มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 8217 คน
วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6985 ข่าวสดรายวัน


ฟ้องพล.ต.ท.สมคิด แหวนมัด อุ้มฆ่า"อัลรูไวลี่"


กักขังที่ฉิมพลี-ยิงเผาไร่ศรีราชา คุมตัว5ตร.ส่งศาล-ประกันสู้คดี ซาอุฯชื่นชม-เตรียมฟื้นแรงงาน



โดนฟ้อง - พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค 5 กับพวกรวม 5 คน ถูกอัยการคุมตัวมาส่งฟ้องศาล คดีอุ้มฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุฯ เมื่อ 19 ปีก่อน ก่อนใช้หลักทรัพย์เงินสดคนละ 5 แสนบาท ประกันตัวออกไป

อัยการสั่งฟ้องแล้ว "พล.ต.ท.สมคิด บุญ ถนอม" กับพวกรวม 5 คน อุ้มฆ่า"อัลรูไวลี่" นักธุรกิจ พระญาติกษัตริย์ซาอุฯ ก่อนส่งศาลรับฟ้องทันที ระบุคำฟ้องละเอียดยิบตั้งแต่ได้รับคำสั่งเข้ามาทำคดีฆ่าจนท.ทูต แล้วลักพาตัวเหยื่อไปขังในโรงแรมย่านคลองตัน ทรมานเค้นสารพัดวิธี ก่อนยิงฆ่านำศพเผาในไร่ศรีราชา "ดีเอสไอ" พบแหวนของเหยื่อเป็นหลักฐานมัด ขณะที่ฝ่ายจำเลยยื่นคนละ 5 แสน ได้ประกันตัวสู้คดี สมคิดโต้ทันทีไม่เป็นธรรม อ้างพยานไม่น่าเชื่อถือ ด้านอุปทูตซาอุฯ เปิดแถลงชมรัฐบาลไทย รอวันนี้มาเกือบ 20 ปี พร้อมทั้งจี้อีก 2 คดี ขโมยเพชร กับฆ่าจนท.ทูต เตรียมฟื้นสัมพันธ์ 2 ประเทศ ด้าน "ปทีป" สั่งตรวจสอบกฎระเบียบจัดการตามขั้นตอน มีทั้งให้ออก พักราชการ หรือสั่งย้าย

-ฟ้อง"สมคิด"อุ้มฆ่า"อัลรูไวลี่"

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ม.ค. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ นัด พล.ต.ท.สมคิด บุญ ถนอม ผบช.ภาค 5 กับพวกรวม 5 คน ประ กอบด้วย พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท ผกก.สภ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน พ.ต.อ. ประภาส ปิยะมงคล ผกก.สภ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี และ จ.ส.ต. ประสงค์ ทอรั้ง ตำรวจ นอกราชการ ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่า นายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจ และพระญาติกษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย มาฟังการสั่งคดี โดยนายธนพิชญ์แจ้งให้ทราบว่า คณะทำงานอัยการ พิจารณาพยานหลักฐานแล้วมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด

จากนั้น นายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 นำ พล.ต.ท.สมคิด และพวกรวม 5 คน มายื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญา ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ ตรองไว้ก่อน และเพื่อปกปิดการกระทำ ความผิดอื่นของตน และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นความผิดทางอาญาที่ตนได้กระทำไว้ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย

-คำฟ้องระบุที่มาละเอียดยิบ

สำหรับคำฟ้องของอัยการโจทก์ระบุความผิดของจำเลยทั้ง 5 สรุปว่า เมื่อประมาณปีพ.ศ.2530 เกิดความขัดแย้งขึ้นอย่างรุนแรงระหว่างรัฐบาลซาอุฯ ที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม นิกายสุหนี่ กับรัฐบาลประเทศอิหร่าน ที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม นิกายชีอะห์ เนื่องจากความขัดแย้งทางศาสนา รวมทั้งสาเหตุที่รัฐบาลซาอุฯ ปราบปรามสลายการชุม นุมของกลุ่มประท้วงกลุ่มมุสลิม นิกายชีอะห์ ที่มาแสวงบุญที่เมืองเมกกะ ประเทศซาอุฯ ทำให้กลุ่มผู้ประท้วงที่ส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่านเสียชีวิตจำนวนมาก

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดเหตุลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่นักการทูตของรัฐบาลซาอุฯ ในประเทศต่างๆ กระทั่งเมื่อวันที่ 4 ม.ค.2532 เกิดเหตุคนร้ายลอบฆ่านักการทูตของสถานเอกอัครราชทูตซาอุฯ ประจำประเทศไทย เสียชีวิต 1 คน เหตุเกิดที่แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตซาอุฯ แจ้งขอร้องต่อรัฐบาลไทยให้ดูแลรักษาความปลอดภัยแก่สถานเอกอัครราชทูตซาอุฯ รวมทั้งเจ้าหน้าที่นักการทูตอย่างเต็มที่ และแจ้งเตือนถึงกรมตำรวจในขณะนั้น และกระทรวงการต่างประเทศของไทยในเรื่องดังกล่าวหลายครั้ง แต่ต่อมาวันที่ 1 ก.พ.2533 เกิดเหตุคนร้ายลอบฆ่านักการทูตซาอุฯ อีก 2 ครั้ง เสียชีวิตรวม 3 ราย เหตุเกิดที่แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตยานนาวา กทม. รัฐบาลไทยขณะนั้นสั่งการให้ พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ อ.ตร. ติดตามและนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้

-ขังในโรงแรม-ทรมานเค้น

คำฟ้องระบุว่า ต่อมาระหว่างวันที่ 12-15 ก.พ.2533 ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้ง 5 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาลพระนครใต้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยจำเลยที่ 1 มียศเป็นพ.ต.ท. ตำแหน่ง รองผกก. จำเลยที่ 2 และ 3 มียศ ร.ต.อ. ตำแหน่ง รองสว. จำเลยที่ 4 ยศ ร.ต.ท. ตำแหน่งรองสว. และจำเลยที่ 5 ยศ จ.ส.ต. ตำแหน่งผบ.หมู่ ซึ่งจำเลยทั้ง 5 ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ติดตามสืบสวนจับกุมคน ร้ายที่ฆ่านักการทูตซาอุฯ โดยจำเลยทั้ง 5 กับพวก บังอาจร่วมกันลักพาตัว นายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุฯ จัดส่งแรงงานไทยไปทำงานที่ซาอุฯ เนื่องจากจำเลยทั้ง 5 เข้าใจว่า นายอัลรูไวลี่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนักการทูตซาอุฯ เพราะมีความขัดแย้งกันเรื่องจัดส่งแรงงานไทย

โดยจำเลยทั้ง 5 บังคับนำตัวนายอัลรูไวลี่ ไปหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังไว้ที่โรงแรมฉิมพลี แขวงคลองตัน เขตพระโขนง กทม. บังคับข่ม ขืนใจใช้กำลังประทุษร้าย ชกต่อย และทำร้ายร่างกายโดยวิธีการต่างๆ มีวัตถุประสงค์เพื่อซักถามข้อเท็จจริง เพื่อให้นายอัลรูไวลี่ ยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่านักการทูตซาอุฯ ทั้งนี้จำเลยทั้ง 5 มีเจตนาฆ่านายอัลรูไวลี่ จนถึงแก่ความตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อปกปิดความผิดของตนในความผิดที่จำเลยร่วมกันลักพาตัวนายอัลรูไวลี่ มาหน่วงเหนี่ยวกักขัง และทำ ร้ายร่างกาย เพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ดังกล่าวมา

-เผาศพในไร่-แหวนเหยื่อมัด

นอกจากนี้ จำเลยทั้ง 5 ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายชกต่อยทำร้ายร่างกายนายอัลรูไวลี่ โดยวิธีการต่างๆ และร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงจนถึงแก่ความตาย สมดังเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ โดยนำศพของนายอัลรูไวลี่ ไปเผาทำลายภายในไร่ ท้องที่ ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อปิดบังการตาย หรือปิดบังสาเหตุของการตาย เหตุเกิดที่แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตยานนาวา, แขวงบางกะปิ เขตบางกะปิ, แขวงคลองตัน เขตพระโขนง และที่ ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เกี่ยวพันกัน

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พ.ย.2552 จำเลยทั้ง 5 ได้พบกับพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม โดยแจ้งข้อกล่าวหาและทำการสอบสวนแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ยึดแหวนของนายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ ที่สวมใส่อยู่ขณะเกิดเหตุจำนวน 1 วง ของกลาง ชั้นสอบ สวนจำเลยทั้ง 5 ให้การปฏิเสธ โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 5 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 309, 310, 83, พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 6 พ.ศ.2526 มาตรา 4 และขอให้ศาลมีคำสั่งคืนแหวนของกลางคืน ให้แก่ทายาทของนายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ ด้วย

-จำเลยสู้คดี-ยื่นประกันตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนำตัวจำเลยทั้ง 5 ยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ศาลอาญารับคำฟ้องไว้เป็นคดีดำที่ อ.119/2553 โดยศาลอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้ง 5 ฟัง พร้อมทั้งสอบคำให้การว่าจะรับสารภาพ หรือปฏิเสธ ปรากฏว่าจำเลยทั้ง 5 แถลง ให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดี โดยจัดเตรียมทนายความไว้เรียบร้อยแล้ว ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 29 มี.ค. เวลา 09.00 น. และถัดมาทนายความของจำเลยทั้ง 5 ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 500,000 บาท เพื่อขอประกันตัว

นายธนพิชญ์ กล่าวว่า หลังจากนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ตั้งคณะทำงานพิจารณาคดีนี้ โดยมีรองอัยการสูงสุด 2 ท่าน และอธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา จากการพิจารณาสำนวนคดีและพยานหลักฐาน รวมทั้งพยานหลักฐานใหม่แล้ว เห็นว่าผู้ต้องหาทั้ง 5 มีมูลความผิด ประ กอบกับพยานหลักฐานมีน้ำหนักน่าเชื่อถือได้ จึงมีความเห็นสั่งฟ้อง ส่วนกรณีที่ พล.ต.ท.สมคิด ฟ้องตน และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กลับ ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้น เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่สามารถทำได้ ทางอัยการก็จะแก้ต่างไปตามพยานหลักฐาน และเมื่อถามว่าคดีนี้คล้ายกับคดีการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความมุสลิม หรือไม่ นายธนพิชญ์ กล่าวว่า พฤติการณ์ของคดีทั้ง 2 ไม่เกี่ยวข้องกัน เป็นคนละคดีกัน

-"สมคิด"โต้-พยานไม่น่าเชื่อถือ

ต่อมาเวลา 15.30 น. ภายหลังศาลพิจารณาคำร้อง พร้อมทั้งหลักทรัพย์ขอประกันตัวที่ พล.ต.ท. สมคิด และพวก ยื่นเงินสดคนละ 500,000 บาทแล้ว ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้ง 5 โดยตีราคาประกันคนละ 500,000 บาท

พล.ต.ท.สมคิด จำเลยที่ 1 กล่าวภายหลังได้ประกันตัวว่า ยืนยันตนเองบริสุทธิ์ และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุฯ แต่ก็ยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ตัวเองในการแก้ข้อกล่าวหา พร้อมทั้งขอความเป็นธรรมต่อศาล และขอเรียกร้องให้อุปทูตซาอุฯ ตรวจสอบความถูกต้องของพยานหลักฐาน ที่ดีเอสไอนำมากล่าวอ้างว่าตนกับพวกกระทำผิด เนื่องจากพยานดังกล่าวให้การกลับไปกลับมา ตามกฎหมายถือว่าคำให้การของพยานปากนี้ไม่น่าเชื่อถือ

จำเลยในคดีอุ้มฆ่าอัลรูไวลี่ กล่าวต่อว่า ประกอบกับพยานมีหมายจับ ภายหลังที่ดีเอสไอปล่อยตัวไป โดยไม่มีการตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน หากในชั้นศาลพยานหลบหนี ไม่มาเบิกความต่อศาล หรือศาลตัดพยานปากนี้ออกไป จะทำให้ตนไม่มีโอกาสพิสูจน์ความจริง โดยจะต่อสู้ทุกประเด็นเรื่องการให้การของพยานปากนี้ และความไม่เป็นธรรมของพนักงานสอบสวน และแหวนวัตถุพยานในคดี ที่ไม่มีการตรวจสอบให้ชัดเจนว่าได้จากใคร และไม่เปิดโอกาสให้จำเลยเข้าไปตรวจสอบ

-อ้างคดีจบไปแล้วตั้งแต่ปี"36

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์นี้เป็นการเอาคืนทางการเมือง ต่อตระกูลบุญถนอม หรือไม่ พล.ต.ท.สมคิด กล่าวว่านามสกุลนี้มีคนใช้เยอะ และไม่ใช่ประเด็นสำคัญทางการเมือง แต่อาจจะมีบ้าง งานบางอย่างที่ทำอาจจะไปขัดแย้งกับคนอื่น ซึ่งก็ยินดีอาจเป็นการสร้างความสงบสุขให้แก่สังคม ส่วนจะโดนโยกย้ายหรือไม่นั้น เห็นว่าขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา ว่าจะมีความเห็นอย่างไร แต่ตนเองเห็นว่าคดีนี้จบไปตั้งแต่สมัยปีพ.ศ.2536 แล้ว ที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง

ด้านนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความจำเลย กล่าวว่า จะต่อสู้ 3 ประเด็น คือขณะเกิดเหตุจำเลยทั้ง 5 เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่มีการแจ้งดำเนินคดี ข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มาตรา 157 และโต้แย้งประเด็นอัยการมีอำนาจฟ้องร้องหรือไม่ และคำให้การของพยานไม่มีการสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนแหวนของกลาง ไม่ได้จากตัวจำเลย แต่ได้จากตัวพยาน เห็นว่าหากมีการสอบสวนโดยมิชอบ ไม่ได้ตัวคนร้ายตัวจริงมาลงโทษ อาจจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนกรณีที่ พล.ต.ท. สมคิด กับพวก ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนอำนาจการยื่นฟ้องของอัยการ ปรากฏว่าศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง เนื่องจากไม่มีเหตุอันสมควร

-ซาอุฯแถลงชมรัฐบาลไทย

ที่สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบีย ประ จำประเทศไทย นายนาบิล ฮุสเซ็น อัชลี อุปทูตซาอุฯ ประจำประเทศไทย เปิดแถลงว่า ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ขอชื่นชมรัฐบาลไทยอย่างสูง ในความพยายามล่าสุดที่จะสะสางคดีที่เกี่ยวข้องกับซาอุฯ 3 คดี เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ซาอุดีอาระเบีย-ไทย

"การตัดสินใจของอัยการในคดีการหายตัวไปของนักธุรกิจชาวซาอุฯ ในวันนี้ เป็นสัญญาณอันดีที่แสดงว่า รัฐบาลไทยมุ่งมั่นจะปรับปรุงความสัมพันธ์ และสานต่องานไขคดีด้วยความโปร่ง ใสในกระบวนการยุติธรรม ราชอาณาจักรซาอุดี อาระเบีย เฝ้ารอคอยวันนี้มาเกือบ 20 ปี ความคืบหน้าล่าสุดนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะไปสู่การชำระสะสางขั้นสุดท้ายในกรณีต่างๆ ทั้งหมด ตอนนี้เรามั่นใจว่า นายกรัฐมนตรีไทยและรัฐบาลชุดปัจจุบันจะให้ความยุติธรรมต่อคดีของซาอุดี อาระเบียตามที่ให้สัญญาไว้" นายอัชลี กล่าว

-จี้อีก 2 คดี-ฟื้นสัมพันธ์2ประเทศ

อุปทูตซาอุฯ กล่าวต่อว่า หลังจาก 1 ใน 3 คดีมีความคืบหน้าแล้ว ทางซาอุฯ หวังอย่างยิ่งว่า รัฐบาลไทยจะใช้ความพยายาม และแรงผลักดันในอีก 2 คดีด้วยความสำคัญที่เท่าเทียมกัน หลังจากในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ รัฐบาลไทยใช้ความพยายามอย่างยิ่งจนกระทั่งคดีไปถึงชั้นศาล ทางเจ้าหน้าที่รัฐบาลซาอุฯ ชื่นชมอย่างยิ่งกับความพยายามของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกคนในดีเอสไอ อัยการ เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน และตัวแทนหน่วยงานต่างๆ มั่นใจอย่างยิ่งในระบบกฎหมายของไทย รวมถึงความสามารถในการใช้กฎหมาย และการใช้กระ บวนการยุติธรรม จึงหวังว่าการไต่สวนพิจารณาคดีจะเป็นไปอย่างยุติธรรม

"จากรากฐานและหลักการในนโยบายการต่างประเทศของราชอาณาจักรซาอุฯ รัฐบาลของเราทราบดีว่า การพัฒนาความสัมพันธ์อันดี และความร่วมมือกับราชอาณาจักรไทย เป็นเรื่องสำคัญ เราปรารถนาที่จะได้ร่วมมือกัน เพื่อฉวยโอกาสดีที่เกิดขึ้นนี้ ปรับปรุงความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ขยายความร่วมมืออย่างกว้างขวาง และความร่วมมือในกิจการระหว่างประเทศ ทางสถานทูตขอย้ำว่า การสะสางคดีที่กินเวลามายาวนาน ด้วยผลงานล่าสุดนี้จะเป็นความสำเร็จ และหลักสำคัญในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อประโยชน์ร่วมกันระหว่างประชาชน 2 ประเทศ" อุปทูตซาอุฯ กล่าว

-"มาร์ค"ยันไม่แทรกแซงคดี

ขณะเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษมีคำสั่งฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด และพวก ว่า ทราบจากข่าวว่าอัยการสั่งฟ้อง เมื่อถามว่าจำเป็นต้องให้ พล.ต.ท.สมคิด พักราชการก่อนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาตามกฎหมาย เมื่อถามย้ำว่าโดยธรรมเนียมปฏิบัติแล้วจำเป็นต้องให้พักราชการหรือไม่ เพราะอาจจะมีผลต่อคดี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เข้าใจว่าเรื่องทำนองนี้มีค่อนข้างหลากหลาย อยู่ที่กฎหมายตำรวจ และผู้บังคับบัญชาจะพิจารณา

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้คิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุฯ จะดีขึ้นหรือไม่ นายอภิ สิทธิ์ กล่าวว่า เรามีหน้าที่ตามกระบวนการ และสิ่งที่ได้พูดกับทางอุปทูตซาอุฯ คือเราจะไม่เข้าไปแทรกแซง และจะไม่ยอมให้ใครเข้าไปแทรก แซง ส่วนผลจะออกมาเป็นที่พอใจหรือไม่ เราไปตอบแทนไม่ได้

-ตร.กางกฎ"เด้ง-พักราชการ"

รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่า ภายหลังที่คณะทำงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด และพวก คดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุฯ และเข้าสู่กระบวนการทางศาลแล้วนั้น พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. มีคำสั่งไปยังกองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบรายละเอียดของคดีทั้งหมด พร้อมทั้งให้ตรวจสอบดูกฎระเบียบด้วยว่า กรณี พล.ต.ท. สมคิด และพวกที่ยังรับราชการตำรวจอยู่ในขณะนี้ ซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีอาญา จะต้องเข้ามารายงานตัวต่อ พล.ต.อ.ปทีป และหลังจากนั้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องดำเนินการในขั้นตอนต่อไปอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น ให้ออกจากราชการ พักราชการไว้ก่อน หรือย้ายเข้ามาประจำ

ด้าน นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า หลังจากนั้นความสัมพันธ์ไทยกับซาอุฯ ดีขึ้นแน่นอน เพราะเป็นสิ่งที่ซาอุฯ รอคอยมานาน และน่าจะพอใจ เราเสียเวลาไป 19 ปี ทั้งเรื่องแรงงาน การท่องเที่ยว และค้าขาย ไทยต้องเร่งปรับความสัมพันธ์ และลดปัญหาอุปสรรคต่อซาอุฯ เพราะซาอุฯ เป็นแกนนำในโลกมุสลิม ไม่ว่าจะคิดหรือทำอะไร ย่อมกระทบกับประเทศอาหรับอื่นๆ และมีความเป็นไปได้ที่จะปรับระดับความสัมพันธ์ แต่ต้องดูคดีที่เหลืออีก 2-3 คดี ที่หมดอายุไปแล้ว

-"เพื่อไทย"จี้"ปทีป"จัดการ

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า เมื่ออัยการสั่งฟ้องต่อศาล ตาม พ.ร.บ.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 พล.ต.ท.สมคิดพร้อมพวก ต้องเข้ารายงานตัวต่อ พล.ต.อ.ปทีป รับทราบ และหลังจากนี้รักษาการ ผบ.ตร. จะต้องมีคำสั่งพักราช การ หรือให้พล.ต.ท.สมคิด พร้อมนายตำรวจที่ยังอยู่ในราชการ และเกี่ยวข้องกับคดีออกจากราชการไว้ก่อน เมื่อพล.ต.ท.สมคิด และพวก พิสูจน์ตัวเองได้ว่าบริสุทธิ์ ก็สามารถกลับเข้ารับราชการได้อีกครั้ง

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากพล.ต.ท. สมคิด ซึ่งเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ระหว่างที่มีการสืบสวนสอบสวน ก็อาจสร้างผลกระทบ และสร้างความเสียหายต่อรูปคดีได้ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องให้ พล.ต.อ.ปทีป สั่งพักราชการ พล.ต.ท.สมคิด หรือ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อรูปคดี

-พี่สมคิดโวยไม่เป็นธรรม

ขณะที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัว หน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) พี่ชายของ พล.ต.ท.สมคิด กล่าวว่า ได้ประกันตัว พล.ต.ท.สมคิด ออกมาต่อสู้คดี แต่เป็นที่น่าผิดสังเกตขบวนการต่างๆ ตั้งแต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมถึงอัยการ ที่มองดูแล้วไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับเรา อย่างไรก็ตาม กระบวนการยุติธรรมมีขั้นตอนอยู่แล้ว และให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนัก งานอัยการสูงสุด ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น ดังนั้น ในประเด็นดังนี้ เราจะไปต่อสู้กันในชั้นศาลต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า อดีตคมช.หรือรัฐบาลให้ความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า คดีความก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการยุติ ธรรม เราจะต้องเชื่อมั่นในระบบศาล ส่วนรัฐ บาลจะช่วยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาล ทั้งนี้ไม่ อยากพูดว่าการตัดสินเรื่องนี้ พล.ต.ท.สมคิดจะถูกกลั่นแกล้ง เพราะหากพูดไปเหมือนการดึงมูลเหตุนี้มา แต่การพิจารณาเกือบถึง 20 ปี น่าจะเป็นคดีประวัติศาสตร์ แต่ทำไมถึงมารีบเร่งในเดือนสุดท้าย ด้วยการนำเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากดดันให้ดำเนินคดี

-แรงงานเล็งเปิดตลาดซาอุฯ

วันเดียวกัน ที่กระทรวงแรงงาน นายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการขยายตลาดแรงงาน ภายหลังที่ความสัมพันธ์ไทยกับซาอุฯ มีแนวโน้มดีขึ้นจากกรณีสั่งฟ้องในคดีอัลรูไวลี่ว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่า จะมีนโยบายฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุฯ ได้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งจะมีนโยบายในการขยายตลาดแรงงานไปยังประเทศซาอุฯ หรือไม่ ที่ผ่านมาประเทศชาอุฯ เปิดโอกาสให้แรงงานไทยเดินทางไปทำงานในประเทศได้ แต่เป็นการติดต่อกันเองระหว่างเอกชนกับเอกชน ส่วนการทำข้อตกลงระหว่างรัฐต่อรัฐ ยังไม่มีจนกว่าปัญหาจะคลี่ คลาย ส่วนนายสุภัท กุขุน รองอธิบดีกรมการจัด หางาน กล่าวว่า นับเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากคดีคลี่คลายไปในระดับหนึ่ง เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีแรงงานไทยเดินทางไปทำงานที่ประเทศซาอุฯ 200,000 คน ต่อมาเกิดคดีขโมยเพชรซาอุฯ ตามมาด้วยคดีฆ่าทูต และอุ้มฆ่านักธุรกิจ ส่งผลให้ การส่งคนงานไทยไปทำงานซาอุฯ สะดุด คิดว่าหากรัฐบาลไทยและซาอุฯ ฟื้นความสัมพันธ์ เชื่อว่าจะทำให้คนงานไทยกลับเข้าไปทำงานในซาอุฯ ได้อีกครั้ง เพราะในซาอุฯ ยังมีโครงการต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ แน่นอนว่าแรงงานไทยจะได้รับโอกาสเข้าไปทำงาน


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.