มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 4993 คน
วันที่ 06 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7037 ข่าวสดรายวัน


"อีแต๋น"นปช. 3.5หมื่นคันมาแน่


ร่วมม็อบแดง14มีค. เย้ยเทือก-ขู่ยึดรถยก ปชป.ยุคนกทม.ต้าน



โหมโรง - พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร วิดีโอลิงก์มายังที่ชุมนุมคนเสื้อแดง บริเวณลานย่าโม เมืองนครราชสีมา เมื่อค่ำวันที่ 5 มี.ค. ก่อนเคลื่อนม็อบเข้ากรุงในวันที่ 14 มี.ค. โดยเรียกร้องร่วมโค่นล้มรัฐบาลและพร้อมกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง

แกนนำนปช.คุย"อีแต๋น" 35,000 คันมาแน่ ไม่สน"เทือก"ระดมรถยก ขู่กลับระวังรถยกโดนยึด 14 มี.ค.ตั้งเวทีใหญ่สะพานผ่านฟ้าอยู่ยาวจนชนะ วอนคนกรุงทนรถติดไม่กี่วันเพื่อประเทศ "เทือก"ย้ำเสียงเข้มอีแต๋นเข้ากรุงไม่ได้ สั่งผู้ว่าฯคุมคนคุมรถให้อยู่ในจังหวัด "มาร์ค"ไม่เลื่อนเยือนออสเตรเลียช่วงม็อบแดงชุมนุม มอบดาบให้"เทือก"เป็นนายกฯสำรอง ใช้กม.พิเศษหรือไม่ขึ้นกับสถาน การณ์ ผบช.น.เข้าบ้านสี่เสาฯรายงาน"ป๋าเปรม" เสื้อแดงทั่วประเทศคึกคักรอเคลื่อนพล ปชป.ปลุกคนกรุงต่อต้านม็อบ "น้องเติ้ง"แนะจับ 2 ต้นตอวิกฤตประเทศไปต่อยกันในคุก ตราบใดคนมีอำนาจยังถือข้างวิกฤตไม่สิ้นสุด

"เทือก"เตือนม็อบอย่าป่วนกรุง

เมื่อวันที่ 5 มี.ค.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ ถึงการประชุมคณะกรรมการติดตามความมั่นคง(คตม.) เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า ประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์เพิ่มเติมและร่วมกันแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ได้ฟังข่าวว่าผู้ที่จะมาชุมนุมตามคำชักชวนของบริวารพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะนำรถปิกอัพเข้ามาจำนวนมาก เข้าใจว่าคนที่วางแผนการชุมนุมตั้งใจจะใช้รถปิกอัพหรือรถกระบะเล็กเข้ามามากๆ วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องคนกรุงเทพฯด้านการจราจร

นายสุเทพกล่าวว่า ขอถือโอกาสนี้ส่งความไปถึงผู้ที่จะมาชุมนุมว่ารัฐบาลไม่ได้ขัดขวางการชุมนุมตามสิทธิเสรีภาพ การจราจรที่กรุงเทพฯปกติก็หนาแน่นอยู่แล้ว ถ้าเอารถยนต์มาจำนวนมากจะมีผลกระทบต่อการจราจร จึงขอเสนอว่าวิธีที่ดีที่สุดขอให้เดินทางโดยรถบัส รถโดยสาร หรือรถไฟ จะสะดวกที่สุด ถ้านำรถส่วนตัวมาจริงก็ขอให้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ได้สั่งการกทม. และตำรวจนครบาล จัดหาสถานที่จอดรถไว้บริเวณชานเมือง และจะประสานกระทรวงคมนาคมหารถมาบริการผู้ชุมนุม เช่น ถ้ามาจากภาคเหนือ อีสาน ให้จอดรถที่ดอนเมือง แล้วนั่งรถไฟมาลงยมราช เป็นต้น จะค่อยๆ ประกาศให้พี่น้องประชาชนรับทราบต่อไป

ขู่อีแต๋นออกนอกจังหวัดไม่ได้

นายสุเทพกล่าวอีกว่า ถ้านำรถจอดขวางการจราจร หรือจอดข้างถนน ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ระดมตระเตรียมรถยกเพื่อยกรถเหล่านี้ออกไปจากผิวจราจร กรณีนี้ตนต้องประชาสัมพันธ์เจ้าของรถยนต์ก่อนว่ารถยกที่มายกรถของท่าน อาจทำให้เกิดความเสียหายได้ ปัญหาคือบริษัทประกันภัยอาจไม่จ่ายค่าซ่อม เจ้าของรถจะเดือดร้อนขอให้ไตร่ตรองให้ดี

ผู้สื่อข่าวถามว่ากระทรวงคมนาคมสั่งผู้ประ กอบการรถบัสไม่ให้เช่ารถ ผู้ชุมนุมจึงจะนำรถส่วนตัวมาเองรวมทั้งรถอีแต๋น นายสุเทพกล่าวว่า รถอีแต๋นวิ่งบนถนนหลวงไม่ได้ ออกจากจังหวัด ก็ไม่ได้ ไม่ให้ออกเพราะอันตราย มาวิ่งในกรุง เทพฯไม่ได้เด็ดขาด ส่วนรถบัส รถประจำทางมีอยู่ปกติ รถไฟก็มาได้ แถมฟรีด้วย เมื่อถามว่ากระทรวงมหาดไทยและคมนาคมคาดโทษผู้ประกอบการรถเช่า นายสุเทพกล่าวว่า ก็กล่าวหากันไป คนขึ้นรถไฟมันแยกไม่ได้หรอกว่ามาทำอะไร

ใช้กม.พิเศษตามสถานการณ์

เมื่อถามว่าวันที่ 14 มี.ค.ผู้ชุมนุมจะตั้งเวทีปราศรัย 6 จุดในกทม. เวทีใหญ่ที่ถนนผ่านฟ้า นายสุเทพกล่าวว่า ความจริงเขาเตรียมเวทีไว้ ถึง 7-8 จุด เราจะจัดเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร ต้องขออภัยพี่น้องประชาชนว่าระยะนี้ทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ขอให้กระทรวงมหาดไทยดูแลตรวจค้นยวดยานพาหนะที่สัญจรไปมา เพื่อป้องกันไม่ให้นำอาวุธเข้ามาในกรุงเทพฯ และต้องตรวจทะเบียนรถด้วยว่าถูกต้องหรือไม่

ต่อข้อถามว่าผบ.ทบ.จะนำกำลังทหารเข้าเสริมลักษณะไหน และเหตุใดรัฐบาลไม่ใช้กฎหมายพิเศษ นายสุเทพกล่าวว่า ยังไม่ได้บอกว่าไม่ใช้ แต่บอกหลายครั้งแล้วจะตัดสินใจตามสถานการณ์ ถ้าเห็นว่าสถานการณ์หนักขึ้นและเสี่ยงว่าพี่น้องประชาชนจะเดือดร้อนมากขึ้นก็ต้องตัดสินใจใช้กฎหมายพิเศษ การประกาศใช้จะดูสถานการณ์ทุกพื้นที่รวมทั้งต่างจังหวัดด้วย โดยใช้กำลังตำรวจเป็นหลัก มีทหาร อาสาสมัครพลเรือนเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ เพราะตำรวจไม่พอ

ตรวจบัตรปชช.-ทะเบียนรถม็อบ

นายสุเทพกล่าวอีกว่า "ในวันชุมนุมผมสั่งให้ตรวจบัตรประชาชน เพราะไม่ต้องการให้คนต่าง ด้าวที่ไม่ใช่คนไทยเข้ามาอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะจะมีปัญหามาก ต้องเป็นคนไทยเท่านั้นที่ จะมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งให้ตรวจค้นอาวุธ ผู้ที่จะมาชุมนุมต้องไม่พกอาวุธโดยเด็ดขาด ถ้าพบจะดำเนินคดีทันที รถยนต์จะตรวจดูว่ามีทะเบียนรถถูกต้องหรือไม่ กลัวว่าจะถือโอกาสขโมยรถคนอื่นมาใช้ เพราะถ้าเกิดความเสียหายจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบ"

เมื่อถามว่าจะดำเนินการกับแกนนำหรือคนที่มีพฤติกรรมข่มขู่ประชาชนอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า จะไปขออำนาจศาลออกหมายจับเหมือนที่ออกหมายจับนายเคทอง บรรดาแกนนำทั้งหลายถ้าปลุกระดมชักชวนธรรมดาตามแนวทางประชา ธิปไตยไม่ว่าอะไร แต่ถ้าเห็นว่าไม่ได้มาแสดง ออกเพื่อประชาธิปไตย ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของบางคน บางกลุ่ม ทำให้ประเทศเสียหาย ประชา ชนเดือดร้อน ตนจะขอหมายศาลดำเนินคดีกับคนเหล่านั้น ถ้าเป็นผู้ที่เคยถูกดำเนินคดีจะถอนประกัน

"อยากฝากประชาชนที่ได้รับการชักชวนว่า การมาชุมนุมที่เขานัดกันไม่ได้มาชุมนุมเพื่อระบอบประชาธิปไตย แต่มีความพยายามสร้าง ความปั่นป่วน ความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ขอให้ประชาชนใคร่ครวญ อย่าร่วมมือ อยู่บ้าน ประเทศไทยเป็นของเราทุกคนช่วยกันดูแล ถ้าเกิดเหตุรุนแรงคนที่เสียหายก็คือลูกหลานของเรา ขอให้ชั่งใจเป็นพิเศษกับการมาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ ผมไม่สบายใจเพราะเขาประกาศว่าเอาเต็มที่ไม่เจ๊าก็เจ๊ง เอาประเทศมาเป็นเดิมพัน เอาอนาคตของประเทศไทยมาเดิมพัน" รองนายกฯกล่าว

อ้างเห็นรายงานเงินน้ำเลี้ยง

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเคลื่อนไหวของเงินจากตะวันออกกลางช่วง 2 สัปดาห์นี้เกี่ยวพันกับการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ยืนยันว่าตนเห็นรายงานการนำเงินเข้า แต่ยังไม่มีหลักฐานโยงกับเรื่องการชุมนุม เมื่อถามว่าจากที่ประเมินว่าส.ส.เพื่อไทยระดมคนเข้ากรุงเทพฯ ต้องใช้เงินถึงวันละ 70 ล้านบาท เป็นเงินจากในหรือนอกประเทศ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ ก็พยายามหาอยู่เหมือนกันว่าใช้เงินอะไร อย่างไร ก็ได้ยินว่าวันละ 70-80 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวถามว่านายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำเสื้อแดง ระบุวันชุมนุมใหญ่จะมีพระสงฆ์ 2 หมื่นรูปมาร่วมด้วย นายุสเทพกล่าวว่า ตนตั้งใจจะไปกราบนมัสการพระเถระผู้ใหญ่ เพื่อกราบเรียนสถานการณ์บ้านเมืองให้ทราบ ตนก็เป็นชาวพุทธ เป็นเด็กวัด เป็นศิษย์สวนโมกข์ และวัดชลประทานฯ ไม่คิดอ่านลบหลู่พระคุณเจ้า รัฐบาลนี้ไม่ทำเด็ดขาด แต่ขอความกรุณาพระคุณเจ้าว่าเรื่องชุมนุมทางการเมืองคงไม่ใช่กิจของสงฆ์

"อนุพงษ์"เชื่อไม่รุนแรง

เมื่อถามว่าในส่วนของรัฐบาลเองยังออกมาท้าทายอยู่ตลอดเวลา ปัญหาก็ไม่ยุติลงได้ นาย สุเทพกล่าวว่า ตนและรัฐบาลไม่เคยท้าทายใคร ไม่ได้คิดว่าประชาชนเป็นศัตรูเลย คิดเพียงจะคลี่ คลายสถานการณ์เท่านั้น

ที่ขส.ทบ. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในภาวะปกติ คือ เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน เมื่อได้รับการร้องขอและตั้งจุดตรวจร่วม ยังไม่มีอะไรพิเศษกว่านั้น เชื่อว่าสังคมต้องมีทางออก ต้องอยู่ร่วมกันได้ด้วยความสามัคคี เพราะผลกระทบเรื่องนี้มีมากและทุกฝ่ายห่วงใยเรื่องนี้ คนไทยด้วยกันคงรู้ว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อทุกคน หวังไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง ตนเชื่อว่าคงไม่เกิดเหตุรุนแรง

ผู้สื่อข่าวถามถึงการประชุมคตม.วันที่ 8 มี.ค. จะประเมินการใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ผู้ตัดสินใจคือนายสุเทพ รองนายกฯ โดยดูจากหลายมิติ ทั้งผลกระทบต่อประชาชน ต่อเศรษฐกิจ และทุกเรื่อง อยู่ที่วิวัฒนาการของสถานการณ์ที่จะเปลี่ยนไป หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องประกาศ

8 มี.ค.คตม.ถกใช้กม.มั่นคง

พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสธ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการกอ.รมน. กล่าวว่า เป็นห่วงประชาชนจะนำรถกระบะ อีแต๋นปิดเส้นทางจราจร จึงสั่งการผู้ว่าฯ ในฐานะผอ.รมน.จังหวัด ประสานกับประชาชนที่จะมาชุมนุม อย่านำรถมาปิดเส้นทาง กองทัพจะไม่ตั้งจุดสกัดกั้น วันที่ 8 มี.ค.จะประชุมคตม.อีกครั้งเพื่อประเมินสถานการณ์ พิจารณาด้วยว่าจำเป็นต้องประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ คตม.เป็นห่วงการก่อวินาศกรรมของกลุ่มที่พยายามสร้างสถานการณ์ จึงสั่งการหน่วยต่างๆ เตรียมพร้อมในที่ตั้งเพื่อสนับสนุนตำรวจ ติดตามการเคลื่อนไหวของบุคคลบางคน เช่น พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง และนายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ หรือเคทอง

เมื่อถามว่าพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ไปจ.เชียงรายเพื่อชักชวนชาวไทยภูเขา 12 ชนเผ่ามาร่วมชุมนุมที่กทม. พล.อ.พิรุณกล่าวว่า ไม่เป็นไร ชาวไทยภูเขาเหล่านี้ไม่มีอะไรที่เป็นอันตราย เช่นเดียวกับไทยอาสาป้องกันชาติ(ทสปช.) ที่เดิมพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย เคยระบุว่าเป็นกองกำลังที่สามารถสั่งการได้ ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว กองทัพชี้แจงทำ ความเข้าใจแล้ว

"มาร์ค"โต้วุ่นไม่มีบัญชีดำพระ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลกรณีนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ระบุว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะให้ส.ส. 1 คนนำประชาชนเข้าร่วมชุมนุม 10,000 คน ใช้รถปิกอัพ 100 คันว่า เป็นสิทธิ์ในการเคลื่อนไหวชุมนุมโดยสงบ แต่การนำรถและยานพาหนะต่างๆ เข้ามา ขอให้ร่วมมือกับภาครัฐ นายสุเทพพูดไปแล้ว ถ้าคนเข้ามาจำนวนมากรวมยานพาหนะต่างๆ จะเกิดความไม่สะดวกกับทุกฝ่าย รัฐบาลจะขอความร่วมมือต่อไป ส่วนกรณีที่มีการประกาศใช้ยุทธศาสตร์ล้อมกรุงนั้น ถ้าผิดกฎหมาย คงไม่ได้ ยังเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่จะมาชุมนุมไม่มีวัตถุประสงค์ทำผิดกฎหมาย ต้องการเพียงเพื่อ แสดงออกทางการเมือง ดังนั้นอย่าตกเป็นเหยื่อของคนที่ต้องการทำผิดกฎหมาย อย่าให้เป็นผู้กำหนดทิศทางการชุมนุม

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ไม่มีเรื่องขึ้นบัญชีดำที่ว่ามีพระสงฆ์รวมอยู่ด้วย ยืนยันว่าไม่มี อยากให้ระมัดระวัง หากตนพูดอะไรเดี๋ยวจะกลายเป็นว่ามีความขัดแย้ง เมื่อถามว่าแต่นายอริสมันต์ แกนนำคนเสื้อแดง ระบุจะมีพระสงฆ์ 2 หมื่นรูปร่วมชุมนุมด้วย นายกฯกล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่นายอริสมันต์พูดกับความเป็นจริงจะเหมือนกันหรือเปล่า

เมื่อถามว่ากลุ่มคนเสื้อแดงอาจเดินขบวนไปตามสถานที่ราชการ ต้องประกาศเป็นวันหยุดราช การหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ยังไม่มีความคิดนี้ เมื่อถามว่าประเมินสถานการณ์การชุมนุมรุนแรงมากหรือน้อยกว่าเดือนเม.ย.2552 นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มีความเคลื่อนไหวของคนบางกลุ่ม ไม่ได้อยู่ที่จำนวนแต่อยู่ที่รูปแบบการเคลื่อนไหว จึงขอความร่วมมือว่าอย่าตกเป็นเหยื่อ ที่สุดแล้วคนที่เขาต้องการความรุนแรง ต้องการให้มันวุ่นวายและเกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งบอกได้เลยว่าไม่เป็นประชาธิปไตย

"เทือก"รรท.นายกฯช่วงไปออสซี่

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเดินทางไปเยือนออสเตร เลียระหว่างวันที่ 13-17 มี.ค. นายกฯจะมอบอำนาจให้ใครดูแลแทน นายกฯกล่าวว่า เป็นไปตามระบบราชการ กำหนดการไปออสเตรเลียและประเทศต่างๆ ของตนกำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่อยากเลื่อน การเดินทางช่วงนี้ค่อนข้างมากเพราะเดิมคิดว่าช่วงเดือนก.พ.จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ช่วงต้นปีจึงไม่ได้ทำเรื่องเดินทางไปต่างประเทศ แต่เมื่อมีภารกิจต้องเดินทางไปต่างประ เทศจะมอบอำนาจตามสายงาน โดยนายสุเทพจะรักษาการ

เมื่อถามว่านายสุเทพมีอำนาจตัดสินใจทุกอย่างใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ใช่ แต่ตนต้องติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว เมื่อถามว่าแต่นายสุเทพมีกำหนดไปจ.สุราษฎร์ธานีวันที่ 13-14 มี.ค นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย ขอสอบถามนาย สุเทพก่อนว่าอยู่ที่สุราษฎร์ฯจริงหรือไม่ อาจปรับเปลี่ยนได้เพราะไม่ยาก

ป้อง"กรณ์"ไม่นิยมเผด็จการ

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เขียนลงเฟซบุ๊กแสดงความเห็นเกี่ยวกับคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า นายกรณ์บอกว่าทำในนามส่วนตัว ตนอ่านดูแล้ว ต้องให้ความเป็นธรรมว่าเขียนในเชิงแสดงความเข้าใจถึงคำพิพากษาที่เกิดขึ้น อ้างอิงว่าตัวนายกรณ์คิดอีกแบบก่อนฟังคำพิพากษา แต่เมื่อฟังคำพิพากษาแล้วก็เห็นว่ายุติธรรม ถ้าอ่านให้ดีจะเห็นว่าไม่ได้เรียกร้องให้ยึดทรัพย์ทั้ง หมด กรณีพูดถึงการปฏิวัติรัฐประหารนั้น พูดเพียงว่าก่อนการรัฐประหารเคยตรวจสอบประเด็นเหล่านี้แต่ไม่คืบหน้าเพราะถูกสกัดกั้น นายกรณ์จึงตั้งคำถามว่าทำไมกระบวนการตรวจสอบไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่ไม่ได้สนับสนุนอะไรทั้งสิ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าแก้ตัวให้นายกรณ์หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนพูดตามที่อ่าน เมื่อถามว่าดูเหมือนนายกรณ์จะนิยมเผด็จการ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นี่เป็นความคิดเห็นของคนอื่น ตนรู้จัก นายกรณ์ ช่วงรัฐประหาร ไม่เห็นนายกรณ์แสดงท่าทีสนับสนุน ยืนยันว่าพรรคไม่เห็นด้วยหรือนิยมปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อถามว่ากรณีของนาย กรณ์จะกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กระทบหรือไม่ อยู่ที่ประชาชน

เทือกรุดรายงานนายกฯ

เมื่อเวลา 15.50 น.นายสุเทพเข้าพบนายอภิสิทธิ์ที่ห้องทำงานทำเนียบรัฐบาล เพื่อรายงานสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงนานกว่า 1 ช.ม. จากนั้นนายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า รายงานนายกฯว่าเรื่องที่ห่วงใยที่สุดคือการจราจร ได้เตรียมประกาศให้ประชาชนทราบ เพราะกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนวันที่ 27 ก.พ. เราต้องไม่ประมาท ต้องเตรียมการให้พร้อม เรียนนายกฯว่าจะติดตามข่าวให้ละเอียดขึ้น โดยเพิ่มเจ้าหน้าที่และเพิ่มจุดตรวจแบ่งเขตพื้นที่ลาดตระเวน และรายงานนายกฯตลอด ส่วนที่แกนนำนปช.ระบุตนไม่สามารถคุมคนได้และจะบานปลายนั้น ไม่ว่าแกนนำจะอ้างอย่างไร หากเกิดอะไรขึ้นต้องรับผิดชอบ ช่วงรักษาการแทนนายกฯจะทำหน้าที่เต็มที่ไม่กังวลอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นต้องประกาศให้เป็นวันหยุดราชการหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่อยากคาดการณ์ล่วงหน้าในทางร้าย แต่สัญญาว่าเมื่อเห็นสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วจำเป็นต้องทำอะไรก็จะรายงานสื่อและประชาชนทราบ ตนไม่ส่งเสริมให้คนต่างจังหวัดปะทะกับคนกทม. จะไม่ให้เหมือนสมัยรัฐบาลก่อนๆ หากกลุ่มเสื้อแดงจะมาชุมนุมที่ไหนต้องขออนุญาตกทม. หากไม่อนุญาตก็ไม่ได้ เช่น สนามหลวง ลานพระบรมรูปทรงม้า หากเป็นทำเนียบรัฐบาลก็เชิญ เพราะไม่เชิญก็มาอยู่แล้ว

เสียงเข้มอีแต๋นเข้ากรุงไม่ได้

เมื่อถามว่าหากใช้กฎหมายพิเศษจะรายงานนายกฯอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า นายกฯให้อำนาจตน เหมือนเป็นนายกฯในระหว่างที่นายกฯไม่อยู่ ระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดง ตนจะอยู่กทม. ไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อถามว่ากลุ่มเสื้อแดงยังยืนยันนำรถอีแต๋นเข้ามา นายสุเทพกล่าวว่า ต้องเคารพกฎหมาย รถอีแต๋นไม่ให้วิ่งบนทาง หลวง มาไม่ได้ ยืนยันว่าไม่ให้มา โดยจะมีด่านตรวจเพราะเป็นอันตรายต่อประชาชน แค่รถปิก อัพก็มากแล้ว หากนำอีแต๋นเข้ามาคงไม่ไหว กว่าจะมาถึงกรุงเทพฯก็คงผ่านด่านเจ้าหน้าที่เยอะต้องเรียกแจกใบสั่งก่อนเข้ามา

ต่อข้อถามว่าแนะนำนายกฯเลื่อนการเดินทางไปออสเตรเลียหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ขณะ นี้ยังคงกำหนดการเดิมไว้ก่อน ระหว่างรายงานนายกฯยังไม่มีท่าทีกังวลอะไร ถ้าพรุ่งนี้มะรืนนี้ยังไม่มีเหตุการณ์อะไร แต่โลกมันเปลี่ยนได้ทุกวันจนกว่าจะถึงวันเดินทาง จะไปทำนายล่วงหน้าไม่ได้ ขืนพูดไปก็จะทำให้ตกใจกัน จะเรียนข้อมูลข้อเท็จจริงทุกวันโดยไม่ปิดบัง และขณะนี้ยังเล็งขอความร่วมมืออปพร. เข้ามาช่วย หากเป็นไปได้วันที่ 8 มี.ค.จะเชิญอปพร.มาหารือ

ขุนคลังคาดไม่ถึงคนสนใจมาก

วันเดียวกัน นายกรณ์เขียนข้อความในเฟซ บุ๊กชี้แจงบทความที่แสดงความเห็นกรณียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณจนถูกโจมตีว่านิยมเผด็จการว่า คาดไม่ถึงว่าบันทึกความรู้สึกของตนในเรื่องคดียึด ทรัพย์จะได้รับความสนใจขนาดนี้ มีทั้งผู้ที่อ่านแล้วเข้าใจคลาดเคลื่อน และผู้พยายามบิดเบือนความหมายให้เข้าใจผิดว่าตนสนับสนุนปฏิวัติ ทั้งที่ไม่มีตอนไหนในบทความเขียนอย่างนั้นเลย จริงๆ แล้วประเด็นที่ต้องการสื่อ ไม่ใช่เรื่องที่ว่าต้องยึดเงินเท่านั้นเท่านี้ แต่คือเรื่องที่ว่าหากทุกคนทำตามหน้าที่ ความยุติธรรมจะปรากฏ ทั้งนี้ภูมิต้านทานการปฏิวัติที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาไว้ซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง คือการมีรากฐานของนิติรัฐหรือการที่สังคมเคารพต่อความศักดิ์สิทธิ์ ของกฎหมาย คล้องจองกับที่นายกฯอภิสิทธิ์เคยกล่าวว่าหากสังคมไม่เคารพกฎหมาย ก็ไม่มีจุดจบ ตนอยากพูดต่อว่าหากสังคมไม่เคารพกฎหมาย ประเทศไทยคงปกครองด้วยกฎหมู่

ปชป.ปลุกคนกรุงต้านม็อบแดง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค แถลงถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงวันที่ 12-14 มี.ค.ว่า ไม่ว่าการชุมนุมจะมีคนมากหรือน้อย แต่คนที่เดือดร้อนคือชาวกทม. ขอเรียกร้องคนกทม.แสดงท่าทีไม่เห็นด้วย สื่อสัญลักษณ์ เช่น ทำป้ายสติ๊กเกอร์ติดท้ายรถและประตูหน้าบ้าน คนเสื้อแดงปลุกระดมคนต่างจังหวัด ไม่เว้นแม้พระสงฆ์ถือเป็นเรื่องน่าวิตกกังวล กทช.ซึ่งรับผิดชอบด้านสื่อควรดูแลการใช้สื่อปลุกระดมทั้งทีวีวิทยุชุมชน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม่ค้าในตลาดจตุจักรราย งานมาว่ามีการซื้อขายชุดทหารมากกว่าปกติ อาจจัดฉากให้คนแต่งกายคล้ายทหาร ใช้อาวุธปืนยิงประชาชน แล้วบังเอิญมีคนใช้กล้องวิดีโอถ่ายเอาไว้ได้แล้วนำมาขยายผลต่อ

น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค กล่าวว่า วอร์รูมพรรคกังวลว่ายุทธวิธีก่อความวุ่นวายมี 5 สัญญาณคือ 1.การเผยแพร่โดยใช้เครือข่ายสื่อดีสเตชั่นและวิทยุชุมชน สิ่งพิมพ์ และเว็บไซต์ทั้งในและต่างประเทศ 2.แนวร่วมด้านความมั่นคงที่ส่งสัญญาณก่อวินาศกรรมและสงครามการเมือง 3.การเคลื่อนไหวของกลุ่มแดงสยามที่ชัดเจนว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงและรับระบอบประชาธิป ไตยที่แตกต่างจากที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะการเปรียบ เทียบประเทศเนปาล 4.การเคลื่อนไหวของโรง เรียนนปช.ที่ฝึกก่อวินาศกรรม 5.สัญญาณจากประธานพรรคเพื่อไทยที่เมื่อถามว่าจะนองเลือดหรือไม่ ก็ตอบว่าเป็นความลับ

"ยุทธวิธีทำลายความเชื่อมั่นมี 3 แนวทางคือ 1.การเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณที่จะร่างหนัง สือที่มีเนื้อหาพาดพิงกระบวนการยุติธรรม ทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันศาลไปถึงผู้นำประเทศต่างๆ 2.การเคลื่อนไหวเพื่อถอดถอนตุลาการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 3.การอ้างกระบวนการถวายฎีกาเพื่อนิรโทษกรรมพ.ต.ท.ทักษิณถูกขัดขวาง เพื่อให้กระทบความเชื่อมั่นสถาบันที่เกี่ยวข้องคือองคมนตรีและสำนักราชเลขาธิการ"โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

พผ.แย้มปรับครม.หลังซักฟอก

เมื่อเวลา 09.30 น.ที่โรงแรมบางกอกรีสอร์ท พรรคเพื่อแผ่นดินประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 โดยใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเพื่อรับรองรายงานการประชุมแก้ไขข้อบังคับพรรค การย้ายที่ทำการพรรค และรายงานผลการทำงานในรอบปีให้ตัวแทนสาขาพรรคทั่วประเทศรับทราบ

นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า พรรคเคยร่วมกับพรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาล แต่การเมืองถึงจุดคับขัน เรามีความเด็ดเดี่ยวที่จะจัดตั้งรัฐบาลและเปลี่ยนขั้วมาตั้งรัฐบาลปัจจุบัน กรณีเสื้อแดงชุมนุม ใหญ่ พรรคยืนยันเป็นกลาง

น.พ.อลงกต มณีกาศ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวถึงประชุมสภาล่มเป็นครั้งที่ 4 ว่า ไม่ใช่เกมการเมืองต่อรองใดๆ ของพรรคร่วม อาจเป็นความเคยชินของส.ส.สันหลังยาวที่ปกติจะกลับพื้นที่วันพฤหัสฯ ระยะหลังเปลี่ยนเที่ยวบินเร็วขึ้นจากเดิมเวลา 18.00 น.เป็น 13.00 น. ที่ผ่านมาวิปแจ้งทุกคนแล้วว่าในวันประชุมสภา หากส.ส.มีงานในพื้นที่ให้มอบหมายผู้ช่วยส.ส.ดูแลแทน อยากให้รมต.มาประชุมที่สภาด้วย เหตุที่สภาล่มส่วนหนึ่งมาจากรมต.และ ส.ส.สันหลังยาว ส่วนมาตรการประจานนั้นเคยทำหลายครั้งแล้วแต่ไม่เป็นผล พรรคคงใช้มาตร การลงโทษโดยไม่ส่งลงสมัครเลือกตั้งไม่ได้ พรรค เล็กต้องง้อส.ส. คาดว่าประมาณเดือนเม.ย. หรือหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะปรับเปลี่ยนรมต.ในส่วนของพรรค ส่วนจะกี่ตำแหน่ง ยังตอบ ไม่ได้

"น้องเติ้ง"แนะจับ 2 ตัวการต่อยกัน

วันเดียวกันเวลา 09.00 น.ที่เมืองทองธานี นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธานประชุมใหญ่พรรคครั้งที่ 1/2553 โดยมีกรรมการบริหารพรรค ส.ส. และสมาชิกพรรคจากทั่วประเทศเข้าร่วม ที่ประชุมเลือกนายพันธุ์เทพ สุลีสถิร เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ นายคณาพจน์ อมดวง เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรคคนใหม่ และรับรองโลโก้พรรคใหม่ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์การตั้งพรรค ประชา ชนจดจำง่าย เป็นรูปแผนที่ประเทศไทยภายในมีรูปวงกลม ครึ่งวงกลมด้านบนเป็นแถบสีแดง ขาว น้ำเงิน ครึ่งวงกลมด้านล่างเป็นชื่อพรรค ตรงกลางมีตัวย่อ "ชทพ." และคำขวัญว่า "พรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อพัฒนาชาติไทย" คล้ายโลโก้พรรคชาติไทยเดิม

นายชุมพลกล่าวถึงทิศทางของพรรคว่า การ เมืองขณะนี้เป็นผลมาจากก่อนการปฏิวัติ เป็นเรื่องของคนสองคนที่เคยกอดคอกัน มีผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ขัดกันภายหลังแล้วเอาประชาชนและประเทศชาติเป็นตัวประกัน เคยเสนอหลายครั้งแล้วให้จับสองคนนี้เข้าคุก ให้ไปต่อยกันเอง แต่ก็ทำไม่ได้ การเข้าร่วมรัฐบาลตั้งแต่เป็นพรรคชาติไทยมาถึงพรรคชาติไทยพัฒนาถูกตำหนิตลอด ร่วมตั้งรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ก็ถูกครหาจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองว่าร่วมกับเสื้อแดง ถามว่าถ้าไปร่วมกับเสื้อเหลืองเกินแค่ 9 เสียงก็อยู่ไม่ได้ แต่ไม่เป็นที่พอใจของคนบางคนที่มีอำนาจในบ้านเมือง ยุทธการล้างแค้นเข่นฆ่าไม่จบ กฎหมายแรง งานมีแต่ไม่นำไปใช้ กลับใช้คำนิยามจากพจนานุ กรมตัดสินนายสมัครพ้นจากนายกฯ มาถึงรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ สงครามก็ไม่จบ ฝ่ายตรงข้ามทำทุกอย่างเพื่อจัดการระบอบทักษิณไม่ให้ผุดให้เกิด สุดท้ายมายุบ 3 พรรคการเมือง ชาติไทยก็รับเคราะห์กรรมด้วย เพราะต้องการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง ผู้อยู่เบื้องหลังตั้งรัฐบาลชุดนี้ก็ออก โรงมโหฬาร ด้วยความจำเป็นพรรคต้องมาร่วมอีกขั้วหนึ่ง จนได้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ

ตราบใดยังถือข้างวิกฤตไม่สิ้นสุด

"วิกฤตการเมืองเลยไม่จบเพราะออกมาถือข้างตลอด ข้างหนึ่งอยู่ในกระแสที่ได้เปรียบ อีกข้างไม่ได้เปรียบแต่มีพลัง หลังวันที่ 26 ก.พ.คนที่เสียเปรียบพลังก็ยังอยู่ วันที่ 12-14 มี.ค.จะมีม็อบอีกก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไร พฤติกรรมที่ออกมาจากคนแสนคนล้านคน มันจะแรงเหมือนที่เกิดขึ้นมาแล้วหรือไม่ ส่วนตัวผมไม่เชื่อ เพียงแต่ต้องการออกมาให้เห็นว่ามีพลังเท่านั้น ฉะนั้นต้องระวัง ตราบใดคนที่มีอำนาจในบ้านเมืองยังถือข้างเมื่อไหร่ วิกฤตจะไม่มีที่สิ้นสุด" นายชุมพล กล่าว

หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนากล่าวต่อว่า ปัญหาใหญ่อยู่ที่รัฐธรรมนูญฉบับคมช. เป็นฝีมือของคณะปฎิวัติทั้งหมด ส.ส.ร.ส่วนใหญ่เป็นอำมาตยาธิปไตยและกลุ่มพันธมิตร เอาคู่กรณีรัฐบาลทักษิณจากสนช.มาเป็นประธานยกร่าง มุ่งเข่นฆ่าล้างแค้นคนๆ เดียว ทำให้คน 65 ล้านคนต้องรับกรรมด้วย ถ้าไม่แก้วิกฤตจะไม่สิ้นสุด พรรคชาติไทยทำอะไรผิด ยุบทำไม ไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้อง ชื่อพรรคชาติไทยต้องคืนกลับมาในอนาคต วันนี้ตนยังมองไม่เห็นใคร เคยมองนายอานันท์ ปันยารชุน แต่ค่อนข้างอยู่ในอดีตเกิน หรือจะให้มือประสานสิบทิศอย่างพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ก็ได้ เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย ดีไม่ดีอาจเป็นท้าวมาลีวราชซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจของพรรคเรา คนที่เชี่ยวทางการเมืองขณะนี้อยู่นอกสภาเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าไม่แยกน้ำแยกปลา ความชั่วความดี จะแก้วิกฤตชาติได้อย่างไร ได้แต่บนบานเจ้าพ่อสุพรรณและเจ้าพ่อชาละวัน

7 อำมาตย์อยู่เหนือวุฒิสภา

"ผู้มีอำนาจไม่เลิกถือข้างยุติไม่ได้ วุฒิสภาเป็นปลา 2 น้ำ อำมาตย์ 7 คนเป็นผู้มีบารมีเหนือวุฒิสภา องค์กรอิสระไม่ใช่องค์อิสระ แต่เป็นองค์กรของขุนนาง การเมืองอ่อนแอ พัฒนาต่อไปไม่ได้ อนาคตจะปฏิวัติหรือยุบสภา รัฐบาลชุดนี้จะอยู่ ได้นานขนาดไหน แต่ถ้ามีมือประสานของพล.ต. สนั่นอยู่ได้ถึงสิ้นปีแน่นอน ยุบสภาปฏิวัติก็ไม่มี ลากยาวไปถึงปีหน้าว่ากันใหม่" นายชุมพลกล่าว

จากนั้นนายชุมพลให้สัมภาษณ์กรณีที่ระบุว่าปัญหาบ้านเมืองเกิดจากคน 2 คนว่า ตนหมายถึงพ.ต.ท.ทักษิณ กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล เมื่อถามว่าบอกได้หรือไม่ว่าผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังคือใคร นายชุมพลกล่าวว่า คำพูดของตนชัดเจนแล้วที่ระบุว่าเป็นรูปสามเหลี่ยมพีระมิด ถามว่าพูดอย่างนี้ไม่กลัวหรือ สิ่งที่พูดไปเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ คนๆ นี้ไม่เคยกลัว ตนพูดถูกต้องและตรงกับความเป็นจริง สังคมไทยต้องไม่เลี่ยงความเป็นจริง ต้องพูดความจริงกันบ้าง ตอนนี้ไม่มีใครกล้าพูด ทำให้จังงังกันอยู่อย่างนี้

นายชุมพลยังกล่าวถึงการชุมนุมคนเสื้อแดงวันที่ 14 มี.ค. ที่คตม.อาจหารือครม.ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงว่า คงไม่ประกาศใช้ นายสุเทพพูดก่อนหน้านี้แล้วว่าจะไม่ใช้ แต่ขึ้นกับพฤติกรรม ของกลุ่มผู้ชุมนุมว่าจะรุนแรงขนาดไหน ไม่ได้อยู่ที่จำนวนมากหรือน้อย

"ปู่จิ้น"สั่งผวจ.สกัดอีแต๋นเข้ากรุง

วันเดียวกันนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว. มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายสุเทพสั่งผวจ.สกัดกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯว่า ยังไม่ได้รับการประสาน เห็นด้วยที่นายสุเทพสั่งสกัดรถอีแต๋นที่กลุ่มเสื้อแดงจะนำมา ต้องกำชับผวจ.ดูแล เมื่อเป็นคำสั่งห้ามผวจ.ต้องทำให้น้อยลงโดยใช้มาตรการขอร้อง ทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุม หากไม่ได้ผลให้ใช้ข้อบังคับตามกฎ หมาย ทั้งนี้การสกัดต้องทำก่อนวันที่ 12-14 มี.ค. ไม่ได้ตั้งเป้าจังหวัดใดเป็นพิเศษ ต้องทำทุกจังหวัด พยายามขอร้องว่าไม่ต้องมาชุมนุม ส่วนรถอีแต๋นต้องดูกฎหมายว่าวิ่งบนทางหลวงได้หรือไม่ ปกติไม่ควรนำมาวิ่งในเมือง หากเข้ามาในกทม. จะทำ ให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก สร้างความไม่สง่างามให้กับเมืองหลวง

ผู้สื่อข่าวถามว่าเสื้อแดงมีหลายกลุ่มและ พ.ต.ท.ทักษิณประกาศให้ใช้ยุทธวิธีต่างๆ ทำให้ควบคุมสถานการณ์ลำบากหรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า ลำบาก แต่ต้องช่วยกันรับมือ ตนเป็นห่วงเรื่องนี้ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความอดทนกับผู้ชุมนุม ไม่ให้เกิดการปะทะ เมื่อถามว่าหากผู้ชุมนุมใช้สิ่งปฏิกูลขว้างปาเจ้าหน้าที่ จะสร้างปัญหาต่อการปฏิบัติงานหรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า การขว้างปาสิ่งปฏิกูลใส่บุคคลอื่น ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที เมื่อถามว่าศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย รายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะขนเสบียงเข้ามาจะทำให้การชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า ไม่ทราบ ขึ้นกับผู้ชุมนุม เมื่อถามว่าได้รับรายงานเรื่องส.ส.เพื่อไทย 1 คนนำรถกระบะเข้ากทม. 100 คนหรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า ยัง แค่ทราบจากสื่อ กรณีเครือข่ายพ.ต.ท.ทักษิณจะฟ้องร้องนายบุญจงที่กล่าวหาขนคนเข้ากทม.นั้น ไม่ทราบรายละเอียด ไม่ได้ยินที่นายบุญจงพูด แต่เชื่อว่านายบุญจงพูดด้วยความหวังดีซึ่งต้องชี้แจงให้เข้าใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์นายชวรัตน์สั่งนายชำนิ บูชาสุข ที่ปรึกษารมว. มหาดไทย ตรวจสอบกฎหมายเกี่ยวกับการห้ามรถอีแต๋นวิ่งบนทางหลวง ก่อนสั่งการผวจ.ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด

พท.ขู่เอาเรื่องเทือก-บุญจง

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ระบุพรรคทุ่มเงินวันละ 70-80 ล้านบาทสนับสนุนการชุมนุมของคนเสื้อแดงว่า พูดโดยปราศจากหลักฐาน การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ การใช้ตำแหน่งหน้าที่มากล่าวอ้างแบบนี้ทำให้พรรคเสียหาย จะหารือทีมกฎหมายเอาผิดนายสุเทพในฐานะนักการเมืองมีตำแหน่งเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ข้อหาใส่ร้ายป้ายสีในความผิดมาตรา 104 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โทษจำคุกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง นำไปสู่การยุบพรรคได้

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า รวมถึงนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ที่ใส่ร้ายป้ายสีพรรคการเมืองคู่แข่งโดยปราศจากข้อเท็จจริง มีโทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง พรรคจะดำเนินการกับนายบุญจง อาจยื่นกกต.ให้ยุบพรรคภูมิใจไทย

ต่อมานายวรพล พรหมิกบุตร อาจารย์มหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยนายเสถียร วิพรมหา เลขาธิการองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ยื่นหนังสือให้พรรคเพื่อไทยสอบถามรัฐบาลกรณีถูกขึ้นแบล็กลิสต์ โดยนายพร้อมพงศ์เป็นผู้รับหนังสือ

"จิ๋ว"เย้ยรัฐบาลพูดมากกว่าทำ

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปจ.เชียงรายว่า รัฐบาลต้องดูแลความปลอดภัยการชุมนุมของประชาชน แต่ถ้ามีมาตรการมากเกินไป ประชาชนจะต่อว่า ต้องทำแบบเงียบๆ ถ้ารัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง อาจกระทบกับประชาชนกลุ่มอื่นๆ กรณีนายสุเทพเตรียมใช้รถยกมายกรถที่มาชุมนุมนั้น จะทำอะไรก็ทำไป แต่ไม่ควรพูดมาก ยิ่งพูดยิ่งดังไปทั่วโลก

ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะผู้ใหญ่จะช่วยดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรงหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า มีคนดูแลอยู่แล้ว ตนยังโดนหมายหัว รู้สึกน่ากลัว เมื่อถามว่าการชุมนุมวันที่ 12-14 มี.ค.จะรุนแรงหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า คงไม่มีอะไรรุนแรง ถ้ามีอะไร คงไม่ออกมาพูดกัน คนเสื้อแดงใช้สิทธิ์ ตามกฎหมาย ยึดแนวทางสันติ ทุกครั้งประกาศอะไรก็ทำตามนั้น

นปช.ไม่สนเทือก-ขู่ยึดรถยก

ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดิน แถลงภายหลังประชุมเตรียมพร้อมชุมนุมใหญ่วันที่ 14 มี.ค.ว่า จะใช้พื้นที่การชุมนุมของท้องสนามหลวง ไล่มาตามถนนราชดำเนิน ถึงเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ไปจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า โดยเวทีใหญ่จะตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ แล้วหันหน้าไปตามถนนราชดำเนินทั้ง 2 ฝั่ง จะทำให้มีพื้นที่การชุมนุมที่ยาวมาตลอดทั้งสองด้าน เพื่อรองรับผู้ชุมนุมจำนวนมาก แต่ละจุดมีศูนย์อำนวยความสะดวกทั้งอาหารเครื่องดื่ม หน่วยรักษาความปลอดภัย หน่วยแพทย์พยาบาล ทั้งนี้ยังเปิดรับบริจาคข้าวสารอาหารแห้งและทุนทรัพย์ กรณีรัฐบาลประเมินว่าค่าใช้จ่ายการชุมนุมใหญ่สูงถึง 70 ล้านบาทต่อวัน เป็นเรื่องเหลวไหล ถ้าจะใช้จำนวนเงินดังกล่าวมีอย่างเดียวคือจ้างคนมาชุมนุม แต่คนเสื้อแดงที่มาล้วนออกทุนเอง ไม่ทราบว่ารัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์ใช้ฐานตัวเลขจากที่เคยสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรมาประเมินหรือไม่ การที่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ระบุส.ส.เพื่อไทย 1 คนต้องเตรียมรถปิกอัพ 100 คันก็ไม่จริง นายบุญจงอย่าใส่ร้ายป้ายสี ควรเอาเวลาไปดูว่าในกระ ทรวงมหาดไทยมีหนึ่งรุ่นนายอำเภอหนึ่งกระดาษคำตอบ หรือหนึ่งโครงการ 30 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ ยืนยันว่าการต่อสู้ยังเป็นแนวทางสันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ ทั้งใต้ดินบนดิน หรือคุกคามข่ม ขู่ครอบครัวคนในรัฐบาลอย่างที่รัฐบาลกล่าวหา

นายณัฐวุฒิกล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณประกาศใช้กฎหมายจราจรห้ามรถอีแต๋นรถปิกอัพเข้ามาร่วมชุมนุมว่า ขอให้นายสุเทพใช้อำนาจเต็มที่เพราะคงอยู่ได้อีกไม่นาน การบอกจะใช้รถยกเป็นความคิดที่ไร้เหตุผล สะท้อนถึงความมืดบอดทางปัญญา หากรถที่มากีดขวางการจราจร แล้วคนนับแสนนับล้านถือว่ากีดขวางการจราจรด้วยหรือไม่ ถ้าจะยกรถต้องยกคนไปด้วย ถ้านำรถมายก เราขอสงวนสิทธิเก็บรักษารถยกไว้ จะมอบคืนราชการภายหลัง รถปิกอัพอีแต๋นไม่ได้เข้ามาสร้างความวุ่นวายป่วนเมือง ปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯไม่กี่วัน แต่ถ้าประเทศไทยเดินหน้าไปตลอดทางถือว่าคุ้มค่า กรณีนายอภิสิทธิ์มีกำหนดไปออสเตรเลียวันที่ 13-17 มี.ค. เป็นการตัดสินใจไร้ภาวะผู้นำ เหมือนผู้เยาว์ทิ้งปัญหาให้ผู้ใหญ่ การยุบสภาคงต้องถามกลุ่มอำมาตย์อยู่ดี

มาร์คระทึกแน่ก่อนไปนอก

"ก่อนการเดินทางวันที่ 12 มี.ค. นายอภิสิทธิ์จะเห็นภาพระทึกใจที่สุดในชีวิต ประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้ามาชุมนุมใหญ่ในกทม. นายอภิสิทธิ์ไปต่างประเทศ ประชาชนจะได้เข้าใจว่ารัฐบาลนี้คงอยู่ต่อไปได้อีกไม่กี่วัน เพราะผู้นำถอดใจตั้งแต่เริ่มต้น นายอภิสิทธิ์คิดว่าไม่อยู่ในประเทศแล้วข้อเรียกร้องคนเสื้อแดงให้ยุบสภาไม่ได้ผล ก็ไม่เป็นไร เราจะอยู่รอจนกว่านายอภิสิทธิ์กลับมา" นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงแนวทางปิดล้อมถนนขาออกกรุงเทพฯว่า จะไม่ปิดถนนทั้งสายหลักหรือสายอื่นๆ เมื่อรถปิกอัพและอีแต๋นเข้ามาจะจอดไว้เป็นที่เป็นทางที่เตรียมไว้ จากนั้นคนจะออกมาร่วมชุมนุมโดยไม่ไปปิดแยกหรือถนนสายใด เท่าที่ทราบรถที่จะเข้ามามีนับหมื่นคันแล้ว คนเสื้อแดงจะเพิ่มมาตรการเข้มข้นขึ้นในแต่ละวันเพื่อให้เป้าหมายบรรลุผล เท่าที่ทราบนายอภิสิทธิ์จะเล่นเกมเดิมเหมือนสงกรานต์เลือด คือประกาศขยายวันหยุด แต่คราวนี้คงไม่มีเหตุให้ทำอย่างนั้น

อีแต๋น-กระบะทะลุ 3.5 หมื่นคัน

"ขณะนี้รถยนต์ที่มาร่วมลงทะเบียนที่จะเคลื่อน ไหวกับคนเสื้อแดงมีหลายหมื่นคัน ยืนยันได้ว่ามียอดทะลุ 35,000 คันไปแล้ว" แกนนำนปช.กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีมาตรการเข้มข้นรวมถึงการปิดล้อมกทม.หรือไม่ นายณัฐวุฒิปฏิเสธว่า ไม่ถึงขั้นนั้น จะปิดล้อมได้อย่างไร เพียงแต่คนมาเป็นล้านก็กระจายอยู่ทุกที่ในกทม.แล้ว

ตร.ประเมินม็อบบุกทำเนียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศปก.น.สรุปประเมินสถาน การณ์การชุมนุมของนปช. เสนอพล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.ว่า วันที่ 12 มี.ค.กลุ่มนปช. กทม.และปริมณฑล จะเคลื่อนไหวกำลังพลตามแบบปฏิบัติการ "12 มี.ค. 12 นาฬิกา ลั่นกลองศึก เขย่าขวัญอำมาตย์ โดยแบ่งจุดนัดพบ 10 จุดๆ ละ 10,000 คน ในวันที่ 14 มี.ค.จะชุมนุมใหญ่ทั้งประเทศเพื่อกดดันรัฐบาลยุบสภา มีมวลชนจากทุกภาคมาร่วมชุมนุมใหญ่ที่กทม. นัดรวมตัวที่ท้องสนามหลวง ตั้งเวทีปราศรัยรวบรวมมวล ชน จากนั้นจะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล คาดว่าจะตั้งเวทีปราศรัยบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ และถนนราชดำเนิน

ผบช.น.เข้าบ้าน"ป๋า"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สัณฐานนำรองผบช.น.เข้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เพื่อรายงานสรุปสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงให้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีรับทราบ ทั้งนี้พล.อ.เปรมสอบถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีใครเป็นผู้นำที่แท้จริง ซึ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าผู้นำสูงสุดของนปช.เป็นใคร โดยฝ่ายทหารน่าจะมีข้อมูลมากกว่าฝ่ายตำรวจ จากนั้นพล.อ.เปรมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้พระสยามเทวาธิราชคุ้มครอง

เสื้อแดงอีสานประชุมแกนนำ

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่โรงแรมศรีพัฒนา ถ.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุพร อัตถาวงศ์ แกนนำเสื้อแดงโคราช พ.ต.ท.สมชาย เพศประ เสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนรักอุดรฯ จัดประชุมแกนนำเสื้อแดง 19 จังหวัดอีสาน เพื่อซักซ้อมความเข้าใจเตรียมพร้อมชุมนุมใหญ่วันที่ 14 มี.ค. โดยมีแกนนำเสื้อแดง 19 จังหวัดอีสานกว่า 500 คนเข้าร่วม

พ.ต.ท.สมชายกล่าวว่า วันที่ 12 มี.ค.จะระดมคนเสื้อแดงโคราชที่หน้าลานอนุสาวรีย์ย่าโม เวลา 12.00 น. เคลื่อนไปปักหลักรอกลุ่มคนเสื้อแดง 19 จังหวัดอีสานที่อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และยกพลคนเสื้อแดงอีสานกว่า 3 แสนคน โดยรถปิกอัพ รถอีแต๋น รถ 6 ล้อ กว่า 1 หมื่นคันไปสมทบกลุ่มนปช.นับล้านคนที่ท้องสนามหลวงในเวลาเที่ยงคืนวันที่ 13 มี.ค. เพื่อขับไล่รัฐบาลอำมาตย์จนกว่าจะชัยชนะ

นายสุพรกล่าวว่า แบ่งการประสานงานเป็น 6 กลุ่ม นัดหมายกันเย็นวันที่ 12 มี.ค.ที่หลักก.ม. ที่ 69-70 ถ.มิตรภาพ เขตต.หนองสาหร่าย อ.ปาก ช่อง ส่วนการชุมนุมที่ลานอนุสาวรีย์ย่าโมเย็นวันนี้ จะมีคนเสื้อแดงมาชุมนุมไม่ต่ำกว่า 50,000 คน เวลา 20.00 น.พ.ต.ท.ทักษิณจะวิดีโอลิงก์เข้ามา จะยุติการชุมนุมประมาณเวลา 01.00 น.วันที่ 6 มี.ค. แต่หากตำรวจปล่อยให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง จะตอบโต้ทันที จุดหมาย 2 ที่ใหญ่คือหน้ากอง ทัพภาคที่ 2 และบ้านแม่ทัพของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

ที่จ.พะเยา นายไพโรจน์ ตันบรรจง ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 14 มี.ค.ตนและ ส.ส.ทั้ง 3 คนยินดีเป็นที่ปรึกษาและช่วยระดมเสบียงให้กลุ่มเสื้อแดงที่จะไปชุมนุมที่กรุงเทพฯ นายศิริวัฒน์ จุปะมัดถา ผู้ประสานงานแดงพะเยา กล่าวว่า จะออกจากพะเยาวันที่ 12 มี.ค.โดยรวมตัวช่วงเช้าไปกราบพระเจ้าตนหลวง วัดศรีโคมคำ จากนั้นไปอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง แล้วไปสี่แยกแม่ต๋ำรอกลุ่มเสื้อแดงจากเชียงรายมาสมทบ

แจ้งจับซ่องโจรประชุมบ้านปีย์

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่โรงแรมโกลเด้น ดราก้อน งามวงศ์วาน เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ นำโดยนายคารม พลทะกลาง นายสุวิทย์ ทองนวล นายสิงห์ทอง บัวชุม จัดสัมมนาและแถลงข่าวหัวข้อ "ยุติธรรมไม่มี กลียุคจำบังเกิด" นายคารม กล่าวว่า การชุมนุมใหญ่วันที่ 14 มี.ค.ทีมทนายเห็นว่าเมื่อครั้งสงกรานต์เลือด คนเสื้อแดงถูกใส่ร้าย สร้างสถานการณ์ชัดเจน กลัวเหลือเกินว่าครั้งนี้รัฐบาลจะใส่ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดงอีกครั้ง จึงจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุมีเจ้าหน้าที่รับโทร ศัพท์ ตลอด 24 ช.ม.ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.เป็นต้นไป คือหมายเลข 0-2962-6683 หรือ 08-4711-9121 พร้อมทั้งมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วตระเวนตลอดการชุมนุม เพื่อดูแลคนเสื้อแดงและถ่ายรูปหลักฐานหากมีการใส่ร้ายคนเสื้อแดง

นายคารมกล่าวอีกว่า วันที่ 8 มี.ค.จะไปแจ้งความสน.ทองหล่อ เอาผิดนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นายปราโมทย์ นาครทรรพ นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา และพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ข้อหาซ่องสุม ซ่องโจร กรณีประชุมกันที่บ้านนายปีย์ เบื้องต้นจะมีพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย เป็นพยาน

รายงานข่าวจากทีมทนายพ.ต.ท.ทักษิณเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมานายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายอุดม มั่งมีดี เดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณที่ดูไบ เพื่อปรึกษาหารือข้อกฎหมายหลังศาลฎีกาฯตัดสินยึดทรัพย์ นายมานิตย์เห็นว่าหากไม่สู้ในประเด็นความไม่ชอบธรรมจากการทำรัฐประหาร คงสู้ไม่ได้และต้องแพ้หมด ดังนั้นจึงชัดเจนว่าจะยื่นอุท ธรณ์ต่อศาลโลกเกี่ยวกับคดียึดทรัพย์ โดยใช้ประ เด็นความไม่ชอบธรรมจากการรัฐประหาร และเปลี่ยนทีมทนายทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนแนวทางสู้คดี

"ปทีป"การันตีตร.ไม่เกียร์ว่าง

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. กล่าวถึงการรับมือคนเสื้อแดงนำรถกระบะและอีแต๋นกว่า 35,000 คันเข้า มาชุมนุมในกทม.ว่า ตำรวจได้เตรียมรถยกเพื่อเคลียร์เส้นทางกรณีกีดขวางเส้นทางต้องเอาไปเก็บเพื่อไม่ให้กีดขวาง แต่ไม่ได้ปิดกั้นสิทธิการชุมนุม ตำรวจมีอำนาจในฐานะเป็นเจ้าพนักงานจราจร โดยเตรียมแผนไว้ด้วยว่าหากผู้ชุมนุมนำรถบรร ทุกแก๊สมาปิดกั้นเส้นทาง เหมือนตอนเมษายน 2552 ตำรวจก็มีแผนรับมือเหมือนกัน กรณีปิดถนนโดยใช้มวลชนโล่มนุษย์ ก็มีแผนกรกกฎ 52 ตามหลักสากลตามขั้นตอนอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงข่าวที่ว่ารัฐบาลไม่พอใจตำรวจเกียร์ว่างและไม่สามารถสั่งการทางวาจาได้นั้น รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า ยืนยันได้ว่าตำรวจไม่มีเกียร์ว่าง จะทำตามแผนที่กอ.รมน.กำหนดไว้ เมื่อถามว่าตำรวจขาดขวัญกำลังใจเพราะหวั่นถูกป.ป.ช. ดำเนินคดีย้อนหลัง เหมือนเหตุการณ์ 7 ตุลา 2551 พล.ต.อ.ปทีปกล่าวว่า ไม่น่าเป็นปัญหาในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม ตำรวจมีขั้นตอนปฏิบัติชัดเจนอยู่แล้ว นโยบายหลักคือไม่ใช้ความรุนแรง ใช้การเจรจาทำความเข้าใจกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ให้ฝ่าฝืนกฎหมาย ยืนยันว่าตำรวจพร้อม 100%

สันติบาลจับตาแดงทั้งแผ่นดิน

ขณะที่หน่วยข่าวกรองสันติบาลรายงานว่า วันที่ 12 มี.ค.กลุ่มนปช. นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จะเริ่มชุมนุมที่ท้องสนามหลวง วันที่ 13-14 มี.ค.ชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศเพื่อกดดันรัฐบาลยุบสภา โดยจะมีมวลชนจากทุกภาคมาร่วมชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวง และถนนราชดำเนิน

กลุ่มนปช.สตูล ประมาณ 150 คน นำโดยนายจิรายุส เนาวเกตุ นายจรัส งะสมัน ประชุมหารือมาร่วมชุมนุมที่กทม.ที่โรงเรียนอิสลาม(โต๊ะครูหมาน) มีมติว่าวันที่ 6 มี.ค.จะประชุมกับแกนนำที่จ.ตรังเพื่อตรวจสอบยอดสมาชิก จากนั้นออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.โดยใช้รถยนต์กระบะส่วนตัว วันที่ 8 มี.ค.ร่วมชุมนุมเลี้ยงน้ำชาที่เต็นท์ขายรถมือสองของนายฬัม คงสุวัฒนะ อดีตส.ส. รวมใจไทยพัฒนา อ.เมือง จ.สตูล

กลุ่มนปช.อยุธยา 52 โดยนายจีรัชญ์พัฒน์ ญาณสมบัติ แกนนำ และนางสุชาดา พวงโต ติด ต่อแกนนำในพระนครศรีอยุธยาให้นำคนเสื้อแดงไปร่วมชุมนุมที่จ.อ่างทองวันที่ 8 มี.ค. โดยจัดรถยนต์บัสรอรับที่อู่ไพศาลเรซซิ่ง ถ.อู่ทอง ต.หอรัตนไชย กลุ่มนปช.อ่างทองประมาณ 30 คน นำโดยนายประพันธ์ ศรีพานิช ประธานกลุ่มชุมนุม ที่ทำการอบต.หัวไผ่ ใช้รถยนต์ติดเครื่องเสียง เรียกร้อง นปช.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.ท.คมสันต์ วันเปลี่ยนสี ประธานกลุ่ม และคณะกรรมการประชุมแนวทางเคลื่อนไหววันที่ 12 มี.ค. ร่วมกับนปช.ภาคตะวันตก ที่บ้านนางธนิกา ธนกรพงศ์สุข แกนนำกลุ่มเสื้อแดงหัวหิน 52 โดยมีนายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ อดีตผู้สมัครส.ส.ไทยรักไทยร่วมด้วย

ตั้งกองผ้าป่าระดมทุน

วันที่ 6 มี.ค.กลุ่มนปช.ทับสะแก นำโดยนายณัฐพรรษ กระจ่างศิวาลัย ประชุมกำหนดแนว ทางเคลื่อนไหวร่วมกับนปช.ภาคตะวันตก ที่ร้านปื๊ดท่อไอเสีย โดยมีกลุ่ม นปช.จากอำเภอต่างๆ ในจ.ประจวบฯ เข้าร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้นปช. ทับสะแก มีสมาชิกเป็นอันดับ 3 จำนวนประ มาณ 500 คน รองจากอ.ปราณบุรี และอ.หัวหิน ส่วนใหญ่เป็นฐานเสียงเก่าของอดีตส.ส.อุดมศักดิ์ ทั่งทอง

นายกิตติ คำแก่นคูณ แกนนำสาขาอ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พร้อมสมาชิก 300 คนจัดประชุมรวบรวมสมาชิกเข้ากทม. จัดทำบัตรนปช.แดงทั้งแผ่นดิน และจัดตั้งกองผ้าป่าเพื่อสมทบทุนการเคลื่อนไหว กลุ่มนปช.ฉะเชิงเทรา เปิดอบรมโรง เรียนนปช. ที่สมาคมสงเคราะห์การกุศล จ.ฉะเชิง เทรา มีผู้ลงทะเบียนเข้าอบรม 500 คน มีแกนนำเข้าร่วมปราศรัย ประกอบด้วยนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง นางไพจิตร อักษรณรงค์ นายวิสา คัญทัพ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย และน.พ.เหวง โตจิราการ จากนั้นนัดรวมพลนปช.ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว ให้มารวมกันที่หน้าศาลากลางฉะเชิง เทรา วันที่ 13 มี.ค.

ปิดถนนสายหลักตอบโต้จนท.

กลุ่มรักประชาธิปไตยริมปิง เรดิโอ นายรัญชัย มาละพิงค์ แกนนำตั้งโต๊ะรับบริจาคเงินและสิ่งของ ข้าวสารอาหารแห้งที่สถานีวิทยุชุมชนริมปิง เรดิโอ อ.เมือง จ.ลำพูน เพื่อใช้เดินทางไปร่วมชุมนุมใหญ่ที่กทม.วันที่ 14 มี.ค. กลุ่มนปช. คลองหาด จ.สระแก้ว ประชุมสมาชิกที่ทะเลคลองหาด เพื่อไปร่วมกับนปช.ภาคตะวันออกวันที่ 7 มี.ค.ที่อ.แกลง จ.ระยอง ก่อนเข้ากทม.ในวันที่ 12 มี.ค. หากถูกเจ้าหน้าที่สกัดกั้นให้นำมวลชนปิดเส้นทางจราจรสายหลัก 2 เส้น คือ บางนา-ตราด และองครักษ์-กทม.

วันที่ 7 มี.ค.เวลา 09.00 น.ชมรมคนเสื้อแดงนครพนม นำโดยนางมนพร เจริญศรี นายสมชัย คำเรือน ผู้ประสานงาน พร้อมสมาชิกในเขตเทศบาลเมืองนครพนม จะไปพบกับนปช.หนองญาติเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ นปช.กาฬสินธุ์จัดชุมนุม เพื่อขยายแนวร่วมก่อนเคลื่อนมวลชน วันที่ 5 มี.ค.ตั้งเวทีปราศรัยที่สนามโรงเรียนบ้านบ่อโนนมะค้ำวิทยาคาร อ.กมลาไสย วันที่ 10 มี.ค. ตั้งเวทีที่วัดพระธาติจำลอง อ.ห้วยเม็ก วันที่ 11 มี.ค.ตั้งเวทีที่สวนสาธารณะ อ.กุฉินารายณ์ มีแกนนำสำคัญร่วมปราศรัย เช่น นายสุทิน คลังแสง นายเวียง วรเชษฐ์ นายสำรอง โพธิ์ซก

นปช.สมุทรสาคร นางจินตนา เปลี่ยนคารม แกนนำกลุ่มประชุมแนวร่วมที่ร้านอาหารป๋าเทพ ต.โคกขาม โดยมีนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัด ส่วน พรรคเพื่อไทย มาร่วมด้วย วันที่ 12 มี.ค. เวลา 09.00 น.นัดแนวร่วมประมาณ 100 คนรวมตัวที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ต.มหาชัย จ.สมุทร สาคร เพื่อสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จากนั้นนำรถยนต์ส่วนตัวติดเครื่องขยายเสียงประกอบขบวนแห่รอบตลอดมหาชัย ประชาสัมพันธ์ให้นำรถยนต์ที่จะเดินทางมาลงทะเบียนรับการสนับ สนุนค่าน้ำมัน

วันที่ 13 มี.ค.เวลา 14.00 น.กลุ่มนปช.สมุทร สาครประมาณ 200 คน นัดรวมตัวที่ตลาดนัดต้นสน ถ.พระราม 2 เพื่อรอแนวร่วมจากจังหวัดอื่นๆ เช่น ประจวบฯ เพชรบุรี สมุทรสงคราม มาสมทบ จากนั้นไปจุดนัดพบพุทธมณฑลสาย 4 นครปฐม เพื่อรวมกับนปช.กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม ก่อนเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ที่สนามหลวง

รถขบวน"มาร์ค"ชนกันเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 19.00 น.ระหว่าง ขบวนนายกฯออกจากบ้านพัก สุขุมวิท 31 เพื่อไปยังโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ระหว่างถึงบริเวณแยกอโศก ปรากฏว่ารถสำรองนายกฯ ซึ่งเป็นรถฟอร์ดเอฟเวอเรสต์กันกระสุนสีขาว ทะเบียน ชฬ 7719 กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ท้ายขบวน เบรกกะทันหันแล้วเฉี่ยวชนกับรถเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนายกฯ ซึ่งเป็นรถฟอร์จูเนอร์สีฟ้า ทะเบียน ภช 2847 กรุงเทพฯของหน่วยอากาศโยธิน รถได้รับความเสียหายเล็กน้อย


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.