มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 8200 คน
วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7672 ข่าวสดรายวัน


พระราชทาน เครื่องราช'ปู-สามี'


พิชัยลั่นฟ้องหมอวรงค์ มาร์คโต้ขอ'ถุงยังชีพ' 'ตู่'พร้อมแจงศาลรธน. เร่งส่งชี้ขาด-เก้าอี้สส.



กระชับไมตรี - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ไทย เดินทางไปเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ มีนายเหวียน เติน สุง นายกฯ เวียดนามให้ การต้อนรับและนำตรวจแถวทหารกองเกียรติยศที่กรุงฮานอย เมื่อวันที่ 30 พ.ย.

พระราชทานเครื่องราชฯ'ปู-สามี' ในโอกาสพระราชพิธี Ƌธันวาฯ' ปีนี้ได้รับรวม 41 ท่าน พิชัยขู่ฟ้องคนกล่าวหาโกหก ตอกซ้ำคนที่ตายทางการเมืองแล้วอย่าดิ้นเลย เพราะข้อมูลมันชัดเจน มาร์ค-หมอวรงค์โต้วุ่น ทำผู้ว่าฯอึดอัด ส.ส.พิษณุโลกยันโทร.ไปคุย ไม่เกี่ยวแทรกแซง ด้านอภิสิทธิ์อ้างพูดชัดถุงยังชีพเป็นของกระทรวงพลังงาน จตุพรพร้อมพิสูจน์ตัวเองในศาลรธน. ลั่นไม่สนใจสมาชิกภาพส.ส. จะต่อสู้เพื่อประชาธิป ไตยตามแนวทางเสื้อแดงต่อไป ขวัญชัยเดินหน้าล่าชื่อหนุนพ.ร.บ.นิรโทษกรรมพาแม้วกลับบ้าน ขู่รัฐบาลเมินทักษิณระวังชาวบ้านจะหันหลังให้



เผยมติ 4 ต่อ 1 ส่งตู่ขึ้นศาลรธน.

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. รายงานข่าวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยว่า มติกกต. มติ 4 ต่อ 1 ที่เห็นว่านายจตุพร พรหมพันธุ์ ขาดจากสมาชิกภาพส.ส. เนื่องจากวันที่ 3 ก.ค. 2554 ถูกคุมขัง ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง จึงเห็นควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และมาตรา 10 (11) พ.ร.บ.กกต. เพื่อพิจารณาวินิจฉัยความเป็นสมาชิกภาพของส.ส.ของนาย จตุพร ต้องสิ้นสุดลงตามมาตรา 106 (4)

ความเห็นเสียงข้างมากที่เห็นว่าให้ส่งศาล ตามมาตรา 91 นั้น 2 ใน 4 เสียง คือนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. และนายประพันธ์ นัยโกวิท เห็นว่านายจตุพร ขาดคุณสมบัติเพราะมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 19 พ.ร.บ.พรรคการเมือง ประกอบมาตรา 8 อีก 1 เสียง คือ นายสมชัย จึงประเสริฐ เห็นว่าสมาชิกภาพส.ส.ของนายจตุพร สิ้นสุดลงตาม พ.ร.บ. พรรคการเมือง มาตรา 20 (3) ซึ่งจะมีข้อถกเถียงว่าจะมีผลให้สมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (4) หรือไม่ เมื่อใด

เสียงสุดท้ายคือ นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น สงสัยว่าจะใช้พ.ร.บ.พรรคการเมืองมาขยายความเกี่ยวกับการสิ้นสุดลงสมาชิกภาพส.ส.ตามมาตรา 106 ของ รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ เพราะรัฐ ธรรมนูญกำหนดเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.ไว้ในมาตรา 101 และมาตรา 102 และบุคคลต้องห้ามใช้สิทธิ์ไว้ใน มาตรา 100 (3)

ขณะที่เสียงข้างน้อยคือ นางสดศรี สัตยธรรม เห็นว่าสมาชิกภาพของนายจตุพร ยังไม่สิ้นสุดลงตามมาตรา 106 (อ่านรายละเอียด น.3)

จตุพรลั่นพร้อมพิสูจน์ตัวเอง

ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่กกต.มีมติให้ตนสิ้นสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. จากเหตุไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. นั้น กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ตนถูกคุมขัง และได้แสดงเจตจำนงไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แต่ไม่ได้รับสิทธิ์นั้น ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะมีการพุ่งเป้ามาที่ตน อย่างไรก็ตามขั้นตอนต่อจากนี้ กกต.จะส่งเรื่องไปยังนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนแจ้งประธานสภาแล้วว่าไม่ให้ดึงเรื่อง แต่ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญทันที

"ผมพร้อมไปชี้แจงในขั้นตอนการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญทุกครั้ง จะคอยดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป ผมไม่สนใจสมาชิกภาพความเป็นส.ส. เพราะไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อตามแนวทางเดิมของคนเสื้อแดง" นายจตุพร กล่าว

ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การจัดการนายจตุพรนั้นเหมือนต้องการจัดการแกนนำรายอื่นๆ อย่างเป็นระบบ เหมือนการเชือดไก่ให้ลิงดู ไม่เข้าใจประเทศนี้ว่าคนที่หนีทหาร มี 2 สัญชาติ สั่งฆ่าประชาชน กลับได้เป็นส.ส.และได้นั่งอยู่ในสภา กรณีนายจตุพรจะเป็นรอยแผลใหม่ทับรอยแผลเก่ากับคนที่ชิงชังความไม่ยุติธรรม 2 มาตรฐาน

พท.ยันตู่ยังเป็นส.ส.อยู่

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว. มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงมติกกต. ว่าขณะนี้ถือว่านายจตุพรยังคงเป็นส.ส.อยู่ ไม่ได้พ้นสภาพในทันทีเพราะยังมีอีกหลายขั้นตอน โดยกกต.จะต้องเสนอเรื่องมายังสภา รวมทั้งส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรม นูญเพื่อชี้ขาด ดังนั้นนายจตุพรจึงทำหน้าที่ ส.ส.ต่อไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาด เมื่อถามว่าหากนายจตุพรพ้นสภาพ ส.ส.จะมีผล กับคนเสื้อแดงหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่าไม่ทราบ ตนตอบไม่ได้ ต้องถามแกนนำคน เสื้อแดง

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค กล่าวถึงกรณีนายจตุพรว่า ในขั้นนี้เป็นเพียงความเห็นของ กกต. แต่อำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญและถือเป็น ที่สิ้นสุด แต่เคยมีกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นแตกต่างไปจาก กกต. ทั้งนี้ เมื่อประธานสภาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลจะมีกระบวนการไต่สวน พิจารณา ทั้งส่วนความเห็นของ กกต.และผู้ถูกร้องคือนายจตุพร ก็มีสิทธิยื่นคำคัดค้านเพื่อต่อสู้คดี

ทีมกฎหมายลั่นสู้ต่อในชั้นศาล

นายพีรพันธุ์กล่าวว่า กรณีนายจตุพรสังคมก็เห็นกันอยู่ว่าที่ไม่ได้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวออกจากคุกไปใช้สิทธิ หลังจากนั้นเจ้าตัวก็แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ์ต่อสำนักเขตไว้เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม เป็นที่แน่นอนว่าฝ่ายกฎหมายของพรรคจะให้ความช่วยเหลือเรื่องการต่อสู้คดีของนายจตุพร แต่ขณะนี้ตนยังไม่สามารถพูดถึงรายละเอียดได้ ขอเวลาศึกษาความเห็นส่วนตัวของ กกต.แต่ละคนเสียก่อน

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยหลังการประชุมฝ่ายกฎหมายของพรรคว่า ฝ่ายกฎหมายมองว่าคำวินิจฉัยของ กกต.มีความคลาดเคลื่อนทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย อีกทั้งกกต.มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ ดังนั้นฝ่ายกฎหมายพรรคมั่นใจว่าจะนำข้อกฎหมาย พยานหลักฐานหักล้างคำวินิจฉัยของ กกต.ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งพรรคจะจัดทีมช่วยเหลือนายจตุพรเต็มที่ นอกจากนี้จะส่งคำร้องขอความเป็นธรรมไปยังนายสมศักดิ์ ประธานสภาฯ โดยจะดำเนินการทันทีที่เปิดสมัยประชุมสมัยสามัญนิติบัญญัติปลายเดือน ธ.ค.นี้ ส่วนรายละเอียดการร้องขอความเป็นธรรมจะมีลักษณะใดนั้นอยู่ระหว่างหารือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากกรณีศาลรัฐธรรม นูญมีคำวินิจฉัยเห็นตามกกต.จะเป็นผลให้นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 67 ได้เลื่อนขึ้นมาเป็นส.ส. ต่อไป

ปชป.เตือนแดงอย่ากดดันช่วยตู่

ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายจตุพรว่า เป็นกระบวนการตรวจสอบโดยหลักกฎหมาย อยากให้นายจตุพรยอมรับ ซึ่งสุดท้ายกระบวนการจะไปจบที่ศาลรัฐธรรม นูญ ดังนั้นต้องให้กำลังใจศาลรัฐธรรมนูญ เพราะที่ผ่านมาหากมีประเด็นไหนเกี่ยวกับกลุ่มคนเสื้อแดง กระบวนการข่มขู่คุกคามกดดันจะถาโถมมุ่งสู่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นประจำ แต่ครั้งนี้หวังว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะเข้าใจกระบวนการกฎหมาย โดยไม่มีกฎหมู่มากดดันศาลรัฐธรรม นูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญพิสูจน์ให้เห็นมาแล้ว แม้จะข่มขู่คุกคามให้ตุลาการยุบพรรคปชป. แต่ตุลาการไม่หวั่นไหว ไม่มีผลต่อการพิจารณา ฉะนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงควรอยู่ในความสงบ ให้หัวหน้ากลุ่มคือนายจตุพรต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ปึ้งยันยังไม่มีปรับครม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแส ข่าวปรับครม.ของพรรคเพื่อไทยในช่วงต้นปี 2555 ว่า เท่าที่ทราบคือไม่มี ต้นปีหน้าไม่มีทางปรับ วันนี้นายกฯให้รัฐมนตรีแต่ละคนสรุปผลงาน 3 เดือนที่ผ่านมาตามนโยบายเร่งด่วนว่าใครทำอะไร อย่างไรบ้าง อันนี้จะเป็นผลงาน อีกอันหนึ่งที่จะเก็บไว้เป็นข้อมูลว่ารัฐมนตรี คนไหนทำงานเป็นอย่างไร โดยนายกฯให้ส่งภายใน 1 สัปดาห์ คือในวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค.นี้ต้องส่งกันแล้ว

นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสข่าวเป็นหนึ่งในรายชื่ออาจมีการเปลี่ยนแปลงว่า ไม่ทราบเรื่อง ส่วนที่มีข่าวบอกว่าไม่ทำงานช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้น เพราะถูกแบ่งงานให้รับผิดชอบพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ยโสธร เป็นหลัก ขณะที่รมว. เกษตรฯจะดูแลพื้นที่กทม.เป็นหลัก ยืนยันที่ผ่านมาลงพื้นที่ทำงานตลอด ส่วนที่นายกฯกำชับให้รัฐมนตรีไปรวบรวมผลงานในรอบ 3 เดือน ก็เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ดังนั้นไม่กังวลกับกระแสข่าวที่ออกมา ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ เป็นเรื่องของนายกฯจะพิจารณา

หึ่งหลังปีใหม่อาจดึงกูรูนั่งรมต.

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย เผยว่า หลังเกิดกระแสข่าวปรับครม.เพื่อให้การทำงานของรัฐบาลเกิดความมั่นคง เนื่องจากที่ผ่านมาผลงานในหลายกระทรวงยังไม่ชัดเท่าที่ควร และเมื่อประสบปัญหาอุทกภัย ทำให้งานไม่เดินหน้า ล่าสุดนายกฯกำชับให้แต่ละกระทรวงไปรวบรวมผลงาน ในรอบ 3 เดือน เพื่อประชา สัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ตรงนี้ถือเป็นการขันนอตให้รัฐมนตรีที่ผลงานไม่เข้าตาต้องเร่งทบทวนตัวเองว่าได้ทำงานอะไรบ้าง

รายงานข่าวแจ้งว่า การพิจารณาปรับครม. เป็นอำนาจของนายกฯที่จะพิจารณา ซึ่งก่อนที่รัฐมนตรีจะมารับตำแหน่งก็มีข้อตกลงและได้เขียนใบลาออกไว้ด้วยเช่นกัน ซึ่งมีการประเมินกันภายในพรรคว่าหากมีการปรับครม.คงจะดูช่วงเวลาที่เหมาะโดยเฉพาะสถานการณ์การ เมืองในขณะนั้น เพื่อให้รัฐบาลมั่นคง ซึ่งอาจเป็นช่วงหลังปีใหม่ เพื่อนำคนที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาทำงานกู้สถานการณ์ จึงต้องจับตาดูในกระทรวงที่ยังไม่เห็นผลงานชัด ซึ่งรัฐมนตรีเองก็รู้ตัวอยู่แล้วว่าสนองตอบนโยบายมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้คาดว่าอาจมีกระทรวงที่ต้องเปลี่ยน แปลงจำนวนหนึ่ง

มท.1ปัดสอบถุงยังชีพรายจังหวัด

ที่กระทรวงมหาดไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุให้กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทุกจังหวัด เพราะอาจมีส.ส. แทรกแซงการแจกถุงยังชีพเหมือนใน จ.พิษณุ โลก ว่า การนำถุงยังชีพไปแจกจ่ายประชาชนถือเป็นการช่วยเหลือ และแต่ละแห่งมีรายละเอียดแตกต่างกัน ขณะนี้ยังไม่มีรายงานจากจังหวัดอื่นเข้ามาว่ามีปัญหาอย่างไร ซึ่งต้องดูเป็นรายจังหวัด และไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบทุกจังหวัด เพราะยังมีภารกิจอื่นต้องทำอีกมาก

โฆษกรบ.ชี้'ปู'ตั้งใจปรับปรุงภาษา

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางฐิติมา ฉายแสง โฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจับผิดการใช้ภาษาต่างประเทศของนายกฯ ว่า คนเราพูดผิดกันได้ ซึ่งนายกฯ เคยบอกให้ ยึดเนื้อหาสาระจะดีกว่า เพราะรัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ แต่นายกฯ ตระหนักว่าอาจต้องแก้ไขเรื่องภาษาและการพูดจา ฝ่ายค้านหาข้อผิดพลาดของนายกฯ เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ จึงหาเรื่องเล็กที่เกี่ยวกับภาษา ซึ่งเป็นเรื่องเล็กน้อยพรรคประชาธิปัตย์กลับไปดูเรื่องอื่นดีกว่า

ฐิติมาเย้ยปชป.'น่าจะซื้อเอง'ถุงยังชีพ

นางฐิติมากล่าวถึงกรณีถุงยังชีพของกระทรวงพลังงานที่ จ.พิษณุโลก ว่า นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าฯ พิษณุโลก ยืนยันว่ามีการไปขอจริง และเรื่องนี้จะไม่เกิดปัญหาถ้าส.ส.ปชป. ใช้เงินส่วนตัวจัดซื้อหาเอง เพราะกกต.อนุญาตให้ส.ส. ใช้เงินส่วนตัวได้คนละ 3 แสนบาท ถ้าน.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค จะได้ถึง 6 แสนบาท และนำไปซื้อถุงยังชีพได้หลายพันชุด ถ้าตนเป็นฝ่ายค้านจะไม่ไปขอของจากกระทรวงโดยเฉพาะเมื่อเขาอิดออดก็ควรทำของตัวเองจะดีกว่า

"งานนี้ฝ่ายค้านอาจถูกถอดถอนกลับเหมือนกัน เพราะผู้ว่าฯ เล่าว่าเขามาขอจริงก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะไม่มี จึงต้องทำจดหมายมายืนยัน และรัฐมนตรีไม่ได้โกหกสภา เพราะเป็นข้อมูลจริง ที่จริงอาจไม่ถูกถอดถอนทั้งหมดเลยก็ได้ ถ้าไม่เริ่มกันแบบนี้ ไม่ว่ากันรุนแรงก็ไม่เกิดเรื่อง" นางฐิติมากล่าว

เมื่อถามว่ากระทรวงพาณิชย์เอาข้าวไปแจกในเขตฝ่ายค้าน ไม่มีปัญหาเหมือนกระทรวงพลังงาน นางฐิติมากล่าวว่า ส.ส.ไม่ไปขอเอง แต่กระทรวงพาณิชย์จัดให้เพราะส.ส.กลัวผิดมาตรา 265-266 ที่ก้าวก่ายแทรกแซง ที่จริงตนไม่เห็นด้วยกับมาตรานี้ เพราะควรพิจารณาในเรื่องที่ส.ส.ไปก้าวก่ายแทรกแซงโยกย้ายคนนั้นคนนี้มากกว่า

พิชัยขู่ฟ้องคนด่าโกหก

เวลา 09.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาถุงยังชีพและน.พ.วรงค์ว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้โกหก มีหลักฐานชัดเจนยืนยัน อยากให้ศาลเป็นเครื่องพิสูจน์ โดยให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาเรื่องนี้อยู่ ในกรณีที่มาด่าว่าโกหก ทั้งที่ไม่เคยโกหก

"ผมพูดเรื่องความจริงทุกอย่าง ผมต้องมีเครดิตทั้งทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ต้องมีความน่าเชื่อถือ มาว่าผมโกหกทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ยืนยันไม่ได้ทำเพื่อส่วนตัว แต่การออกมากล่าวหาคนนั้นคนนี้มันไม่ถูกต้อง" นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวว่า ตนยังไม่ได้โทร.หาผู้ว่าฯ พิษณุโลก แต่ได้รับเอกสารชี้แจงจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเรื่องนี้ผู้ว่าฯ ยังเล่าให้นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ฟังด้วย โดยเล่าว่าถูกบังคับมาจริงๆ หลักฐานชัดเจน จึงนำมาชี้แจงเนื่องจากถูกพาดพิงกลางสภา ซึ่งผู้ว่าฯ พูดกับตนเหมือนที่เขียนในเอกสารรายงานชัดเจน ที่ตนพูดในสภาก็พูดไปตามนั้น

อัดซ้ำคนตายทางการเมืองอย่าดิ้น

"ผู้ว่าฯ บอกว่าพอพรรคประชาธิปัตย์โทร. มาก็บอกว่าไม่มี เขาก็บอกว่าไม่มีแล้วยังไง ที่พลังงานมีก็ไปเอาที่พลังงาน ท่านก็บอกว่าจำใจ ยังขอโทษผม และเรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้ว่าฯชัดเจน ไม่ใช่เรื่องของผมเลย ความจริงไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นอภิปรายเรื่องนี้เลย แต่เมื่อพาดพิงถึง ผมต้องขึ้นพูดความจริง ไม่ได้เตี๊ยม" นายพิชัยกล่าว

รมว.พลังงานกล่าวด้วยว่า กรณีที่ถามกันว่าทำไมกระทรวงพลังงานให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอาถุงพลังงานไปแจก ได้ให้ปลัดกระทรวงพลังงานสอบสวนแล้ว ทราบว่าเป็นเรื่องของผู้ว่าฯพิษณุโลกที่ชี้แจงว่าถูกบังคับ การจะขอถุงยังชีพของกระทรวงพลังงานไปแจก ทำไมไม่ถามก่อนว่าเขาให้หรือไม่ สมมติว่าถ้าตนอยู่ฝ่ายค้านจะเอาไปแจก ก็ต้องถามรัฐบาลก่อนว่าให้จริงหรือไม่ คนที่ตายทางการเมืองแล้วอย่าดิ้นเลย เพราะเรื่องนี้ข้อมูลมันชัดเจน พูดไปก็ตอกย้ำ เสียเวลาเปล่า

หมอวรงค์แถลงโต้'อึดอัด'

ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก ปชป. แถลงว่า สิ่งที่ตนแถลงเมื่อ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา กล่าวพาดพิงข้าราชการน้อยที่สุด แต่รัฐบาลเอานายปรีชา มาเป็นหมากเดินแต้มการเมือง วันนี้จึงต้องย้ำว่า 1.ยืนยันว่าหนังสือของนายปรีชาเขียนไว้ชัดเจนว่า ตนโทรศัพท์ไปเพื่อขอรับการสนับสนุนถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชน

น.พ.วรงค์ กล่าวว่า 2.อยากถามนายปรีชาว่า การที่ตนเป็นส.ส.แล้วเห็นประชาชนเดือดร้อนและโทรศัพท์ขอการสนับสนุนถุงยังชีพเพื่อช่วยประชาชน นายปรีชารู้สึกอึดอัด แต่ถ้าเป็นส.ส. ฝั่งรัฐบาล จะอึดอัดหรือไม่ และถ้ารู้สึกอึดอัดทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก จะได้ไม่รับ 3.กรณีรองโฆษกรัฐบาลแถลงจะยื่นเรื่องถอดถอนตนนั้น คิดว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วจนแต้มเลยบีบบังคับข้าราชการให้ใส่ร้ายนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม และ4.อยากถามรัฐบาลว่าหากมีภัยพิบัติเกิดขึ้นอีก รัฐบาลจะให้ ส.ส.ฝ่ายค้านมีสิทธิ์ดูแลประชาชนหรือไม่ หรือจะให้เฉพาะส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเท่านั้นที่ดูแลประชาชนได้

โวยลั่นใช้ผู้ว่าฯเป็นหมากเดินเกม

น.พ.วรงค์กล่าวด้วยว่า เงินถุงยังชีพหรือการเยียวยานั้นเป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งหมด ดังนั้นรัฐบาลควรประกาศความชัดเจน ถ้าห้าม ส.ส.ฝ่ายค้านดูแลประชาชนก็ควรประกาศออกมา และอยากย้ำว่าในสมัยรัฐบาลปชป.ช่วงเกิดน้ำท่วม ก็มีส.ส.ฝ่ายค้านซึ่งเป็นรัฐบาลในปัจจุบันประสานขอถุงยังชีพ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่รัฐบาล จะให้การช่วยเหลือ กรณีตรวจสอบส.ส. ที่ประสานขอความช่วยเหลือ ขอเรียกร้องรัฐบาลต้องตรวจสอบทุกจังหวัด ทั้งส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล นอกจากนี้งบประมาณ 1.2 แสนล้านบาทที่เป็นงบกลางและจะนำมาช่วยปัญหาน้ำท่วม อย่าลืมตรวจสอบเพราะเรื่องนี้สำคัญกว่ากรณีถุงยังชีพ

"วันนี้เราไม่กังวลในข้อเท็จจริง เพราะพรรคเพื่อไทยพยายามสร้างความสับสน เอานายปรีชามาเป็นหมากเดินเกม เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับประชาชน และวันนี้ต้องพูดย้ำถึงนายปรีชา เพราะหากอึดอัดถูกกดดันทำไมไม่พูดกับผมตั้งแต่วันนั้น เพราะถ้าพูดตั้งแต่วันนั้น ผมก็ไม่หน้าด้านรับ ทำไมมาพูดหลังจากวันที่นายพิชัยตอบโต้กับผมในสภา" น.พ.วรงค์กล่าว

โต้แทรกแซง-แค่โทร.คุย

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายปรีชาอีกหรือไม่ น.พ.วรงค์กล่าวว่า วันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา พยายามโทรศัพท์ถึง 2 ครั้ง แต่นายปรีชาไม่รับสาย ตนโทรศัพท์ไปเพื่อบอกให้นายปรีชาสบาย ใจและทำตามหน้าที่ ยืนอยู่บนข้อเท็จจริง ส่วนที่พรรคเพื่อไทยนำเรื่องนี้มาเล่นงานตน เชื่อว่าเป็นการแก้เกี้ยวและบิดเบือนประเด็นมากกว่า ซึ่งตนรู้สึกไม่กลัว เพราะกระบวนการถอดถอนไม่สามารถทำอะไรตนได้ ตนไม่ได้ทำหนังสือสั่งการที่เป็นการแทรกแซง สิ่งที่กังวลคือกลัวประชาชนเข้าใจผิด

เมื่อถามว่านายปรีชาเป็นพยานสำคัญและเป็นข้าราชการประจำ จะมีผลต่อการยื่นถอด ถอนหรือไม่ น.พ.วรงค์กล่าวว่า หากเราดูเอกสารที่นายปรีชาชี้แจง ก็เขียนชัดเจนว่าตนโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือสนับสนุนนายปรีชาไม่ได้เขียนว่าตนโทร.ไปบังคับหรือข่มขู่ขอรับถุงยังชีพ ฉะนั้นเนื้อหาในจดหมายหากอ่านด้วยเหตุผล เนื้อหาจะขัดแย้งกันมาก อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ข้าราชการคำนึงถึงความถูกต้อง ชอบธรรมและหลักกฎหมาย อย่าไปโอนอ่อนตามฝ่ายการเมืองเพราะฝ่ายการเมืองมาได้ก็ไปได้ วันนี้พรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล วันข้างหน้าถ้าพรรคประชาธิปัตย์กลับมา หากยึดหลักความถูกต้องก็จะอยู่ได้ตลอด

มาร์คอ้างพูดชัดถุงของ'พลังงาน'

ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยจะยื่นถอดถอนว่า ในเอกสารของผู้ว่าฯพิษณุ โลกไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตน มีแต่ระบุว่าสถานการณ์บังคับ นายพิชัยระบุมีแผนแจกจ่ายถุงยังชีพอยู่แล้ว แต่ผู้ว่าฯรายงานว่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีถุงอยู่ แสดงว่าพูดขัดแย้งกันเองเพื่อหวังผลการเมือง เป็นยุทธวิธีกวนน้ำให้ขุ่น

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เหมือนกับที่ปชป.อภิปรายไม่ไว้วางใจและยื่นถอดถอนส.ส. พรรคเพื่อไทย กรณีผอ.ศปภ.เป็นการแต่งตั้ง ส.ส. เข้าไปบริหารจัดการถุงยังชีพ เพื่ออนุมัติกระจายไปที่ต่างๆ แต่กรณีน.พ.วรงค์ขอความอนุเคราะห์ลงไปช่วยชาวบ้านและแจกถุงยังชีพ โดยแสดงชัดเจนว่าเป็นของราชการ เป็นคนละเรื่องกับการนำถุงมาใส่ชื่อตัวเอง วันนั้นพูดชัดเจนว่าเป็นของกระทรวงพลังงาน แต่เชื่อว่าการกวนน้ำให้ขุ่นนี้คงไม่ทำให้สังคมไขว้เขว หรือเสียสมาธิเพราะการเดินหน้าถอดถอนคนที่ทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องที่ต้องทำ

นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ส่วนที่ยืนยันว่าไม่ได้กระทำขัดรัฐธรรมนูญ ไม่มีการแทรกแซงข้าราชการ ซึ่งผู้ว่าฯพิษณุโลกพูดชัดว่าได้รับ การประสานจากน.พ.วรงค์ เมื่อประสานตามปกติจะผิดกฎหมายได้อย่างไร เพราะในเอกสารของผู้ว่าฯระบุว่า กลัวว่าถ้ามีประชาชนเดือดร้อนแล้วไม่ดูแลจะถูกตำหนิ จะกล่าวหาส.ส. พรรคไปข่มขู่ได้อย่างไร และไม่เกี่ยวกับตนด้วย

ตามเหน็บพ่นชื่อ'ห่วงทรัพย์'

"สิ่งที่รัฐบาลทำมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสับสนเกี่ยวกับกลไกการตรวจสอบ ผมจึงบอกว่าสังคมอย่าไขว้เขว ถ้ารัฐบาลพูดแบบนี้ บอกได้เลยว่าส.ส.ทั่วประเทศไปช่วยแจกถุงยังชีพ และคนที่ห่วงทรัพย์ขนาดพ่นชื่อสกุลบนเรือ ทั้งที่มีเลขและชื่อหน่วยงานอยู่ ตรงนี้ต่างหากที่ควรไปดู" นายอสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีรองโฆษกรัฐบาลระบุจะสอบถามผู้ว่าฯทุกจังหวัดว่ามีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกับที่จ.พิษณุโลกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าทำขอให้สอบถามว่ามีส.ส.เข้าไปประสานขอความช่วยเหลือจากจังหวัดอย่างไร อย่าเลือกเฉพาะส.ส.ปชป. ถ้าทำเช่นนั้นเท่ากับรัฐบาลจงใจช่วยเหลือเฉพาะประชาชนที่เป็นฐานสนับ สนุนตนเอง เป็นการเลือกปฏิบัติ เป็นใบเสร็จว่าความไม่สมควรดำรงตำแหน่งบริหารอีกต่อไป และสมัยที่ตนเป็นนายกฯถือหลักการว่าทุกคนมีสิทธิ์ประสานขอความร่วมมือจากราชการได้โดยไม่ต้องกังวล

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้ว่า ในการลงพื้นที่ต่างๆ ไม่ควรมีปัญหา แต่อยู่ที่รัฐบาลต้องลดเรื่องเล่นการเมือง หันไปแก้ปัญหาให้ประชาชน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ทำให้ตนหยุดช่วยเหลือประชาชนเพราะตนจะทำในสิ่งที่ควรทำ

'ชู'ติงปชป.หาพวกดีกว่าหาเรื่อง

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวตอบโต้นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง ปชป. ในฐานะเลขา นุการวิปฝ่ายค้านว่า นายนริศเป็นคนดี แม้จะเป็นคนหัวล้าน แต่อย่าขี้น้อยใจ เข้าใจว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกี่ยวกับการประสานงาน นายนริศคงถูกผู้ใหญ่ในพรรคตำหนิ ตนไม่เคยคิดร้ายต่อปชป. เป็นหัวหน้าพรรคน้องใหม่ มีส.ส. แค่ 4 คน จึงขอร่วมกันทำงานในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านดีกว่า

นายชูวิทย์กล่าวว่า ตนยืนยันมาตั้งแต่ช่วงหาเสียงว่าจะขอทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ไม่ได้อยู่ฝ่ายปชป.หรือเพื่อไทย แต่เห็นอะไรถูกผิดต้องออกมาพูด การที่นายนริศติดต่อตนตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.ก็พูดไป ตนระบุไปแล้วว่านายนริศติดต่อ มาวันที่ 17 พ.ย. และเช้าวันที่ 18 พ.ย. จะมาขอรายชื่อ เรื่องนี้ขอให้นายนริศทบทวนให้ดี ยืนยันว่าอยากขอร่วมงานกับปชป. เพื่อแชร์ข้อมูลมาตรวจสอบพรรคเพื่อไทย จะทำให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดีกว่านี้ ตนไม่ได้เป็นคู่แข่งจึงไม่ต้องระแวงและตีกัน ขอฝากบอกนายนริศด้วยว่า "หาพวกดีกว่าหาเรื่อง เป็นฝ่ายค้านต้องเกื้อกูลกัน" พรรคตนเป็นพรรคเล็ก จะมาเปิดศึกทะเลาะอะไรกับตน ขอให้นายนริศทำหน้าที่เลขาฯ วิปฝ่ายค้านขยันกว่านี้และอย่าขี้น้อยใจ

พระราชทานเครื่องราชฯ'ปู-สามี'

วันที่ 30 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2554 ประกาศระบุว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2554 ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก ให้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ยังมีประกาศสำนักนายกฯ เรื่องพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ในโอกาสพระราช พิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2554 ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทยให้แก่ นายอนุสรณ์ อมรฉัตร

ราชกิจจานุเบกษายังเผยแพร่ประกาศสำนักนายกฯ เรื่องพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพายและชั้นต่ำกว่าสายสะพาย ให้แก่ข้าราชการ ข้าราชการบำนาญ และคู่สมรสข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของสำนักราชเลขาธิการ จำนวน 39 ราย ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2554 เป็นกรณีพิเศษตามบัญชีรายชื่อประกาศนี้ ประกาศ ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

บัญชีรายชื่อข้าราชการ ข้าราชการบำนาญ และคู่สมรสข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2554 เป็นกรณีพิเศษ

สำนักราชเลขาธิการ - มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก 1.พันตรีบัญชา ชัยปฏิยุทธ 2.นายประยูร ผ่องแผ้ว 3.นายสำเริง เอี่ยมสะอาด 4.หม่อมหลวงอนุพร เกษมสันต์ 5.ท่านผู้หญิงจีริกัญญา โชติกเสถียร 6.นางพรพิมล กรโกษา 7.ท่านผู้หญิงรวิจิตร์ สุวรรณบุบผา 8.คุณหญิงรัตนาภรณ์ ฉัตรพงษ์ 9.นางแวววิภา ภักดีอาษา

10.น.ส.สมลักษณ์ วงศ์งามขำ 11.ท่านผู้หญิงสุภรณ์เพ็ญ หลวงเทพนิมิต 12.คุณหญิงอริษา วงศาโรจน์ 13.คุณหญิงอารยา พิบูลนครินทร์

มหาวชิรมงกุฎ 1.นายประสพโชค อ่อนกอ 2.นายปรีชา ปรางค์วิเศษ 3.นายวิรัช โพธิ์พุก 4.นายสมศักดิ์ จตุรภัทร 5.นายสัญญา สุเรนทรานนท์ 6.น.ส.ณัชชา เลาหศิรินาถ 7.นางปาริชาต เรืองดิลกรัตน์

ประถมาภรณ์ช้างเผือก 1.ว่าที่ร้อยตรีทับทิม ทัพภะทัต 2.นายปรีชา ส่งกิตติสุนทร 3.นายเสริมวงศ์ ประโคนสิน 4.นายอรัญ สุวรรณบุบผา 5.ท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์ 6.นางระวีวรรณ กาญจนกุญชร 7.คุณหญิงสุมาลี ภารัญนิตย์ 8.น.ส.อติพร มูลศาสตร์ 9.นางอัจฉรา ขำศิริ

ประถมาภรณ์มงกุฎไทย 1.นายฐากร ธรรมประทีป 2.นายธเนศ เนติโพธิ์ 3.พันเอกศิรช์ณรงค์ หลวงเทพนิมิต 4.นางรสกร พัฒนศักดิ์ภิญโญ 5.นางศุภลักษณ์ ไกรฤกษ์ 6.นางอรสา บุราพันธุ์

ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก 1.นางสัจจา ผ่องแผ้ว

ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย 1.คุณหญิงพรนภัส วรรธโนทัย

ตริตาภรณ์มงกุฎไทย 1.นายหรรษา โชติกเสถียร 2.นางสุรางค์ เอี่ยมสะอาด

นายกฯชวนทำดีถวายในหลวง

วันที่ 30 พ.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "5 ธันวา รวมพลังคนไทย รวมหัวใจถวายพระพร รัฐบาลขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนแสดงพลังของคนไทยทั้งประเทศ ร่วมกันจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์รวมใจกันเป็นหนึ่ง ทำสาธารณ ประโยชน์ เพื่อร่วมกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย และแสดงความจงรักภักดี ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีคุณูปการอันใหญ่หลวง ต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา"

นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ครม.มีมติอนุมัติให้จัดโครงการสัปดาห์ส่งเสริมศาสนาและจริยธรรม เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธ.ค.54 จัดงานระหว่างวันที่ 30 พ.ย.- 6 ธ.ค. เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจ และพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในด้านศาสนา รวมทั้งรณรงค์การพัฒนาจิตใจ ปลูกฝังส่งเสริมคุณธรรม ศีลธรรม และจริยธรรม เป็นคุณธรรม 4 ประการ ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของศาสนาและจริยธรรม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาคน สังคม และประเทศชาติ

"กิจกรรมในโครงการดังกล่าว ประกอบด้วย ผู้นำองค์กรศาสนา กล่าวถวายราชสดุดีและถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ในวันที่ 4 ธ.ค. รวมทั้งเผยแพร่พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสเกี่ยวกับศาสนาและจริยธรรม ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงทั่วประเทศ " นายธงทอง กล่าว

ด้านพล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รอง ผบช.น. กล่าวถึงแผนในการรักษาความปลอดภัยของบช.น. ในการจัดงานวันที่ 5 ธ.ค. ว่า ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กทม. กระทรวงมหาดไทย ปลัด สำนักนายกฯ โดยสถานที่สำคัญคือสนามหลวง ด้านถ.มหาธาตุ ตั้งแต่วันที่ 3-9 ธ.ค. อาจมีการปิดการจราจร เพราะมีการตั้งร้านค้า และจัดการแสดงเกี่ยวกับพระราชประวัติต่างๆ โดยจะส่งกำลังตำรวจไปรักษาความปลอดภัยทั้งกลางวัน และกลางคืน ส่วนเวลา 18.00-23.00 น.ที่มีการแสดงนั้น จะมีการจัดกำลัง 3,000 นาย

"สำหรับจุดจอดรถมีที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศาลฎีกา ถนนท่าราชวรดิฐ และบริเวณใกล้เคียง โดยเฉพาะวันที่ 5 ธ.ค. โดยช่วงค่ำมีขบวนเสด็จพิธีจุดเทียนชัย เวลา 19.00-20.00 น. จึงขอให้มารถประจำทาง มารถแท็กซี่ หรือรวมกันมา เพื่อบรรเทาปัญหาจราจร" รอง ผบช.น.กล่าว

ยิ่งลักษณ์บินเยือนเวียดนาม

วันที่ 30 พ.ย. เวลา 13.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากโรงพยาบาลพระราม 9 หลังเข้าพักรักษาตัวจากอาการอาหารเป็นพิษ และขึ้นเครื่องบินเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย ในกำหนดการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางต่อไปยังทำเนียบประธานาธิบดีเวียดนาม เพื่อเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลเวียดนามจัดขึ้น โดยมีนายเหวียน เตินสุง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ต้อนรับ จากนั้นนายกฯทั้ง 2 ประเทศตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ และหารือข้อราชการร่วมกัน ที่สำนักนายกรัฐมนตรี

โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ยินดีที่ได้เดินทางเยือนประเทศเวียดนามเป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ต้องขออภัยที่ไม่สามารถร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำได้ เนื่องจากป่วยอาหารเป็นพิษ และขอขอบคุณรัฐบาลเวียดนาม และสภากาชาดเวียดนาม ที่ให้การช่วยเหลือไทยที่ประเทศประสบปัญหาอุทกภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯไทย หารือทวิภาคีกับนายกฯเวียดนาม ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องต้องกันที่จะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันของแต่ละกระทรวง เช่น กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะทำงานร่วมกันในเรื่องข้าว และยังหารือถึงการเชื่อมโยงการคมนาคมในภูมิภาค ซึ่งไทยให้ความสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาค และการใช้ประโยชน์จากเส้นทางเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ขณะที่เวียดนามพร้อมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมเช่นกัน

ทั้งนี้นายกฯมีกำหนดการเดินทางกลับถึงประเทศไทย เวลา 20.00 น.


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.