มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 7476 คน
วันที่ 06 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7677 ข่าวสดรายวัน


พระดำรัส ณ มุขเด็จ แก้น้ำท่วม ไม่ขัดแย้งแตกแยก


เฝ้ารับเสด็จเนืองแน่น-พสกนิกรปีติ พระพักตร์สดใส-ทรงโบกพระหัตถ์ ทัวประเทศร่วมจุดเทียนชัยถวายพร



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จออก ณ มุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เมื่อเวลา 10.59 น. วันที่ 5 ธ.ค.

เป็นมหามงคลยิ่งของพสกนิกรไทยทั่วหล้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ มุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทรงขอให้ร่วมมือกันปัดเป่าแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ให้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ดังที่เคยแนะนำโครงการต่างๆ ที่ทำได้ก็ทำ ที่สำคัญต้องไม่ขัดแย้งแตกแยกกัน เพื่อความผาสุกของประชาชน ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ขณะที่พสกนิกรทั่วประเทศพร้อมใจกันจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล ที่ท้องสนามหลวงเนืองแน่นไปด้วยประชาชน ที่มารอเฝ้าฯ รับเสด็จ ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด ขณะขบวนเสด็จผ่าน ต่างปลื้มปีติทรงมีพระพักตร์สดใส ทรงโบกพระหัตถ์ ต่างแซ่ซ้องเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" กึกก้อง



5 ธันวามหามงคลชาวไทย

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. เป็นวันสำคัญยิ่งของเหล่าพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีหมายกำหนดการเสด็จออกมหาสมาคม รับการถวายพระพรชัย มงคล ณ มุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

สำหรับรายละเอียดในพระราชพิธีสำคัญนี้ เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายพิธีเชิญพระเต้าปทุมนิมิตทอง นาก เงิน บรรจุน้ำพระพุทธมนต์ ซึ่งทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักรจัดทำ แล้วส่งให้กระทรวงมหาด ไทยประมวลนำไปประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ ที่พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ออกจากพระอุโบสถ ตั้งขบวนอิสริยยศ มีผู้แทนปวงชนแต่ละจังหวัด รวม 77 จังหวัด เชิญพุ่ม ดอกไม้ถวายราชสักการะไว้พร้อมที่หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ด้านถนนสนาม ไชย



ขบวนแห่น้ำพระพุทธมนต์

ต่อมาเวลา 07.30 น. ขบวนแห่เชิญน้ำพระพุทธมนต์ออกจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ไปตามถนนสนามไชย เลี้ยวซ้ายไปตามถนนหน้าพระลาน เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ไปยังหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เจ้าพนักงานเชิญน้ำพระพุทธมนต์ไปตั้งยังบุษบก และพานธูปเทียนแพวางที่เสาบัวกลุ่มหน้าที่ยืนเฝ้าฯ ของนายกรัฐ มนตรี ประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา ส่วนพุ่มดอกไม้ของแต่ละจังหวัดนำไปตั้งถวายราชสักการะ ณ แท่นซึ่งจัดไว้ตามแนวกำแพงพระบรมมหาราชวังด้านขวา และ ด้านซ้ายของประตูวิเศษไชยศรี

ถัดมาเวลา 09.30 น. องคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการทหาร-พลเรือน ผู้มีตำแหน่งเฝ้าฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พร้อมในมณฑลพระราชพิธี พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท



"ในหลวง-ราชินี"เสด็จฯ

จากนั้นเวลา 10.24 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง หมายเลขทะเบียน 1ด 3901 กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี,

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระ องค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ, และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ออกจากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ภาย ในพระบรมมหาราชวัง



พระพักตร์สดใส-โบกพระหัตถ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯออกจากโรงพยาบาลศิริราช นั้น ประทับรถเข็นไฟฟ้าพระที่นั่ง ทรงมีพระพักตร์สดใส ทรงโบกพระหัตถ์ให้ประชาชนที่เฝ้าฯรับเสด็จ โดยประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ต่างสวมเสื้อสีชมพูพร้อมกับโบกธง ชาติ ธงตราสัญลักษณ์ เปล่งเสียงทรงพระเจริญ และต่างปลื้มปีติยินดีที่ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างใกล้ชิด นอกจากจะได้ชื่นชมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แล้วยังได้เฝ้าฯ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

นอกจากนี้ ตลอดเส้นทางที่รถยนต์พระที่นั่งผ่าน พสกนิกรจำนวนมากที่มาเฝ้าฯรอรับเสด็จอยู่ 2 ข้างทาง ต่างโบกธงและเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" ไม่ขาดสาย รถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับ เคียงข้างสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ภายในรถยนต์พระที่นั่ง โดยทั้ง 2 พระองค์ ทรงโบกพระหัตถ์ และแย้มพระสรวลให้พสกนิกรตลอดเส้นทางที่เสด็จฯ ผ่าน



เปล่ง"ทรงพระเจริญ"กึกก้อง

จากนั้นเวลา 10.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งถึงพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูศักดิ์ไชยสิทธิ์ ประตูราชสำราญ รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่โถงล่างพระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร ตลอดเส้นทางมีประชาชนสวมใส่เสื้อสีชมพูเฝ้าฯรับเสด็จเนืองแน่น พร้อมทั้งเปล่งเสียงถวายพระพรทรงพระเจริญดังกึกก้องไม่ขาดสาย ขณะ ที่สนามหน้าศาลาสหทัยสมาคม ภายในพระบรมมหาราชวัง ก็มีพสกนิกรทุกหมู่ เหล่าเฝ้าฯ รับเสด็จเช่นกัน



ปลื้มปีติ-เสด็จออก ณ มุขเด็จ

ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พระบรมวงศานุวงศ์ นายกรัฐมนตรี ประ ธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ข้าราชการ สมาชิกราชสกุล และสตรีผู้มีบรรดาศักดิ์ เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล และผู้บัญชาการทหารสูงสุด เฝ้าฯ กล่าวนำทหารรักษาพระ องค์ถวายสัตย์ปฏิญาณตน เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

จนกระทั่งเวลา 10.59 น. เวลาที่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าเฝ้ารอคอยมาถึง เมื่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทรงยืนเฝ้าฯ ที่แท่นหน้ามุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พร้อมแล้ว เจ้าพนักงานรัวกรับ และเปิดพระวิสูตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉลองพระองค์ชุดครุยราชภูษิตภรณ์ประทับบนพระราชอาสน์ เสด็จออกมุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ชาวพนักงานกระทั่งมโหระทึกประโคมแตรฝรั่ง ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด พระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักรเจริญ ชัยมงคลคาถา ย่ำฆ้องกลองระฆัง พร้อมกับการประ กอบพิธีกรรมของศาสนาอื่นๆ



"พระบรมฯ"ถวายพระพร

ครั้นสุดเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลแทนพระบรมวงศานุวงศ์ ว่า "ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ มีความปีติปราโมทย์พ้นประมาณ ที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้มาประชุมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล ในมหามงคลสมัยที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 7 รอบ

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายสำนึกตระหนักเสมอมา ในพระราชจริยวัตรที่ทรงพระราชอุตสาหะปฏิบัติบำเพ็ญประการทั้งหลายทั้งปวง ก็เพื่อความร่มเย็นของอาณาประชา ราษฎร์ และความมั่นคงของประเทศเป็นสำคัญ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงผู้มีวาสนาอย่างยิ่งที่เกิดมาในแผ่นดินไทยภายใต้พระบุญญาธิการ จึงได้รับพระบารมีแผ่ปกเกล้าปกกระหม่อมให้มีความสุขความเจริญ และมีเกียรติยศเป็นที่เชิดชู ซึ่งต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอยู่ถ้วนหน้า


ในมหามงคลสมัยพิเศษนี้ ข้าพระพุทธเจ้าจึงขอพระราชทานถวายสัตย์ปฏิญาณว่า การใดที่จะเป็นประโยชน์ต่อความผาสุกมั่นคงต่อประเทศชาติและประชาชนแล้ว จะมุ่งมั่นปฏิบัติการนั้นจนเต็มกำลังความรู้ ความสามารถ เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณด้วยกตัญญูกตเวทิตาจิต และความจงรักภักดี กับขอพระราชทานพระพรชัยมงคล ขออานุภาพ แห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กับทั้งพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระมหากษัตริย์ในอดีตทุกพระองค์ จงพร้อมกันอภิบาลใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ให้ทรงสมบูรณ์ด้วยพลานามัยมีพระราชหฤทัยผ่องแผ้ว ปลอดพ้นจากเรื่องรบกวนกังวล มีพระราชประสงค์จำนงใด ขอจงสำเร็จดั่งพระราชหฤทัยจำนงทุกประการ ด้วยเกล้าด้วยกระ หม่อมขอเดชะ"



นายกรัฐมนตรีถวายพระพร

ต่อมาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนคณะรัฐมนตรี ข้าราชการทหาร-พลเรือน และราษฎรทุกหมู่เหล่า ว่า "ข้าพเจ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐ มนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ถึงความปลาบปลื้มปีติของปวงข้าพระพุทธเจ้า ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

ข้าพระพุทธเจ้าและพสกนิกรชาวไทย ตระหนักดีว่าชีวิตทุกวันนี้เย็นศิระเพราะพระบริบาลโดยแท้ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงเป็นดวงประทีป และธงชัยนำชีวิตของข้าพระพุทธเจ้า และคนไทยทั้งแผ่นดิน การปฏิบัติตนเพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณด้วยความรู้รักความสามัคคี จึงเป็นมิ่งมงคลและเป็นความดีงามที่พึงยึดถือโดยไม่เว้นวาย นี้คือความรู้สึกอันมีอยู่ในหัวใจข้าพระพุทธเจ้า และพสกนิกรคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง



ต่อด้วยปธ.รัฐสภา-ศาลฎีกา

ในอภิลักขิตมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพคุณพระศรีรัตนตรัย และเทวาติเทพทั้งมวล ตลอดจนพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ โปรดอภิบาลประทานพรชัยมงคลให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสุขทุกทิวาราตรีกาล ปราศจากโรคาพาธและอุปัทวันตรายทั้งปวง ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด จงสฤษดิ์ดังหวังวรหฤทัย ดุจถวายชัย ชโย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ"

จากนั้นประธานรัฐสภา เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนสมาชิกรัฐสภา ต่อด้วยประธานศาลฎีกา เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนข้าราชการตุลาการ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กราบบังคมทูลพระกรุณาและกล่าวนำทหารรักษาพระองค์ถวายสัตย์ปฏิญาณ ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี



ทรงมีพระราชดำรัสตอบ

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอบ "ขอขอบพระทัยและขอบใจท่านทั้งหลายที่มีไมตรีจิตพรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด รวมทั้งให้คำมั่นสัญญาด้วยประการต่างๆ ข้าพเจ้าขอสนองต่อพร และไมตรีจิตด้วยใจจริงเช่นกัน ท่านทั้งหลายในที่นี้ผู้อยู่ในตำแหน่งหน้าที่สำคัญทั้งฝ่ายพลเรือนและทหาร ย่อมทราบแก่ใจทั่วกันว่าความมั่นคงของประเทศจะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยประชาชนในชาติอยู่ดีมีสุขไม่มีทุกข์ยากเข็ญ ดังนั้น การใดที่เป็นความทุกข์เดือดร้อนของประชาชนทุกคนทุกฝ่ายจึงต้องถือเป็นหน้าที่ ที่จะต้องร่วมมือกันปฏิบัติแก้ไขอย่างเต็มกำลัง

โดยเฉพาะขณะนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนลำบากจากน้ำท่วม จึงขอที่จะร่วมมือกันปัดเป่าแก้ไขให้ผ่านพ้นไปได้โดยเร็ว และจัดทำโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน อย่างเช่นโครงการต่างๆ ที่เคยพูดไปนั้น ก็เป็นการแนะนำไม่ได้สั่งการ แต่หากปรึกษากันแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์คุ้มค่า และทำ ได้ ก็ทำ ที่สำคัญต้องไม่ขัดแย้งแตกแยกกัน หากจะต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้งานที่ทำบรรลุผลที่มีประโยชน์เพื่อความผาสุกของประชาชน และความมั่นคงปลอด ภัยของประเทศ ขออำนาจคุณพระศรีรัตน ตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และอำนวยความสุข ความเจริญให้แก่ท่านทั่วกัน"



พสกนิกรเฝ้าฯเนืองแน่น

จากนั้นผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในมหาสมาคมทั้งหมดถวายความเคารพ ชาวพนักงานกระทั่งมโหระทึก ประโคมแตรฝรั่ง ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เจ้าพนักงานรัวกรับและปิดพระวิสูตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำ เนินกลับโรงพยาบาลศิริราช พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเส้นทางเสด็จฯ จากพระบรมมหาราชวังจนถึงโรงพยาบาลศิริราช ประชาชนยังคงปักหลักรอรับเสด็จกันอย่างเนืองแน่น 2 ฝั่งถนน ต่างโบกธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมทั้งเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ดังกึกก้องอย่างไม่ขาดสาย เพื่อถวายความจงรักภักดี และถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554



"พระบรม"เสด็จฯแทนพระองค์

ต่อมาเวลา 16.45 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณีย กิจแทนพระองค์ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดา ราม พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยมีประชาชนรอรับเสด็จเนืองแน่น

โดยเจ้าพนักงานเตรียมการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตน ศาสดาราม ตั้งตู้เทียนเท่าพระองค์ เทียนพระมหามงคลอาสนสงฆ์สำหรับพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ และบัตรเทวดานพเคราะห์กับเครื่องนมัสการไว้พร้อม

ส่วนที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เจ้าพนักงานเตรียมการตั้งแต่ง เชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระกรัณฑ์ ดวงพระบรมราชสมภพ พระสุพรรณบัฏพระปรมาภิไธย และพระราชลัญจกร ประดิษฐาน ณ พระแท่นราชบัลลังก์นพปฎลมหาเศวต ฉัตร และตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระพุทธรูปเทวรูปเทวดานพเคราะห์องค์อภิบาล และองค์แทรกพระชนมพรรษา พร้อมด้วยตู้เทียนเท่าพระองค์และเทียนพระมหามงคล เครื่องนมัสการไว้พร้อม



บรรพชิตจีน-ญวนถวายพระพร

ในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปยังชานหน้าพระอุโบสถ ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 แด่บรรพชิตจีนและญวน จากนั้นบรรพชิตจีนและญวนถวายพระพรชัยมงคลแล้ว เสด็จเข้าสู่พระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี และพระพุทธรูปฉลองพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ แล้วทรงประเคนพัดรองที่ระลึกฯ แด่พระสงฆ์ที่จะเจริญพระพุทธมนต์นวัคค หายุสมธัมม์ แล้วทรงจุดเทียนที่หน้าอาสนสงฆ์

พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ และทรงจุดเทียนบูชาเทวดานพเคราะห์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นวัคค หายุสมธัมม์ โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์ เสด็จลงสู่ชานหน้าพระอุโบสถ ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้สูงอายุฝ่ายหน้าและฝ่ายในที่ได้รับพระราชทานราชสังคหวัตถุ จำนวน 85 คน เฝ้าทูลละอองพระบาทสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จากนั้น เสด็จฯ จากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง ที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปเทียบที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จเข้าสู่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

(1)เข้าเฝ้าฯ - องคมนตรี คณะรัฐมน ตรี คณะทูตานุทูต สมาชิกรัฐสภา ข้าราช การทหาร-พลเรือน เข�าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล 5 ธันวาฯ ในมณฑลพระราชพิธี พระที่นั่งจักรีมหา ปราสาท เมื่อ 5 ธ.ค.



(2)ถวายพระพร - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ พร้อมด้วยประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา นำกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554



(3)รับเสด็จ - ประชาชนจำนวนมากพาครอบครัวมารอเฝ้าฯรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะเสด็จฯจากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง บริเวณท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.



(4)พลุฉลอง - พลุเทิดพระเกียรติวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาฯ ยังงดงามแม้ปีนี้จะปรับลดจำนวนลง เนื่องจากสำนักพระราชวังประ สานมาว่ายังคงมีผู้เดือดร้อนจากอุทกภัย





ทรงประเคนพัดยศสมณศักดิ์

จากนั้นเวลา 17.45 น. เสด็จฯ ยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์สำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการสถาปนาสมณศักดิ์ชั้นสมเด็จพระราชาคณะ และรองสมเด็จพระราชาคณะ จากนั้นพระสงฆ์ 10 รูปเจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัยประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ จากนั้นทรงประเคนสุพรรณ บัฏ หิรัญบัฏ พัดยศ ผ้าไตร เครื่องประกอบสมณศักดิ์แด่สมเด็จพระราชาคณะ และรอง สมเด็จพระราชาคณะ ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาตามลำดับ

ทรงประเคนสัญญาบัตร พัดยศ แด่พระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานตั้งเลื่อนสมณศักดิ์ใหม่อีกตามลำดับ พระราชทานสัญญาบัตรฐานันดรศักดิ์ แก่ประธานพระครูพราหมณ์ประจำพระราชสำนัก ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระราชาคณะถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่งเจ้าพนักงานกองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนานิมนต์พระสงฆ์ 85 รูป ที่เจริญพระพุทธมนต์ พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ขึ้นนั่งยังอาสนสงฆ์พร้อมแล้ว ทรงจุดเทียนมหามงคล เทียนเท่าพระองค์ และธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปเทวรูปเทวดานพเคราะห์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ แล้วทรงประเคนพัดรองที่ระลึกพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 แด่สมเด็จพระราชาคณะ ประธานสงฆ์



เปิดปราสาทพระเทพบิดร

จากนั้น ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกฯ แด่สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะจนครบ 85 รูป ทรงศีล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ระหว่างพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทางพระทวารเทวราชมเหศวร ทรงจุดเทียนพระมหามงคลบูชาพระสยามเทวาธิราช แล้วเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทร วินิจฉัย เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว สมเด็จพระราชาคณะถวายอดิเรก ก่อนเสด็จฯ กลับ

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังจะจัดที่สำหรับลงพระนาม ลงนามถวายพระพรไว้ที่ในพระ บรมมหาราชวัง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปิดปราสาทพระเทพบิดร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหา ราชวัง เพื่อให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราช การ และประชาชน ถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ในวันที่ 4-6 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ส่วนในวันที่ 5 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 13.00-17.00 น.



รอชื่นชมพระบารมีแต่เช้ามืด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ส่วนบรรยากาศด้านนอกพระบรมมหาราชวัง ในช่วงเช้ามีประชาชนทุกหมู่เหล่าสวมเสื้อสีชมพูเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อมารอเฝ้าฯรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยส่วนใหญ่ปักหลักที่ริมถนน 2 ฝั่งของท้องสนามหลวง และหน้าศาลฎีกา ขณะที่ประชาชนบางส่วนรอเฝ้าฯรับเสด็จที่สนามหญ้าหน้าศาลาสหทัยสมาคม หลายคนมารอแต่เช้ามืด บางส่วนพักค้างคืนที่สนามหลวง และด้านหน้าศาลฎีกา เพื่อจับจองพื้นที่นั่ง 2 ข้างทาง เพื่อจะได้เฝ้าฯรับเสด็จและชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน สำนักพระราชวังจัดพื้นที่และอนุญาตให้ประชาชนส่วนหนึ่งที่มารอรับเสด็จภายในพระบรมมหาราชวัง นั่งเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบบริเวณประตูพิมานไชยศรี ตำแหน่งนี้สามารถมองเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่เสด็จออกมหาสมาคม ณ มุขเด็จ ได้อย่างชัดเจน สร้างความปลื้มปีติให้แก่ผู้ที่เห็นภาพประวัติศาสตร์นี้ บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว



ยกมือพนม-ต่างตื้นตันใจ

นางอมรา มหรรณพ อายุ 68 ปี ประ ธานชมรมผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิง พราย จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับเพื่อน 54 คน มาตั้งแต่ตี 4 ตั้งใจมารอเฝ้าฯรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ดีใจมากที่ได้เห็นในหลวง แม้จะเห็นไกลๆ แต่ก็รู้สึกดีตอนที่เห็นพระองค์เสด็จออกมุขเด็จ ตื้นตันใจไปหมด พูดอะไรไม่ออกเลย ได้แต่ยกมือขึ้นพนม ขอให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้แก่ประชาชนชาวไทยไปนานๆ

รวมทั้ง นายพูน ม่วงกลม อายุ 65 ปี กำนัน ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า นั่งรถมาจากบ้านมากัน 3 คน มาถึงตั้งแต่ 6 โมงเช้า ตั้งใจมาเฝ้าฯรับเสด็จในหลวง เพราะไม่ค่อยได้มาเฝ้าฯรับเสด็จบ่อยนัก ดีใจมากที่ได้เห็นพระองค์ท่าน ปลาบปลื้มใจมาก แม้แดดจะร้อนแต่ก็ทนได้ อยากชื่นชมพระบารมี ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ และทรงอยู่กับประชาชนชาวไทยตลอดไป

ด้านนางทองพูน พันธุ์ขาว อายุ 66 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจาก จ.สมุทรปราการ โชคดีที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจัดให้นั่งใกล้ประตูพิมานไชยศรี จึงมีโอกาสชื่นชมพระบารมี แม้จะเห็นไกลๆ แต่ก็ถือว่าเป็นบุญของเราแล้วในชีวิตนี้ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง เป็นมิ่งขวัญของประชาชนไทยตลอดไป



พระราชทานหนังสือที่ระลึก

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นอกจากนี้ สำนักพระราชวังจัดสถานที่ที่สำหรับลงนามถวายพระพร สำหรับประชาชนทั่วไปลงนามที่เต็นท์หน้าสนามหญ้าศาลาลูกขุน โดยจุดลงนามที่ศาลาว่าการพระราชวัง แบ่งเป็น 2 ห้อง ได้แก่ ห้องสีขาว สำหรับข้าราชการระดับสูง และห้องสีแดงสำหรับคณะรัฐมนตรี และคณะทูตานุทูต

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหนังสือ "หมู่พระมหามณเฑียร" มีเนื้อหาประวัติความเป็นมา และลักษณะสถาปัตยกรรมของหมู่พระมหามณเฑียร ภายในพระบรมมหาราชวัง ที่สำนักพระราชวัง ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสนองพระมหากรุณาธิคุณ บันทึกเป็นอิเล็ก ทรอนิกส์บุ๊ก ในแผ่นดีวีดี ให้เป็นที่ระลึกแก่ผู้ที่ได้เข้าถวายพระพรชัยมงคล ในงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ในพระบรมมหาราชวัง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประชาชนทั่วไปดาวน์โหลดหนังสือหมู่พระมหามณเฑียร ทาง www.palaces.thai.net



ชาวบ้านยังทุกข์-ลดวันฉลอง

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว. ต่างประเทศ เปิดเผยว่า นอกจากที่ทางการพม่าเปิดด่านแม่สอด-เมียวดี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 7 รอบ ทางกระ ทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากพม่า ว่าจะปล่อยตัวนักโทษสัญชาติไทย 8 คน ที่เรือนจำเกาะสองของพม่าด้วย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสสำคัญนี้

ขณะที่นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องจากทางรัฐบาลได้รับการประสานงานจากทางสำนักพระราชวัง ว่าในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หากสามารถปรับลดจำนวนวันลงได้ก็จะเป็นการสมควร เนื่องจากขณะนี้ยังคงมีประชาชนส่วนหนึ่งที่ยังมีความทุกข์จากอุทกภัยอยู่ จึงไม่ต้องการให้จัดงานไปยืดยาวหลายวัน และหากสามารถปรับลดส่วนใดได้ ก็ขอให้ดำเนินการ เช่น งดการจุดพลุ ลดจำนวนวันจัดแสดงกิจกรรมต่างๆ



ปรับลดการแสดงบางรอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายการแสดงกิจกรรมงานเฉลิมฯ ที่จะมีไปจนถึงวันที่ 9 ธ.ค. นั้น มีปรับลดกิจกรรมและรอบการแสดง โดยที่ระยะเวลางานเฉลิมพระเกียรติฯ ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง 7 วัน 7 คืน แต่มีเพียงบางกิจกรรมที่ลดรอบการแสดงลง ได้แก่ การแสดงแสงเสียง และสื่อผสม "วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษา มหาราชา" จากเดิมที่กำหนดแสดงวันละ 1 รอบ ตั้งแต่วันที่ 3-9 ธ.ค. เวลา 19.00-20.30 น. นั้น ยกเลิกการแสดงในชุดนี้ตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค. เป็นต้นไป ส่วนการแสดงพิเศษจากชีวิตจริง "เย็นศิระเพราะพระบริบาล" จากเดิมกำหนดแสดง 7 วัน 7 คืน นั้น ปรับเป็นการแสดงในคืนสุดท้ายวันที่ 5 ธ.ค. เวลา 20.30-21.00 น.

ส่วนกิจกรรมพิเศษส่วนที่ 2 คือจัดฉายภาพยนตร์พาโนรามาสื่อผสมเฉลิมพระเกียรติ "84 ปี แห่งความรุ่งเรืองของกรุงรัตนโกสินทร์" โดยใช้เทคนิค 3D lllusion Live Wall พร้อมการแสดงประกอบตลอดแนวกำแพงพระบรมมหา ราชวัง ด้านถนนหน้าพระลาน ช่วงต้นถนนศาลหลักเมืองถึงประตูวิเศษไชยศรีนั้น ยกเลิกการแสดงในส่วนนี้เช่นกัน



จุดเทียนชัยถวายพระพร

เวลา 19.19 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอนุสรณ์ อมรฉัตร คู่สมรส คณะรัฐมนตรี ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมกันจุดเทียนชัยถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 โดยนายกฯ เดินขึ้นบนเวทีถวายความเคารพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นเปิดกรวยกระทงดอกไม้ก่อนจุดเทียนชัยถวายพระพร

ทั้งนี้ นายกฯ เป็นประธานนำกล่าวคำถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ความว่า "ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่มาชุมนุมพร้อมเพรียงกันอยู่ ณ ที่นี้ และในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ มีความปลาบปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมกันแสดงพลังแห่งความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณา ธิคุณ เนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2554 อันเป็นวาระสำคัญยิ่งของชาวไทยทั้งชาติในวันนี้



น้อมนำพระราชกระแสรับสั่ง

ปวงชนชาวไทยทั้งหลายล้วนประจักษ์ชัดแจ้งว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงงานหนักเพื่ออาณาประชาราษฎร์และเพื่อบ้านเมืองเสมอมา ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ โดยมิทรงย่อท้อต่อความยากลำบาก เพื่อบรรเทาทุกข์ของเหล่าราษฎร ทั้งสายพระเนตรที่ยาวไกล สะท้อนเป็นรูปธรรมผ่านโครงการพระราชดำริมากมาย ล้วนเป็นแนวทางที่แก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง แม้ในช่วงเวลาที่ทรงพระประ ชวรก็ยังทรงห่วงใยราษฎร และทรงงานอย่าง ต่อเนื่องไม่เคยหยุด เพื่อพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่อาณาประชาราษฎร์

ปรากฏการณ์ของมหาอุทกภัยร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในปีนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงตักเตือน และทรงชี้แนวทางแก้ไขมาแล้ว ตั้งแต่เมื่อเกิดอุทกภัยครั้งสำคัญเมื่อพุทธศักราช 2526 และพุทธศักราช 2538 รัฐบาลร่วมกับพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณา ธิคุณเป็นล้นพ้น และจักน้อมนำพระราชกระแสรับสั่ง และแนวพระราชดำริที่เกี่ยวข้องมาเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระยะยาวให้เกิดผลสัมฤทธิ์จงได้ ขณะเดียวกันกับที่ชาวโลกกำลังต้องเผชิญผลกระทบอย่างกว้างขวาง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ก็เป็นแนวทางที่ได้รับการยกย่อง และเห็นพ้องต้องกันทั่วไปในประชาคมโลก ว่าแนวปรัชญาตามพระราชดำริดังกล่าวเป็นวิถีทางที่เหมาะสมสำหรับการแก้วิกฤต และสามารถใช้เป็นครรลองดำเนินชีวิตของคนทุกชาติทุกภาษาได้อย่างแท้จริง



แซ่ซ้องพระอัจฉริยภาพล้ำเลิศ

ข้าพระพุทธเจ้าและพสกนิกรชาวไทยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้เย็นศิระเพราะพระบริบาลโดยแท้ นับแต่ทรงดำรงสิริราชสมบัติจวบจนกระทั่งปัจจุบันเป็นเวลากว่า 65 ปี พระมหากรุณาธิคุณแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเป็นที่ประจักษ์เทิดทูนและแซ่ซ้อง ด้วยพระอัจฉริยภาพอันล้ำเลิศ ตลอดจนน้ำพระราชหฤทัย ที่เปี่ยม ด้วยพระเมตตากรุณาและพระจริยวัตร ที่งดงามยิ่ง ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจึงสถิตอย่างแนบแน่นในดวงใจของทวยราษฎร์ชั่วกาลนิรันดร์

เนื่องในมหามงคลอันพิเศษสุดนี้ ข้าพระพุทธ เจ้าขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต นำพสกนิกรน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัย มงคลโดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ ดังนี้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอประกาศความสามัคคีสมานฉันท์ รวมใจกันเป็นหนึ่ง เพื่อเฉลิมพระ เกียรติด้วยความจงรักภักดี และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดดลบันดาลประทานพรให้พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง สถิตเป็นพระมิ่งขวัญร่มเกล้าของปวงข้าพระพุทธเจ้าเหล่าพสกนิกรไทยตลอดกาลนาน เทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอ เดชะ" จากนั้นนายกรัฐมนตรีนำประชาชนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีมหาราชา



ซีเอ็นเอ็นรายงานพระราชกรณียกิจ"พระเทพฯ"

เมื่อ 5 ธ.ค. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น สหรัฐ เผยแพร่ภาพรายงานพิเศษเรื่อง Thailand"s Angel Princess ที่ขอพระราชทานสัมภาษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยนางพอลลา แฮนค็อกส์ ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นติดตามถ่ายทำพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาการศึกษา และการสาธารณสุขแก่ประชาชนผู้ยากไร้ ในเขตชนบทและถิ่นทุรกันดาร รวมถึงเมื่อเร็วๆ นี้ ที่เสด็จฯทรงเยี่ยม ผู้ประสบภัยจากเหตุอุทกภัย

ใจความตอนหนึ่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานสัมภาษณ์ถึงพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในถิ่นทุรกันดารทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ว่า พระองค์ทรงดีพระทัยที่ทำให้เด็กที่ได้รับพระราชทานทุนการศึกษา เติบโตประกอบอาชีพเป็นครู ตำรวจ วิศวกร พยาบาล และแพทย์

ส่วนทางด้านการสาธารณสุข สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ตรัสว่า การสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกล ยังมีราษฎรอีกเป็นจำนวนมากที่ประสบปัญหา และยากต่อการเข้าถึงสถานพยาบาล เนื่องจากอุปสรรคด้านการเดินทาง

รายการดังกล่าวนี้เริ่มออกอากาศในช่วงวันเฉลิมพระชนม พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม เวลา 07.00 น. โดยเป็นส่วนหนึ่งของรายการพิเศษ "Eye on Thailand" ซึ่งจะออกอากาศไปจนถึงวันที่ 14 ธันวาคม มีความยาวตอนละ 30 นาที

ในรายการดังกล่าวมี แอนนา โคเรน ผู้สื่อข่าวอีกคนของซีเอ็นเอ็น เป็นผู้ตระเวนทั่วประเทศไทยรายงานพิเศษเกี่ยวกับวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของไทย ที่กำลังฟื้นฟูประเทศหลังน้ำท่วม ขณะที่ พอลลา แฮนค็อกส์ ตระเวนสัมภาษณ์และนำเสนอรายงานเพิ่มเติม เนื้อหาที่น่าสนใจ เช่น การสัมภาษณ์ บัวขาว ป.ประมุข นักมวยไทยที่ชาวต่างชาติชื่นชม การสัมภาษณ์ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตดาวยิงของลิเวอร์พูล ที่มาร่วมงานกับสโมสรฟุตบอลของไทย การติดตามดู ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นฟูธุรกิจหลังน้ำท่วม เยี่ยมชมโรงพยาบาลยอดนิยมของชาวอาหรับ บทบาทและอิทธิพลของไทยในเอเชีย

ขณะเดียวกัน แอนนา โคเรน ยังรายงานสดจากหน้าพระบรมมหาราชวังในวันที่ 5 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ประชาชนชาวไทยร่วมใจกันถวายพระพรเนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.