มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
จำนวนคนอ่านล่าสุด 14829 คน
วันที่ 05 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7128 ข่าวสดรายวัน


องค์กรโลก ร่วมสอบสลายม็อบ


ฮิวแมนไรต์วอตช์บี้คดี "88ศพ-คนหาย-ปิดสื่อ" กก.สิทธิ์ขอ4เดือนรู้ผล



สองเกลอ - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กับนายจตุพร พรหมพันธุ์ มาขึ้นศาลอาญา ในฐานะจำเลยคดีดักฟังโทรศัพท์ หลังเสร็จการเบิกความศาลให้นำตัวนายณัฐวุฒิกลับไปขังที่ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี ตามเดิม เมื่อ 4 มิ.ย.

กมส.ขอเวลา 4 เดือนสอบคดีสลายม็อบแดง ตั้งอนุกก. 10 ชุดสอบใน 10 ประเด็นทั้งสลายม็อบจนมีคนตาย-เจ็บ คดี 6 ศพวัดปทุมฯ คดีเผากรุง การขังผู้ต้องหา รวมทั้งปิดกั้นสื่อ "ฮิวแมนไรต์วอตช์"ส่งตัวแทนจากมะกันร่วมสอบสวนคู่ขนานไปด้วย ชี้เป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดที่ใช้อาวุธสงครามเข่นฆ่าใจกลางเมืองหลวง "ณัฐวุฒิ-จตุพร"ขึ้นศาลไต่สวนเบิกความคดีดักฟังโทรศัพท์ ผบช.น.ยันใกล้ออกหมายจับ 5-6 ไอ้โม่งชุดดำวันปะทะที่แยกคอกวัว เผยรู้ตัวแล้วเป็นใคร นครบาลโต้ยังไม่ได้จับกุมไอ้ยักษ์ที่ปรากฏในคลิปซีเอ็นเอ็น แต่สันติบาลยืนยันจับแล้วข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เตรียมส่งให้ดีเอสไอ ศอฉ.ถกอีกรอบยังไม่เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยเฉพาะกทม. ชี้ช่วง พ.ร.ก.ทำให้อาชญากรรมลดฮวบ

-"เต้น"ขึ้นศาลคดีดักฟังโทรศัพท์

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเครื่องเฮลิคอปเตอร์จากกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นำตัวนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ผู้ต้องหาตามหมายจับพ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ค่ายนเรศวร บินมาจอดลงที่สนามฟุตบอลของกองปราบปราม เมื่อเดินทางมาถึงก็มีกำลังตำรวจคอมมานโด เข้ามาควบคุมตัวนายณัฐวุฒิ เดินทางต่อไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อเข้าร่วมฟังการสืบพยานโจทก์ ในคดีที่นายณัฐวุฒิตกเป็นจำเลยร่วมกับนายจักรภพ เพ็ญแข และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ในความผิดฐานร่วมกันดัก รับไว้ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผยข้อความข่าวสาร ร่วมกันดักรับฟังใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผยข้อความที่มีการติดต่อทางโทรศัพท์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐวุฒิมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ได้เคร่งเครียด หรือมีอาการที่หวาดวิตกกังวล ซึ่งระหว่างการเดินทางไปยังศาลอาญา ตลอดเส้นทางก็มีกำลังคอมมานโด คอยดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทาง รวมทั้งความปลอดภัยที่บริเวณศาลอาญาอีกด้วย

คดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2550 นายณัฐวุฒิ นายจักรภพ เพ็ญแข และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ตกเป็นจำเลยคดีร่วมกันนำข้อความ ถ้อยคำสนทนาที่มีการติดต่อกันทางโทรศัพท์ อันเป็นการสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งพล.ต.ต. พีระพันธุ์ เปรมภูติ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ติดต่อสนทนากับนายวิรัช ชินวินิชกุล อดีตเลขานุการศาลฎีกา นายไพโรจน์ นวานุช ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ประจำสำนักประธานศาลฎีกา ไปเปิดบนเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง

-น.โต้จับ"ยักษ์"คลิปซีเอ็นเอ็น

ที่บช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. รับผิดชอบงานสืบสวน กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ตำรวจสันติบาลได้คุมตัวนายศรชัย หรือยักษ์ ศรีดี การ์ดนปช. คนที่มีใบหน้าคล้ายชายร่างอ้วนที่ปรากฏในคลิปข่าวของซีเอ็นเอ็นไว้ในเซฟเฮาส์แล้วนั้น ตนได้ประสานตรวจสอบไปแล้วทราบว่ายังไม่ได้ควบคุมตัวแต่อย่างใด ข่าวก็ว่ากันไป ตนเช็กแล้วไม่มี ส่วนเรื่องการขออนุมัติหมายจับนายศรชัย ในคดีเกี่ยวกับเหตุการณ์วันที่ตำรวจบุกจับนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำนปช.ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค นั้นทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน หากมีการอนุมัติหมายจับเมื่อใดจะแจ้งให้ทราบทันที

-ยันรู้ตัวหมดแล้วไอ้โม่งชุดดำ

พล.ต.ต.สุเมธ กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.หลังเจ้าหน้าที่เข้ากระชับพื้นที่เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 บริเวณแยกคอกวัว ว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่รู้ตัวผู้ต้องสงสัยหมดแล้วว่ามีใคร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจเสียหายต่อรูปคดีดังกล่าว โดยเราได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.บก. น.6 คนที่ได้ยึดอาวุธเครื่องยิงเอ็ม 79 ได้มาดูภาพ และอธิบายภาพ ก่อนให้พนักงานสอบ สวนสน.ชนะสงครามสอบปากคำเรียบร้อย จาก นั้นส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทราบว่าทางดีเอสไอจะประชุมวันจันทร์ที่ 7 มิ.ย.และเรียกพยานปากนี้ไปสอบเป็นพยานปากสำคัญในคดีกลุ่มก่อการร้ายต่อไป หากได้พยานหลักฐานเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่ทางดีเอสไอก็จะมีการออกหมายจับชายชุดดำทั้งหมดที่ร่วมกันก่อเหตุในวันดังกล่าว สำหรับคดีเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์นั้น ตำรวจกำลังตรวจสอบอยู่ว่าบุคคลที่อยู่ในภาพกล้องวงจรปิดนั้นเป็นใคร ซึ่งหากมีภาพบุคคลในกล้องวงจรปิดเพิ่มอีกหรือเข้าข่ายกระทำความผิดก็จะมีการออกหมายจับเพิ่มเติม

ด้านพล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. กล่าวเพิ่มเติมว่า คนร้ายกลุ่มนี้เรามีหลักฐานภาพถ่ายชัดเจน โดยเฉพาะในวันที่ 10 เม.ย.เราพบว่าคนร้ายชุดดำกลุ่มนี้มีจำนวน 5-6 คน ส่วนหนึ่งนอกจากพบว่ามีอาวุธเครื่องยิงเอ็ม 79 ที่ยึดมาได้แล้วยังมีปืนเอ็ม 16 อีกหลายกระบอก เราได้ภาพถ่ายที่เห็นใบหน้าอย่างชัดเจน ได้มอบให้กับทางกรมสอบสวนคดีพิเศษและทางฝ่ายทหารไปช่วยอีกส่วนหนึ่งด้วย คาดว่าไม่นานน่าจะได้จับตัวได้

-สันติบาลยันจับแล้วไอ้ยักษ์

รายงานเปิดเผยว่า สำหรับนายศรชัย หรือยักษ์ บุคคลที่มีใบหน้าคล้ายชายร่างอ้วนที่ปรากฏในคลิปของซีเอ็นเอ็นนั้น กองบัญชาการตำรวจสันติบาล(บช.ส.) ได้จับกุมนายศรชัยไว้แล้วในข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยยืนยันว่าควบคุมตัวนายศรชัยไว้ในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง โดยนายศรชัยยังให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความวุ่นวาย และอ้างว่าอาวุธปืนในภาพไม่ใช่ปืนจริง แต่เป็นปืนสำหรับเล่นบีบีกัน อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจสันติบาลจะส่งตัวนายศรชัยให้พนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต่อไป

-เลือดละเลงรูปมาร์คที่สัตหีบ

ก่อนหน้านี้ เวลา 08.00 น. ร.ต.อ.อาทร จิตรถิ่น พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสัตหีบ ชลบุรีได้รับแจ้งจากนายณัฐชัย แสงศรี หรือนวย ผู้ช่วย นายไมตรี สอยเหลือง ส.ส. ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ว่า มีผู้ไม่หวังดีต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ โดยนำเลือดซึ่งคาดว่าเป็นเลือดสัตว์ขึ้นไปป้ายที่บริเวณหน้าภาพถ่ายนายกฯ อภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นป้ายขนาดใหญ่ อวยพรปีใหม่ประจำปี 2553 บริเวณทางโค้ง 5 แยก เส้นทางสัตหีบ-พัทยา หมู่ที่ 2 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จึงรุดมาตรวจสอบป้ายดังกล่าว พบว่าภาพของนายกฯ มีสีแดง ทาเต็มใบหน้าภาพถ่ายนายกฯ จากการตรวจสอบสันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุครั้งนี้ต้องมีรถกระเช้าที่ยกตัวเองสูงขึ้นไปแล้วป้ายหน้าด้วยเลือดหรือสีที่หน้านายกฯ เพราะป้ายขนาดใหญ่ มีความสูงมาก ไม่สามารถปีนขึ้นไปได้

นายณัฐชัย แสงศรี ผู้ช่วยส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า น่าเสียใจมากที่ในพื้นที่สัตหีบ มีคนไม่หวังดีต่อนายกฯ ถือเป็นการกระทำที่เลวทรามมาก ทั้งที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายในทางที่ดีแล้ว การจับตัวผู้กระทำความผิดครั้งนี้ไม่น่ายาก เพราะหน่วยงานที่มีรถกระเช้าใช้ในพื้นที่สัตหีบ มีไม่มาก เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องหาคนผิดมาลงโทษให้ได้

-ชทพ.จี้มาร์คเร่งสมานฉันท์

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายวัชระ กรรณิ การ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา แถลงว่า แม้ในสภาจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกี่ยวกับเรื่องการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ยังมีเรื่องน่าห่วงคือยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่เลือกเชื่อข้อมูลเฉพาะในมุมของตัวเอง เลือกเชียร์ เลือกรักในฝั่งของตัวเองจนปฏิเสธที่จะยอมรับความจริง ถ้าปล่อยไปอย่างนี้ยิ่งจะเพิ่มความโกรธแค้นและเพิ่มรอยร้าวมากขึ้น ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี ประเทศไทยก็ยากที่จะสงบ

เหยื่อกระชับ - นายสมยศ มูลทอง อายุ 41 ปี อาชีพขับแท็กซี่ ร้องถูกทหารยิงขาบาดเจ็บ จนต้องหยุดขับรถไม่มีกำหนด ส่วนภาพเล็ก นายสุรพงษ์ สมพงษ์ อายุ 18 ปี เด็กออทิสติก ถูกทหารใช้ปืนตีหัวแตก เพราะสงสัยเผายาง



นายวัชระกล่าวว่า ฉะนั้นแนวทางปรองดองของนายกฯ จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งต้องกระตุ้นรัฐบาลและนายกฯ ว่าหลังจากแก้ปัญหาเร่งด่วนเสร็จแล้ว ควรเร่งเดินหน้าโรดแม็ป และเร่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยยึดคุณ สมบัติ 5 ก. คือเป็นกลาง กล้า ไม่กลัว ไม่เกรงใจฝ่ายใด มีกึ๋น แก่พรรษาหรือแก่ประสบการณ์ เกลี่ยและเกี่ยวข้อง ซึ่งหมายถึงเป็นผู้เกี่ยวข้องในสถานการณ์ โดยอาจจะเป็นฝ่ายถูกกล่าวหา หรือฝ่ายถูกกระทำ และเกลี่ยมาจากองค์ประกอบที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ขอฝากถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าวันนี้ดำเนินการอะไรเพื่อประเทศชาติแล้วหรือยัง อย่าได้เกรงกลัวใคร อย่าคิดว่าทำอะไรแล้วจะเหยียบตาปลาใคร เหยียบหางใคร แต่ต้องคิดถึงประชาชนเป็นหลัก จึงขอเรียกร้องกรรมการสิทธิฯ เร่งขับเคลื่อนแสดงออกมากกว่านี้

-ส.ว.แนะตั้งรัฐบาลปรองดอง

ที่รัฐสภา นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ส.ว. ชลบุรี ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรมวุฒิสภา พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ และนักธุรกิจ กล่าวว่า จากการเดินทางไปดูงานที่กรุงวอชิงตันดีซี สหรัฐอเมริกา ได้เข้าพบนายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงวอชิงตัน จึงรับรู้ถึงมุมมองคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ ชาวต่างชาติ ว่ามีความรู้สึกต่อประเทศไทยเปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพ เป็นสยามเมืองยิ้ม สงบและมั่นคง แต่ปัจจุบันมีแต่การทะเลาะกัน ไม่รับฟังกัน รวมทั้งวิจารณ์เรื่องการก่อการร้าย เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง ความขัดแย้งที่ฝังรากลึก ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลวในสายตาต่างประเทศ

นายสุรชัยกล่าวว่า จากเหตุรุนแรงในประเทศไทย ส่งผลให้ข้าราชการไทยและคนไทยในสหรัฐ เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ ส.ส. ส.ว. และประชาชนทุกภาคส่วนให้ร่วมกันหาทางออกดังนี้ 1.นอกจากเยียวยาทางจิตใจและเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ แล้ว จะต้องขยายให้ครอบคลุมทุกจังหวัด 2.มีกระบวนการสมาน ฉันท์ที่มุ่งปรองดองและใช้กฎหมายที่เป็นธรรม 3.จัดให้มีสมัชชาหมู่บ้าน สมัชชาตำบล สมัชชาอำเภอ และสมัชชาจังหวัด

4.สมัชชาแห่งชาติควรมีกรอบเวลาทำงาน 6 เดือน พิจารณาเรื่องราวหลังจากได้รับข้อสรุปจากแต่ละจังหวัด เพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาต่อไป 5.จัดตั้งรัฐบาลปรองดองแห่งชาติเพื่อเข้าสู่การปฏิรูปประเทศให้เกิดความเป็นตัวตนใหม่ของไทย และ 6.นักการเมืองไทยในรัฐสภาที่สามารถผลักดันให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทยได้ในขณะนี้มีเพียงคนเดียวที่ถือกุญแจไขประตูการปฏิรูปคือนายกฯ

-อธิบดีคุกแจงขังแม่ดช.2ขวบ

วันเดียวกัน นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีน.ส.พรนภา ทนุวรรณ์ อายุ 19 ปี ซึ่งถูกควบคุมตัวข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าน.ส.พรนภาถูกนำตัวไปขังที่ค่าย นเรศวรก่อนหน้านี้ 2 คืน จากนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาฐานฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และนำตัวมาผัดฟ้องฝากขังที่ศาลอาญา ศาลจึงส่งตัวเข้าขังในทัณฑสถานหญิงกลาง ซึ่งเป็นการควบคุมที่ถูกต้องแตกต่างจากแกนนำนปช. ที่พนักงานสอบสวนยังไม่นำตัวขอผัดฟ้องฝากขัง

ส่วนกรณีที่น.พ.ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกบ้าน 111 และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ออกมาตำหนิการดำเนินการดังกล่าวว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน และพรากลูกพรากแม่ เนื่องจากขณะนี้น.ส.พรนภามีบุตรชายอายุ 2 ขวบครึ่ง นายชาติชาย กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากในเรือนจำปัญหาหญิงท้องแล้วลูกไม่อยู่ในเรือนจำแยกเป็น 3 กรณี คือ กรณีต้องโทษคุมขังขณะตั้งครรภ์และคลอดลูกในเรือนจำจะมีสถานที่เลี้ยงเด็กภายในบริเวณเรือนจำ คือ ศูนย์แม่และเด็ก กรณีแม่ติดคุกลูกอยู่บ้านจะอนุญาตให้นำลูกมาเลี้ยงในเรือนจำได้จนอายุครบ 1 ขวบ และกรณีที่เด็กอายุเกิน 1 ขวบ จะส่งไปเลี้ยงที่บ้านบุญญาทร ซึ่งอยู่ด้านหน้าทัณฑสถานหญิงกลาง ซึ่งจะอนุญาตให้เลี้ยงอยู่จนอายุ 3 ขวบ ซึ่งแม่สามารถออกมาเยี่ยมได้เป็นครั้งคราว แต่หากอายุครบ 3 ขวบแล้วจะต้องส่งให้ญาติเลี้ยงดู โดยกรณีของน.ส.พรนภานั้นมีทั้งแม่และน้องสาว อีกทั้งญาติไม่ประสงค์จะส่งเด็กมายังบ้านบุญญาทรด้วย

-ชวรัตน์เร่งคืนอาวุธสงคราม

เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้ว่าฯ ทั่วประเทศผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลผ่านดาวเทียม โดยสั่งการถึงการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความวุ่นวายในพื้นที่กทม.และจังหวัดอื่นๆ ว่า ขอให้กทม. และผู้ว่าฯ เร่งติดตามการเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด รวมถึงประชาชนที่กลับสู่ภูมิลำเนาแล้ว ขอให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ลงพื้นที่สอบถามความเป็นอยู่ สารทุกข์สุกดิบ รับฟังความเห็นข้อเรียกร้อง และร่วมปรึกษาหารือ ช่วยแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนให้ลุล่วงโดยเร็ว สำหรับสถานที่ราชการ ขอให้ทุกส่วนราชการ และอำเภอทุกแห่ง ระวังรักษาสถานที่ราชการ และสถานที่สำคัญต่างๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งของระบบสาธารณูปโภค และชุมชนเมืองย่านการค้าให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ความไม่สงบ ที่อาจเกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมงด้วย

นายชวรัตน์ กล่าวว่า ส่วนการรับมอบคืนอาวุธสงคราม อาวุธร้ายแรงทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพนั้น ขอให้ทุกจังหวัดติดตามรายละเอียด จากประกาศของศอฉ. และคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย เพื่อปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้เตรียมแผนกวาดล้าง ภายหลังหมดระยะเวลาตามที่กฎหมายผ่อนผันแล้ว

-บุญจงจี้ปิดวิทยุ-เคเบิล"แดง"

ด้านนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาด ไทย กล่าวว่า ขอเน้นย้ำให้จังหวัดอย่าประมาทในเหตุการณ์ความไม่สงบที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะแม้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปแล้วระดับหนึ่ง แต่ประชาชนที่เดินทางกลับจากกทม. ยังรู้สึกไม่พอใจภาครัฐเก็บไว้ในใจ จึงขอให้ระมัดระวัง ประมาทไม่ได้ และมีความเป็นไปได้ที่สถานการณ์ความไม่สงบจะไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ศาลากลางจังหวัด แต่อาจจะเกิดกับสำนักงานปกครองท้องถิ่น โรงเรียน จึงขอให้ผู้ว่าฯ ประชุมร่วมกับผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น สถานศึกษา เพื่อทำความเข้าใจและระมัดระวังสถานที่ราชการของตัวเอง เพราะขณะนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภา อาจเกิดความวุ่นวายในพื้นที่ต่างจังหวัดได้

นายบุญจง กล่าวต่อว่า สำหรับคดีความที่เกิดขึ้น ขอให้ผู้ว่าฯ ติดตามและประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าโทษของการกระทำความผิดร้ายแรงเพียงใด สิ่งเหล่านี้เราไม่ได้ทำเพื่อประจาน แต่เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าความผิดมีเท่าใด จะได้เกิดความเกรงกลัวไม่กล้ากระทำความผิดซ้ำอีก และหากเราปล่อยให้ผ่านไป ประชาชนคนอื่นก็อาจจะคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร แล้วกล้าทำซ้ำอีก นอกจากนี้ขอให้ควบคุมดูแลวิทยุชุมนุม และเคเบิลทีวี โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หากเป็นสื่อที่สร้างความแตกแยก ก็ขอให้ควบคุมและปิดการออกอากาศ แต่หากเป็นสื่อที่สร้างความสมานฉันท์ ก็สามารถปล่อยให้ดำเนินการต่อไปได้

-"ปทุมธานี-ชลบุรี"ขอเลิกพรก.

ด้านนายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนจำได้ว่าเคยมีกรณีเผาที่ว่าการอำเภอกันตัง แล้วศาลพิพากษาจำคุก 20 ปี จึงขอให้รวบรวมข้อมูลส่งมาที่กระทรวง เพื่อดำเนินการเผยแพร่ต่อไป และสำหรับจังหวัดที่ต้องการจะยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการฉุกเฉิน เนื่องจากเห็นว่าควบคุมสถานได้แล้ว ขณะนี้มี 3 จังหวัดที่เสนอมาแล้ว คือนครปฐม ชลบุรี และปทุมธานี จังหวัดใดพร้อมที่จะขอให้ยกเลิกการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ขอให้เสนอมาที่ตนเพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมศอฉ.ต่อไป

นายมานิต กล่าวว่า ขอให้ผู้ว่าฯ เร่งเตรียมมาตรการรองรับการออกพ.ร.ก.คืนอาวุธปืนที่ผิดกฎหมาย ซึ่งศอฉ.มอบหมายให้กรมการปกครองเป็นผู้ร่างพ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว จึงขอให้จังหวัดเตรียมความพร้อมที่จะรับปืนคืนด้วย

นายมานิต กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการเดินทางไปราชการต่างประเทศของผู้ว่าฯ ขอให้พิจารณาให้ดีด้วย เพราะหากเสนอมาให้ตนอนุมัติแล้วเกิดปัญหาขึ้น ก็ไม่สามารถตอบผู้บังคับบัญชาได้ ดังนั้น ขอให้พิจารณาแต่เรื่องที่สำคัญ เพราะบางจังหวัดเสนอมา 9 วัน แต่มีงานเพียง 1 วัน ที่เหลือเป็นโปรแกรมเที่ยวของบริษัททัวร์ อย่างนี้ตนก็พิจารณาอนุมัติลำบาก

-จ่ายเยียวยางวดแรก690ราย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็น ประธานประชุมคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนที่ทรัพย์สินเสียหายจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพร้อมเพรียง

นายสาทิตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้รัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยไปแล้วในงวดแรกประมาณ 690 ราย และในงวดที่สองจะมอบในวันที่ 7 มิ.ย. ประมาณ 190 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ในขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบคำร้องของผู้ที่มาลงทะเบียนกับทางกทม.ประมาณ 60,000 ราย ซึ่งตนได้เร่งรัดให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและกทม.ตรวจสอบหลักฐานเอกสารให้เสร็จโดยเร็วเพื่อจะได้จ่ายเงินให้ทันวันที่ 7, 9 และวันที่ 11 มิ.ย. นอกจากนั้นที่ประชุมยังมีมติยุติการปิดรับขอรับความช่วยเหลือในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ครบเวลา 1 เดือน หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ หากมีเงินเหลือเท่าไหร่ก็ส่งคืนสำนักงบประมาณ อย่างไรก็ตามที่ประชุมมอบหมายให้กรรมการพิจารณาข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหายทั้งหมด เพื่อนำเข้าครม.ในวันอังคารที่ 8 มิ.ย.ต่อไป

นายสาทิตย์ กล่าวว่า นายกฯ ได้มอบหมายให้ตนไปพิจารณารายละเอียดให้การเปิดบัญชีเพื่อให้ประชาชนร่วมบริจาค โดยตนจะพิจารณาตามแนวทางไทยช่วยไทย ในปี 2540 ที่ขณะนั้นประเทศเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ โดยตนจะยกร่างรายละเอียด และหารือในวันที่ 7 มิ.ย. เมื่อได้ข้อสรุปจะนำเข้าครม.ในวันที่ 8 มิ.ย.ต่อไป

-กมส.ขอ4ด.สอบสลายม็อบ

ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกสม. พร้อมด้วยนายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ กรรมการสิทธิฯ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน จากเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มนปช. และคณะอนุกรรมการฯ ได้ประชุมหารือ เพื่อวางกรอบการทำงาน โดยใช้เวลา 3 ชั่วโมง

จากนั้นนางอมรา กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการกำหนดประเด็นในการพิจารณาตรวจสอบกรณีเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม ซึ่งแบ่งออกเป็น 10 ประเด็น โดยมีคณะทำงานที่ทางสำนักงานกสม.จะแต่งตั้งขึ้น 10 คณะ ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของกสม. อัยการ นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำหน้าที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูลหลักฐาน พยานบุคคล เอกสารและพยานวัตถุ ก่อนที่จะนำข้อมูลที่ได้เสนอต่อคณะอนุกรรมการฯ หากคณะอนุกรรมการฯ เห็นว่า ข้อมูลมีความครบถ้วนแล้วก็จะนำข้อมูลทั้งหมดเสนอไปยังคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาข้อกฎหมายและระเบียบ ที่จะพิจารณาว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อกฎหมายใด จากนั้นก็จะมีการนำเสนอต่อกสม.เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงต่อไป อย่างไรก็ตามทั้ง 10 ประเด็น การพิจารณาตรวจสอบอาจจะทำได้ไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 120 วัน ตามที่คณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาตรวจสอบกรณีเหตุความรุนแรงจากการขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย. กำหนดกรอบเวลาการทำงานไว้ แต่อาจจะเสร็จได้ในบางประเด็น

-สอบหมดคนตาย-หาย-ปิดสื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นการพิจารณาตรวจสอบกรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มนปช.ที่คณะอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานฯ ได้ตั้งไว้ 10 ประเด็น ประกอบด้วย 1.การชุมนุมและเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมระหว่างวันที่ 12 มี.ค.-20 พ.ค.53 ทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด รวมทั้งการปิดล้อมสถานที่ราชการต่างๆ 2.กรณีนายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความรุนแรง เมื่อวันที่ 7 เม.ย.53 รวมทั้งการที่รัฐบาลสั่งให้มีการตัดสัญญาณผ่านดาวเทียมสถานีพีเพิล แชนแนล และระงับการเผยแพร่ข่าวสารของสถานีวิทยุชุมนุม สื่อสิ่งพิมพ์ และอินเตอร์เน็ต 3.การสั่งการของรัฐบาล รวมถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมในวันที่ 10 เม.ย.53

4.เหตุการณ์ยิงระเบิดบริเวณแยกศาลาแดงในวันที่ 22 เม.ย.53 และกรณีมีผู้ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ศาลาแดงและ ถ.พระราม 4 ในวันที่ 7 พ.ค.53 5.เหตุการณ์ปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติวันที่ 28 เม.ย. 53 6.การชุมนุมบริเวณ ร.พ.ตำรวจ รวมถึงการเข้าไปตรวจค้น ภายใน ร.พ.จุฬาฯ และสภากาชาดของผู้ชุมนุม 7.การสั่งการของรัฐบาล การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมระหว่างวันที่ 13-19 พ.ค.53 รวมทั้งเหตุการณ์จลาจล การวางเพลิงและการทำลายทรัพย์สิน อาคาร สถานที่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 8.กรณีมีผู้เสียชีวิต 6 รายที่บริเวณวัดปทุมวนาราม ระหว่างวันที่ 19-20 พ.ค.53 9.กรณีการเสียชีวิตและบาดเจ็บตลอดจนความรุนแรงต่อสื่อมวลชนในรูปแบบต่างๆ 10.กรณีการเสียชีวิต บาดเจ็บ สูญหาย และถูกควบคุมตัว ระหว่างวันที่ 12 มี.ค.-20 พ.ค. 53

-ฮิวแมนไรท์วอตช์ก็ร่วมสอบ

นายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอตช์ประจำประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในคณะอนุกรรมการฯ เปิดเผยว่า ฮิวแมนไรท์วอตช์ ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ความรุนแรงในประเทศ ไทยในช่วงเดือนพ.ค.53 ควบคู่ไปกับ กสม. โดยจะมีตัวแทนฮิวแมนไรท์วอตช์จากสำนักงานใหญ่ ที่สหรัฐ มาร่วมทำงานด้วย เพราะถือว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้อาวุธต่อสู้กันกลางเมืองหลวง ดังนั้น ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามบานปลาย จะต้องแสวงหาความจริงออกมาตีแผ่เหมือนเป็นกระจกให้ทั้งสองฝ่ายมองเห็นความจริงว่า ใครได้ทำอะไรอยู่บ้าง

"ถ้าไม่สามารถนำความจริงออกมาเปิดเผยได้อย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้เห็นว่า ได้ทำอะไรลงไปบ้าง เพื่อนำไปสู่การยอมรับความจริงและยอมรับความผิด แต่ถ้าทำไม่ได้ เสื้อแดงจะกลับมาอีกคราวนี้จะรุนแรงกว่าเดิม เพราะเขาคิดว่ากลับมาเพื่อเอาคืน" นายสุนัยกล่าว

-ศอฉ.ชี้อาชญากรรมลดลง

เวลา 16.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) พร้อมด้วย พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดฯ กลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผช.ผบ.ทบ. พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผช.ผบ.ทบ. พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสธ.ทบ. พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. เข้าร่วมประชุม

จากนั้นพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลการประชุมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบภารกิจดูแลความสงบเรียบร้อยใน กทม.ในการจัดสายตรวจร่วมกับทหาร ตำรวจและเทศกิจ ได้รายงานที่ประชุมว่า มีความสงบเรียบร้อยดี และสถิติที่น่าสนใจคือ ภายหลังตั้งแต่ทหารได้ถอนกำลังกลับที่ตั้ง จัดเป็นเพียงกำลังเสริมบางส่วนพบว่า เหตุอาชญากรรมลดลง รวมถึงการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยในรอบ 1 ปีพบว่า ลดลงจากเดิมค่าเฉลี่ยของปี 2552 มีแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายประมาณ 1,900 ครั้ง แต่ช่วง 4-5 วันที่ผ่านมาสถิติลดเหลือ 800-900 ครั้งต่อวัน

-หมายจับวางเพลิง 801 ราย

"ผู้รับผิดชอบสำนวนสอบสวนรายงานให้ ศอฉ.ทราบการออกหมายจับผู้กระทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีจำนวนทั้งสิ้น 84 ราย แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 83 ราย และต่างจังหวัด 1 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้ 27 ราย เหลือ 58 รายยังไม่สามารถจับกุมได้ ซึ่งกำลังติดตามจับกุมอยู่ ส่วนผู้ที่ถูกออกหมายจับตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น การวางเพลิง ปล้นทรัพย์ ออกหมายจับไป 801 ราย แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 31 หมายจับที่ยังไม่สามารถจับกุมได้ ต่างจังหวัดมี 770 หมาย จับกุมได้ 209 ราย" พล.ต.ต.ปิยะกล่าว

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ตำรวจยังได้ชี้แจงผลการปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการต่างๆ ในการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีจากที่มีการออกหมายจับเพิ่มเติมต่อกลุ่มที่เผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์นั้น ที่ประชุมได้ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินคดีติดตามจับกุมของตำรวจ ซึ่งในการออกหมายจับแต่ละครั้งต้องมีความรอบคอบ คือ ต้องพิสูจน์ความมีอยู่จริงของภาพข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะห้วงเวลา ที่ต้องยืนยันได้แน่นอนว่าเป็นเหตุเกิดในห้วงเวลานั้นจริง รวมถึงการพิสูจน์ทราบแหล่งที่มาของข้อมูลที่สามารถยืนยันได้

-กทม.ยังคงพ.ร.ก.ต่อไปอีก

"สิ่งที่ประชุมใช้เวลาพอสมควรในการพิจารณาคือ ฝ่ายเลขานุการได้นำเสนอขอข้อหารือในกรณีหาตัวชี้วัดที่ชัดเจน หากมีการเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ในห้วงเวลาใดหรือไม่ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องทุกส่วนราชการได้ระดมความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ซึ่งตำรวจได้เสนอการเปรียบเทียบระหว่าง การปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับช่วงที่ไม่มีว่า ในช่วงที่มีพ.ร.ก.การดำเนินการตรวจค้นมีความสะดวก เพราะไม่ต้องมีการขอหมายศาล และฝ่ายเกี่ยวข้องชี้แจงให้เห็นว่าในหลายพื้นที่ยังจำเป็นต้องคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ เพราะจากการข่าวยังมีการก่อกวนในหลายส่วน รวมถึงวิทยุชุมชนที่มีการปลุกระดม บิดเบือนข้อมูล และข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศได้รายงานว่า ทุกประเทศที่มีการขึ้นบัญชีห้ามประชาชนเดินทางเข้าประเทศนั้น มีการยกเลิกเกือบหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม ศอฉ.ได้ให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ ให้พิจารณาเปรียบเทียบถึงการคงอยู่หรือไม่คงอยู่ของพ.ร.ก. ฉุกเฉิน แต่เบื้องต้นหลายฝ่ายมีความเห็นว่าอาจไม่จำเป็นต้องคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้งหมด อาจจะมีการพิจารณาในบางจังหวัด ซึ่งต้องมีการพิจารณาต่อไป ส่วนในพื้นที่ของกรุงเทพฯ เห็นว่ายังคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีกสักระยะหนึ่ง แต่ที่เป็นห่วงคือ หากยกเลิกพ.ร.ก.อาจมีปัญหาการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย และการไม่เคารพในข้อกฎหมายต่างๆ" โฆษก บช.น.กล่าว

-ระดมตร.รับมือเลือกตั้งส.ข.

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า กรณีผู้ถูกหมายจับตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือหมายจับกุมตามกฎหมายอาญา เราไม่ถือว่าเป็นความลับ ซึ่ง รรท.ผบ.ตร.กำหนดไว้ว่า วันจันทร์ที่ 7 มิ.ย.นี้เราจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดชี้แจงให้ทราบว่า ที่จับกุมตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินและนำไปควบคุมใน 6 แห่งนั้นมีใครบ้าง อยู่ที่ใดบ้าง จะครบกำหนดควบคุมตัวเมื่อไร และจะมีการแจ้งข้อหาใครเพิ่มเติมหรือไม่ ส่วนผู้ที่ถูกจับกุมตามกฎหมายอาญาที่พ้นจากการควบคุมตัวของตำรวจจะมีการฝากขังไว้ตามเรือนจำต่างๆ เช่น เรือนจำคลองเปรม หรือทัณฑสถานหญิงต่างๆ ซึ่งในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจจะมีการชี้แจงเรื่องนี้ให้ทราบ ทั้งนี้ การประชุม ศอฉ.จะมีเฉพาะวันราชการเท่านั้น โดยจะไม่มีการประชุมในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจทหารได้มีการเตรียมกำลังในการดูแลรักษาความปลอดภัยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานครจำนวน 14 เขตในวันที่ 6 มิ.ย.นี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยจะมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ไปดูแลพื้นที่ตั้งแต่เวลา 04.00 น.ของวันเลือกตั้ง เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการนับคะแนนที่จุดลงคะแนน จึงต้องมีการรักษาความปลอดภัยจนกว่าจะเสร็จสิ้นการนับคะแนน นอกจากนี้ในวันเสาร์-อาทิตย์นี้จะมีการจัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยที่จะมีจัดถนนคนเดินที่ ถ.อังรีดูนังต์ และที่สยามพารากอน

-เบาะแส"กี้ร์"กบดานที่ราชบุรี

เมื่อถามว่าจะมีการจับกุมแกนนำที่หลบหนีได้หรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ระบุในที่ประชุมว่า เรื่องนี้เป็นภารกิจหนึ่งที่จำเป็นต้องทำต่อเนื่องเพราะเหตุผลที่หลายพื้นที่ยังไม่เรียบร้อย และมีการเคลื่อนไหวอยู่ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังมีการรายงานว่ามีการวางเพลิงโรงเรียนอยู่ ส่วนแกนนำบางส่วนที่หลบหนี เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมาทางตำรวจได้เข้าไปค้นบ้านแกนนำทุกคนที่หลบหนี ซึ่งส่วนใหญ่ปิดบ้าน และไม่ได้เข้าบ้านตั้งแต่วันที่มีการชุมนุม ซึ่งกองปราบฯ และตำรวจนครบาลต้องติดตามจับกุมให้ได้ แต่ที่ประชุมไม่ได้มีการพูดถึงประเด็นที่ว่าแกนนำยังอยู่ในประเทศหรือไม่ว่า แกนนำไม่เฉพาะกรณีที่แกนนำรวมถึงคนที่ก่อความวุ่นวาย เช่น มีความผิดวางเพลิง ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ ที่จะต้องรีบดำเนินการโดยเร็วที่สุด ซึ่งเรื่องนี้พล.อ.อนุพงษ์ มีความเป็นห่วงอยากให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อผู้กระทำความผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้เจ้าหน้าที่จากศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ศอฉ.เผยว่า ได้รับโทรศัพท์จากหญิงสาวคนหนึ่งแจ้งว่าได้พบตัวนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำ นปช.ที่ยังหลบหนีหมายจับจากกรมสอบสวนพิเศษนั่งทานข้าวกับผู้หญิงคนหนึ่งใน จ.ราชบุรี โดยมีนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งในจังหวัดให้การดูแลนายอริสมันต์ ซึ่งนอกจากนี้ยังมีประชาชนจำนวนมากโทร.มาแจ้งเรื่องราวต่างๆ กับแกนนำที่ยังหลบหนีอีกจำนวนมาก โดยแต่ละวันจะมีผู้ที่โทร.เข้ามาบอกรายละเอียด และโทร.เข้ามาก่อกวน


หน้า 1




Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.