มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 3228 คน
วันที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7984 ข่าวสดรายวัน


"แกมี"อ่อน เข้าไทยเป็นดีเปรสชัน


เตือนอ่าวไทยระวังคลื่นยักษ์ "พท.-กทม."เปิดศึกถุงทราย! พยากรณ์ชี้ปีนี้มีพายุลูกเดียว



คาหนังคาเขา - นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยพร้อมด้วยส.ส.กทม. ลงพื้นที่ชี้จุดพบกระสอบทรายในท่อระบายน้ำบริเวณถ.ศรีนครินทร์ แยกลำสาลี โดยมีดีเอสไอร่วมตรวจสอบด้วย เมื่อ 7 ต.ค.

"แกมี"เข้าไทยแล้วทางจ.สระแก้ว แต่อ่อนแรงเป็นดีเปรสชันเคลื่อนตัวลงอ่าวไทย ก่อนขึ้นฝั่งจ.เพชรบุรีและราชบุรีวันนี้ "นายกฯปู"ชี้อย่าประมาท สั่งติดตามเฝ้าระวังแม้พายุลดกำลัง กบอ.ถกผู้ว่าฯ 40 จังหวัดรับมือ "ปลอดประสพ"หวั่นอิทธิพลพายุเกิดคลื่นยักษ์"สตอร์มเซิร์จ"สูง 4 เมตรในจ.เพชรบุรี สั่งเรือประมงงดออกทะเลหาปลา 9-10 ต.ค. ฝ่าฝืนจับทันที "บิ๊กตู่"จัดเต็มกำลังพล-ระดมกระสอบทรายอุดน้ำท่วม



"แกมี"เข้าสระแก้วออกราชบุรี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ต.ค. ที่สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการ สบอช. แถลงสถานการณ์พายุแกมีว่า จุดศูนย์กลางอยู่ที่กัมพูชา ความเร็วลม 70 ก.ม.ต่อช.ม. พายุได้ลดระดับเป็นดีเปรสชัน เข้าประเทศไทยวันเดียวกันนี้ในช่วงเวลา 19.00 น. ทาง จ.สระแก้ว จันทบุรี โดยขอบพายุเข้าช่วงบ่ายก่อน และจะหลุดออกจากภาคตะวันออกไปเข้าอ่าวไทยผ่านทางจ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ในวันที่ 8 ต.ค.โดยวิ่งเลียบอ่าวไทย ตัวพายุที่อยู่ในทะเลจะใช้เวลา 6-7 ชั่วโมงในการขึ้นฝั่ง และช่วงเวลา 13.00 น. วันที่ 8 ต.ค. จะเข้าฝั่งที่จ.เพชรบุรี ราชบุรี ซึ่งจะหลุดออกจากประเทศไทยที่ จ.ราชบุรี ในเวลา 19.00 น. และเข้าสู่ประเทศพม่าก่อนออกทะเล



สบอช.คาดพายุลูกสุดท้าย

นายสุพจน์กล่าวว่า พายุพระพิรุณตอนนี้เป็นดีเปรสชันในมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มไปญี่ปุ่น คาดว่าไม่มีผลกระทบ ปีนี้การเกิดพายุวางใจได้ว่าไม่ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ จากที่คาดการณ์ตอนต้นปีว่าจะเกิดพายุในภูมิภาคนี้ 30-33 ลูกนั้น นับถึงตอนนี้เกิดแล้ว 17 ลูก พายุแกมีเป็นลูกที่ 18 คาดว่าเป็นพายุลูกแรกและลูกสุดท้ายที่เข้าไทย สภาพอากาศพายุไม่น่ามีอีกแล้วเพราะเข้ากลางเดือนก.ย.จะหมดฤดูฝนภาคกลาง แนวฝนจะลงใต้ ภาคกลางจะเริ่มรับอิทธิพลความกดอากาศสูงจากจีนลงมาเร็วคือลมหนาวเข้ามาปลายต.ค.นี้ ซึ่งฤดูหนาวมาเร็วขึ้นกว่าทุกปี ขณะนี้ลมหนาวจากจีนลงมาภาคเหนือของไทยแล้ว คาดว่าปีนี้จะได้เห็นหิมะตกในเมืองไทยช่วงพ.ย.และธ.ค. ที่จ.เชียงราย



มั่นใจรัฐบาล-อย่าตระหนก

นายสุพจน์กล่าวต่อว่า จังหวัดที่ได้รับผล กระทบในวันที่ 7-8 ต.ค. มี 40 จังหวัด คือ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม กทม. และปริมณฑล กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา ที่อาจเกิดฝนตกหนัก ผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดทราบแล้ว พร้อมรับมือตามนโยบายนายกฯ ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก แม้จะมีพายุเข้าอีก 4 ลูกจะไม่เกิดน้ำท่วมเหมือนปี"53 และปี"54



อุตุฯเชื่อมั่นกทม.เอาอยู่

นายประวิทย์ แจ่มปัญญา ผอ.ส่วนสำนักพยากรณ์อากาศกลาง กล่าวว่า ศูนย์กลางพายุแกมีอยู่ที่กัมพูชา ขอบพายุมีผลกระทบในพื้นที่อีสานใต้ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ ส่วนตอนล่าง จ.จันทบุรี ระยอง ตราด แนวฝนเหลื่อมมาบางส่วนในภาคกลาง อาจมีฝนตกในวันที่ 7-9 ต.ค. โดยพายุมีความกว้าง 500 ก.ม. ทำให้ฝนตกเป็นบริเวณกว้าง ลักษณะตกๆ หยุดๆ เป็นฝนเม็ดใหญ่ ปริมาณ 20-30 ม.ม. รวม 20 ชั่วโมง รวมฝนได้ 100 ม.ม. ที่จ.สระแก้ว จ.ปราจีนบุรี จ.นครราชสีมา จ.นครนายก โดยรอบพื้นที่เขาใหญ่และจังหวัดรอบอ่าวไทยมีปริมาณฝน 100 ม.ม. ใน 20 ชั่วโมง กทม.สูงสุดไม่เกิน 20-30 ม.ม./ช.ม. คิดว่าไม่เกินศักยภาพของกทม.ในการจัดการ



กบอ.ประชุมรับมือ"แกมี"

เมื่อเวลา 10.00 น. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เป็นประธานการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จาก จ.เพชรบุรี มายังห้องบัญชาการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ที่มีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดี ปภ. เข้าร่วม ขณะที่ผู้ว่าฯ ภาคกลาง อีสาน ตะวันออก และตะวันตกรวม 40 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อมต่อสัญญาณเข้าร่วมประชุมด้วยเพื่อเตรียมพร้อมรับมือผล กระทบจากพายุแกมี

นายปลอดประสพกล่าวว่า น้ำทะเลเริ่มขึ้นในวันที่ 15 ต.ค. จากนั้นจะทำให้น้ำไหลลงทะเลช้ากว่าปกติ ตอนนี้เหลือเวลาอีก 7 วัน ขอให้จังหวัดในพื้นที่ปลายน้ำทำงาน 24 ชั่วโมง เพราะหลังวันที่ 15 ต.ค. เราจะทำงานไม่ได้ทั้งวัน ขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้น้ำลงไปอยู่ในภาวะปกติก่อนวันที่ 31 ต.ค.



ชี้แม่น้ำสายหลักเต็มพิกัด

นายปลอดประสพกล่าวว่า แม่น้ำบางปะกงที่มีฝนตกต่อเนื่อง 1 เดือนเต็ม ถูกใช้เต็มที่ในเรื่องน้ำท่วมฝั่งตะวันออก จึงไม่มีการนำน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไปเติมให้ รวมถึงน้ำที่เอ่อขังอยู่ในกทม.ฝั่งตะวันออกจะไม่ถูกนำไปเติมให้แม่น้ำบางปะกงด้วย ส่วนแม่น้ำท่าจีนก็เต็มเช่นกัน เพราะรับน้ำจำนวนมากจากแม่น้ำสุพรรณบุรี ทำให้น้ำท่วมพื้นที่ จ.นครปฐม จึงไม่อยากให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไปเติมท่าจีนอีก ส่วนแม่น้ำแม่กลองนับแต่วันนี้จะมีฝนตก ดังนั้นเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อน วชิราลงกรณต้องดูปริมาณการปล่อยน้ำลงแม่น้ำแม่กลองให้ดี ขณะเดียวกันต้องไม่ผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลองไปยังแม่น้ำท่าจีน เพราะแม่น้ำเจ้าพระยายังพร่องน้ำได้มาก



จับตา"สตอร์มเซิร์จ"เพชรบุรี

นายปลอดประสพกล่าวอีกว่า จังหวัดปลายน้ำถ้าต้องการขุดลอกขอให้ทำเฉพาะด้านเหนือและใต้ อย่าเพิ่งทำฝั่งตะวันออกและตะวันตก เพราะเรามีเวลาถึงวันที่ 15 ต.ค. รวมทั้งขอให้เตือนเรือประมงว่าอย่าเพิ่งออกในช่วงวันที่ 9-10 ต.ค.เพราะจะมีคลื่นสูงถึง 4 เมตร โดยเฉพาะจ.เพชรบุรีที่อาจจะเกิดคลื่นยักษ์ที่เรียกว่า สตอร์มเซิร์จ (ระดับน้ำทะเลที่ยกตัวสูงขึ้น) แต่ไม่ใช่สึนามิ ทั้งนี้ถ้าใครนำเรือประมงออกทะเลช่วงวันดังกล่าว ขอให้จับได้เลย



ตั้งวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์

นายฉัตรชัยแถลงหลังประชุมที่ใช้เวลา 3 ชั่วโมงว่า ภาพรวมการเตรียมพร้อมของทุกจังหวัดน่าพอใจ สั่งการให้เฝ้าระวังต่อไปแม้พายุโซนร้อนแกมีจะลดระดับเป็นดีเปรสชัน โดยกระทรวงตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รายงานเป็นระยะๆ เพราะนายกฯ กำชับว่าต้องไม่ให้พื้นที่ขาดการติดต่อสื่อสารกับส่วนกลาง และต้องรายงานสถานการณ์ทุก 3 ชั่วโมง ส่วนจ.สระแก้ว พื้นที่แรกที่ได้รับผลกระทบจากพายุแกมีนั้น บางพื้นที่ฝนตกแต่ไม่หนักมาก จังหวัดเตรียมการพร่องน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำต่างๆ ไว้แล้ว พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่วนกรณีนายปลอดประสพระบุเรื่องสตอร์มเซิร์จวันที่ 10 ต.ค.นั้น ยังไม่มีข้อมูล



ผู้ว่าฯกทม.ชี้ไม่กระทบตรงๆ

วันเดียวกัน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์พายุแกมี พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรการป้องกันตามจุดต่างๆ ทั่วกทม.ว่า พายุมีแนวโน้มเปลี่ยนทิศทางลงใต้ ตามร่องความกดอากาศต่ำ ไม่กระทบกทม.โดยตรง แต่ต้องจับตาอิทธิพลของพายุที่จะทำให้มีฝนมากขึ้นในพื้นที่กทม.ช่วง 1-2 วันนี้ รวมทั้งอาจมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ขณะที่ยังพบการก่อตัวของพายุลูกใหม่บริเวณเกาะกวม มหาสมุทรแปซิฟิก ต้องติดตามทิศทางการเคลื่อนตัวต่อไป พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเจ้าหน้าที่ประจำใน 10 จุดเสี่ยงของกทม.



ระดับน้ำทุกคลองปลอดภัย

นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. เผยว่า กทม.ประสานกรมชลประทานเร่งผลักดันน้ำเพื่อเตรียมรับมือพายุแกมี ล่าสุดกรมชลประทานเปิดเครื่องผลักดันน้ำลงสู่ทะเลรวม 210 ลบ.ม.ต่อวินาที จากกำลังสูบ 420 ลบ.ม.ต่อวินาที แบ่งเป็นที่สถานีระบายน้ำสุวรรณภูมิ มีกำลังผันน้ำได้ 100 ลบ.ม.ต่อวินาที และสถานีสูบน้ำชลหารพิจิตรมีกำลังผันน้ำได้ 120 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อระบายน้ำในพื้นที่กทม.ให้ไหลลงสู่ทะเลในจ.สมุทร ปราการ ทำให้ขณะนี้สามารถลดระดับน้ำในคลองทุกคลองลงต่ำกว่าค่าวิกฤตรองรับที่จะมีฝนฉ่ำทั้งวันในวันที่ 8 ต.ค. จากอิทธิพลของพายุแกมี ฝากถึงชาวกทม.อย่าวิตกกังวล



ไม่ประมาทพายุอ่อนกำลัง

น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า รัฐบาลโดย กบอ. ติดตามสถานการณ์พายุแกมีอย่างใกล้ชิดซึ่งมีแนวโน้มอ่อนกำลังลง คลายความกังวลใจได้มาก แต่ กบอ.ไม่ประมาท เฝ้าระวังต่อไปในพื้นที่ 30 จังหวัด เพื่อให้มีความพร้อมรับมือได้ทันท่วงทีหากมีสถานการณ์ สำหรับกระทรวงมหาดไทยได้หารือแต่ละจังหวัดเป็นระยะๆ และประสานข้อมูลระหว่างกัน นายปลอดประสพเองก็ลงพื้นที่ดูความพร้อม ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ สั่งการเพิ่มหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำชับให้ดูแลทั้งชาวเรือและนักท่องเที่ยวให้ทั่วถึง ทางศูนย์เฝ้าระวังจะประชุมกันเป็นระยะจนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย



ดูแลเข้ม 30 จว.ผลกระทบ

น.ส.ศันสนีย์กล่าวว่า แม้วันที่ 7 ต.ค. นายกฯ ไม่มีภารกิจที่ไหน แต่ติดตามสถานการณ์พายุแกมีตลอดเวลา จากการ รายงานของปภ. ปลัดมท. นายปลอดประสพ อย่างวันที่ 6 ต.ค.เมื่อพบว่าพายุเปลี่ยนทิศ นายกฯ ก็กำชับให้ดูแลนักท่องเที่ยวและชาวเรือ จนถึงขณะนี้นายกฯ สั่งการให้ยังคง เฝ้าระวังถึงแม้ว่าระดับพายุจะลดลงเป็นดีเปรสชันแล้วก็ตาม ตอนนี้จังหวัด 30 แห่งซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบนั้น ยังคอยเฝ้าติดตามสถานการณ์ และประสานมายังปภ. กระทรวงมหาดไทยอย่างต่อเนื่อง ทราบว่าดูแลได้นายกฯ ก็คอยรับทราบรายงาน หากมีอะไรน่าเป็นห่วงหรือต้องทำ จะได้สั่งการเพิ่มเติม แต่ยังไม่ต้องถึงขั้นที่นายกฯ ต้องเรียกประชุมใหญ่เอง



"บิ๊กตู่"สั่งจัดเต็มกำลังพล

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก ทบ. เผยว่า ติดตามสถานการณ์พายุแกมีอย่างใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. สั่งการให้จัดเตรียมกำลังพลและเครื่องมือบรรเทาภัยไว้พร้อมช่วยเหลือประชาชน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกยังเตรียมกระ สอบทราย 880,000 ใบ รองรับสถานการณ์น้ำท่วมในกทม.ด้วย พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น กองทัพภาคที่ 2 เตรียมทหาร 28 กองร้อยพร้อมเครื่องมือประจำทุกพื้นที่แล้ว และประสานส่วนราชการพลเรือนในทุกจังหวัดอย่างใกล้ชิด ช่วยเหลือประชาชนได้ทันที



พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวว่า พื้นที่ภาคกลาง ทหารกองพลทหารราบที่ 9 เข้าประจำในพื้นที่จ.กาญจนบุรี นครปฐม และสุพรรณ บุรี ส่วนพื้นที่ จ.ราชบุรี กรมการทหารช่างเข้าเตรียมพร้อมในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะอ.สวนผึ้ง และเตรียมชุดช่วยเหลือและเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย อาทิ สะพานเครื่องหนุนมั่น รถสายพานอเนกประสงค์ รถโกยตัก รวมทั้งกรมการสัตว์ทหารบกส่งเจ้าหน้าที่เข้ากำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำในพื้นที่ จ.นครปฐม ตามที่ได้รับมอบหมายจาก กบอ.แล้ว



เผยพื้นที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อเวลา 16.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า พายุดีเปรสชันแกมี (GAEMI) ศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 50 ก.ม./ช.ม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 18 ก.ม./ช.ม. คาดว่าจะเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณ จ.สระแก้วในคืนนี้ จากนั้นจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคกลาง และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในระยะต่อไป โดยผลกระทบต่อประเทศ ไทย มีฝนตกหนาแน่นเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมแรงดังนี้



ช่วงวันที่ 7-8 ต.ค. ผลกระทบโดยตรงบริเวณ จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม กทม. และปริมณฑล ผลกระทบโดยอ้อมบริเวณ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา



ห้ามเรือเล็กออกจากฝั่ง

วันที่ 8-9 ต.ค. กระทบบริเวณ จ.อุทัยธานี นครสวรรค์ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7-9 ต.ค.



สระแก้วก่ออิฐกันน้ำท่วม

สำหรับการเตรียมพร้อมรับมือพายุแกมีตามจังหวัดต่างๆ นั้น ที่ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่พายุเข้า สภาพท้องฟ้าขมุกขมัว ไม่มีแสงแดดส่อง มีละอองฝนเล็กน้อย บรรดาร้านค้าขายตลาดนัดต่างปิดบริการเป็นส่วนใหญ่ บนถนนสุวรรณศร สระแก้ว-อรัญประเทศ รถวิ่งสัญจรน้อยมาก ประชาชนส่วนใหญ่อาศัยอยู่แต่ในบ้านพัก ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าย่านตลาดเทศบาล นำกระสอบทรายและก่ออิฐบล็อกสูง 1 เมตร เพื่อป้องกันความเสียหายของน้ำท่วม



ส่วนตลาดโรงเกลือ ซึ่งเป็นตลาดการค้าชายแดนสำคัญของ อ.อรัญประเทศ ผู้ประกอบการชาวกัมพูชายังคงเข้ามาค้าขายตามปกติ เตรียมการป้องกันโดยนำโต๊ะ และแคร่ไม้ไผ่มาตั้งวางสินค้าหากน้ำท่วมฉับพลัน สอบถามผู้ค้าชาวกัมพูชาส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่า หน่วยงานของไทยรับมือและช่วยเหลือได้



อรัญฯหวั่นเกิดอุทกภัยซ้ำ

นายกรชัย ศรีธนากุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอรัญประเทศ กล่าวว่า เทศบาลเตรียมพร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งแจ้งเตือนประชาชน ติดตามข่าวสาร และจัดกระสอบทรายเพิ่ม 6,000 ใบ



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายทหารพรานกองกำลังบูรพา จัดกำลังพลพร้อมเรือท้องแบน เสื้อชูชีพ ไปประจำตามจุดตรวจชายแดนที่อยู่ติดกับคลองพรหมโหด เตรียมพร้อมออกช่วยเหลือประชาชนหากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่ระดับน้ำในคลองพรหมโหดที่ไหลผ่านตลาดเทศบาลเมืองอรัญประเทศ แม้น้ำลดลงแต่หากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.วัฒนานคร ซึ่งเป็นต้นน้ำของคลองพรหมโหด และในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จะทำให้น้ำในคลองล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนอีกครั้ง



สั่งมิสเตอร์เตือนภัยประจำการ

นายชัช กิตตินภดล รองผู้ว่าฯ สระแก้ว กล่าวว่า ตั้งศูนย์ประสานงานทั้ง 9 อำเภอ ช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ให้มิสเตอร์เตือนภัยในทุกหมู่บ้านแจ้งข้อมูลสถานการณ์ สำรวจฝาย อ่างเก็บน้ำ เขื่อน ให้แข็งแรง ส่วนที่บริเวณตลาดโรงเกลือร้านค้าเปิดขายตามปกติ



เมื่อเวลา 15.00 น. มีรายงานว่า พายุแกมีเข้ากัมพูชา บริเวณเมืองเสียมราฐ คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าปกคลุม จ.สระแก้ว ในคืนวันเดียวกันนี้ จากนั้นอ่อนกำลังลงและเคลื่อนตัวผ่านภาคตะวันออก จ.ปราจีนบุรี นครนายก และฉะเชิงเทรา ตามลำดับ บริเวณเส้นทางพายุที่เคลื่อนตัวผ่านจะมีฝนตกบริเวณกว้าง ฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่



"ตราด"ฝนหนัก-พายุแรง

จ.ตราด นายวิรัตน์ รัตนวิจิตร ปลัดจังหวัดตราด กล่าวว่า ได้รับผลกระทบจากพายุเล็กน้อยถึงปานกลาง มีฝนตกทุกอำเภอโดยตกหนักในช่วงสั้นๆ และเว้นระยะ 3-4 ชั่วโมง จึงตกในลักษณะเช่นนี้อีก ทั้งนี้สภาพพื้นที่ลาดเอียง น้ำฝนจึงไหลลงทะเลรวดเร็ว ยังไม่มีรายงานน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม มีเพียงต้นไม้ล้มกีดขวางการจราจร 1 ช่องทาง เนื่องจากลมกระโชกที่ ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ สำหรับพื้นที่เสี่ยง 3 อำเภอ คือ อ.เมืองตราด อ.บ่อไร่ และ อ.เขาสมิง ให้ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตั้งกองบัญชาการส่วนหน้าอำเภอไว้พร้อมแล้ว



นายธีรพล ศิรินานุวัฒน์ นอภ.คลองใหญ่ จ.ตราด กล่าวว่า เกิดฝนตกหนักและมีพายุลมแรง ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางถนนที่ ต.ไม้รูด ปริมาณน้ำฝนมีไม่มาก เพียงท่วมถนนและลดลงอย่างรวดเร็ว ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ส่วนเรือประมงพื้นบ้านส่วนใหญ่จะหยุดทำการ เรือขนาดใหญ่ยังสามารถทำได้ แต่หลังจากนี้อาจมีปัญหาเนื่องจากคลื่นลมแรง



หวั่นคลื่นสูงกระทบเรือสินค้า

น.ส.กิปภา ประสิทธิเวช ผจก.ท่าเรือ ส.กฤตวัณ ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ที่เป็นท่าเรือส่งสินค้าไปยังประเทศกัมพูชาและเวียดนาม เผยว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา การขนส่งสินค้าปกติ แต่วันเดียวกันนี้มีคลื่นลมแรง คลื่นในทะเลสูงโดยเฉพาะ จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชาไปถึงท่าเรือสีหนุวิลล์ อาจทำให้เรือสินค้าได้รับผลกระทบได้ โดยเฉพาะที่มีขนาดต่ำกว่า 1,000 ตันกรอส ต้องระมัดระวัง



ผู้ว่าฯราชบุรีสั่งแจ้งเตือนภัย

จ.ราชบุรี คาดว่าได้รับผลกระทบวันที่ 8-9 ต.ค.นั้น นายชมน์ชื่น บุญญานุสาส์น ผู้ว่าฯ ราชบุรี มีหนังสือสั่งการ "ด่วนที่สุด" ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ นายกเทศมนตรี นายกอบต. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เตรียมพร้อม แจ้งเตือนประชาชนโดยเฉพาะที่อาศัยบริเวณที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่เสี่ยงภัย อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มได้ พร้อมตรวจสอบความมั่นคงของฝายน้ำล้น อ่างเก็บน้ำ และต้องออกช่วยเหลือประชาชนได้ทันสถานการณ์



นายสมบูรณ์ ศิริเวช นายอำเภอบ้านโป่ง เผยว่า ผู้ว่าฯ ประกาศให้พื้นที่อำเภอบ้านโป่งทั้ง 14 ตำบลเป็นเขตประสบภัยพิบัติแล้ว คาดว่าพายุแกมีจะส่งผลให้น้ำท่วมทุกพื้นที่ จึงประสานหน่วยงานต่างๆ พร้อมรับสถาน การณ์ ประกาศเตือนประชาชน อาทิ ย้ายสิ่งของที่จำเป็น อพยพสัตว์เลี้ยงไปที่สูง จัดเตรียมอุปกรณ์กันน้ำ และยารักษาโรคที่มากับน้ำ



กรุงเก่าหวั่นท่วม5นิคมฯ

นายไมตรี ปิตินานนท์ ผอ.โครงการชลประทาน จ.พระนครศรีอยุธยา เผยว่า เป็นห่วงนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 5 แห่ง เพราะก่อสร้างแนวคันป้องกันน้ำท่วม หากฝนตกหนักอาจเกิดปัญหาการระบายน้ำภายในนิคมฯ ส่งผลให้น้ำท่วมขังภายใน เนื่องจากน้ำฝนถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่ วัตถุประสงค์การสร้างแนวคันดินป้องกันน้ำท่วมนั้นเพื่อป้องกันน้ำจากภายนอกเข้ามา ขอให้ทุกนิคมฯ เตรียมพร้อมและสำรองเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไว้ใช้สูบน้ำออกยามฉุกเฉิน



นายไมตรีกล่าวว่า ปริมาณน้ำในลำน้ำของจังหวัดยังทรงตัว เริ่มลดลงในจุดที่ท่วมขังก่อนหน้านี้ แต่ถ้ามีฝนตกลงมาอีก น้ำจะขึ้นอีก 30 ซ.ม. แต่ในทุ่งที่มีน้ำฝนท่วมขังก่อนหน้านี้จะยังคงมีน้ำท่วมขังต่อไปอีกระยะ ต้องรอให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดต่ำกว่าตลิ่ง จึงจะระบายน้ำท่วมขังในทุ่งออกได้



ฝนหนัก-ดินสไลด์ทับถนน

จ.พิษณุโลก เกิดเหตุดินสไลด์ปิดทับเส้นทางนครไทย-ด่านซ้าย ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย ซึ่งเป็นทางหลักไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ดินสไลด์ปิดทับเส้นทางยาวกว่า 100 เมตร และรถติดยาวกว่า 2 ก.ม. เจ้าหน้าที่นำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าเปิดเส้นทาง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถเปิดใช้เส้นทางได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงจัดกำลังเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง เนื่องจากยังมีดินสไลด์ลงมาอย่างต่อเนื่อง



ตั้งชุดฉก.ช่วยผู้ประสบภัย

นายธนภัทร บูรณศักดิ์ภิญโญ นอภ.โพทะเล จ.พิจิตร เผยว่า น้ำในแม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่ง ประกอบกับได้รับน้ำป่าจากกำแพง เพชรไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าว 5 ตำบลคือ ต.ท่าเสา โพทะเล บางคลาน บ้านน้อย และท้ายน้ำ ซึ่งมีพื้นที่นาข้าวถูกน้ำท่วมเกือบ 1 พันไร่ ส่วนสถานการณ์พายุแกมีนั้น ได้เรียกประชุมเตรียมพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้าที่อ.โพทะเล และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้จัดตั้งชุดเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็วคอยเข้าช่วยเหลือประชาชนตามหมู่บ้านที่ประสบภัย



นายธนภัทรกล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงคือ 4 ตำบลใน อ.โพทะเล คือ ต.โพทะเล บางคลาน บ้านน้อย และท้ายน้ำ เพราะเป็นพื้นที่ต่ำ ต้องรับน้ำและท่วมมากทุกปี หากพายุฝนมาก ประกอบกับแม่น้ำยมมีปริมาณสูงขึ้นต่อเนื่อง คงถูกน้ำท่วมเสียหายสิ้นเชิง



มหาสารคามยังรับมือไหว

นายกิตติพงศ์ โรจน์วิรัตน์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและบำรุง โครงการชลประทาน จ.มหาสารคาม กล่าวว่า สภาพอากาศในจังหวัดมืดครึ้มไปด้วยเมฆฝน มีฝนตกเพิ่มขึ้น อ่างเก็บน้ำทั้ง 17 แห่งมีปริมาณมากกว่าเดิม ล่าสุดอ่างเก็บน้ำ 6 แห่ง มีน้ำเกินร้อยละ 80 แล้ว คือ อ่างเก็บน้ำห้วยคะคาง อ.เมือง อ่างเก็บน้ำหนองแกดำ อ.แกดำ อ่างเก็บน้ำหนองบัว อ.กันทรวิชัย อ่างเก็บน้ำร่องหัวช้าง อ่างเก็บน้ำหนองบ่อ อ.บรบือ และอ่างเก็บน้ำห้วยจอกขวาง อ.วาปีปทุม ส่วนปริมาณฝนที่ตกลงมาวัดได้มากสุดที่ อ.บรบือ เฉลี่ย 73.8 มิลลิเมตร อ.เมือง 25 มิลลิเมตร และยังคงต้องเฝ้าระวังอิทธิพลของพายุนาแกมีต่อไป



สุรินทร์พร้อมรับมือพายุ

นายนิรันดร์ บุญสิงห์ ปภ.สุรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ฝนตกมากขึ้นจึงแจ้งพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ อ.กาบเชิง พนมดงรัก บัวเชด และสังขะ ที่ติดกับกัมพูชาให้ระมัดระวัง เตรียมพร้อมรับมือพายุแกมีตลอด 24 ชั่วโมงจนถึงวันที่ 9 ต.ค. ส่วนทิศเหนือของ จ.สุรินทร์ บริเวณแม่น้ำมูน-ชี ได้แก่ อ.ชุมพล บุรี รัตนบุรี และท่าตูม อาจได้รับผล กระทบจากน้ำเหนือไหลหลากมาจากต้นน้ำจากจ.นครราชสีมา และจ.บุรีรัมย์ ได้มอบให้มิสเตอร์เตือนภัยจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือไว้พร้อมแล้ว ส่วนปริมาณน้ำในอ่างทั้ง 18 แห่งยังรับน้ำฝนได้อีกมาก



อุบลฯแจงข้อดี"แกมี"

จ.อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ ปภ. ยังจับตาการเคลื่อนตัวของพายุแกมี ซึ่งทำให้ท้องฟ้ามีเมฆมากและมีลมพัดแรง ส่วนปริมาณฝนกระจายทั่วไปไม่หนักมาก วัดน้ำฝนได้มากที่สุดที่ อ.สำโรง 20.6 ม.ม.



นายพงษ์ศักดิ์ คำศรี หน.ฝ่ายจัดสรรและปรับปรุงระบบชลประทานโครงการโขง ชี มูลตอนล่าง กล่าวว่า อิทธิพลของพายุแกมีส่งผลดีต่อต้นข้าวที่ใกล้เก็บเกี่ยว และขาดน้ำจากฝนทิ้งช่วงที่ผ่านมา มีน้ำหล่อเลี้ยงให้ต้นข้าวเติบโตได้เต็มที่ รวมทั้งมีผลดีต่อการเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูเพาะปลูกปีหน้า โดยจะมีน้ำไหลเข้าแหล่งเก็บกักน้ำทั้ง 12 แห่งของจังหวัดเพิ่มขึ้น หลังจากที่ผ่านมีน้ำเพียงร้อยละ 75 ของความจุอ่างทั้งหมด



ลำตะคองรับน้ำได้เกินครึ่ง

ม.ล.อนุมาศ ทองแถม ผอ.สำนักชล ประทานที่ 8 นครราชสีมา เผยว่า สถานการณ์น้ำโดยรวมไม่น่าเป็นห่วง อ่างเก็บน้ำ ลำตะคอง อ.สีคิ้ว ยังรองรับปริมาณน้ำได้เกินครึ่งอ่าง หรือกว่า 160 ล้านลบ.เมตร อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย เพิ่มการระบายน้ำออกมากกว่าปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง จึงควบคุมบริหารจัดการน้ำได้ นอกจากนี้จังหวัดยังสั่งการให้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยว ห้ามลงเล่นน้ำชั่วคราวทั้งในเขตน้ำตกหรือฝายน้ำ รวมทั้งการเดินป่าท่องไพร เพื่อป้องกันอันตรายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน



บุรีรัมย์น้ำเยอะ-แต่ยังเอาอยู่

นายยงศักดิ์ ประภาพันธ์ศักดิ์ ผอ.โครงการชลประทานจ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ และลำน้ำต่างๆ พบว่าอ่างทั้ง 22 แห่งในจังหวัด หลายแห่งมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น เช่น อ่างเก็บน้ำลำนางรอง อ.โนนดินแดง และอ่างเก็บน้ำลำปะเทีย อ.ละหานทราย ปริมาณน้ำกักเก็บเฉลี่ยกว่าร้อยละ 70 ส่วนอ่างเก็บน้ำลำตะโคง อ.แคนดง มากถึงร้อยละ 110 และเริ่มล้นตลิ่งแล้ว เช่นเดียวกับน้ำในลำน้ำมาศที่ไหลผ่าน อ.นางรอง และอ.ลำปลายมาศ ขณะนี้เริ่มล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรแล้ว แต่ยังไม่ท่วมบ้านเรือนราษฎร



นายยงศักดิ์กล่าวว่า แม้น้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกมาก ขณะนี้ไม่มีการพร่องน้ำออกจากอ่าง แต่หลังจากนี้หากมีฝนมากหรือระดับน้ำในอ่างใกล้ถึงจุดเสี่ยง ได้เตรียมแผนระบายน้ำไว้แล้วที่ไม่ให้กระทบประชาชนรอบอ่าง



เตือนเรือประมงวิ่งเข้าฝั่ง

จ.สงขลา อิทธิพลของพายุแกมี ทำให้เรือประมงพื้นบ้านและประมงทะเลลึกวิ่งเข้าจอดเทียบท่าประมงสงขลา 400 ลำและท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา 70 ลำเพื่อหลบพายุ



นายประพร เอกอุรุ นายกสมาคมประมง จ.สงขลา เผยว่า สมาคมแจ้งเตือนเรือประมงทะเลลึกให้วิ่งเข้าฝั่ง และเรือที่จอดท่าเทียบเรือสงขลาให้งดออกจากฝั่งในระยะนี้ พายุแกมีมีอิทธิพลต่อคลื่นในอ่าวไทยสูง 3 เมตร ทำให้เรืออับปางลงได้



นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย ผอ.ศูนย์อุตุนิยม วิทยาภาคใต้ ฝั่งตะวันออก จ.สงขลา เผยว่า พายุแกมีทำให้คลื่นในอ่าวไทยสูง 1-3 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง เรือประมงทะเลลึกไม่ควรเสี่ยง



หัวหินสั่งขนของ-งดเล่นน้ำ

จ.ประจวบคีรีขันธ์ ช่วงบ่ายสภาพอากาศมีลมกำลังแรงขึ้น มีเมฆปกคลุมพื้นที่ ทำให้มีสภาพมืดครึ้ม และเริ่มมีฝนตกลงมา ชาวประมงนำเรือเข้าจอดหลบลมบริเวณเกาะแก่งต่างๆ และลำคลอง



นายวีระ ศรีวัฒนะตระกูล ผู้ว่าฯ ประจวบ คีรีขันธ์ เผยว่า สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อม หากมีเหตุฉุกเฉินให้ช่วยเหลือประชาชนทันที คาดการณ์ว่าแม้พายุจะอ่อนกำลังและลงสู่อ่าวไทย แต่ทำให้ท้องทะเลมีคลื่นลมแรง คลื่นยกตัวสูงขึ้นกว่าปกติ อาจเกิดสตอร์มเซิร์จ เป็นห่วงพื้นที่ อ.หัวหิน โดยเฉพาะชายหาดอาจกระทบหนัก จึงประสานขอความร่วมมือขนย้ายข้าวของ นักท่องเที่ยวไม่ควรลงเล่นน้ำระยะนี้ อาจเกิดคลื่นลมแรงและให้ติดตามข่าวสารใกล้ชิด



"เด็จพี่"ตามจิกถุงทรายกทม.

ที่สน.หัวหมาก พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน รองหน.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย มาขอหลักฐานเพิ่มเติมเป็นภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไปลอกท่อบริเวณถนนศรีนครินทร์ แยกลำสาลี เมื่อวันที่ 22 ก.ย. แล้วพบกระสอบทรายกว่า 100 กระสอบ อยู่ในท่อระบายน้ำซึ่งมีไม้ปิดกั้นไว้ เพื่อนำไปยื่นให้คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบในวันที่ 11 ต.ค.



ภายหลังการขอหลักฐาน นายพร้อมพงศ์และดีเอสไอได้ลงพื้นที่แยกลำสาลี จุดที่พบกระสอบทรายในท่อระบายน้ำ พบกระสอบทรายยังตกค้างอยู่ในท่อดังกล่าวอีกจำนวนหนึ่ง


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.