มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 13363 คน
วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7443 ข่าวสดรายวัน


นาที"วิ"ลูกปืนว่อน พญ.หวิด ไอ้คลั่งจี้-อยู่ในรถ


ถูกยิงเจ็บไปด้วย ตั้งกก.สอบแล้ว! "วิเชียร"รดน้ำศพ ทั้งดต.กับแท็กซี่ เผยภาพวงจรปิด



(1)ภาพนายธาดา อินทมาศ ลงจากเก๋งไปแทงและแย่งปืนด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี
(2)จังหวะเดินกลับมาพร้อมปืนและเสื้อเต็มไปด้วยเลือด
(3)นายธาดาแทงและยิงตำรวจแล้วขับเก๋งย้อนศรพุ่งชนรถแท็กซี่
(4)ลงจากรถไปยิงนายอำนาจ พวงสูงเนิน โชเฟอร์แท็กซี่ตายคาแยกศรีอยุธยา
ตร.แห่งชาติตั้งกก. สอบเหตุการณ์ไอ้คลั่ง อาละวาดฆ่า 2 ศพก่อน โดนจับตาย ยันไม่ได้สอบกรณีจับตายแล้วพ.ญ.ตัวประกันบาดเจ็บ ผบก.น.1 วอนเห็นใจเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็ว อีกทั้งรถเกิดเหตุยังติดฟิล์มมืดมาก ตร.ต้องตัดสินใจทันทีไม่เช่นนั้นคนร้ายอาจไปฆ่าใครเข้าอีก ด้านพ.ญ.พ้นขีดอันตรายแล้ว เผยกับคนใกล้ชิดถูกคนร้ายใช้ปืนจ่อหัวจนต้องหมอบลงกับพื้นรถ ก่อนตร.ระดมยิงสนั่นไหวั่นไหว แม่พ.ญ. เข้าใจตำรวจทำตามหน้าที่ ไม่ติดใจที่ลูกสาวบาดเจ็บไปด้วย ผบ.ตร.เป็นประธานรดน้ำศพ ด.ต.และแท็กซี่พลเมืองดี มอบเงินช่วยเหลือทั้ง 2 ครอบครัว โดยด.ต.ได้เลื่อนเป็น"พ.ต.ต." พร้อมดูแลลูกๆ และจะให้เมียเข้ารับราชการตำรวจด้วย

จากเหตุสะเทือนขวัญกลางกรุง นายธาดา อินทมาศ อายุ 36 ปี เกิดคลุ้มคลั่งชิงรถยนต์ของร.ต.วิชัย วิไลรัศมี นายทหารนอกราชการบริเวณ ถ.เทิดพระเกียรติ จ.นนทบุรี ก่อนใช้มีดแทงด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบ.หมู่ จร.สน. ดุสิต และแย่งปืนมายิงซ้ำเสียชีวิตคาป้อมริมถนนสุโขทัย ตัด ถ.พิชัย เขตดุสิต ก่อนขับรถสวนเลนไปถึงแยก ถ.ศรีอยุธยา ตัด ถ.พระราม 6 แล้วใช้ปืนยิงใส่นายอำนาจ พวงสูงเนิน คนขับรถแท็กซี่ที่จอดขวางทางตายเป็นศพที่ 2 แล้วทิ้งรถไปชิงรถเก๋งคัมรี่ของพ.ญ.พิภัทรา สายโลหิต แพทย์ประจำร.พ.ค่ายสุรนารี ที่เดิน ทางมาพร้อมกับมารดา โดยคนร้ายขับรถพา พ.ญ.พิภัทราติด ไปด้วย ก่อนขับชนตำรวจบาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งนาย กระทั่งมาจนมุมที่สัญ ญาณไฟจราจร ก่อนจะเข้าวงเวียนอนุสารีย์ชัย สมรภูมิ ซึ่งกำลังตำรวจจากหลายหน่วยปิดล้อมยิงรถจนยางแตก แต่นายธาดาไม่ยอมจำนนใช้อาวุธปืนยิงสู้ เจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้ถูกคนร้ายเสียชีวิต ขณะที่พ.ญ.พิภัทราได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายเกิดอาการประสาทหลอนจากยาเสพติด ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ตั้งกก.สอบชุดจับตาย

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 15 เม.ย. พล.ต.ต. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึงคดีตำรวจวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายก่อเหตุชิงรถยิงตำรวจและโชเฟอร์แท็กซี่เสียชีวิตว่า การก่อเหตุดังกล่าวถือเป็นการกระ ทำที่อุกอาจ คนร้ายมีพฤติกรรมการก่อเหตุที่ต้องการทำร้ายตำรวจและพลเมืองดีที่เข้ามา ระงับเหตุ การที่ตำรวจใช้วิธีวิสามัญฯ เพื่อต้อง การหยุดยั้งเหตุการณ์ ซึ่งในเวลานั้นคงไม่สามารถใช้วิธีการเจรจาได้ ส่วนกรณีที่มารดาของพ.ญ.พิภัทรา สายโลหิต ที่ถูกจับเป็นตัวประกันออกมาระบุว่าตำรวจวิสามัญฯ คนร้ายโดยไม่คำนึงถึงตัวประกันที่อยู่ในรถนั้น กรณี นี้คงต้องรอสอบถามข้อเท็จจริงจากตัวพ.ญ. พิภัทราอีกครั้ง โดยตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว

ปูนบำเหน็จด.ต.พลีชีพ

พล.ต.ต.ประวุฒิกล่าวอีกว่า สำหรับด.ต. จิโรจน์ บุญทองคำ ผบ.หมู่ จร.สน.พญาไท ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเข้าระงับเหตุนั้น จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุด.ต. จิโรจน์กำลังปฏิบัติหน้าที่ควบคุมสัญญาณไฟจราจรอยู่บริเวณ ถ.ศรีอยุธยา และได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายก่อเหตุยิงตำรวจเสียชีวิตกำลังขับรถหลบหนีมาบริเวณดังกล่าว จึงพยายามออกมาขัดขวาง แต่คนร้ายกลับขับรถยนต์พุ่งชนจน ด.ต.จิโรจน์ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.ตำรวจ โดยได้รับบาดเจ็บกระดูก คอชิ้นที่ 6 แตก ส่วนบริเวณข้อเท้าซ้ายมีกระดูกแตกบางส่วน ซึ่งคงต้องรอดูอาการหลังการผ่าตัดและคงต้องให้เวลาในการพักฟื้น ในส่วนของ ตร.เตรียมนำเงินกองทุนจำนวน 150,000 บาท มามอบเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและให้การช่วยเหลือ

พล.ต.ต.ประวุฒิกล่าวว่า ส่วนกรณีของด.ต. ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบ.หมู่ จร.สน.ดุสิต ที่ถูกคน ร้ายยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุนั้น เตรียมพิจารณาปูนบำเหน็จให้ 5 ขั้น 7 ชั้นยศ เป็นพ.ต.ต. และจะมอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวประมาณ 5-7 แสนบาท ส่วนกองทุนของ ตร. ให้ความช่วยเหลือบุตรชายของด.ต.ลิขสิทธิ์ ส่งเรียนหนังสือจนจบระดับมหาวิทยาลัย นอก จากนี้อาจพิจารณาให้นางเบญจวรรณ พิลาศรี อายุ 37 ปี ภรรยาเข้ามารับราชการตำรวจ

พลีชีพ - พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. รดน้ำศพด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ตำรวจจราจรสน.ดุสิต ที่วัดสุคันธาราม โดยสั่งปูนบำเหน็จความดีความชอบอย่างเต็มที่ เมื่อวันที่ 15 เม.ย.



เมียเป็นลม-นาทีรับศพ

วันเดียวกัน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน. ดุสิต เดินทางมารับศพ ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบ.หมู่ จร.สน.ดุสิต ที่สถาบันนิติเวช ร.พ.วชิรพยาบาล พร้อมเพื่อนข้าราชการตำรวจ นางเบญจวรรณ พิลาศรี อายุ 38 ปี ซึ่งกำลังตั้งท้อง 5 เดือน ด.ช.ประกาศิต หรือ "น้องเก่ง" พิลาศรี อายุ 12 ปี และ ด.ช.ภานุวัฒน์ หรือ "น้องลีโอ" พิลาศรี อายุ 4 ขวบ ภรรยาและลูกของด.ต.ลิขสิทธิ์ โดยพล.ต.ต.วิชัยเป็นประธานวางพวงมาลัย เคารพศพและจุดธูปบอกกล่าวอัญเชิญศพผู้ตายออกจากห้องผ่าชัน สูตร ขึ้นรถตู้สวัสดิการตำรวจตราโล่ ทะเบียน 19168 เดินทางออกจากโรงพยาบาล นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดสุคันธาราม แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กทม. ระหว่าง ผบก.น.1 จุดธูปบอกกล่าวกับดวงวิญญาณอยู่นั้น นางเบญจวรรณ ก็เกิดอาการช็อกเป็นลมหมดสติ จนญาติ ต้องช่วยกันหามร่างไปปฐมพยาบาลกันอย่างโกลาหล

มอบเงินช่วยเหลือ

ต่อมาพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. และคณะมาเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่จำนวนมาก พล.ต.ต.วิชัยมอบเงินส่วนตัวให้ครอบครัวของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ จำนวน 100,000 บาท เงินกองกลางของ บก.น.1 อีก จำนวน 30,000 บาท ด้านพล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจากนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมอบเงินกอง ทุนสวัสดิการตำรวจให้กับครอบครัวพิลาศรี จำนวน 150,000 บาท และเงินฌาปนกิจอีก 360,000 บาท โดย ผบ.ตร.จะมอบเงินส่วนตัวให้อีก 100,000 บาทด้วยในพิธีรดน้ำศพนี้

อยากให้ลูกเป็นตร.ด้วย

นางเบญจวรรณกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าสลดว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนี้อยากให้ผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยเหลือด้านการศึกษาของลูกชายทั้ง 2 คน โดยเฉพาะน้องเก่ง ลูกชายคนโตที่สามีวาดหวังไว้อยากจะให้เป็นนายร้อยตำรวจ ส่วนเรื่องเงินช่วยเหลือและเรื่องที่พักอาศัยยังไม่มีใครมาแจ้งหรือบอกข้อมูลแต่อย่างใด ด้านด.ช. ประกาศิตกล่าวว่า ต่อไปนี้จะทำหน้าที่ดูแลแม่และน้องๆ อีก 2 คนอย่างดีที่สุด ที่สำคัญต้องตั้งใจเรียนให้มากขึ้นเพื่อสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจให้ได้ตามความหวังของพ่อ ที่ผ่านมาพ่อเป็นแบบอย่างของตน เป็นคนรักครอบ ครัวมากจะออกไปทำงานช่วงหกโมงเช้าของทุกวันและกลับมาที่บ้านพักประมาณบ่ายสามหากไม่มีภารกิจอื่นๆ

แม่รับศพแท็กซี่คนดี

ที่แผนกนิติเวช ร.พ.รามาธิบดี นางสายทอง พวงสูงเนิน อายุ 63 ปี มารดานายอำนาจ พวงสูงเนิน โชเฟอร์แท็กซี่ที่ถูกยิงตาย พร้อมญาติและนายอภิชาติ มโนมัยวงศ์ อายุ 52 ปี เจ้าของอู่รถแท็กซี่ม้าทอง เดินทางมารับศพนายอำนาจ เพื่อไปบำเพ็ญกุศลที่วัดสุคันธาราม เขตดุสิต บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก

นางสายทองกล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ต้องสูญเสียลูกชาย และไม่คาดคิดว่าลูกชายจะมาเสียชีวิตแบบนี้ ที่ผ่านมาลูกชายมาขับแท็กซี่ใน กทม.เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว ไม่ค่อยได้กลับมาบ้านเกิดเลย มีแต่โทร.บอกว่าจะขับรถแท็กซี่หาเงินในช่วงสงกรานต์นี้ โดยจะกลับมาเยี่ยมแม่และญาติพี่น้องหลังช่วงสงกรานต์ แต่ถูกยิงเสียชีวิตเสียก่อน เสียใจมากแต่ก็ภาคภูมิใจที่ลูกชายเป็นพลเมืองดีพยายามช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้าย ส่วนศพลูกชายจะนำกลับไปบ้านเกิดที่ จ.หนองคาย เพื่อทำพิธี ต่อไป ต้องขอขอบคุณพล.ต.ต.วิชัย ที่มอบเงินช่วยเหลือครอบครัว เพราะครอบครัวตนไม่มีเงินเลย

ที่ห้อง 607 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ร.พ. ตำรวจ พล.ต.ต.วิชัยเข้าเยี่ยมด.ต.จิโรจน์ บุญทองคำ ผบ.หมู่ จร.สน.พญาไท ที่ได้รับบาดเจ็บ มอบเงินสดส่วนตัวช่วยเหลือจำนวน 30,000 บาท หลังจากมอบเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนายอำนาจ พวงสูงเนิน โชเฟอร์แท็กซี่พลเมืองดีอีก 30,000 บาท

ผบก.น.1 วอนเห็นใจตร.

พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า หลังเกิดเหตุครั้งนี้ได้ตั้งกรรมการสอบสวน แต่ไม่ใช่เป็นการตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงว่าตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเกิดเหตุนั้นบกพร่อง หรือทำเกินกว่าเหตุ แต่เป็นการตั้งกรรมการสอบ สวนเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องกันหลายท้องที่ ทั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ชุดที่วิสามัญฯ คนร้ายไม่ทราบว่ามีตัวประกันอยู่ภายในรถกับคนร้ายด้วย เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วมากตั้งแต่พื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายก่อเหตุชิงรถโตโยต้า คัมรี่ มาถึงแยกศรีอยุธยา เขตพญาไท กทม. ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงโชเฟอร์แท็กซี่พลเมืองดีเสียชีวิต และใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี่ และจับตัวพ.ญ.พิภัทราเป็นตัวประกัน ใช้เวลาเพียง 18 นาที และรถของพ.ญ.พิภัทราก็ติดฟิล์มมืดมาก

สูญเสีย - นางเบญจวรรณ พิลาศรี อุ้มท้อง 5 เดือน พร้อมลูกชายวัย 12 และ 4 ขวบ มารับศพด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี สามี ที่นิติเวชฯ วชิรพยาบาล ท่ามกลางบรรยากาศสุดเศร้าสลด



รถฟิล์มมืด-ฉุกละหุก

"จากจุดนี้ไปถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฯ เป็นเวลาเพียง 3 นาที ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาช่วยสกัดจับคนร้ายก็มีหลายชุด ซึ่งต่างก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งคนร้าย เพราะเกรงจะไปก่อเหตุอื่นเพิ่มเติมอีก ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ทำตามหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุยังไม่มีญาติของผู้บาดเจ็บมาแจ้งความว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ" ผบก.น.1 กล่าว

พล.ต.ต.วิชัยกล่าวอีกว่า สำหรับอาการของพ.ญ.พิภัทราขณะนี้ทราบว่าอาการปลอดภัยดี ไปเยี่ยมอาการและพูดคุยกับมารดาของ พ.ญ.พิภัทราแล้ว สำหรับนายธาดา คนร้ายที่ถูกวิสามัญฯ นั้นติดยาบ้ามานาน และจากผลการตรวจเลือดพบว่าพบสารแอมเฟตามีนในเลือด เบื้องต้นประเด็นที่แน่ชัดขณะนี้ตำรวจให้น้ำหนักไปในเรื่องของการใช้ยาเสพติด ซึ่งสอด คล้องกับคำให้การของร.ต.วิชัย เจ้าของรถคันแรกที่ถูกนายธาดาใช้อาวุธมีดจี้ชิงมา ที่ระบุว่านายธาดามีลักษณะคล้ายคนเมายา

พ.ญ.อาการปลอดภัย

ที่ห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมทั่วไป (ห้องไอซียู ศัลยกรรม) ชั้น 3 ตึกสิรินธร ร.พ. ราชวิถี สถานที่รักษาตัวของพ.ญ.พิภัทรา หรือหมอกวาง มีญาติและเพื่อนๆ เดินทางมาเยี่ยมตลอดเวลา พ.ญ.วารุณี จินารัตน์ ผอ.ร.พ. ราชวิถี กล่าวถึงอาการของคนเจ็บถูกยิงเข้าที่แขน 2 นัด ช่องท้องกระสุนฝังในบริเวณกระเพาะอาหาร และแผ่นหลังบริเวณกล้ามเนื้อ อย่างละนัด ทีมแพทย์ผ่าตัดนำกระสุนบริเวณกระเพาะอาหารออก ทำให้ขณะนี้อาการของพ.ญ.พิภัทรา ดีขึ้นแล้ว ส่วนกระสุนที่ยังไม่ได้ผ่าออกอีก 3 จุดนั้น กำลังติดตามตรวจดูอาการอยู่ว่ามีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ หากกระสุนไม่ไปรบกวนเส้นประสาทก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเอาออกจากร่างกาย

ยังมีกระสุนอยู่คาในร่าง

ขณะที่น.พ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา เปิดเผยหลังนำทีมแพทยสภาประ มาณ 6 คน เข้าเยี่ยมพ.ญ.พิภัทรา ว่า หลังจากเข้าเยี่ยมอาการพ.ญ.พิภัทรา พบว่าตอบสนอง ได้ดี สามารถพูดคุยโต้ตอบได้ แววตาแจ่มใสมาก อาการโดยรวมดีขึ้น เป็นที่น่าพอใจ คิดว่าตอนนี้สภาพร่างกายพ.ญ.พิภัทราไม่น่าจะมี ปัญหา เพราะแพทย์ผู้รักษาได้นำหัวกระสุนออกจากกระเพาะซึ่งเป็นจุดอันตรายแล้ว เพียงแต่เฝ้าระวังการติดเชื้อของบาดแผลเท่านั้น ขณะที่หัวกระสุนที่เหลือเข้าใจว่าถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเอาออกถ้ากระสุนไม่ทำลายเนื้อเยื้อ เพราะอาจทำให้ร่างกายทรุดลงได้ โดยคนไข้บางรายก็มีชีวิตอยู่ได้ตามปกติขณะที่ในร่างกายมีกระสุนฝังอยู่

แม่พ.ญ.เผยนาทีระทึก

ด้านนางลักขณา มารดาของหมอกวาง เปิดเผยนาทีระทึกว่า นั่งรถลูกสาวเพื่อเดินทางไปสยามสแควร์ ขณะนั้นไม่ได้ฟังข่าวจากวิทยุในรถ ว่าเกิดเหตุคนร้ายจี้ชิงรถกำลังมุ่งหน้ามาบริเวณนั้น ขณะที่รถติดไฟแดงอยู่บริเวณ ถ.ศรีอยุธยา จู่ๆ รถแท็กซี่ก็พุ่งมาชนที่หน้ารถ โดนกระจกข้างคนขับแตก ลูกสาวสังเกตเห็นคนขับคอพับหมดสติ จึงจะลงไปช่วย โดยบอกให้หาเอกสารประกันภัยเตรียมไว้ ด้วยความตกใจจึงบอกให้ลูกสาวรีบออกจากที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าคนร้ายซึ่งมีเลือดท่วมตัวบุกมาใช้ปืนจี้ ตนและลูกสาวบอกว่าอยากเอาอะไรก็เอาไปจะลงจากรถเดี๋ยวนี้ ลูกสาวถึงขนาดยกมือไหว้บอกว่า "พี่ขอหนูลงเถิด หนูลงเดี๋ยวนี้เลย" แต่คนร้ายไม่ฟังจับลูกสาวนั่งไปกับรถเป็นตัวประกัน ก่อนรีบขับรถหลบหนีออกไป

สบายใจลูกพ้นขีดอันตราย

"ขณะนั้นยืนตัวสั่นอยู่หน้ากระทรวงการต่าง ประเทศ กลัวว่าน้องกวางจะได้รับอันตราย ขณะนั้นเห็นตำรวจขี่รถจักรยานยนต์ตามไป จึงตะโกนบอกว่าช่วยลูกสาวด้วย อย่าให้ลูกสาวเป็นอันตราย จากนั้นก็ได้แต่ยืนตื่นเต้นตัวสั่นอยู่ที่เดิม กระทั่งผ่านไป 10 นาที มีตำรวจมาแจ้งให้ทราบว่าคนร้ายถูกยิงตายแล้ว เมื่อถามถึงน้องกวางกลับได้รับคำตอบว่ายังไม่ทราบข้อมูล ยังให้ข้อมูลไม่ได้ ทราบเพียงว่าขณะนี้ถูกนำตัวส่งร.พ.ราชวิถีแล้ว" นางลักขณากล่าว และว่า รู้สึกสบายใจมากขึ้นที่เห็นว่าลูกสาวพ้นขีดอันตราย แต่เมื่อได้พูดคุยยังเห็นว่าเสียขวัญอยู่ อยากให้ลูกสาวได้พักผ่อน คิดว่าเมื่อหายแล้วลูกสาวก็จะเล่าความจริงทุกอย่างให้ฟัง

ไม่ติดใจตร.ทำหน้าที่

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามความคิดเห็นกรณี พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสตช. เปิดเผยว่าอาจมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีเจ้าหน้า ที่ตำรวจวิสามัญฯ คนร้ายจนเสียชีวิต ขณะพ.ญ.พิภัทรายังเป็นตัวประกันอยู่ในรถ นางลักขณา กล่าวว่า อย่าไปว่าหรือลงโทษเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลย เนื่องจากเขาทำอย่างเต็มความสามารถแล้ว ทำดีที่สุดแล้ว เขาคงไม่ทราบว่าลูกสาวอยู่ในรถ เนื่องจากทราบมาว่าก่อนที่จะมาจี้รถของลูกสาว คนร้ายจี้ชิงรถซึ่งเป็นรุ่น ยี่ห้อ และสีเดียวกัน อาจทำให้ตำรวจเข้าใจคลาดเคลื่อน แค่ลูกสาวรอดชีวิตก็ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่อย่างสูงแล้ว

เผยพ.ญ.ขอ"อากง"ช่วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามแหล่งข่าวใกล้ชิดซึ่งมีโอกาสได้สอบถามเหตุการณ์กับพ.ญ.พิภัทราโดยตรงระบุว่า ขณะที่ถูกจี้ เป็นตัวประกันพ.ญ.พิภัทราหมอบก้มหน้าต่ำ เพราะถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ไว้ ขณะนั้นได้ภาวนาให้อากงมาช่วย จู่ๆ รถก็หยุดวิ่งโดยไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นก็มีห่ากระสุนพุ่งใส่รถเหนือศีรษะจำนวนมาก เมื่อเหตุการณ์สงบลงจึงมีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยนำส่งโรงพยาบาล

ผบ.ตร.ร่วมรดน้ำศพด.ต.

เวลา 17.30 น. ที่ศาลา 2 วัดสุคันธาราม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เป็นประ ธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ด.ต. ลิขสิทธิ์ โดยมีพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. ผู้บังคับบัญชา และเพื่อนข้าราชการตำรวจจำนวนมาก เดินทางร่วมงาน มีนางเบญจวรรณ ภรรยา ด.ต.ลิขสิทธิ์ พร้อมด้วยลูกชาย 2 คนและญาติ ให้การต้อนรับ บรรยากาศเป็นไป ด้วยความโศกเศร้า ซึ่งพล.ต.อ.วิเชียรมอบเงินจากกองทุนสวัสดิการตำรวจ มูลนิธิบุณยะจินดา เงินส่วนตัวของพล.ต.อ.วิเชียร และหน่วยงานอื่น รวม 500,000 บาท

ร่วมเสียใจครอบครัวแท็กซี่

จากนั้นพล.ต.อ.วิเชียร พร้อมคณะนายตำรวจเดินมายังศาลา 1 เพื่อเป็นประธานรดน้ำศพนายอำนาจ โชเฟอร์แท็กซี่พลเมืองดี มีนางสายทองมารดา พร้อมด้วยญาติพี่น้อง คอยต้อนรับ พล.ต.อ.วิเชียรจึงได้พูดคุยกับนางสายทอง เรื่องการนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดสามแยก อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ โดยรับปากว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลให้อย่างดี

พล.ต.อ.วิเชียร เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาปูนบำเหน็จ 5 ขั้นเงินเดือน 7 ชั้นยศ พร้อมมอบเงินสวัสดิการช่วยเหลือครอบครัว ส่วนนายอำนาจ มอบเงินช่วยเหลือให้ญาติจำนวน 40,000 บาท พร้อมให้เจ้าหน้าที่จัดรถส่งศพกลับไปเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด หลังจากนี้จะได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้น มา เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. เป็นประธาน เนื่องจากมีพลเมืองดีเสียชีวิตและเหตุเกิดต่อเนื่องหลายท้องที่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.