มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 15129 คน
วันที่ 02 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7094 ข่าวสดรายวัน


องค์กรสากลรุมจี้ รบ.ไทย สลายม็อบโหด


ชี้ทหารใช้อาวุธปราบ ฮึ่มยื่น"ศาลโลก"สอบ นปช.ยอมรื้อบังเกอร์ "เหวง"ตะเพิดเสธ.แดง



รื้อบังเกอร์ - ม็อบเสื้อแดงช่วยกันรื้อถอนบังเกอร์และสิ่งกีดขวาง เปิดเส้นทางให้เข้าไปในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ตามคำสั่งของแกนนำ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. หลังการ์ดบุกเข้าไปในโรงพยาบาลค้นหาทหารจนถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ขรม

องค์กรสิทธิมนุษยชนโลกจี้สอบเหตุสลายม็อบ 10 เมษาเลือด ฮิวแมนไรท์วอตช์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยแดงเปิดเจรจากันอีกรอบ ศูนย์สิทธิมนุษยชนเอเชียระบุว่าหลักฐานชัดทหารใช้อาวุธปราบปรามประชาชน ชี้หากการสอบสวนในไทยไม่น่าเชื่อถือ จะแทรกแซงให้ศาลอาญาระหว่างประเทศพิจารณาคดีแทน ขณะที่กสม.สรุปแนว ทางแก้ปัญหา เรียกร้องให้เจรจาใหม่ แนะรัฐบาลแก้ 2 มาตรฐาน นปช.ขอโทษร.พ.จุฬาฯ สั่งรื้อบังเกอร์หน้าทางเข้าร.พ.แล้ว แต่เสธ.แดงโมโหไม่ยอมให้รื้อ ต้องเคลียร์กันนานจนสุดท้ายยอมรื้อบังเกอร์ออกทั้งแถบ เทือกขย่มซ้ำม็อบแดงป่วนผู้ป่วย ฉุนขู่เด้งให้หมดตร.เกียร์ว่าง ดีเอสไอบุกค้นห้องพักแรมโบ้ที่ลาดพร้าว เจอของกลางสลักระเบิด กระสุนปืน แรมโบ้สวนทันควันโดนป้ายสียัดอาวุธให้ มาร์คเดินสายให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ

เหวงฉะเสธ.แดงตั้งบังเกอร์

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยา กาศที่เวทีปราศรัยสี่แยกราชประสงค์ในช่วงเช้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยกิจกรรมบนเวทียังคงมีแกนนำสลับสับเปลี่ยนขึ้นปราศรัย และอ่านข่าวสารตามหน้าหนังสือพิมพ์ให้ผู้ชุมนุมได้รับ ฟังตามปกติเช่นทุกวัน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบ อ้าว

เวลา 09.30 น. น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. กล่าวปราศรัยบนเวที กรณีที่นายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำนปช. บุกเข้าไปในร.พ.จุฬาลง กรณ์ ในวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า ยอมรับว่าไม่ถูกต้อง แต่กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้ไปขัดขวางหรือคุกคาม ต่อต้านการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของร.พ.เพราะเราถือว่าเป็นสถานที่ที่ให้บริการประชาชน เราเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เจตนาไม่ได้เข้าไปทำร้าย แค่สงสัยว่ามีตำรวจและ ทหาร อยู่ภายในร.พ.จึงเข้าไปดูเท่านั้น ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงพร้อมรับคำตำหนิ

น.พ.เหวง กล่าวถึงพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก มีคำสั่งให้การ์ดคนเสื้อแดงกลับเข้าไปตั้งบังเกอร์ ที่แยก ศาลาแดง ถ.ราชดำริ หลังจากแกนนำนปช.มีคำสั่งให้รื้อถอนว่า ไม่ใช่เรื่องอะไรที่เสธ.แดงจะสั่งการ์ดนปช.กลับไปตั้งบังเกอร์ได้ เพราะเสธ. แดงถูกขับไล่จากแกนนำแล้ว ไม่สิทธิสั่งการใดๆ กับคนเสื้อแดง และการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของแกนนำ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แกนนำได้สั่งให้นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำนปช.และหัวหน้าการ์ดรักษาความปลอด ภัย ไปรื้อถอนบังเกอร์ตรงถ.ราชดำริ แล้ว ทั้งนี้ คนเสื้อแดงเคารพเสธ.แดง แต่เสธ.แดง อย่ามาก้าวล่วงการทำงานของกลุ่มนปช.

ขอโทษร.พ.จุฬา-ชี้กับดักรัฐบาล

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ น.พ.เหวง โตจิราการ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำกลุ่มนปช. ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายจตุพร กล่าวถึงร.พ.จุฬาฯเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกนอกพื้นที่ หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้า ไปเมื่อเย็นวันที่ 29 เม.ย.ว่า คนเสื้อแดงขอโทษและขอยืนยันว่าไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แต่สุดท้าย แผนนี้คือกับดัก เพราะภาพการขนย้ายผู้ป่วยซึ่งเผยแพร่ออกสื่อทั่วประเทศ ได้สร้างอารมณ์ร่วมว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเป็นผู้ก่อการร้าย ทั้งนี้ ตนขอถามถึงจรรยาของแพทย์ร.พ.จุฬาฯว่า เหตุใดจึงต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออก ทั้งที่กลุ่มเสื้อแดงไม่มีท่าทีเข้าไปคุกคาม เพียงตรวจสอบว่ามีทหารและตำรวจอยู่ในพื้นที่ร.พ.หรือไม่ เพราะมีผู้สื่อข่าวต่างประเทศบันทึกภาพว่า มีทหารถือปืนเอ็ม 16 ยิงมาจากร.พ.จุฬาฯขณะเข้าไปตรวจสอบ

"ผมต้องขอโทษและเชื่อว่าคนในร.พ.จุฬาฯยังมีจิตใจที่เป็นธรรม แต่ฝ่ายตรงข้ามมีเป้า ประสงค์ที่จะสร้างอารมณ์สะเทือนใจ ทำให้พวก เราไม่สบายใจและต่อไปอะไรที่ไม่เป็นมติของแกนนำ จะห้ามนำออกมาแถลงข่าว ซึ่งเราพยา ยามขอโทษร.พ.จุฬาฯไปแล้ว" นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนที่มีความพยายามเคลื่อนย้ายสมเด็จพระสังฆราช ไปพักรักษาพระองค์ที่ร.พ.ศิริราชแทนนั้น กลุ่มคนเสื้อแดงรู้สึกไม่สบายใจ พวกเราไม่มีใครคิดร้ายใดๆ ทั้งหมด เป็นกลเกมและกับดักของรัฐบาล ขอตั้งคำถามไปยังสภากาชาดไทย กรณีออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่เหตุใดที่ผ่านมานายทหารเสนารักษ์ที่ใช้สัญลักษณ์ของสภากา ชาดไทยกลับสะพายปืน เพื่อทำร้ายประชาชน แต่สภากาชาดไทยไม่มีท่าทีอะไรออกมา

แฉตร.วางแผนจับแกนนำ

นายจตุพร กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการซ้อนแผนของตำรวจที่จะจับตัวแกนนำ เพื่อให้สอดคล้องกับการที่เจ้าหน้าที่จับกุมตัวมือปืนที่ยิงอาวุธสงครามอาร์พีจีเข้าไปในวัดพระแก้ว โดยเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ทางแกนนำได้รับการติดต่อจากผู้บริหาร ของร.พ.จุฬาฯว่า จะขอเจรจากับแกนนำที่บริเวณ หลังเวทีแยกราชประสงค์ แต่ต่อมามีโทรศัพท์จากตำรวจนายหนึ่งติดต่อมายังนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ว่า ต้องการเปลี่ยนสถานที่เจรจา ให้ไปพบที่ร.พ.จุฬาฯ ในเวลา 19.00 น. แต่เมื่อแกนนำติดต่อไปยังผู้ประสานงานของคณะแพทย์ ทราบว่า ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดิม ทำให้พวกเรารู้สึกผิดสังเกตว่าต้องเป็นแผนจับกุมตัวแกนนำ ซึ่งเป็นเป้าประสงค์ของทางศอฉ. เมื่อจับกุมตัวแกนนำได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปเจ้าหน้าที่ก็เตรียมสลายการชุมนุมต่อไป

นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดจะเข้ามาสมทบกลุ่มคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์อีกหลายหมื่นคน การชุมนุมครั้ง นี้จะจัดทัพเพื่อต่อสู้กับรัฐบาลแบบสันติที่ยาว นานที่สุด

ยันเสื้อแดงเคารพสิทธิผู้ป่วย

ด้านนายก่อแก้ว กล่าวว่า ตนขอฝากผู้บริหาร ของร.พ.จุฬาฯ ขอให้นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แพทย์ ร.พ.จุฬาลงกรณ์ และแกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี เลิกจัดม็อบมาชุมนุมเพื่อยั่วยุกลุ่มคนเสื้อแดง นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้ร.พ.จุฬาฯปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยตามปกติ หากหยุดทำหน้าที่ประชาชนอาจเดือดร้อน อีกทั้งขนาดร.พ. ตำรวจที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงก็ยังไม่มีท่าทีจะหยุดการทำหน้าที่ในการ รักษาพยาบาล นอกจากนี้ขอให้ร.พ.จุฬาลงกรณ์มีท่าทีเป็นมิตรกับกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อจะได้หาทางออกในเรื่องนี้ร่วมกัน

ขณะที่น.พ.เหวง กล่าวว่า ในช่วงเช้าวันที่ 1 พ.ค. กลุ่มคนเสื้อแดงยังพยายามจะติดต่อไปยัง ร.พ.จุฬาฯเพื่อขอพูดคุยและเจรจา ถึงแม้จะไม่ได้พูดคุยกับคณะกรรมการของร.พ.ชุดใหญ่ก็ ตาม กลุ่มคนเสื้อแดงเคารพสิทธิของผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาพยาบาลตามปกติและยินดีอำนวยความสะดวก

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ขึ้นปราศรัยชี้แจงไม่ได้ทิ้งมวลชนหรือหนีจากเหตุปะทะที่อนุสรณ์สถาน แต่ออกมาเพื่อให้สถานการณ์คลายความตึงเครียดลง และมั่นใจว่าหากอยู่ในบริเวณปะทะความรุนแรงจะมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้นายขวัญชัยได้ประกาศขอรับบริจาคยางรถยนต์ใช้แล้วจำนวนมากเพื่อใช้เสริมในแนวป้องกันทั้ง 6 ด่าน

เสธ.แดงผลักอกการ์ดนปช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากแกนนำนปช. แถลงยืนยันมติให้รื้อถอนบังเกอร์บริเวณแยกศาลาแดง นายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ดและกลุ่มการ์ดนปช.ได้เดินทางมารื้อถอนบังเกอร์ที่บริเวณแยกศาลาแดง หน้าร.พ.จุฬาฯ บริเวณฝั่งถนนราชดำริ แต่ได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเมื่อพล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง เดินทางมาถึง และได้สั่งห้ามกลุ่มการ์ดนปช.รื้อถอน และเข้า ไปผลักอกนายอารี โดยระบุว่าไม่ให้การ์ดนปช. รื้อถอนสิ่งกีดขวาง ทั้งยางรถยนต์และไม้ไผ่ ที่นำมาตั้งด่านป้อมค่าย โดยอ้างว่า ไม่มีการรื้อถอนบังเกอร์ในส่วนนี้เด็ดขาด เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมร้องขอ เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย และเปิดช่องให้รัฐบาลนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุม หากจะเปิดทาง แกนนำหลักต้องมาขอมติจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่แยกศาลาแดงเอง อีกทั้งโรงพยาบาลจุฬาฯไม่จำเป็นต้องใช้เส้นทางนี้ เพราะขนย้ายผู้ป่วยออกไปหมดแล้ว พร้อมทั้งกล่าวโจมตีแกนนำนปช.หลายคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทำให้การ์ดนปช.เกิดความสับสนและยังไม่เข้ารื้อถอน โดยระหว่างปราศรัย มีมวลชนบางส่วนเห็นด้วยกับคำปราศรัย ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาเจรจาและดูการรื้อถอนแนวกั้น จนเจ้าหน้าที่ต้องถอนกำลังออกไป รวมทั้งผู้ชุมนุมยังสนับสนุนคำพูดของเสธ.แดง ทำให้นายอารี ไม่สามารถรื้อถอนได้ จึงแจ้งไปทางเวทีที่แยกราชประสงค์ โดยแกนนำได้มอบให้นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์และนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง มาเจรจากับพล.ต.ขัตติยะ

ไม่ให้รื้อบังเกอร์-หวั่นถูกสลาย

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายอริสมันต์ เปิดเผยหลังเจรจาว่า จริงๆแล้วการเดินทางเข้าตึกฉุกเฉินของร.พ.เข้าได้หลายทาง อาจใช้เส้นทางจากหลังสวนเข้ามาก็ได้ ดังนั้น เราจะไม่เปิดบริเวณนี้เด็ดขาด หากจะให้เปิดบังเกอร์ รัฐบาลต้องรับ รองความปลอดภัย รวมทั้งต้องไม่ให้กำลังทหารและตำรวจเข้ามาในพื้นที่ และให้ถอนกำลังทหารบริเวณถนนสีลม และโดยรอบออกให้หมด

ด้านนายสุภรณ์ ได้ปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ขอให้สบายใจได้ว่าจะไม่มีการเปิดด่านนี้อีกแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักอยู่บริเวณโดยรอบบังเกอร์เพื่อไม่ให้การ์ด นปช.เข้ามารื้อถอน โดยอ้างว่าหากมีการรื้อถอนจริงเท่ากับแกนนำไม่ได้ห่วงชีวิตมวลชน ถ้าสั่งให้รื้อถอนจริงจะเดินทางกลับบ้านเพราะถือว่าไม่ได้รับการดูแลความปลอดภัย

ขณะที่ภายในร.พ.จุฬาฯ หลังมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากร.พ.ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา วันนี้จึงค่อนข้างเงียบเหงา ไม่มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยใดๆ ทั้งตึกผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือตึกสก. มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจ 20 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่ภายใน และมีกลุ่มคนเสื้อแดง 10 คนมานอนเฝ้าหน้าทางเข้าตึกผู้ป่วยใน ส่วนที่ประตูทางเข้าทางร.พ.ได้ติดประกาศงดรับผู้ป่วยใน และงดรับรักษาผู้ป่วยทั่วไปตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. ถึงวันที่ 2 พ.ค. โดยผู้ป่วยที่แพทย์นัดให้โทร.มาเลื่อนได้ตามปกติ ส่วนทางเข้าประตูฉุกเฉินยังมีการตั้งยางรถยนต์และไม้ไผ่แหลมอยู่ โดยมีการ์ดนปช. 10 นายอยู่รักษาพื้นที่

มาร์คยังเครียดประชุมศอฉ.

เวลา 08.45 น. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงกองบัญชาการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด และเข้าร่วมหารือกับที่ประชุมศอฉ. ซึ่งมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ. เป็นประธานการประชุม และรมว.กลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ รักษาราชการแทนผบ.ตร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ประเด็นศอฉ.ให้ความสำคัญมากโดยคุยกันอย่างเคร่งเครียด ถึงกรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จ การแห่งชาติ(นปช.)บุกเข้าตรวจค้นโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สร้างความวุ่นวาย จนทางโรงพยา บาลต้องย้ายผู้ป่วยไปโรงพยาบาลอื่น โดยเฉพาะ กรณีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งประทับรักษาพระ องค์อยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ได้ร่วมประชุมอยู่ครู่หนึ่งและกลับออกมายังห้องรับรองก่อน และปล่อยให้นายสุเทพประชุมต่อไปนานกว่า 1 ชั่วโมง

เทือกขยายแผลกรณีร.พ.จุฬาฯ

เวลา 10.25 น. ที่ศอฉ. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แถลงว่า ขอแสดงความเสียใจกรณีเกิดเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ศอฉ.พยา ยามจะแก้ปัญหาที่ร.พ.จุฬาฯมาหลายวัน โดยช่วงแรก เมื่อเห็นอาการของฝ่ายนปช.หรือกลุ่มคนเสื้อแดง พยายามสร้างบังเกอร์ปิดล้อมบริเวณศาลา แดง ตนกลัวจะกระทบการให้บริการ ดูแลคนป่วยของร.พ.จุฬาฯ ศอฉ.พยายามประสานกับผอ.ร.พ.จุฬาฯว่าจะขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าไปคุ้มครองดูแล โดยไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปในอาคาร ร.พ.จุฬาฯ แต่ตั้งใจไปดูแลภายนอก เพราะมีญาติผู้ป่วยโทรศัพท์มาแจ้งกับศอฉ.จำนวนมากว่าได้รับความเดือดร้อน แต่ผอ.ร.พ.จุฬาฯกลัวว่าเมื่อฝ่ายเจ้าหน้าที่เข้าไปได้เกรงว่าฝ่ายเสื้อแดงจะเข้าไปบ้าง อ้างเป็นเขตปลอดภัย ตนไม่มีความรู้เรื่องนี้ แต่ได้ถามคนอื่นว่า ถ้าในภาวะสงคราม ถ้ามี 2 ฝ่ายต้องตกลงว่าร.พ.ใครเข้าไปไม่ได้ แต่ นี่มันไม่ได้เกิดสงครามเช่นนั้น

"ผมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่และรัฐบาลต้องคุ้ม ครองความปลอดภัยให้ประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ ร.พ.หรืออยู่ที่ไหนก็ตาม แต่ด้วยความเคารพการตัดสินใจของผอ.ร.พ.จุฬาฯ ที่มีเหตุผลของเขา แต่ในที่สุดปรากฏชัด คือคนเสื้อแดงไม่ได้คำนึงว่าที่นั่นเป็นร.พ.ที่มีผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บรักษาตัวอยู่ แล้วบุกรุกเข้าไปใช้อำนาจบาตรใหญ่ เหิมเกริมตรวจค้นทุกห้องพัก จนผู้ป่วยเดือดร้อน ประชา ชนรู้สึกโกรธเคือง จึงโทร.มาต่อว่าตนในฐานะที่เป็นผอ.ศอฉ. ทำไมไม่สามารถเข้าไปดูแลได้" นายสุเทพ กล่าว

สั่งตร.ต้องรื้อบังเกอร์ให้ได้

รองนายกฯ กล่าวว่า ดังนั้นวันที่ 30 เม.ย. จึงสั่งตำรวจนครบาลเข้าประสานงานรื้อบังเกอร์ออกไปให้หมด เพื่อให้ประชาชนเข้าไปใช้บริการที่ร.พ.จุฬาฯได้ แต่ทำได้พักเดียว กลุ่มเสื้อแดงกลับมาปิดใหม่อีก จึงน่าเศร้าใจ สลดใจมาก เมื่อเห็นภาพทหารเคลื่อนย้ายผู้ป่วยร.พ.จุฬาฯ เพื่อไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ ผู้ป่วยบางคนได้รับความกระทบการเทือนจากการเคลื่อนย้าย ทราบว่ามีรายหนึ่งที่หัวใจหยุดเต้นไปตอนขนย้าย จึงต้องปั๊มหัวใจซึ่งขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว ที่น่าสลดใจต่อพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่สุดคือ สมเด็จพระสังฆราชทรงประชวรที่นั่น พระ องค์ถูกย้ายตึกพักเช่นกัน คนไทยเศร้าใจ ถึงโกรธเคืองเรื่องนี้มาก

นายสุเทพ กล่าวว่า เช้ามืดวันเดียวกันนี้ได้สั่งผบช.น.ว่าตำรวจต้องทำหน้าที่ เรื่องนี้ให้ประจักษ์แก่สายตาประชาชนว่าต้องเปิดทางเข้า-ออก ร.พ. จุฬาฯให้ได้ และเพื่อให้คนป่วยเข้าไปรักษา ต้องวางกำลังคุ้มครอง หมอ พยาบาล หากผอ.รพ. จุฬาฯ ไม่ให้เข้าไปก็อยู่นอกรั้ว แต่ต้องให้ความมั่นใจว่าร.พ.จุฬาฯ ต้องปลอดภัย ถ้าผู้บังคับบัญชาของตำรวจนครบาลทุกระดับไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้ ตนจะพิจารณาลงโทษตามลำดับขั้น เพราะถือว่าสูญเสียความรับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัย คุ้มครองคนป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

ฉุนขู่เด้งแน่พวกตร.เกียร์ว่าง

"ผมจะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่หย่อนยานอีกต่อไป จึงขอให้คนไทยอดทนอีกนิด ผมจะดูแลการปฏิบัติงานของบช.น. ถ้าวันนี้ตำรวจยังกลัวผู้ร้ายอยู่ก็ไปทำอาชีพอย่างอื่น เป็นตำรวจไม่ได้แล้ว ที่ทำอย่างนี้ไม่ใช่ว่าสั่งการโดยลุแก่อำนาจแต่ด้วยความเศร้าใจ เห็นใจประชาชนจริงๆ ใครจะคิดว่าคนที่อยู่ในโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว ต้องเผชิญกับคนร้ายที่เข้าไปคุกคามซ้ำเติมการรักษาพยาบาล ขอวิงวอนตำรวจทุกคน สวมหัวใจผู้รักษาสันติราษฎร์ ลุกขึ้นมาปกป้องประชาชน อย่าคิดว่าตัวเองชอบไม่ชอบอย่างไรต้องทำ ถ้ามีโล่ มีกระบองไม่พอ ต้องติดอาวุธก็ต้องติด เพื่อคุ้มครองประชาชน " นายสุเทพ กล่าว

ผ่อนคลาย - นายวีระ มุสิกพงศ์ และนายอดิศร เพียงเกษ ออกลีลาฟ้อนรำ ตามจังหวะ ดนตรีและเสียงร้องจากไพจิตร อักษรณรงค์ อย่าง ผ่อนคลาย สร้างบรรยากาศสนุกสนานให้ผู้ชุมนุม ที่เวทีราชประสงค์ เมื่อเย็นวันที่ 1 พ.ค.



เมื่อถามว่าการคาดโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่เป็นระดับบช.น.1-9 หรือไม่ นาย สุเทพ กล่าวว่าเอาเป็นว่าถ้ากองบช.น. ไม่สามารถ คุ้มครองประชาชนได้ ตนจะพิจารณาเรื่องใหญ่ ต้องเอาผิดทุกคนที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ เมื่อถามว่าจะให้เวลากี่ชั่วโมง นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่ให้เวลาเป็นชั่วโมง หรือกี่นาที แต่สั่งการต้องทำให้ได้ ต้องทำหน้าที่ให้เร็วที่สุด ต้องทำให้ได้

โต้อีกทหารไม่มีอาวุธสงคราม

เมื่อถามว่าแสดงว่าเจ้าหน้าที่ทำงานไม่ได้ นายสุเทพ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อาจทำแล้วลำบาก มีอุปสรรค แต่ต้องแก้ไข ปรับปรุง ต้องแสดงให้ประชาชนเห็นชัดว่า ทำหน้าที่ด้วยความทุ่มเทชีวิตและจิตใจในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตนผ่อน ปรนมามากแล้ว เมื่อถามว่าหากทำไม่ได้จำเป็นต้องปลดรรท.ผบ.ตร.หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า อย่าเพิ่งถามตนอย่างนั้น เมื่อสั่งการไปแล้ว ถ้ายังทำไม่ได้เป็นหน้าที่ของตนที่จะแก้ไขสถานการณ์

เมื่อถามว่าตรงนี้มั่นใจมากแค่ไหนว่าเจ้าหน้า ที่จะทำได้ นายสุเทพ กล่าวว่า คอยดูกันต่อไป เมื่อถามว่าหากให้เจ้าหน้าที่ติดอาวุธ เกรงหรือไม่ว่าจะเกิดการปะทะกันอีก นายสุเทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ยืนยันชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ใช้ได้เฉพาะโล่ กระบอง อย่างเก่งก็ยิงแก๊สน้ำตา แต่เจ้าหน้าที่กลับล้มตาย เนื่องจากในกลุ่มเสื้อแดงมีกองกำลังผู้ก่อการร้ายสนับสนุน เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้จึงจำเป็นต้องรักษาชีวิตของเจ้าหน้าที่ด้วย จึงมีคำสั่งอนุญาตสามารถติดอาวุธป้องกันตนเองได้ หากไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแล หมอ คนป่วย เพื่อให้ร.พ.มาทำงาน แล้วถูกคนร้ายคุกคามด้วยอาวุธหมายเอาชีวิต เจ้าหน้าที่จึงมีสิทธิ์ป้อง กันตนเองได้เต็มที่

ปฏิเสธแผนเด็ดหัวแกนนำนปช.

เมื่อถามว่า มีการนำกำลังตำรวจเข้ามารักษาพื้นที่ร.พ.จุฬาฯ 4 กองร้อย นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าเข้าไปในพื้นที่จำนวนเท่าไหร่ แต่ถ้าหาก 4 กองร้อยไม่เพียงพอ ต้องเพิ่มอีก 40 กองร้อยก็ต้องทำ เมื่อถามว่านอกจากร.พ.จุฬาฯ มีร.พ.อื่นที่ต้องสั่งเจ้าหน้าที่ดูแลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ได้สั่งให้ตำรวจภูธรในจังหวัดอื่นๆ มาช่วย แต่จะกี่กองร้อย อย่าไปพูดให้คนเสื้อแดงได้ยิน เอาเป็นว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่พอ เชื่อว่าตำรวจมีจิตใจจะปกปักรักษาประชาชน ด้วยจิตวิญญาณของตำรวจ เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่เสียเปรียบ ผู้ร้ายก็ต้องเพิ่มกำลัง

เมื่อถามว่าต้องชี้แจงกับต่างประเทศกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่าต่างประเทศคงเห็นชัดเจน เพราะไม่มีประเทศไหนในโลกที่คุกคามคนป่วยแบบนี้

เมื่อถามว่าวันนี้มีความคิดจะสลายการชุมนุมโดยเฉพาะการเด็ดหัวแกนนำ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าใช้คำรุนแรงเช่นนั้น แกนนำทุกคนที่ทำความผิด ที่ออกหมายจับ รวมถึงผู้ก่อการร้ายทุกคนต้องแกะรอยออกหมายจับมาดำเนินคดีให้ได้ ไม่คิดเด็ดหัวใคร ต้องสู้ด้วยกฎหมาย ขอให้วันนี้ผู้ชุมนุมกลับบ้านแยกตัวออกจากคนร้าย แล้วนายกฯจะแก้ปัญหาให้ มีทั้งเด็กและผู้หญิงอยู่หน้าเวที ที่เสื้อแดงเอาไว้เป็นโล่มนุษย์ เชื่อว่าคนพวกนี้อำมหิต ถึงเวลาอาจจะทำร้ายเด็ก ทำ ร้ายผู้หญิงแล้วโยนความผิดให้กับรัฐ เพื่อเป็นข้ออ้างในการทำให้สถานการณ์ลุกลามใหญ่โต

เมื่อถามว่าพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พักอยู่ในร.11 รอ.หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า พล.อ.เปรมไม่ได้มาพักที่ร.11 รอ. ถ้ามาคงเจอกันทุกวัน ตนไม่ได้พบพล.อ. เปรม มาครึ่งปีแล้ว เมื่อถามวันนี้การทำงานของศอฉ. มีองคมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ศอฉ.ไม่มีองค์กรอื่น ไม่มีหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะองคมนตรีไม่มีการเข้ามาแทรกแซง ยืนยันด้วยเกียรติ

กษิตเร่งชี้แจงต่างประเทศ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การบุกรุกโรงพยาบาลมีเสียงสะท้อนจากหลายประเทศว่าน่าเสียใจ ละเมิดขอบเขตการชุมนุมไปไกล วันนี้เวทีนานา ชาติไม่ต้องการให้มีการชุมนุมทางการเมือง เพราะพฤติกรรมแกนนำต้องการใช้ความรุนแรงเปลี่ยนแปลงประเทศ ซึ่งระยะหลังการชุมนุมใช้ความรุนแรง มีการยกระดับการชุมนุมไปสู่เวทีนานาชาติ ทั้งการไปองค์การสหประชาชาติ สหภาพยุโรป องค์กรระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศไม่มีปัญหาตรวจสอบเรื่องนี้ เราชี้แจงองค์กรต่างๆ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นปัญหาการเมืองภายในประเทศ โดยนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ตัดสินใจไปชี้แจงกับผู้นำประเทศในอาเซียนให้เข้าใจสถานการณ์ว่ามีความพยายามล้มล้างรัฐบาล มีการติดอาวุธอย่างไร สัปดาห์ที่ผ่านมานายกษิตไปพบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ซึ่งได้รับการยืนยันว่าเข้าใจการเมืองไทย และไม่มีความต้องการเข้ามาแทรกแซง ส่วนสัปดาห์หน้า นายกษิตจะไปพบผู้นำเวียดนาม มาเลเซีย และประเทศอื่นในอาเซียนจนครบ

นายชวนนท์ กล่าวว่า ส่วนที่คณะทูตานุทูต 4 ประเทศไปยังพื้นที่ราชประสงค์ เราไม่สบายใจเพราะเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่เราประกาศไว้ มีการซ่องสุมอาวุธ และมีบุคคลที่อยู่ใต้หมายจับของรัฐบาล ถือเป็นการรับรองสถานะผู้ชุมนุม สร้างความสับสนยุ่งยากกับรัฐบาลมากขึ้น ซึ่งเราได้แจ้งคณะทูตานุทูตไปหมดแล้ว จึงขอเรียกร้องผู้ชุมนุมอย่าเอาองค์กรระหว่างประเทศมาแทรก แซงภายใน แล้วหวังว่าจะเป็นทางออกในการจบการชุมนุม ที่จะสั่งให้รัฐบาลยุติและหันมาเจรจาหาทางลงตัวเอง

"ชวน"แนะดูแลตร.ทหารด้วย

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอชมเชยการทำงานของเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียิงระเบิดอาร์พีจีพลาดจากวัดพระแก้วไปตกใกล้กระทรวงกลาโหม อีกทั้งคดียังมีความเชื่อมโยงกับอดีตแกนนำของพรรคหนึ่ง และขอฝากถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองทัพบกช่วยดูแลความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ที่ไปปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยช่วงการชุมนุมที่ กทม. เพราะส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด และจากการไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจตำรวจ-ทหารที่ผ่านมามักจะวอนขอในเรื่องนี้ ถึงแม้จะมีเบี้ยเลี้ยง แต่ที่พักค่อนข้างจำกัด

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำ นปช.พาการ์ดกว่าร้อยคนบุกเข้าตรวจค้นร.พ. จุฬาฯว่า ตนไม่คิดว่านายพายัพ จะมีพฤติกรรมทางลบซ้ำซาก มีอดีตเป็นถึงส.ส. แต่นำกองกำลังแม้วอามี่บุกรุกสถานพยาบาลของรัฐข่มขู่คุกคามเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาลจนผู้ป่วยตกใจ อาการทรุดหลายราย ที่สุดแพทย์ต้องย้ายผู้ป่วยกว่าร้อยราย

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ภาพเด็กบางคนที่ป่วยหนักต้องถอดเครื่องช่วยหายใจเพื่อเคลื่อนย้ายหนีกองกำลังแม้วอามี่ เป็นที่น่าสะเทือนใจของคนที่พบเห็น หรือกรณีผู้ป่วยชราที่ช็อกหัวใจหยุดเต้นระหว่างขนย้าย จนขณะนี้อาการก็ยังน่าเป็นห่วง เพราะไม่มีอาการตอบสนองใดๆ ทราบว่าคณะแพทย์ต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดในห้องไอซียู เป็นพิเศษ หากมีญาติของนายพายัพและมีญาติของกลุ่มการ์ด นปช.ที่สิ้นคิดรักษาพยาบาลอยู่ใน ร.พ.จุฬาฯ ตนก็อยากรู้ว่าคนเหล่านี้จะบุกรุกข่มขู่ตรวจค้น ร.พ.อย่างไร้มนุษยธรรมเช่นนี้หรือไม่

กสม.จี้เจรจา-แก้2มาตรฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้สรุปแนวทางแก้ไขปัญหาสถานการณ์ และสภาพปัญหาในสังคมไทย นับตั้งแต่เกิดการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิป ไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.เป็นต้นมา หลังจากเดินทางเข้าหารือรับฟังความคิดเห็นและขอรับคำปรึกษาต่อสถาน การณ์ พร้อมวิเคราะห์สภาพปัญหา ของอดีตนายกฯ ได้แก่ นายชวน หลีกภัย นายอานันท์ ปันยารชุน นายบรรหาร ศิลปอาชา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รวมทั้งผู้นำทางศาสนา 3 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์ เพื่อเป็นแนวทางคลี่คลายปัญหาความรุนแรงให้ยุติลงด้วยความสงบสันติ

สำหรับรายละเอียดแนวทางการหารือกสม. ประกอบด้วย 1.ทุกฝ่ายต้องยุติการใช้ความรุน แรงและการเผชิญหน้ากัน ขอให้ทุกฝ่ายถอยไปอยู่ในสถานภาพก่อนวันที่ 10 เม.ย. 2.ทุกฝ่ายต้องยุติการกระทำที่เป็นการข่มขู่คุกคาม และการกระทำที่อาจจะละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ 3.ทุกฝ่ายต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีการเจรจาด้วยความจริงใจ โดยมีรูปแบบการเจรจาลับไม่ต้องเผยแพร่ผ่านสื่อ จนเมื่อได้ผลสรุปที่ยุติแล้วทั้ง 2 ฝ่ายจึงนำเสนอต่อสาธารณชนได้รับรู้ เพื่อ นำไปสู่การร่วมกันแก้ไขปัญหาระยะยาวต่อไป

4.หากฝ่ายใดปฏิเสธการแก้ไขปัญหาความรุนแรงด้วยการเจรจา ขอให้สังคมประณามว่าฝ่ายดังกล่าวมุ่งทำร้ายประเทศไทย และมีเจตนาซ่อนเร้นก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง 5.รัฐบาลต้องรับข้อเรียกร้องของประชาชนและเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำของชนชั้น ความไม่เป็นธรรมในสังคม และความเดือดร้อนของประชาชนผู้ยากไร้ที่มาชุมนุมโดยทันที อย่างไรก็ตาม กสม.หวังว่าทุกฝ่ายจะรับข้อเสนอแนะดังกล่าวข้างต้นไปดำเนินการ เพื่อผลประโยชน์ของชาติ บนพื้นฐานของความรัก ความปรารถนาดีต่อกัน จะได้เกิดความสงบและสันติสุขกลับคืนมาโดยเร็ว

นปช.ขวาง"วีระ"ที่สุรินทร์

จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.45 น.นายวีระ สมความคิด ประธานคณะกรรมการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.)นำกลุ่มมวลชนเดินทางด้วยรถตู้ ปิกอัพ 80 คันประมาณ 400 คน จะไปที่แหล่งโบราณสถาน กลุ่มปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทบ่ายกรีม ที่บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก ปรากฏว่าเมื่อคณะนายวีระไปถึงหน้าซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาบ้านตาเมียง หมู่ที่ 1 เพื่อถอนหลักแดนไทย-กัมพูชา ต้องเจอกลุ่มนปช.คนเสื้อแดงสุรินทร์ประมาณ 50 คนขับรถยนต์ปิกอัพและรถตู้จอดขวางเส้นทางพร้อมยืนโบกธงนปช. ใช้เครื่องเสียงประกาศไม่ให้คณะนายวีระนำมวลชนผ่านหมู่บ้านเข้าไปถอน หลักแดนไทย-เขมร จึงต้องหยุดขบวนยาวเหยียด โดยนายวีระลงจากรถยนต์ไปนั่งพักผ่อนข้างบ้านประชาชน โดยมีการ์ดคปต.50 คนคุ้มกัน สั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ รีบเจรจากับกลุ่มนปช. คนเสื้อแดงด่วนไม่เช่นนั้นไม่มีเวลารออีกแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยากาศเริ่มตึง เครียด หลังจากนายวีระระบุว่า ถ้าทหารไม่มาเจรจาหากมีเหตุเกิดขึ้น คปต.จะไม่รับผิดชอบ พร้อมสั่งให้คณะคปต.ติดเครื่องยนต์เตรียมพร้อม

จนท.ถกเครียด-เขมรเสริมกำลัง

ต่อมาเวลา 11.30 น. พ.อ.อดุล บุณธรรมเจริญ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 26 พร้อมคณะเสธนาธิการกองกำลังสุรนารี 20 นาย เดินทางเข้ามาพบนายวีระที่หน้าซุ้มประตูบ้านตาเมียง ก่อนไปพบกลุ่มนปช.คนเสื้อแดง เพื่อแจ้งให้ทราบว่าคณะของนายวีระจะไม่ไปที่ปราสาทตาเมือนธม กลุ่มคนเสื้อแดงจึงส่งเสียงร้องขับไล่และยังคงปิดถนนไว้

เวลา 12.00 น.คณะนายวีระสั่งให้ขบวนรถ ยนต์ทั้งหมดขับตามไปที่อบต.ตาเมียง เพื่อพบกับนายวิเชียร จันทรโณทัย รองผวจ.สุรินทร์ พ.อ. ศักดิ์ชัย ทองนุ่ม รองผอ.รมน.ทหารสุรินทร์ และนายวชิระ เกตุพันธุ์ นายอำเภอพนมดงรัก ประชุมกันที่ห้องประชุมอบต.ตาเมียงประมาณ 15 นาที จากนั้นนายวีระกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า วันนี้มาไม่มีอะไรพวกเราตั้งใจจะเข้าไป ประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปราสาทตาเมือนธม และตรวจสอบหลักแดนไทย-เขมรว่าอยู่จุดไหนอย่างไร ก่อนเดินทางไปทำพิธีบวงสรวงที่ปรา สาทเมืองต่ำ โดยมีรถยนต์ตราโล่ตำรวจนำขบวน

นายวิเชียรกล่าวว่า ที่ประชุมได้ชี้แจงให้คณะคปต.ทราบว่าฝ่ายกัมพูชาทราบข่าวความเคลื่อนไหวจะมีการถอนหลักแดนไทย-เขมร จึงเสริมกำลังทหารหนาแน่น และเส้นทางเข้าผ่านปราสาทตาเมือนธม มีกลุ่มคนเสื้อแดงขัดขวางเกรงจะก่อเหตุบานปลาย พร้อมชี้แจงให้นายวีระทราบว่าที่คนเสื้อแดงมาปิดถนนนั้นมากัน เอง ไม่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการ เมื่อนายวีระรู้ข้อเท็จจริงจึงยอมเปลี่ยนใจยกเลิกภารกิจ

แดงร้อยเอ็ดจี้รัฐบาลหยุดป้ายสี

ที่ร้อยเอ็ด เวลา 11.00 น. กลุ่มนปช.แดงร้อยเอ็ดประมาณ 300 คน นำโดยพ.ต.ท.ศุภวิทย์ สูติไธสง ที่ปรึกษาเสื้อแดงสุวรรณภูมิ และร.ท. ประไพร ฮวดศรี แกนนำเสื้อแดงเมืองสรวง ได้รวมตัวนปช.แดงร้อยเอ็ด 300 คนจาก 20 อำเภอชุมนุมที่บริเวณทางเข้าศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อขอเข้าพบและยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดถึงรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อส. อปพร.ได้ปิดกั้นไม่ให้ทางกลุ่มคนเสื้อแดงร้อยเอ็ดกลุ่มนี้เข้าไปภายในบริเวณศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อป้องกันการก่อเหตุวุ่นวายตามมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เจรจากับกลุ่มคนเสื้อแดงขอให้ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นผู้ออกมาพบแทน

ต่อมานายณฐพลษ์ วิเชียรเพริศ รองผวจ.ร้อย เอ็ด ได้เป็นตัวแทนผู้ว่าฯออกมาพบเจรจากับทางกลุ่ม นปช.แดงร้อยเอ็ด พร้อมทั้งรับหนังสือ ซึ่งหนังสือดังกล่าวมีข้อเสนอหลัก 5 ข้อ ได้แก่ 1.หยุดใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบกับประชาชนที่ชุมนุม 2.ให้หยุดกล่าวหาใส่ร้ายประชาชนที่ชุมนุมว่าเป็นผู้ก่อการร้ายและผู้ไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน 3.หยุดใช้สื่อมวลชนที่เบี่ยงเบนข้อเท็จจริง ซึ่งก่อให้แตกความสามัคคี 4.ให้หยุดละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการรับรู้ข่าวสารโดยการเปิดสถานีวิทยุ โทรทัศน์ สถานีประชา ชน พีเพิลแชนแนล 5.ให้ยุบสภาทันที เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน โดยนายณฐพลษ์รับปากกลุ่มนปช.แดงร้อยเอ็ดจะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวรายงานแก่รัฐบาลทราบภายในวันนี้ และขอบคุณกลุ่มนปช.แดงร้อยเอ็ดที่ชุมนุมอยู่ในกรอบของ กฎหมายมาโดยตลอด ท่ามกลางความพอใจของกลุ่มนปช.แดงร้อยเอ็ด ได้นำกำลังพลกลับไปฐานที่ตั้งจุดรวมพลหน้าบึงพลาญชัย ซึ่งปักหลักชุมนุมมาตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย.จนถึงปัจจุบัน โดย ไม่มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น

บน-คุมเอง - พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล คุมการ์ดนปช.เสริมบังเกอร์จุดใหม่ด้วยแท่งปูน หลังจากยอมรื้อของเดิมหน้าทางเข้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อทำเป็นแนวป้องกันเจ้าหน้าที่เข้าสลายการ ชุมนุม เมื่อค่ำวันที่ 1 พ.ค.

ล่าง-แดงร้อยเอ็ด - ม็อบเสื้อแดงร้อยเอ็ดชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัด พร้อมทั้งยื่นหนังสือผ่านไปยังรัฐบาล ขอให้หยุดใส่ร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมว่าไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน ก่อนจะสลาย ตัวไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ 1 พ.ค.



ถกเสธ.แดงยอมรื้อบังเกอร์

เวลา 13.00 น. บริเวณเต็นท์อำนวยการนปช.หน้าด่านศาลาแดง แกนนำนปช.ประกอบด้วย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายพายัพ ปั้นเกตุ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายขวัญชัย ไพรพนา และนายสำเริง ประจำเรือ หารือร่วมกับพล.ต. ขัตติยะ เสธ.แดง และพล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชญ์ ผบก.น.6 เพื่อแจ้งมตินปช.ที่ให้รื้อแนวป้องกันบนถนนราชดำริ ด้านหน้าโรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อเปิดทางให้รถพยาบาลได้เข้ามาส่งผู้ป่วยได้ โดยใช้เวลา 30 นาที ท่ามกลางบรรยากาศที่เคร่ง เครียด สุดท้ายพล.ต.ขัตติยะก็ยอมรับให้ดำเนินการตามมตินปช.

กระทั่งเวลา 13.30 น. นายอริสมันต์ แจ้งต่อกลุ่มผู้ชุมนุมผ่านเครื่องขยายเสียงขอให้ช่วยกันรื้อถอนสิ่งกีดขวาง โดยอ้างว่าเป็นการประสานจากตำรวจเพื่อขอเคลียร์เส้นทางเสด็จ จึงต้องยอมเปิดเส้นทาง และจะเปิดเพียง 2 ช่องทางจราจร ให้รถพยาบาลและผู้ที่เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลเดินทางเข้ามาได้เท่านั้น และจะมีการ์ดนปช.ตรวจอย่างเข้มงวด ขอให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมเชื่อมั่นว่าจะได้รับความปลอดภัยอย่างดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากแกนนำพยายามประสานทำความเข้าใจกับประชาชน มีมวลชนส่วนหนึ่งเข้ามาช่วยรื้อถอน แต่ส่วนใหญ่ยังจับกลุ่มวิจารณ์ในเชิงที่ไม่เห็นด้วยกับแกนนำ และกังวลเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากยังมีกำลัง ทหารประจำการอยู่ที่สะพานลอยสกายวอลก์ด้านสีลมตรงข้ามกับบังเกอร์ของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยบางคนเสียใจกับการตัดสินใจของแกนนำและระบุว่าคงเป็นเพราะแกนนำไม่ได้ประจำอยู่จุดนี้ตลอดเวลา จึงไม่สนใจความปลอดภัยของกลุ่ม ผู้ชุมนุม และบางส่วนประกาศว่าหากรื้อถอนจริงก็จะเดินทางกลับบ้านเพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรื้อยางรถยนต์และกำแพงไม้ไผ่รวก พบถุงน้ำบรรจุปลาร้าและปัสสาวะ ขวดแก้ว ก้อนหินขนาดย่อมอยู่ใต้แนวบังเกอร์เต็มไปหมด

ตร.รับปากดูแลความปลอดภัย

ต่อมาเวลา 14.30 น. ระหว่างที่กำลังรื้อบังเกอร์ นายพายัพได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่าขณะนี้นปช.ยอมรื้อถอนแนวป้องกันหน้าศาลาแดงแล้ว จึงขอฝากทหารที่ประจำการอยู่ที่สกายวอล์ก ให้แจ้งต่อพ.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้การร.11 รอ.ให้ถอนกำลังทหารออกจากสกายวอล์กเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นพล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. และพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้เดินทางเข้าหารือกับนายพายัพ โดยนายพายัพจึงให้พล.ต.ต.วิชัย พูดกับมวลชนเพื่อรับประกันความปลอดภัย โดยพล.ต.ต.วิชัย กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงว่า บช.น.ขอขอบคุณนปช.ที่เปิดเส้นทางจราจรบนถนนราชดำริหน้าโรงพยา บาลจุฬาฯ ซึ่งถูกต้องแล้วและจะนำเรื่องนี้ไปรายงานต่อผู้ที่ดูแลพื้นที่นี้อยู่ ขอรับรองความปลอดภัยของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยตำรวจจะนำแท่งคอนกรีตมากั้นเป็นแนวให้ พร้อมกับประสานให้กทม.มาทำความสะอาดพื้นถนนและฟุตปาธ

จากนั้นพล.ต.ท.สัณฐาน ได้เดินตรวจแนวที่จะกั้นให้แก่รถโรงพยาบาลและประชาชนที่เข้ามาใช้บริการในโรงพยาบาลจุฬาฯ โดยกำหนดให้เปิดถึงทางกลับรถ หน้าประตู 3 หน้าตึกสก. ร่นจากแนวป้องกันเดิม 400 เมตร โดยประสานงานกับนายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ดนปช. ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

สุขุมพันธุ์ดีใจม็อบยอมเปิดถนน

พล.ต.ท.สัณฐาน ให้สัมภาษณ์หลังจากกำหนดแนวของกลุ่มผู้ชุมนุมแล้วว่า เส้นทางหน้าโรงพยาบาลจุฬาฯ ถือเป็นเส้นทางสำคัญที่ผู้ป่วยจะเข้ามารับบริการ สตช.และบช.น.จึงจะต้องทำทุกวิถีทางให้ช่องทางจราจรดังกล่าวกลับมาเปิดได้โดยปกติ โดยได้เจรจากับแกนนำตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ จึงกำหนดเส้นตายและย้ำว่าหากไม่มีการเปิดเส้นทางจราจรตนจะใช้กำลังทุกอย่างที่มีอยู่เปิดเส้นทางจราจรให้ได้ เมื่อถึงตอนนั้นอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมยอมเปิดทางแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และจะประสานฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม

เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องของนปช.ที่ยอมเปิดเส้นทางจราจร แต่ขอให้นำกำลังทหารที่อยู่บนสกายวอล์ก ถอยแนวออกไป พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า เรื่องนี้เอาไว้ค่อยคุยกัน

เวลา 15.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เดินทางมาตรวจดูการทำความสะอาด พื้นถนนและฟุตปาธของเจ้าหน้าที่เทศกิจ จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดีใจที่นปช.ยอมเปิดเส้นทางให้แม้จะไม่ทั้งหมด ตนยังยืนยันตามความต้อง การที่ได้เจรจากับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.ไว้ก่อนหน้านี้ว่าขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมถอยไปอยู่ตั้งแต่บริเวณแยกสารสิน เพื่อคืนพื้นที่ถนนราชดำริช่วงนี้และลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัช กาลที่ 6 ให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อให้ทหารถอยร่นออกไป ซึ่งจะช่วยไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า แต่เรื่องนี้ต้องเจรจากันต่อไป ทั้งนี้เรื่องที่สำคัญที่ตนจะแจ้งให้ทุกฝ่ายรับทราบและช่วยเหลือแก้ปัญหา คือความปลอดภัยของรถพยาบาล เนื่องจากหากเกิดเหตุเหมือนวันที่ 10 เม.ย. หรือ 22 เม.ย. รถพยาบาลจะไม่สามารถทำหน้าที่ได้

เมื่อถามว่าเมื่อมีการคืนเส้นทางจราจรให้โรงพยาบาลจุฬาฯแล้ว จะเกิดกรณีนี้ขึ้นกับโรงพยา บาลตำรวจหรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า คงเป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของพื้นที่ หากเจ้าของพื้นที่ทำไม่ได้ ตนคงทำอะไรไม่ได้เช่นกัน

กรรมกรแดงขึ้นเวทีจี้มาร์ค

ผู้สื่อข่าวรายงานจากเวทีแยกราชประสงค์ว่า ในช่วงบ่าย ผู้ชุมนุมยังคงปักหลักฟังการปราศรัยอย่างเนืองแน่น แม้อากาศจะร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน โดยผู้ชุมนุมที่อยู่ในเต็นท์หรือตามร่มไม้ยังต้องใช้พัดเพื่อไล่ความร้อน และตลอดทั้งวันมีการนำไอศกรีมฟรีมาแจกจ่ายหลายคันรถเพื่อดับร้อน ส่วนการรักษาความปลอดภัยนอกจากจะมีการรักษาป้อมปราการทั้ง 6 ด่านอย่างเข้มงวดแล้ว การ์ดเสื้อแดงรวมถึงคนทั่วไปยังใช้กล้องส่องทางไกลเพื่อส่องหาตำรวจและทหาร ที่คาดว่าจะไปซุ่มตามตึกสูงรอบบริเวณการชุมนุม นอกจากนี้ผู้ชุมนุมหลายคนต่างสนใจเลือกซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มาตั้งแผงขายกันหลายสิบแผง

เวลา 15.30 น. ที่เวทีปราศรัยสี่แยกราชประ สงค์ มีตัวแทนกลุ่มกรรมกรแดงเพื่อประชาธิป ไตย ขึ้นเวทีปราศรัยเนื่องในวันแรงงาน เพื่อเสนอทางออกแก้ไขปัญหาวิกฤตต่อผู้ใช้แรงงาน รัฐบาลและประชาชน ดังนี้ 1.รัฐบาลต้องยุติการยุยงส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความแตกแยก และลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากันเอง 2.รัฐบาลต้องยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินร้ายแรง เพราะคุกคาม ทำลายสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย ปิดการรับรู้ข่าวสารของประชาชน 3.รัฐบาลต้องยุบสภา 4.ประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมต้องมีความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรม

ผอ.ร.พ.จุฬายันไม่มีเสียชีวิต

วันเดียวกัน ศ.น.พ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผอ.ร.พ. จุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า การเปิดถอยร่นของกลุ่มนปช.จากถนนราชดำริออกไปนั้น เพียงแค่เลนเดียว ยังไม่เพียงพอกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยที่จะมาใช้บริการของโรงพยาบาล และการเข้าออกของผู้ป่วยยังคงยากลำบากอยู่ดี ทั้งนี้ยังคงยืนยันว่า กลุ่มนปช.ควรถอยร่นไปถึงแยกสารสิน เพื่อบริเวณรอบโรงพยาบาลกลายเป็นเซฟโซน พร้อมยืนยันไม่มีแนวคิดใช้อำนาจศาลจัดการกับกลุ่มนปช. เนื่องจากต้องการให้เกิดความสงบ ไม่มีความขัดแย้ง และเห็นการพึ่งอำนาจศาลให้สั่งให้กลุ่มนปช.ออกจากพื้นที่ต้องใช้เวลานาน

ต่อข้อถามถึงกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยนั้น ศ.น.พ.อดิศร กล่าวว่า ยืนยันว่ายังไม่มีผู้ป่วยที่แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านและย้ายจากโรงพยาบาลจุฬาฯ ไปโรงพยาบาลอื่นเสียชีวิตแต่อย่างใด

"ฮิวแมนไรท์วอตช์"จี้เจรจา

สำนักข่าวต่างประเทศยังคงเกาะติดรายงานข่าวความขัดแย้งทางการเมืองของไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเอเอฟพีรายงานว่า นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอตช์ ทวีปเอเชีย (เอช อาร์ดับเบิลยู) องค์กรคุ้มครองสิทธิมนุษยชนชั้นนำของโลก ออกแถลงการณ์ระบุว่า สถานการณ์ ต่อสู้ตอบโต้กันระหว่างม็อบคนเสื้อแดง ม็อบต่อต้านคนเสื้อแดง และเจ้าหน้าที่ความมั่นคง กำลังทำให้เหตุรุนแรงทางการเมืองของไทยย่ำ แย่หนักกว่าเดิม จึงเห็นว่าทุกฝ่ายต้องควบคุมไม่ให้กลุ่มผู้สนับสนุนของตนโจมตีซึ่งกันและกัน พร้อมเปิดเจรจาหาทางออกทางการเมืองก่อนที่ความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ฮิวแมนไรท์วอตช์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยจัดตั้งคณะทำงานอิสระขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุรุนแรงต่างๆ รวมถึงเหตุ การณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการปะทะเมื่อวันที่ 10 เม.ย. เพื่อนำตัวผู้บงการอยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีให้หมด

สิทธิมนุษยชนเอเชียจวกทหาร

ด้านศูนย์สิทธิมนุษยชนเอเชีย (เอซีเอชอาร์) องค์กรพัฒนาเอกชน ซึ่งมีสถานะเป็นที่ปรึกษาด้านสิทธิมนุษยชนให้กับสภาเศรษฐกิจและสังคม สหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ว่า จากหลักฐานภาพถ่ายวิดีโอเหตุการณ์ปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมเสื้อแดง เมื่อวันที่ 10 เม.ย. พบว่า ทหารไทยใช้กำลังโดยไม่เหมาะสมเป็นเหตุให้เกิดการละเมิดสิทธิในการมีชีวิตอยู่ของพลเรือนจำนวนมาก และมีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บประมาณ 800 ราย นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังปิดกั้นไม่ให้ประชาชนเข้าถึงสื่อที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐ

แถลงการณ์เอซีเอชอาร์ชี้ด้วยว่า กฎข้อ 9 ในหลักปฏิบัติพื้นฐานด้านการใช้กำลังและอาวุธของสหประชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า เจ้าหน้าที่จะไม่ใช้อาวุธกับบุคคลทั่วไปยกเว้นในกรณีป้องกันตัวหรือปกป้องชีวิตของบุคคลอื่นและผู้บาดเจ็บ แต่จากหลักฐานที่นักการเมืองฝ่ายค้านของไทยยื่นให้เอซีเอชอาร์กลับปรากฏว่า ทหารไทยไม่ได้ใช้อาวุธเพื่อป้องกันตัว หรือปกป้องชีวิตบุคคลอื่น เพราะมีการไตร่ตรองและเจตนาฆ่าผู้ชุมนุม ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่ามีกลุ่มคนชุดดำยิงทหารทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตอบโต้เข้าใส่ฝ่ายผู้ชุมนุมนั้นเป็นข้อกล่าวหารุนแรง ซึ่งต้องเปิดสอบสวนกันต่อไป เอซีเอชอาร์ขอเรียกร้องให้ไทยเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงกรณี 10 เม.ย. รวมถึงการละเมิดหลักสิทธิมนุษชน และเสรีภาพของประชาชน และผลสอบสวนต้องเปิดเผยสู่สาธารณะภายใน 1 เดือน ถ้าพบว่าใครเป็นผู้สั่งการฆ่าประชาชนต้องถูกดำเนินคดี

ฮึ่มให้ศาลระหว่างประเทศสอบ

เอซีเอชอาร์ เตือนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลไทยด้วยว่า ควรตระหนักเอาไว้ว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2553 ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) มีคำสั่งเปิดพิจารณาคดีสังหารโหดพลเรือนชาวเคนยาหลายร้อยคนเมื่อปี 2551 หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งทั่วไปในเคนยา ซึ่งผลสอบสวนของไอซีซีออกมาว่า ถ้ารัฐบาลระดับชาติล้มเหลว และจัดตั้งคณะทำงานที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของพลเรือนขึ้นมาไม่ได้ กลไกระดับนานาชาติก็ สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ แม้ปัจจุบันรัฐบาลไทยยังไม่ลงนามสัตยาบันข้อตกลงกรุงโรมของไอซีซี แต่กลไกสิทธิมนุษชนทั้งระดับในประเทศและนานาชาติสามารถยื่นเรื่องต่อศาลไอซีซีให้เปิดการพิจารณาได้เช่นกัน

ตอนท้ายของแถลงการณ์ เอซีเอชอาร์ เสนอให้รัฐบาลไทยออกแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจนไปยังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงให้หลีกเลี่ยงการใช้อาวุธ ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และยกเลิกคำสั่งแบน-บล็อกสถานีโทรทัศน์ วิทยุ และเว็บไซต์ ที่ถูกกล่าวหาว่ามีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพรรคฝ่ายค้าน และเสนอให้ฝ่ายรัฐบาล พรรคเพื่อไทย และนปช.เปิดเจรจาเพื่อประกาศโรดแม็ปในการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

แนะให้ยุติปฏิบัติการทางทหาร

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กลุ่มวิกฤต การณ์ระหว่างประเทศ (ไอซีจี) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ทำหน้าที่ติดตามวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อปลดชนวนความขัดแย้งทั่วโลก เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับปัญหาของไทยในขณะนี้ว่า ระบบการเมืองของไทยพังพินาศลงแล้ว และดูเหมือนจะไม่สามารถฉุดดึงประเทศออกจากวงจรขัดแย้งซึ่งลุกลามไปทั่ว การเผชิญหน้าบนท้องถนนในกรุงเทพฯ ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับคนเสื้อแดงย่ำแย่ลงทุกวัน อาจพัฒนาไปสู่สภาวะสงครามกลาง เมือง แม้จะไม่มีการประกาศออกมาตรงๆ ก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ไทยควรพิจารณาขอความช่วยเหลือหา "คนกลาง" จากประชาคมโลกเข้ามาช่วยแก้วิกฤต อาทิ บุคคลที่มีสถานะสูงๆ ในสังคม โลกที่เคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เช่น ประธานาธิบดีโฮเซ่ รามอส ฮอร์ตา แห่งติมอร์ ที่เพิ่งมาเยือนกรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ และคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายควรเจรจากันเพื่อยุติปฏิบัติการทางทหาร ส่วนการชุมนุมประท้วงควรจำกัดวงเฉพาะในเชิงสัญลักษณ์ ไม่ต้องใช้คนจำนวนมาก และไม่รบกวนวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ ตัวอย่างเช่น อาจเริ่มกระบวนการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลรักษาการแห่งชาติ เพื่อเตรียมการนำไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ เป็นต้น

พท.หนุนองค์กรสิทธิฯเอเชีย

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายซูฮัก จั๊ก ม่า ประธานองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (ACHR) ได้เข้าพบคณะทำงานของพรรคเพื่อไทย เพื่อขอข้อมูลเหตุการณ์การสลายชุมนุมและลงพื้นที่ตรวจสอบการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนายซูฮัก ระบุว่า จากข้อมูลและภาพวิดีโอที่มีผู้ร้องเรียนเข้าไป พบว่ารัฐบาลได้ใช้มาตรการเกินกว่าเหตุ จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และยังปิดกั้นสื่อที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลไม่ให้เสนอข้อเท็จจริง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน และขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการกระทำดังกล่าว รวมทั้งให้รัฐบาลเปิดเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า คำกล่าวของ ประธานองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย ถือเป็นการประจานรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ว่าละเมิดสิทธิมนุษย์ และการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่เป็นไปตามหลักสากลตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง รวมทั้งเป็นการตบหน้าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ไม่ทำหน้าที่ของตนเอง ดังนั้น ขอเรียกร้องไปยังนางอัมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อย่าทำตัวเป็น 2 มาตรฐานและควรมีจิตสำนึกรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง หากไม่กล้าดำเนินการอะไรกับรัฐบาลก็ควรลาออกไปทั้งคณะ อย่าอยู่ให้เปลืองภาษีประชาชน

เตือนรัฐบาลอย่าสลายม็อบ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยของโรงพยา บาลจุฬาลงกรณ์ว่า พรรคทราบข่าวมาก่อนหน้านี้แล้วว่าโรงพยาบาลจุฬาฯ ทยอยย้ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล เนื่องจากรัฐบาลเตรียมจะใช้อาวุธสงครม แก๊สน้ำตาและระเบิด เข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ดังนั้นจึงได้สั่งการให้ทางโรงพยา บาลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเป็นอุปสรรคต่อการสลายการชุมนุม ขณะเดียวกันก็มีการปล่อยข่าวกดดันผู้ชุมนุม จนเกิดเหตุการณ์กลุ่มเสื้อแดงเข้าไปตรวจค้นในโรงพยา บาล

นายวรวัจน์กล่าวด้วยว่า รัฐบาลจึงพยายามเผยแพร่ภาพเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทำให้ดูเป็นเรื่องราวใหญ่โต ทั้งที่การที่กลุ่มเสื้อแดงเข้าไปในโรงพยาบาลนั้นได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลแล้ว อย่างไรก็ตามอยากฝากเตือนไปยังรัฐบาลว่า อย่าทำอะไรที่เกินกว่าเหตุ รวมทั้งฝากเตือนไปยังกลุ่มเสื้อแดงด้วยว่าอย่าตกเป็นเหยื่อของรัฐบาล และขอให้นึกถึงเหตุการณ์เมษาเลือดเป็นบทเรียนไม่ให้เกิดเหตุซ้ำสอง

"เทือก"รุดรดน้ำศพทหาร

เวลา 15.30 น. ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมพิธีรดน้ำศพ พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ปะทะที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา

โดยในเวลา 16.30 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เป็นผู้ประกอบพิธีน้ำหลวงพระราชทานอาบศพ อย่างไรก็ตาม เวลา 17.30 น. มีการสวดพระอภิธรรม และในวันที่ 2 พ.ค. เวลา 10.00 น. จะนำศพพลทหารณรงค์ฤทธิ์ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบุญทันตา (บ้านละกอ) ต.บ้านละกอ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์

ดีเอสไอบุกค้นห้องแรมโบ้

ก่อนหน้านี้ เวลา 11.30 น. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันนท์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พร้อมด้วยทีมสะกดรอยของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่สถาบันนิติ วิทยาศาสตร์ ได้นำหมายค้นของศาลอาญา เข้าตรวจค้นที่ห้องพักของนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำ นปช. ที่ห้องพักเลขที่ 206 ชั้น 2 เฟิร์สอพาร์ทเมนท์ ภายในซ.ลาดพร้าว 71 แขวงวัง ทองหลาง เขตลาดพร้าว กทม. ซึ่งจากการตรวจสอบและสะกดรอยของเจ้าหน้าที่จากกรมสอบ สวนคดีพิเศษ ทราบว่านายสุภรณ์ได้มาเช่าห้องดังกล่าวเอาไว้ เพื่อใช้สำหรับเป็นที่พักผ่อนส่วนตัว ภายหลังจากที่เสร็จสิ้นการร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์แล้ว จากการตรวจสอบไม่พบตัวนายสุภรณ์อยู่ในห้องแต่อย่างใด แต่จากการตรวจค้นในห้องพบสลักระเบิด ที่ยังไม่ทราบว่าเป็นระเบิดชนิดใด จำนวน 3 ชิ้น กระสุนปืนลูกซอง จำนวน 10 นัด กระสุนปืน ขนาด 9 ม.ม. ชนิดหัวทองแดงและหัวเจาะเกราะ จำนวน 25 นัด และเอกสารการปลุกระดม อีกจำนวนหนึ่ง จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยสลักระเบิดที่พบก็จะให้เจ้าหน้าที่ของสถาบันนิติ วิทยาศาสตร์ นำไปตรวจสอบว่าเป็นระเบิดชนิดใด เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่เคยเกิดขึ้นในการชุมนุมการเมืองที่ผ่านมาหรือไม่ ส่วนตัวของนายสุภรณ์นั้น ทราบว่าได้เดินทางออกจากห้องพักไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึงแล้ว กำลังทั้ง หมดจึงเดินทางกลับ

พธม.แขวนคอหุ่นทักษิณ

เวลา 18.30 น. ที่สนามหน้าเมืองนครศรี ธรรมราช ม็อบพันธมิตรในนาม"กลุ่มประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชรักในหลวง" เดินทางมารวมตัวกันประมาณ 200 คน นำโดยนายสมพร กันทวัง นายเจษฎา วงค์เมฆ โจมตีกลุ่มนปช.และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐ มนตรีอย่างดุเดือด

ในขณะเดียวกันได้มีการนำไม้ไผ่มาปักเป็นเสา 2 ข้าง จากนั้นนำหุ่นของพ.ต.ท.ทักษิณมาผูกคอด้วยผ้าสีแดง แขวนกับเสาไม้ไผ่ ส่วนด้านหน้าหุ่นมีการเขียนข้อความสาปแช่งพ.ต.ท. ทักษิณ นอกจากนี้ยังมีการแจกใบปลิว 2 แผ่นสาปแช่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายวีระ มุสิกพงศ์

มาร์คเดินสายสัมภาษณ์สื่อนอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภารกิจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 2 พ.ค. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) เริ่มด้วยการออกอากาศสดรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.11) ในเวลา 09.00 น. ต่อมาเวลา 10.00 น.ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนสำนักข่าวซีเอ็นบีซีของสหรัฐอเมริกา ก่อนจะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดพิเศษ ในเวลา 10.30 น. ที่อาคารศาสนสถาน ภายใน ร.11 รอ.

ช่วงบ่ายหลังจากเป็นประธานการประชุมครม.เสร็จแล้ว นายกฯ จะให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวของประเทศญี่ปุ่น จำนวน 5 แห่ง อาทิ จีจิ เพรส , อาซาฮี ชิมบุน , ฟูจิ ทีวี และปิดท้ายด้วยการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีซีทีวีของประเทศจีน คาดว่าการให้สัมภาษณ์ของนายกฯต่อสื่อต่างประเทศหลายสำนักครั้งนี้ จะเป็นการชี้แจงถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย และการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ล่าสุดได้มีการบุกเข้าไปในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ทางโรงพยาบาลต้องขนย้ายผู้ป่วยทั้งหมดออกไปทำการรักษาโรงพยาบาลแห่งอื่นๆ

วีระขออภัยผอ.ร.พ.จุฬาแล้ว

เวลา 17.00 น. ได้มีลมและฝนตกลงมาอย่างแรงบริเวณพื้นที่ชุมนุมแยกราชประสงค์ แต่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ปักหลักฟังการปราศรัย ขณะที่บางส่วนหลบอยู่ตามอาคารโดยรอบ หลังจากผ่านไป 15 นาทีฝนได้หยุดตก ผู้ชุมนุมจึงออกมาฟังการปราศรัยหลายพันคน

เวลา 18.11 น. ที่เวทีราชประสงค์ น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. แถลงถึงจุดยืนของนปช.จากกรณีกลุ่มนปช.เข้าไปตรวจค้นภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ว่า วันนี้นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานนปช.และผอ.โรงพยาบาลจุฬาลง กรณ์ ได้มีการเจรจากันโดยมีข้อสรุปว่านปช.ยินดีอำนวยความสะดวกให้คนไข้ ส่วนโรงพยาบาลจะกลับมาเปิดบริการรับคนไข้เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.

น.พ.เหวง กล่าวว่า ส่วนที่พ.ญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม.นำเรื่องนี้มาโจมตีเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของนปช.ด้วยการติดต่อกับองค์การกาชาดสากล และอาจมีการบิดเบือนข้อมูล ดังนั้น นปช.จึงเตรียมยื่นจดหมายถึงมิสเตอร์ คริสเตียน บรูนเนอร์ หัวหน้าฝ่ายภูมิภาค กาชาดสากล วันที่ 3 พ.ค.เวลา 11.00 น. โดย น.พ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ เป็นตัวแทนของนปช. เพื่อไปยื่นจดหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาของจดหมายมีใจความพอสรุปว่า เราชาวนปช.เขียนจดหมายนี้เพื่อขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันที่ 29 เม.ย. ซึ่งเราได้รับแจ้งจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่ามีทหารติดอาวุธหลบซ่อนอยู่ในอาคารของโรงพยา บาลจุฬาฯ ท่านอาจได้อ่านรายงานข่าวทางหนัง สือพิมพ์ว่ามีการยิงอาวุธออกจากพื้นที่บริเวณนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคนและคนบาดเจ็บหลายคน แน่นอนว่ารัฐบาลตำหนิเราว่ามีส่วนร่วมในโศก นาฏกรรมนี้

โวยรัฐคุกคามค้นห้องแรมโบ้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.กล่าวว่า กรณีร.พ.จุฬาฯ เราได้เจรจากับผู้บริหารโรงพยา บาล โดยมีข้อสรุป 2 ข้อ 1.นปช.จะถอยมาในจุดที่ร.พ.ให้บริการได้ 2.ร.พ.จะไม่ให้ทหารเข้าไปกระทำการใดๆ ซึ่งปัญหาระหว่างนปช.กับร.พ. จุฬาฯได้สิ้นสุดลงแล้ว

นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับทราบรัฐบาลได้สั่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นห้องพักของนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำนปช.ที่ลาดพร้าวซอย 71 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวถือเป็นมาตรการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายเป็นการคุกคามประชาชน ใช้อำนาจของรัฐโดยมิชอบ และยังเป็นพฤติกรรมของรัฐบาลที่กระหายอำนาจ อย่างไรก็ตาม คดีนี้เป็นคดีอาญามีอายุความ 20 ปี และตอนนี้นายสุภรณ์มีหมายจับ จึงไม่สามารถไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้ และภายหลังหากการชุมนุมของนปช.ไปสู่จุดมุ่งหมายจะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อนำคนสั่งมารับผิด

ตู่ยันเสธ.แดงไม่ใช่แกนนำ

ส่วนกรณีการเคลื่อนไหวของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นายจตุพร กล่าวว่า หากเสธ.แดงต้องการที่จะร่วมชุมนุมอยู่ในพื้นที่ของคนเสื้อแดงก็จะต้องปฏิบัติตามมติของแกนนำนปช.และแกนนำทุกคนต้องเคารพมติเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุม ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมต้องพร้อมที่จะร่วมปฏิบัติตามมติของแกนนำ ดังนั้น เมื่อเราจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดก็ต้องไปในทิศทางเดียวกัน ถึงจะประสบความสำเร็จ

"เสธ.แดงก็เป็นผู้ชุมนุมคนหนึ่งเท่านั้นไม่ใช่แกนนำที่ชัดเจน หากต้องการที่จะร่วมชุมนุมท่านก็ต้องปฏิบัติเหมือนเรา ทั้งแกนนำและผู้ชุมนุมก็ต้องปฏิบัติเหมือนกัน มันถึงจะเกิดเป็นภราดรภาพไปสู่ชัยชนะที่ชัดเจน" นายจตุพร กล่าวและว่า ส่วนข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่ากรรมการสิทธิฯ ควรไปฟอกตัวเองก่อนเพราะภาพของกรรมการสิทธิ์กำลังโอบอุ้มรัฐบาลและตอบสนองงานให้รัฐบาลอยู่ หากทำตัวให้เป็นกลางได้เป็นที่ประจักษ์เราก็พร้อมรับข้อเสนอต่อไป

แรมโบ้โวยถูกยัดเยียดอาวุธ

เวลา 20.00 น. ที่หลังเวทีปราศรัยสี่แยกราชประสงค์ นายสุภรณ์ ให้สัมภาษณ์กรณีดีเอสไอบุกเซฟเฮาส์ย่านลาดพร้าว พบอาวุธผิดกฎหมายและชิ้นส่วนระเบิดจำนวนมากว่า ขอยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ว่าในห้องไม่มีอาวุธสงครามหรือหนัง สือล้มเจ้าตามที่เป็นข่าว โดยสถานที่พักซึ่งเป็นคอนโดฯนั้นเป็นห้องที่เช่ามาเพียงแค่ 1 เดือน ใช้เปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ยังไม่เคยนอนแม้แต่คืนเดียว อย่างไรก็ตาม ได้ให้แม่บ้านไปทำความสะอาดบ้าง เชื่อว่าเป็นแผนของรัฐบาลในการคุกคามแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อให้มวลชนอยู่ในสภาพหวาดกลัว ไม่กล้าเข้าร่วมชุมนุม โดยรัฐบาลมียุทธวิธี 4 ขั้นคือ 1.ตั้งด่านเพื่อสกัดคนเข้าร่วมชุมนุม 2.นำกองกำลังมากดดันโดยที่ยังไม่มีการสลาย 3.มีการประชาสัมพันธ์ด้วยวิธีทางจิตวิทยา อาทิ ระบุว่ามีระเบิดตามสถานที่ต่างๆ 4.พยายามตรวจค้นจับกุมไล่ล่าแกนนำ โดยการล่อออกไปในสถานที่ต่างๆ เพื่อรวบตัว

"ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยถืออาวุธสงคราม ไม่มีอาวุธ เชื่อว่าเป็นการยัดเยียดข้อกล่าวหาให้กับ ผม ถามว่าการไปตรวจค้นนั้นใช้สิทธิ์อะไรเข้าไปตรวจค้น เพราะคอนโดฯนี้ก็มีเจ้าของ ผมจะดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนใครที่ยัดเยียดข้อหาให้นั้นถือเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ซึ่งก็ขอให้รับกรรมนั้นกลับไป" นายสุภรณ์ กล่าว

ศอฉ.สั่งเคลียร์ม็อบหน้าร.พ.จุฬาฯ

เวลา 20.10 น. ที่ศอฉ. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกทบ. ในฐานะโฆษกศอฉ. พล.ต.ต. บุญส่ง พานิชอัตรา รองผบช.น. ร่วมกันแถลงข่าว โดยพ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า การประชุมวันเดียวกันนี้ มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รวม. กลาโหมในฐานะรอง ผอ.ศอฉ. เป็นประธานการประชุม มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เข้าประชุมรับฟังด้วย สืบเนื่องจากกรณีกลุ่มเสื้อแดงบุกค้นร.พ.จุฬาฯ วันที่ 29 เม.ย. การดำเนินการ ของกลุ่มเสื้อแดงทำให้ประชาชนขาดความมั่นใจในร.พ.จุฬาฯ และรู้สึกไม่สบายใจ ทั้งแพทย์และพยาบาลไม่มีความปลอดภัย ขณะนี้ทุกฝ่ายร่วมกันประณามคนเสื้อแดงแม้ว่าแกนนำกลุ่มเสื้อแดงจะออกมาปฏิเสธ แต่การเป็นแกนนำไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้

พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า นายกฯ มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เข้าไปวางกำลังในร.พ.จุฬาฯ ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเปิดพื้นที่บริเวณหน้าร.พ.จุฬาฯ ทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่แพทย์และพยาบาล รวมถึงประชา ชนที่มารักษาที่ร.พ.ต่อไป การจะทำให้ร.พ.จุฬาฯ เกิดความมั่นใจ หมายความว่าบริเวณถนนแถวนั้นต้องไม่มีผู้ชุมนุม เพื่อไม่ให้มีการคุกคามประชาชนได้ วันที่ 2 พ.ค.นี้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.จะเดินทางต่อเนื่องเพื่อเคลียร์พื้นที่ทั้งหมด ในรูปแบบเริ่มต้นจากการเจรจา หากการเจรจาไม่เป็นผลอาจต้องดำเนินการในลักษณะจำเป็นต้องใช้กำลัง เรียนให้ทราบว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีความประสงค์จะสลายการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ แต่เป็นการขอพื้นที่หน้า ร.พ.จุฬาฯ คืนเท่านั้น เพื่อให้แพทย์มีความพร้อมดูแลประชาชน โดยที่ประชุมมั่นใจว่าตำรวจสามารถดำเนินการได้

ยังไม่สรุปทหารยิงกันเองหรือไม่

พ.อ.สรรเสริญกล่าวถึงการเสียชีวิตของพลทหารณรงฤทธิ์ สาละ จากการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับกลุ่มเสื้อแดงบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ศอฉ.แถลงว่าวิถีกระสุนยิงมาทางฝั่งทางขวา ซึ่งสวนทางกับคำแถลงของร.พ.พระมงกุฎ ที่ระบุว่าวิถีตรงมาทางขมับซ้ายหางคิ้วว่า เอาภาพให้ดูเพื่อให้สังคมอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเจ้าหน้าที่ยิงกันเอง คำว่ายิงกันเองหมายความว่ายิงมาทางด้านซ้ายที่มีทหารอยู่ หรือยิงมาทางด้านหน้า เราเปิดภาพให้ดูแล้วว่ายิงมาจากทางขวา ยิงแล้วล้มมาทางซ้าย ซึ่งสอดสัมพันธ์กัน แต่ถามว่าขัดกับทางร.พ.พระมงกุฎหรือไม่ ไม่ขัด เพราะว่ามันมีความเป็นได้ ในการขี่จักรยานยนต์เข้าไป การล้มไม่ได้ล้มจากการลื่นไถล แต่การล้มเกิดจากคนที่นั่งข้างหลังแล้วถูกยิงเสียหลักไปทางด้านซ้าย ทำให้รถล้ม ก่อนที่จะถูกยิงมีความเป็นไปได้ว่าผู้นั่งซ้อนอาจจะหันหน้ามาทางขวา เพราะมีการยิงกันตลอด คงไม่มีการหันหน้าตรง มีความเป็น ได้ที่จะหันมาทางด้านขวาแล้วกระสุนก็ยิงเข้า แต่ยังไม่ได้ฟันธงว่าต้องเป็นอย่างนี้ ดังนั้น อย่าเพิ่งเร่งด่วนสรุปขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน

ตร.จะเคลียร์เพิ่มตรงข้ามร.พ.

พล.ต.ต.บุญส่งกล่าวว่า การดำเนินการของ กองบัญชาการตำรวจนครบาลในการเปิดช่องทาง ในถนนราชดำริ ตั้งแต่แยกศาลาแดง ถึงหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถึงตึก สก. ช่วงสายผบช.น. ได้ประสานงานกับแกนนำผู้ชุมนุม กระทั่งช่วงเย็นสามารถเปิดพื้นที่ในถนนราชดำริตั้งแต่แยกศาลาแดงไปจนถึงตึก สก.ได้สำเร็จ เป็นระยะทาง 160 เมตร โดยเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางออกไปพ้นช่องทางจราจร ให้ไปอยู่ในแนวเกาะกลางของถนนราชดำริ และจัดกำลังเข้าไปดูแลอาคารต่างๆ เพื่อให้แพทย์ พยาบาล ของโรงพยาบาลเกิดความมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง ขณะนี้แม้โรงพยาบาลจะยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยที่จะเปิดให้บริการ แต่ทางบช.น.จะดำเนินการขอคืนพื้นที่ในส่วนของเกาะกลางและฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะขอคืนพื้นที่ไปจนถึงแยกสารสินและเปิดให้ประชาชนใช้เส้นทางได้ตามปกติภายในวันจันทร์นี้ได้หรือไม่ พล.ต.ต.บุญส่งกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังเจรจา จะพยายามอย่างเต็มที่ โดยวันที่ 2 พ.ค.นี้ ผบช.น.จะเป็นผู้ลงไปเจรจากับแกนนำด้วยตนเอง


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.