร่งกู้ โดยใช้กระสอบทรายวางรอบกันน้ำท่วม แล้วค่อยยกเครื่องขึ้นมาซ่อมและปล่อยน้ำให้ประชาชน ขณะนี้สามารถใช้จ่ายน้ำประปาได้แล้ว 60 เปอร์เซ็นต์

จัดระเบียบศูนย์อพยพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา มีเด็กถูกงูแมวเซากัดในบ้านที่หมู่บ้านแคลิฟอเนียวิลล์ ผู้ปกครองได้รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยไปทางเรือ ด้วยความรีบเร่งทำให้เรือพลิกคว่ำในน้ำลึก แต่ก็ยังสามารถพาเด็กส่งร.พ.ชั่วคราวที่ศูนย์จักรกล ข้างร.ร.ประชา นุเคราะห์ ด้วยความปลอดภัย

ด้านนายสุรสิทธิ์ สิงหพรพงศ์ เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ในฐานะหัวหน้าศูนย์อพยพวิทยาลัยอาชีวศึกษาเผยว่า ขณะนี้มีผู้อพยพ 360 ครัวเรือน 1,465 คน ได้จัดระเบียบด้วยการออกบัตรประจำครัว เพื่อใช้ในการบริหารจัดการภายในศูนย์อพยพ เช่น การรับของใช้จำเป็น นมเด็กอ่อน ถุงยังชีพ น้ำดื่ม รวมไปถึงการเข้าออกศูนย์อพยพจะต้องไม่เกิน 22.00 น. หากใครจะออกไปนอกศูนย์หลังเวลานั้นให้ใช้บัตรที่ออกให้ไปขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ทุกราย ห้ามดื่มเสพของมึนเมาทุกชนิดและเล่นการพนันภายในศูนย์เด็ดขาด ทางบช.น.6 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมรถห้องขังเคลื่อนที่ไปรักษาความสงบเรียบร้อย 10 นาย

ขาดยารักษาโรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. ดาราสาว แพนเค้ก หรือน.ส.เขมนิจ จามิ กรณ์ ได้ไปเยี่ยมผู้อพยพ และทำอาหารผัดแตงกวาแจกกับผู้อพยพด้วย ระหว่างผู้ที่อพยพภายในศูนย์ยังคงได้รับความเดือดร้อน อย่างกรณีนางบุญมา สังข์ฉาย อายุ 52 ปี ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งจมูก ต้องให้อาหารและน้ำทางสายยาง ต้องอยู่ในสภาพ ทุลักทุเล เกิดความลำบากมาก ขณะนี้ยาที่กินอยู่ก็ได้หมดไปแล้วหลายวันไม่รู้จะทำอย่างไร จะต้อง ไปรับยาที่ร.พ.ลพบุรี แต่ช่วงนี้น้ำท่วมไม่สามารถไปรับยาได้

ทุกข์ซ้ำ-ขโมยเยอะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เกิดปัญหาซ้ำเติม คือมีโจรผู้ร้ายชุกชุม โดยพล.ต.ต.ชฎิล พรหมไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ จัดเจ้าหน้าที่หน่วย นปพ.ออกตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง โดยแบ่งพื้นที่ให้สายตรวจเรือออกตรวจชุดละ 4 นาย มีเรือชุดละ 2 ลำ ฝั่งตลาดปากน้ำโพ 1 ชุด ฝั่งศูนย์ราชการ 1 ชุด ฝั่งหมู่บ้านศรีมาย หมู่บ้านดรีมแลนด์ 1 ชุด ซึ่งในช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมามีประชาชนในหมู่บ้านย่งอัน พบเห็นมีเรือรับจ้างแอบดับเครื่องวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ติดตามไล่จับแต่ไม่ทัน ล่าสุดมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับคนร้ายลักทรัพย์ได้ 2 ราย ในตลาดปากน้ำโพ 1 ราย และที่บริเวณอุทยานสวรรค์ 1 ราย

'ลำปาง'บันไดนาควัดเก่าทรุด

ที่จ.ลำปาง เกิดฝนตกหนักจนเกิดแผ่นดินทรุด และรอยแยกยาวออกไป กระทบต่อบันไดนาคเก่าแก่ของวัดพระธาตุดอยเต่าคำ 60 ขั้น เกิดรอยแตกและแยกออกจากกัน โดยนายสมยศ รู้ชั้น นายกอบต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน เผยว่าจากกรณีพบแผ่นดินทรุด และแยกตัวยาว เมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา จนส่งผลให้ดินทรุด แตกยาวออกต่อเนื่องกว่า 1 ก.ม.จากเดิมเพียง 500 เมตร ในหมู่บ้านดินดำ ม.3 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน ที่มีบ้าน และวัดพระธาตุดอยเต่าคำ วัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ที่ตั้งอยู่ด้านบนเขาลูกดังกล่าว ได้เกิดรอยแยกและแตกออกจากกัน ซึ่งกังวลว่าหากบันไดนาคหัก ความเสียหายจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น หากฝนยังตกลงมาอย่างต่อเนื่องอีก คาดว่าบันไดนาคต้องพังทลายลงมาอย่างแน่นอน

'ลำปลายมาศ'ถนนขาด

ที่จ.บุรีรัมย์ น้ำจากจ.นครราชสีมาไหลสมทบลำน้ำมาศ อ.ลำปลายมาศ ทะลักท่วมถนน สะพานเชื่อมระหว่างบ้านผักกาดหญ้า เทศบาลตำบลลำปลายมาศ-บ้านแท่นพระ ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ ยาวกว่า 300 เมตร สูงกว่า 20 ซ.ม. ส่วนบริเวณสะพานถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้

ขอนแก่นท่วมสูง 3 เมตร

ที่จ.ขอนแก่น นายพยัต ชาญประเสริฐ รองผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ ออกตรวจสภาพน้ำท่วมในเขต ต.พระลับ อ.เมือง 16 หมู่บ้าน 1,250 ครัวเรือน ที่ประสบภัยน้ำท่วมเข้าขั้นวิกฤต ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจรไปมาในหมู่บ้าน และระดับน้ำเพิ่มขึ้นทุกๆวัน มีแนวโน้มว่าผลกระทบจะรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยชาวบ้านต้องใช้เรือขนเสบียงอาหารและของใช้จำเป็นเข้าไปถวายเพลในวัดท่าประทาย ต.พระลับ หลังน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร มากว่า 10 วันแล้ว

นายพยัตกล่าวว่าน้ำท่วมปีนี้รุนแรงมากกว่าทุกปี ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะทางฝั่งทางเลี่ยงเมืองจ.ขอนแก่นด้านทิศตะวันออก เข้ามาถึงเทศบาลนครขอนแก่น ต้องอพยพประชาชนกว่าพันครัวเรือนมาอยู่บนถนนเลี่ยงเมืองขอนแก่น-กาฬสินธุ์ และโรงเรียนกีฬาจังหวัดขอนแก่น ส่วนที่อ.น้ำพอง ต้องปิดถนนเส้นบ้านโคกท่า ต.หนองตูม อ.เมืองขอนแก่น ไปที่บ้านท่าเดื่อ ต.ท่ากระเสริม อ.น้ำพอง ระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร เพราะน้ำท่วมสูง

เขื่อนอุบลรัตน์ก็ล้น

นายพยัตกล่าวว่าสำหรับปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ สามารถกักเก็บสูงสุดประ มาณ 2,400 ล้านลบ.ม. แต่ปัจจุบันมีน้ำอยู่ที่ 3,000 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 120 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง ทำให้ต้องเร่งระบายน้ำวันละ 53 ล้านลบ.ม. เพื่อรักษาสภาพของเขื่อน ทำให้จังหวัดต้องประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยครบทั้ง 26 อำเภอ

ศรีสะเกษท่วมถึงหลังคา

ที่จ.ศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณกลางทุ่งนา บ้านโคกสะอาด ต.ดูน อ.กันทรา รมย์ ซึ่งห่างจากแม่น้ำมูลประมาณ 1 ก.ม. น้ำจากแม่น้ำมูนได้เอ่อล้นไหลทะลักเข้าไปท่วมไร่นา บ้านเรือนของชาวบ้านสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูงถึงหลังคาบ้าน ทำให้ชาวบ้านต้องพากันนำเอาทรัพย์สินของมีค่าบรรทุกบนเรือ พากันขนของหนีไปอยู่ริมถนนสายอ.กันทรารมย์-อ.ยางชุมน้อย หลัก ก.ม.ที่ 5 ต.ดูน อ.กันทรารมย์ ปล่อยให้น้ำท่วมบ้านเรือน โดยไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาอะไรได้


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.