มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | ศูนย์อบรมอาชีพและธุรกิจมติชน |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 1192 คน
วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6867 ข่าวสดรายวัน


ยรรยงมั่นใจได้ปลัด เคลียร์นายก


เทือกฮึ่มม็อบแดง ขู่ขยายกม.มั่นคง ถกแก้รธน.กร่อย พท.ไม่เอา"สสร.3"



พามาพบ - นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ยกมือไหว้ทักทายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เป็นคนนำนายยรรยงมาดักพบถึงรัฐสภาด้วยตัวเอง

"ยรรยง"มั่นใจได้นั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ หลัง"พรทิวา" พาดักง้อ"มาร์ค"ถึงสภา ตอนแรกนายกฯ บ่ายเบี่ยงไม่ให้คุยด้วย แต่สุดท้ายก็ยอมให้พบ 15 นาที โฆษกภูมิใจไทยดักคอเชื่อนายกฯไม่มีปัญหาจากได้พูดจากันแล้ว ด้าน"เทพเทือก"ขู่ม็อบแดง ลั่นประกาศพื้นที่มั่นคงเพิ่มอีกแน่ ถ้าหากมีสถานการณ์รุนแรง ยืนยันใช้กม.มั่นคงเพื่อบ้านเมือง นัดประชุมกอ.รมน. วันนี้ ทำแผนรับมือม็อบเสื้อแดง สภากร่อยถกแก้ไขรธน. แต่ส่วนใหญ่อยากให้แก้ ส.ส.เพื่อไทยเตือนรัฐบาลอย่าผลักคน 10 ล้านที่คัดค้าน รธน.ให้ไปอยู่ตรงข้าม

"มาร์ค"บ่ายเบี่ยงให้"ยรรยง"พบ

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 09.10 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมประชุมรัฐสภา หลังจากเป็นประธานเปิดงานเวทีสตรีไทย 2552 พลังภูมิปัญญาแก้ปัญหาพาสู่อนาคต ที่เมืองทองธานี เมื่อมาถึงอาคารรัฐสภา ปรากฏว่านางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ได้นำนายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่เข้าพบ โดยยืนรออยู่ด้านหน้าทางเข้าชั้น 2 แต่นายอภิสิทธิ์ เพียงแต่เหลือบมองเพียงเล็กน้อย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้นัดนายยรรยงมาพบใช่หรือไม่ นายกฯ ปฏิเสธว่า "นัดพรุ่งนี้"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์ เดินเข้าห้องประชุมสภา นางพรทิวาได้พานายยรรยงไปนั่งรอหน้าห้องรับรองนายกฯ ซึ่งอยู่ชั้น 2 อาคารรัฐสภา แต่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคณะทำงานของนายอภิสิทธิ์ มาแจ้งว่า นายกฯต้องการฟังและพูดในที่ประชุมสภาก่อน จึงยังไม่ชัดเจนว่าจะให้นางพรทิวา เข้าพบเมื่อไหร่ ซึ่งนางพรทิวากล่าวว่าไม่เป็นไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่นางพรทิวานำนายยรรยงมาพบ เนื่องจากเมื่อวันที่ 15 ก.ย. นายอภิสิทธิ์แจ้งกับนางพรทิวาว่า ให้พานายยรรยงมาพบได้ในวันพุธที่ 16 ก.ย. หากสะดวกช่วงไหนจะให้เข้าพบ แต่พอมาถึงวันนี้ นายอภิสิทธิ์กลับมีท่าทีบ่ายเบี่ยง ขนาดนางพรทิวา พยายามจะเดินเข้าไปในห้องประชุมรัฐสภา เพื่อส่งสัญญาณว่ารอพบอยู่ แต่นายอภิสิทธิ์ทำเป็นมองไม่เห็น พอนางพรทิวาเดินผ่านก็ก้มลงอ่านหนังสือทันที อย่างไรก็ตาม นางพรทิวายังคงให้นายยรรยงนั่งรอนายกฯอยู่ที่หน้าห้องรับรองต่อไป ทั้งนี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าสาเหตุที่นายกฯยังไม่ยอมให้นายยรรยงเข้าพบ ส่วนหนึ่งมาจากการต่อรองตำแหน่งผบ.ตร.คนใหม่ เนื่องจากเวลา 15.00 น. มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) เพื่อลงมติเลือกผบ.ตร.คนใหม่

"พรทิวา"ย้ำ"ยรรยง"ต้องได้ปลัด

ก่อนหน้านี้เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นางพรทิวา และนายยรรยง ได้มารอเข้าพบนายกฯเพื่อรับฟังนโยบายการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ โดยนางพรทิวา กล่าวว่า ตนเสนอนายยรรยง ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้เสนอชื่อเข้าสู่ที่ประชุมครม.เพื่อพิจารณา โดยนายอภิสิทธิ์ได้รับเรื่องไว้และบอกว่าตัวบุคคลที่จะขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์นั้นไม่มีปัญหา โดยวันนี้จะมารับฟังนโยบายการดำเนินงานในกระทรวงพาณิชย์และนโยบายสินค้าทางการเกษตร เพราะกระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงที่ใกล้ชิดประชาชน ต้องดูแลเรื่องปากท้องของชาวบ้าน นายอภิสิทธิ์จึงต้องการพูดคุยกับนายยรรยงก่อน อย่างไรก็ตามพรรคภูมิใจไทยยังยืนยันจุดยืนเดิมจะเสนอนายยรรยง เป็นปลัดกระทรวง

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข่าวว่ารัฐบาลจะรอให้ตัดสินคดีกล้ายางก่อน และเตรียมจะเสนอนายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางพรทิวา กล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะเรายังไม่มีรู้ว่าคดีจะออกมาอย่างไร ซึ่งคงเป็นเพียงข่าวลือ ส่วนที่นายกฯต้องการให้เข้าพบเพื่อเปลี่ยนแนวคิดนายยรรยงนั้น นายยรรยงเป็นข้าราชการประจำ ต้องปฏิบัตินโยบายรัฐบาลและไม่สามารถคิดเองได้ ซึ่งนายยรรยงพร้อมจะปฏิบัติตาม

ขู่ถ้าไม่ได้-ทางใครก็ทางมัน

เมื่อถามว่ามีข่าวว่านายยรรยงมีความคิดเห็นไม่ตรงและมีขัดแย้งส่วนตัวกับนายกฯ นางพรทิวา กล่าวว่า คงไม่ใช่ แต่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกัน ซึ่งในสัปดาห์หน้าในการประชุมครม. พรรคภูมิใจไทยยังจะเสนอชื่อของนายยรรยง ซึ่งนายกฯก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าจะไม่รับนายยรรยง

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยมีความขัดแย้งกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นางพรทิวา กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้ง เพราะการประชุม ครม.ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยได้รับการอนุมัติผ่านมา 2 กระทรวงแล้ว แต่กระทรวงพาณิชย์ นายกฯต้องการดูให้ละเอียดและรอบคอบก่อน เพราะนายกฯดูแลด้านเศรษฐกิจด้วย

"อธิบดีทุกกรมถือว่ามีความรู้ความสามารถและเก่งเหมือนกันหมด นายยรรยงได้เป็นซี 10 ตั้งแต่ปี 2539 และมีอาวุโสอันดับหนึ่ง อีกทั้งเป็นแคนดิเดตไม่รู้กี่สมัย แนวทางการแต่งตั้งข้าราชการของแต่ละรัฐมนตรีอาจไม่เหมือนกัน ส่วนตัวจะมองเรื่องอาวุโสก่อน ทั้งนี้หากนายยรรยงไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ ก็ไม่รู้ว่าจะทางใครทางมันหรือไม่" นางพรทิวากล่าว

ด้านนายยรรยง กล่าวว่า วันนี้คงมาหารือกับ นายกฯเรื่องสินค้าทางการเกษตรและความชัดเจนเรื่องการประกันราคาสินค้าการเกษตร ในฐานะที่กรมการค้าภายในเป็นฝ่ายเลขานุการ ซึ่งตนพร้อมปฏิบัติตามนโยบายเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เมื่อถามว่าสาเหตุที่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดเพราะเคยมีปัญหากับนายกฯใช่หรือไม่ นายยรรยง กล่าวว่า ไม่ใช่แน่นอน นายกฯคงไม่มีปัญหา ตนเคยพบนายกฯแล้วและท่านยังสบายใจอยู่ เมื่อถามว่ายังคาดหวังว่าจะได้เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์หรือไม่ นายยรรยง กล่าวว่า ไม่ใช่ความคาดหวัง การเข้าพบครั้งนี้เพื่อมารับฟังนโยบายเท่านั้น

สุดท้าย"มาร์ค"ให้พบ 15 นาที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าต่อมาเวลา 11.00 น. นายกฯ ได้อนุญาตให้นางพรทิวา นำนายยรรยง เข้าพบที่ห้องรับรอง อาคารัฐสภา

เวลา 11.15 น. นางพรทิวา ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกฯถึงการแต่งตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์ว่า นายกฯรับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้พูดคุยกับนายยรรยงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่มีปัญหา ส่วนที่ต้องเข้าพบนายกฯ เพราะท่านเป็นห่วงเรื่องการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งท่านต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ประสานงานกับผู้ประกอบการ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและตรงกับแนวทางที่รัฐบาลวางไว้ ส่วนเรื่องปลัดกระทรวงพาณิชย์ใหม่ นายกฯพูดเองว่าไม่มีปัญหาเรื่องตัวบุคคล ซึ่งการพูดคุยครั้งนี้ นายกฯยิ้มแย้มแจ่มใส อย่างไรก็ตาม การเสนอตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์ ทางกระทรวงได้เสนอให้นายกฯไปแล้ว

เมื่อถามว่านายกฯยืนยันรับชื่อบุคคลที่กระทรวงเสนอไปใช่หรือไม่ นางพรทิวา กล่าวว่า นายกฯรับเรื่องไว้ตั้งแต่การประชุมครม.เมื่อวันที่ 15 ก.ย. แต่ตนไม่แน่ใจว่านายกฯจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวเมื่อไร คาดว่าน่าจะลงนามทิ้งไว้ก่อนเดินทางไปประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ

เมื่อถามว่าการพูดคุยวันนี้มีอะไรพิเศษหรือไม่ นางพรทิวา กล่าวว่า ไม่มีอะไรพิเศษ เพียงแต่นายกฯอยากพูดคุยกับนายยรรยง เพื่อให้เกิดเอกภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

เทือกขู่ลั่นใช้กม.มั่นคงเพิ่มอีก

เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงฝ่ายความมั่นคงประเมินกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะมาชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.มีจำนวน หลายหมื่นคนว่า ตนพยายามขอร้องและเตือนประชาชนที่มาร่วมชุมนุมว่ารัฐบาลมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ขอให้ชุมนุมอยู่ภายใต้กฎหมาย ถ้ามีการฝ่าฝืนกฎหมาย ลิดรอนเสรีภาพคนอื่น ทำลายข้าวของ ทรัพย์สินราชการ ก่อเหตุวุ่นวาย รัฐบาลจำเป็นต้องใช้มาตรการต่างๆ โดยจะประกาศให้ประชาชนทราบเป็นขั้นตอน ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล รัฐบาลไม่ทำรุนแรงเด็ดขาด ยกเว้นเพื่อป้องกันรักษากฎหมาย ทั้งนี้ การสั่งการใดๆ ของตนไม่ต้องตีความ เพราะตนจะสั่งเป็นหนังสือ มีเจ้าหน้าที่เตรียมร่างคำสั่งแต่ละขั้นตอนไว้เรียบร้อย

เมื่อถามถึงข่าวการปิดล้อมสนามบิน นาย สุเทพ กล่าวว่า ตนยังตรวจสอบอยู่ และขอว่าอย่าทำ เพราะจะเกิดความเสียหายมาก เมื่อถามว่าเสื้อแดงพยายามย้อนรอยให้เหมือนเสื้อเหลืองที่จะดาวกระจายไปที่ต่างๆ อาทิ สถานที่สำคัญทางราชการ สนามบิน นายสุเทพ กล่าวว่า หากมีการประเมินว่าเขาจะทำอย่างนั้นตนจะประกาศพื้นที่ความมั่นคงเพิ่มเติม และต้องใช้กำลังแก้ไขปัญหา

เมื่อถามว่าประเมินว่าเขาจะชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรามีบ้านเมืองที่ต้องช่วยกันดูแลรักษา ไม่ควรทำอะไรเสียหาย ซึ่งตนรู้สึกสบายใจและขอบคุณที่เขาบอกว่าจะชุมนุมแค่เที่ยงคืนแล้วกลับ ขอให้เป็นอย่างนั้น แต่หากยืดเยื้อ ตนจำเป็นต้องขออนุมัติครม.เพื่อประกาศต่อ

แจงผู้ว่าฯสุราษฎร์นั่งรองปลัด

เมื่อถามถึงข่าวพรรคประชาธิปัตย์ขอกระทรวงมหาดไทยกรณีตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเตรียมรองรับการเลือกตั้ง นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่จริง ยังไม่มีการเตรียมการเพื่อการเลือกตั้งใดๆ ทั้งสิ้น ถ้ามีตนจะบอก ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการโยกย้ายผู้ว่าฯหลายจังหวัดที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวหนัก สอดรับกับงานด้านความมั่นคงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องงานด้านความมั่นคงไม่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายแต่งตั้งผู้ว่าฯคราวนี้ ที่มีส่วนอยู่บ้างคือ จ.ยะลา นราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องพิจารณาด้วยความละเอียดอ่อน และผู้ว่าฯสองจังหวัดนี้อยู่มานาน ต้องขยับขยาย ให้รองผู้ว่าฯขึ้นมา ทำงานในพื้นที่มาแล้ว รู้พื้นที่ดี และมั่นใจว่าสามารถทำงานได้ขึ้นมาแทน เรื่องนี้เกี่ยวกับความมั่นคงจริงๆ

เมื่อถามถึงการโยกย้ายนายประชา เตรัตน์ ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี เป็นผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย นายสุเทพ กล่าวว่า เท่าที่ทราบ นายประชาขอว่าเป็นผู้ว่าฯมาหลายจังหวัดแล้วรู้สึกเหนื่อย อยากทำงานอื่นที่ไม่ใช่ผู้ว่าฯ เมื่อถามว่าไม่ใช่เพราะเกี่ยวข้องกับการปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีอะไรอย่างนั้น นายประชาเป็นคนแปลก ซึ่งตนไปถามด้วยตัวเองว่าเอาอย่างนั้นจริงหรือไม่ ซึ่งนายประชาบอกเองว่าต้องการย้ายจากผู้ว่าฯ ส่วนที่ไม่ให้เป็นตำแหน่งปลัด เพราะมีที่จำกัด

โต้เกาเหลา"หยัด"กรณีแก้รธน.

นายสุเทพ กล่าวถึงภายในพรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นไม่ตรงกันกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญระหว่างตนกับนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาว่า ข่าวคลาดเคลื่อน ตนกับนายบัญญัติเห็นตรงกันว่าการจะแก้ไขรัฐ ธรรมนูญ หรือการจัดทำรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่จะต้องเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจริงๆ ประเด็นในรัฐธรรมนูญต้องมาจากความเห็นพ้องของคนไทยทั้งประเทศ ส่วนประเด็นอภิปรายในสภานั้นมีข้อเสนอของกรรมการสมานฉันท์ฯเป็นตัวตั้ง และให้นำมาอภิปรายว่าเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร

เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลต้องการแก้ 2 ประเด็น คือมาตรา 190 และเขตเลือกตั้งที่ต้องการใช้เขตเดียวเบอร์เดียว แต่ดูเหมือนพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ใช่ พรรคเคารพในข้อตกลงที่มีอยู่กับพรรคร่วม เพียงแต่ให้แต่ละพรรคไปหารือกันในฐานะวิป ซึ่งมีข้อเห็นชอบกันแล้ว ดังนั้นการยื่นแก้ไขใน 2 ประเด็นดังกล่าว สมาชิกทุกพรรคจะเข้าชื่อกัน เมื่อถามว่าวิปรัฐบาลระบุจะแก้มาตรา 291 แล้วตั้งส.ส.ร.3 แต่พรรคชาติไทยพัฒนาจะไม่เห็นด้วย นายสุเทพ กล่าวว่า เท่าที่ตนอยู่ในที่ประชุมทราบว่าวิปไม่ได้พูดอย่างนั้น ในพรรคเห็นว่ามี 2 ประเด็นที่เห็นว่าพรรคต่างๆ เห็นพ้องกันก็แก้ไขได้ ทำไปก่อน คือมาตรา 190 และเขตเลือกตั้ง ส่วนประเด็นอื่นที่เหลือต้องให้ประชาชนตัดสินใจ เช่น ทำประชามติ ซึ่งจะกำหนดกันอีกครั้ง เชื่อว่าไม่มีอะไรเหลว แต่เป็นไปได้ว่าอาจไม่ได้อย่างที่ต้องการ ต้องดูไปเรื่อยๆ

แม้วทวิตให้มาร์คดูแลน้ำท่วม

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.15 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ ทักษิณ ไลฟ์ ถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ โดยระบุว่า "ท่านนายกฯ รีบตั้งผบ.ตร.เร็วๆ แล้วกรุณารีบไปดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่างจังหวัด ทราบว่ากำลังลำบากมาก ก่อนที่ท่านจะไปประชุม GA ที่ UN"

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังตอบโต้พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชา ธิปไตยว่า ทราบว่าพล.อ.ปฐมพงษ์ ไม่สบายออกมาละเมอผ่านช่อง 11 ว่าคอมมิวนิสต์คืนชีพจะมาล้มราชบัลลังก์วันที่ 19 ก.ย.นี้ โถเขาจะมาต่อต้านการปฏิวัติอย่างสันติ ย้ำ 3 ปีชาติแย่

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ให้กำลังใจน.ส.พิณทองทา ชินวัตร หรือ เอม บุตรสาว ซึ่งจะให้ปากคำต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านของพ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวว่า "เข้มแข็งนะลูกรัก พรุ่งนี้ขอให้ผ่านพ้นด้วยดีนะลูก อย่าหวั่นไหวต่อพฤติกรรมลูกน้องนายอุดมฯ" และ "เป็นยุทธศาสตร์ตัดกำลังของเขา ในที่สุดก็กลายเป็นความบอบช้ำของบ้านเมืองแทนที่พูดคุยกัน กลับใช้วิธีทำลายกันเหมือนจับหนูโดยเผาบ้าน"

โฆษกภท.ชูยรรยง-ดักคอมาร์ค

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงปัญหาการเสนอชื่อปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ว่า พรรคทราบดีว่าการเสนอชื่อนายยรรยง เป็นเรื่องที่นายกฯต้องนำเข้าสู่ครม. ในส่วนของกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยดูแลรับผิดชอบ นายกฯก็ไม่มีความเห็นไปในทางอื่น เราทราบดีว่านายกฯในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด หากจะแต่งตั้งผู้บริหารสูงสุดประจำกระทรวง นายกฯควรได้พิจารณาเพื่อให้การทำงานและการประสานไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายรัฐบาล นายกฯจึงต้องหาเวลาคุยกับผู้มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคนใหม่ ที่ผ่านมานายกฯไม่เคยแสดงความเห็นเป็นอย่างอื่นว่านายยรรยงไม่เหมาะ คงอยากพูดคุยด้วยมากกว่า วันเดียวกันนี้นายยรรยงไปพบนายกฯแล้วทุกอย่างก็จบ ดังนั้นกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมจึงไม่เป็นความจริง

"ยรรยง"พร้อมสนองนโยบาย

เวลา 13.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยรรยง ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.)ว่า ในช่วงเช้า นางพรทิวา ได้พาตนเข้าพบนายกฯ และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯเพื่อหารือถึงนโยบายการประกันราคาสินค้าเกษตร ซึ่งตนมองว่าถือเป็นความเมตตาของนายกฯที่เปิดโอกาสให้ตนเข้าหารือถึงเรื่องดังกล่าว

นายยรรยง กล่าวว่า ความจริง ในฐานะเจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายการเมืองโดยรมว.พาณิชย์ ยืนยันกับนายกฯว่าจำเป็นต้องสนองนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบายสินค้าเกษตรที่มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ จากการรับจำนำมาเป็นการประกันราคา ซึ่งนายกฯและรองนายกฯต้องการให้การทำงานเกิดเอกภาพ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล สิ่งที่นายกฯห่วงมากคือกลัวว่าถ้ากระทรวงพาณิชย์ไม่ทำงานเต็มที่ หรือทำงานไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาล อาจทำให้นโยบายดูแลราคาสินค้าเกษตรไม่บรรลุผล ซึ่งในการหารือรมว.พาณิชย์ รับว่ากระทรวงยินดีสนองนโยบายรัฐบาลเต็มที่

เมื่อถามว่านายกฯให้คำยืนยันเรื่องการทำงานหรือไม่ นายยรรยง กล่าวว่านายกฯยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล แม้จะเป็นกระทรวงที่พรรคร่วมรัฐบาลกำกับดูแล ความจริงตนและกระทรวงพาณิชย์ไม่เคยคัดค้านนโยบายประกันราคาสินค้าเกษตร เพียงแต่ที่ผ่านมา กระทรวงทำงานในรูปแบบรับจำนำมามากกว่า ทำให้หลายฝ่ายรู้สึกว่ากระทรวงชอบการรับจำนำ แต่ความจริงไม่ใช่

"กอร์ป"เชื่อไร้ปัญหาตั้งปลัด

ผู้สื่อข่าวถามว่าบรรยากาศหารือเป็นอย่างไร นายยรรยง กล่าวว่า ได้หารือร่วมกัน 15 นาที บรรยากาศไม่ได้ตึงเครียด และนายกฯไม่ได้ถามอะไรตนเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่นายกฯจะหารือถึงบทบาทและหน้าที่ของกระทรวงเป็นหลัก ทั้งนี้ ตนสบายใจมาตั้งแต่ต้น เพราะเคารพในดุลพินิจและวิจารณญาณของผู้บังคับบัญชาระดับสูงอยู่แล้ว ถ้านายกฯไม่เห็นถึงความสำคัญของกระทรวง คงตัดสินใจแต่งตั้งปลัดพาณิชย์ไปนานแล้ว

นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวถึงข่าวนายกฯไม่แต่งตั้งนายยรรยง เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์เพราะตนเป็นผู้คัดค้านว่า ยืนยันว่าตนไม่ได้มีปัญหาใดๆ และไม่เคยนำเรื่องนี้มาต่อรอง แต่การที่นายกฯเชิญนายยรรยง มาพบเพราะต้องการทบทวนนโยบายการประกันรายได้ให้เกษตรกรให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน และไปในแนวทางเดียวกัน ส่วนการแต่งตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่จะมีปัญหาหรือไม่ เชื่อว่าจากนี้ไปคงไม่มีปัญหา

"หยัด"ดันตั้งส.ส.ร. 3 -ลดขัดแย้ง

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวคิดการตั้งส.ส.ร.ว่า ยืนยันว่าแนว คิดนี้ไม่ใช่ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นแนว คิดของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีข้อสรุปให้แก้ไขมาตราเร่งด่วนเฉพาะหน้า ซึ่งน่าจะตั้งส.ส.ร.3 ขึ้นมา ซึ่งตนเห็นด้วย อะไรที่ลดความขัดแย้งในบ้านเมืองก็ควรทำ

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน และหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ต้องฟังสภาก่อน ในพรรคยังไม่มีการพูดคุยรายละเอียดในเรื่องนี้ แต่มองว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ถือเป็นอุปสรรคและเป็นภาระต่อสภา ส่งผลทำให้การบริหารแผ่นดินไม่คล่องตัว จึงควรปรับปรุงแก้ไข ส่วนที่มีบางฝ่ายต้องการให้ตั้งส.ส.ร.3 นั้น มีความเป็นไปได้ ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องดีที่จะมีคนกลางเข้ามาทำหน้าที่

นายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ยังไม่ได้รวบรวมรายชื่อของส.ส.ที่เห็นด้วยกับร่างดังกล่าวเพื่อเสนอต่อประธานสภา เพราะต้องการรอดูการอภิปราย 2 สภาก่อน แต่ประเด็นที่พรรคเพื่อไทยตั้งไว้ จะเป็น 6 ประเด็นเดียวกับที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ มีมติออกมา

พท.ขวางต้องไม่ใช่ในรัฐบาลนี้

นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยหลังจากญัตติของนายสมเกียรติตกไป ว่า พรรคคงไม่ยื่นญัตติขอแก้ไขในเร็วๆ นี้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของความฝันที่เลื่อนลอย ดูได้จากท่าทีของรัฐบาล หากรัฐบาลมีความจริงใจแก้ปัญหาจริงคงจะดำเนินการนานแล้ว เพราะมีเสียงข้างมาก

เมื่อถามว่าหากรัฐบาลเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาให้แก้ไขมาตรา 291 เพียงมาตราเดียว เพื่อเปิดทางให้ตั้งส.ส.ร.3 พรรคเพื่อไทยจะยินยอมหรือไม่ นายประเกียรติ กล่าวว่า พรรคตามรัฐบาลอยู่แล้วในทุกประเด็น แต่การตั้งส.ส.ร.3 ต้องไม่ตั้งในรัฐบาลชุดนี้ โดยต้องแก้ไข 6 ประเด็นที่มาจากผลการศึกษาของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ก่อน จากนั้นให้ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ก่อนจะตั้งส.ส.ร.3 "รัฐธรรม นูญฉบับนี้ลดพระราชอำนาจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะประเด็น ส.ว. เมื่อก่อนต้องมีการโปรดเกล้าฯ ให้รับตำแหน่ง แต่ในปัจจุบันให้เพียง กกต.รับรอง คุณสมบัติเท่านั้น"

นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะรัดคอรัฐ บาลเอง เร็วๆนี้จะได้เห็นว่ารัดคอรัฐบาลอย่างไร ขณะนี้ฝ่ายค้านรวบรวมข้อมูล หลักฐานและเอกสารการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลชุดนี้ รับรองว่าสนุกและตื่นเต้นกว่าการทุจริตโครง การชุมชนพอเพียงแน่นอน เพราะเป็นโครงการที่ได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากครม.ซึ่งล้วนเป็นเมกะโปรเจ็กต์ จะได้รู้ว่ากฎหมายรัดคอรัฐบาลเป็นอย่างไร

"เกียรติกร"มาสภา-ยันยังเป็นส.ส.

เวลา 10.15 น. ที่รัฐสภา นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งยังคงติดบัตรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ตนยังเป็นส.ส.อยู่แล้ว เพราะยังไม่ได้รับหนังสือที่แจ้งถึงการหมดสมาชิกภาพความเป็นส.ส. แม้ตนแถลงลาออกจากการเป็นส.ส. ปราจีนบุรี ไปแล้ว ตนไม่ได้กลับลำตามที่เป็นข่าว เพราะเมื่อผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามว่าได้เซ็นชื่อในใบลาออกแล้วหรือไม่ ตนบอกว่ายังไม่ได้เซ็น

เมื่อถามว่า กกต.ยืนยันว่าหมดสมาชิกภาพแล้ว นายเกียรติกร กล่าวว่า ต้องรอศาลรัฐ ธรรมนูญวินิจฉัยก่อน แต่ยอมรับว่าได้แถลงข่าวลาออกด้วยวาจาแล้ว เพราะตนไม่พอใจที่นายอภิสิทธิ์ โกหกในกรณีปราสาทพระวิหาร ซึ่งตนมีหลักฐานและพยานบุคคลมายืนยันได้ แต่ตนจะไม่นำไปฟ้องร้องเอาผิดกับนายอภิสิทธิ์ จะรอให้นายอภิสิทธิ์ ฟ้องร้องตนแล้วจึงจะนำหลักฐานเหล่านั้นมาเปิดเผย

กลุ่มหนุ่มปชป.ไม่พอใจ"เทือก"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.รุ่นใหม่กว่าครึ่งของจำนวนส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งหมด 171 คน เริ่มจับกลุ่มแสดงความไม่พอใจท่าทีของนาย สุเทพ ที่ห้ามไม่ให้วิจารณ์ 2 ข้อเสนอของพรรคภูมิใจไทย กรณีการแก้ระบบการเลือกตั้งให้เป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียวและแก้มาตรา 190 เพราะหวั่นจะกระทบกับความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล รวมทั้งนายสุเทพยังเคยย้ำกับสมาชิกพรรคว่าจำเป็นต้องเปิดให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นหนึ่งในข้อตกลงในการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล

รายงานข่าวจากส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่า ขณะนี้ส.ส.กทม.หลายคนเริ่มกังวลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะข้อเสนอของพรรคภูมิใจไทย ในประเด็นเขตเดียวเบอร์เดียว ว่าอาจทำให้สอบตกในการเลือกตั้งครั้งต่อไป นอกจากนี้การอภิปรายในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ในที่ประชุมพรรคเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ยังไม่ให้โอกาสส.ส.รุ่นใหม่ได้ร่วมอภิปราย โดย กำหนดให้ส.ส.ผู้ใหญ่ในพรรค อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. สัดส่วน เป็นผู้อภิปรายหลัก ทำให้ไม่มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นในประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

"ท่านเลขาฯ(สุเทพ) สั่งให้ส.ส.ทุกคนระวังคำพูด โดยเฉพาะการวิจารณ์ข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย รวมทั้งการอภิปรายในการประชุมร่วมรัฐสภา ยังไม่เปิดโอกาสให้ส.ส.รุ่นใหม่ได้แสดงความคิดเห็น โดยตั้งกฎว่าหากใครจะอภิปรายให้นำเสนอรายละเอียดส่งมาให้คณะทำงานชุดนายชำนิก่อน ซึ่งผมคิดว่าไม่มีเหตุผล พรรคควรเปิดโอกาสให้พวกเราได้แสดงความเห็นมากกว่านี้" ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ระบุ

พท.ไม่เอาสสร. 3 -ท้ายุบสภา

ด้านนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนคร ศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวถึงข้อเสนอของรัฐบาลให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อตั้งส.ส.ร.3 ว่า เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยไม่ยอมรับ และไม่เข้าใจว่าเหตุใดรัฐบาลต้องโยนภาระนี้ให้คนอื่น ทั้งที่มาตรา 291 ระบุชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญให้อำนาจการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรม นูญกับคณะรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ทั้งนี้หากตั้ง ส.ส.ร.3 จริงแล้วร่างรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาเหมือนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ใครจะรับผิดชอบ

"ส่วนข้ออ้างที่บอกว่าจะมีการแก้รัฐ ธรรม นูญเพื่อตัวเองนั้น ขอท้านายกฯให้มีการเลือกตั้งใหม่ ถ้าพวกผมแก้เพื่อตัวเองจริง ประชาชนคงไม่เลือกกลับมา หรือต้องการให้การเมืองตกต่ำลงมากกว่าที่เป็นอยู่ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต้องมีส.ส. หรือส.ว. ให้มีส.ส.ร.เข้ามาทำหน้าที่แทนไปเลย" นายวิทยากล่าว

นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงและผู้ว่าฯของกระทรวงมหาดไทย ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เตรียมพร้อมรองรับการเลือกตั้งว่า กระทรวงมหาดไทยยุคนี้ตกต่ำที่สุด มีการใช้อำนาจบาตรใหญ่แต่งตั้งโยกย้ายโดยไม่ยึดหลักการแต่ยึดหลักกูอย่างเดียว ทั้งนี้คิดว่าเป้าหมายไม่ใช่เตรียมพร้อมเลือกตั้งเท่านั้น แต่เชื่อมโยงถึงเรื่องการใช้งบประมาณรายจ่ายปี 2552 ต่อปี 2553 ที่มีวงเงินจำนวนมากเช่น งบกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยงบเหล่านี้จะเกี่ยวพันต่อผลประโยชน์ทางการเมืองด้วย แต่มั่นใจว่าการโยกย้ายผู้ว่าฯ จะไม่ส่งผลต่อการเลือกตั้งมากนัก เว้นแต่สิงห์ไม่มีหางบางตัวที่พร้อมทำเลวเพื่อการเมืองแบบสุดๆ จะมีผลต่อการเลือกตั้งบ้าง

"ตาล"แจงเพลงชาติต้านแดง

เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงเปิดโครงการ "ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง" ว่าเพื่อสร้างจิตสำนึกในเรื่องความรัก ความสามัคคีในบ้านเมือง โครงการนี้ไม่ใช่จัดมวลชนมาปะทะกับฝ่ายใด แต่จัดกิจกรรมเพื่อให้คนไทยทั้งประเทศได้แสดงออก โดยจะใช้เพลงชาติเป็นสื่อ หลักของกิจกรรมคือจะเชิญชวนประชาชนแต่ละจังหวัดร่วมกันร้องเพลงชาติในเวลา 18.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. ถึง 4 ธ.ค. และเริ่มจากจังหวัดที่มีอักษร ก ไก่ เรียงถึง อ อ่าง และจะครบจ.อุบลราชธานี วันที่ 4 ธ.ค. จากนั้นวันที่ 5 ธ.ค. จะร่วมกันร้องเพลงชาติทั้งประเทศ โดยจะเชิญชวนให้มาร่วมกันที่ท้องสนามหลวง ทั้งนี้ รัฐบาลจะให้เครือข่ายโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 เป็นแม่ข่ายถ่ายทอดทุกจังหวัด โดยก่อนถึงเวลา 18.00 น. จะกำหนดให้มีสกู๊ปสั้นๆ ทางโทรทัศน์ 2 นาที เพื่อบอกเล่า วีรกรรมของคนในจังหวัดนั้นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความรักชาติ

นายสาทิตย์ กล่าวว่า ยืนยันว่าจะไม่ระดมคนเพื่อมาปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมในกทม. และวันที่ 18 ก.ย. นี้ จะเปิดโครงการอย่างเป็นทางการที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยจะเริ่มกิจกรรมตั้งแต่เวลา 17.30-18.30 น. โดยเวลา 18.00 น. นายกฯ จะนำครม.และผู้ร่วมงาน ร้องเพลงชาติ ถือเป็นการเริ่มเปิดตัวโครงการนี้ และจะประชุมผู้ว่าฯ ทั่วประเทศเพื่อดำเนินโครงการด้วย

จัดให้มาร์ค-เว็บคอนเฟอเรนซ์

นายสาทิตย์ กล่าวถึงนายอภิสิทธิ์จะวิดีโอลิงก์ในช่วงที่เดินทางไปประชุมสหประชาชาติที่สหรัฐว่า ไม่ใช่วิดีโอลิงก์ แต่เป็นเว็บคอนเฟอเรนซ์ เนื่องจากวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ต้องเช่าสัญญาณดาวเทียมทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก จึงเปลี่ยนมาทำในรูปแบบของเว็บคอนเฟอเรนซ์ โดยตั้งจุดที่ทำเนียบรัฐบาล และที่สหรัฐ ซึ่งสถานทูตไทยจะเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ดำเนินการ

นายสาทิตย์ กล่าวว่า แต่ตนเห็นว่ารายการโทรทัศน์และวิทยุต้องการเสนอข่าวของนายกฯ อยู่แล้ว จึงจัดลำดับให้นายกฯ โทรศัพท์เข้ามาในรายการ ตอนนี้กำลังจัดรูปแบบอยู่ เพื่อกำหนดวันและเวลาว่าจะเป็นช่วงไหน อย่างไร เพราะปัญหาใหญ่คือเวลาที่ต่างกันถึง 12 ชั่วโมง ดังนั้น จึงต้องจัดเวลาให้ลงตัว ความตั้งใจต้องการให้นายกฯ ออกรายการในประเทศไทยทุกวัน ในทุกสถานี เพื่อเล่าถึงการปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ แต่หากช่วงเวลาของนายกฯ ไม่ลงตัวอาจให้โฆษกรัฐบาลเป็นผู้ชี้แจงแทน โดยเว็บคอนเฟอ เรนซ์ ตนได้สั่งการให้ทดสอบระบบในวันนี้ เนื่องจากการใช้สัญญาณทางอินเตอร์เน็ตอาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงต้องติดตั้งระบบให้มีความพร้อมมากที่สุด

เผยสาเหตุมาร์คยื้อตั้ง"ยรรยง"

รายงานข่าวจากคนใกล้ชิดนายกฯจากพรรคประชาธิปัตย์ เผยสาเหตุที่นายอภิสิทธิ์ไม่ยอมตั้งนายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพราะเห็นว่านายยรรยงเติบโตมาจากสายงานภายในประเทศ ประกอบกับเศรษฐกิจของประเทศขณะนี้ยังอยู่ในขั้นที่ต้องพึ่งพาการลงทุนภายนอกประเทศ ดังนั้น ควรตั้งคนที่เก่งการค้ากับต่างประเทศ อีกทั้งนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ก็ไม่เชี่ยวชาญ จึงควรมีปลัดเก่งๆ มาช่วย ที่ผ่านมานายกฯบอกจุดอ่อนและเหตุผลนี้กับนางพรทิวาไปแล้ว แต่นางพรทิวากลับยืนยันที่จะตั้งนายยรรยงให้ได้ มองว่านายยรรยงอาจจะสามารถสนองประโยชน์บางเรื่องให้ได้ ทั้งนี้ บุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ได้แก่ นายราเชน พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก นางชุติมา บุญยประภัศร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากมีความชำนาญด้านการค้าระหว่างประเทศมากกว่านายยรรยง แต่นายกฯไม่สามารถเสนอชื่อดังกล่าวได้ ต้องให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาลในการเสนอตำแหน่งดังกล่าว

มาร์คแจงเปิดสภาถกแก้รธน.

สำหรับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เริ่มขึ้นเวลา 09.15 น. ที่รัฐสภา เป็นการประชุมตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 179 วาระพิจารณาผลการศึกษาของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม โดยนายอภิสิทธิ์ได้ชี้แจงเหตุผลการขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภาว่า รัฐบาลมีนโยบายและจุดยืนตั้งแต่ต้นว่า การแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง จำเป็นต้องพิจารณาหลายด้านควบคู่กัน และหัวใจคือความเป็นธรรม ซึ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ รัฐบาลยึดแนวทางดังกล่าวมาตลอด ส่วนเรื่องกฎหมาย แม้จะมีข้อโต้แย้งเรื่องการบังคับใช้ไม่เป็นธรรม แต่ตนกำชับเสมอว่าการบังคับใช้ต้องให้ความเป็นธรรมและเท่าเทียมกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องหาทางออกทางการเมือง โดยเฉพาะกติกาทางการเมืองให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องการแก้รัฐธรรม นูญ เป็นที่ถกเถียงกันตลอดมา ดังนั้นในเดือน พ.ค. ประธานรัฐสภาได้แต่งตั้งคณะกรรม การ สมานฉันท์ฯ ซึ่งคณะกรรมการเสนอผลการศึกษาให้ประธานแล้วช่วงปิดสมัยประชุม เมื่อเปิดสมัยประชุม ตนได้หารือกับประธาน เห็นพ้องต้องกันว่าเหมาะสม ที่จะฟังความเห็นสมาชิกทั้งสองสภา อาศัยช่องทางรัฐธรรมนูญ มาตรา 179 จึงอยากให้สมาชิกใช้โอกาสนี้รับฟังและสอบถามกรรมการ และแสดงความเห็นกว้างขวาง เพื่อประโยชน์ฝ่ายนิติบัญญติ และฝ่ายบริหารที่จะดำเนินการต่อไป

"ดิเรก"แนะให้ถอยคนละก้าว

นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ชี้แจงว่า คณะกรรมการชุดนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้วิกฤตการเมืองที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถ้าไม่รีบแก้ ปัญหาอื่นจะตามมา ฉะนั้นเมื่อแต่งตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ขึ้นมา ได้แบ่งเป็นคณะอนุกรรมการ 3 ชุด คือ อนุกรรม การพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความสมานฉันท์ อนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางปฏิรูปการ เมือง และอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยทุกคนต้องช่วยกันแก้ นำมาสู่การถอยหลังคนละก้าว เอาประเทศเป็นตัวตั้ง ช่วยกันคิด ยึดหลักความเป็นธรรม เป็นกลางและโปร่งใส

นายดิเรก กล่าวว่า นอกจากนี้ยังเปิดเว็บ ไซต์ ตู้ปณ.789 ของรัฐสภา และทำหนังสือถึงทุกพรรค 100 กว่ามหาวิทยาลัย จัดสัมมนานักวิชาการอิสระและสมัชชาทางอากาศ ซึ่งมีความเห็นเข้ามามาก ซึ่งคณะอนุกรรมการทุกชุด นำไปพิจารณาและได้ผลสรุป 3 กรอบ คือ กรอบการสร้างสมานฉันท์ กรอบการปฏิรูปการเมือง และกรอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าประเทศจะปกครองตามระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรม นูญต้องมาจากประชาชน ไม่ใช่มาจากคณะใด คณะหนึ่ง

ปชป.อ้างรธน. 50 มีประชามติ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กรรมการสมานฉันท์ฯ กล่าวว่า ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญปี"40 ดีที่สุดฉบับหนึ่ง แต่ยังบกพร่องที่เปิดให้นักการเมืองใช้ช่องเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ ส่วนฉบับปี"50 ส่วนใหญ่มาจาก 40 แต่มีการปรับปรุง จึงอยากให้มองฉบับ 50 ด้วยความเป็นธรรมด้วย ซึ่งข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ อย่างเขตเดียวเบอร์เดียวยังมีความเห็นแตกต่าง หรือมาตรา 190 ยังมีการมองว่าไม่ต้องแก้ เพราะกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ สรุปแล้วหลายประเด็นยังเห็นต่างกันอยู่ ฉะนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญปี"50 ส่วนหนึ่งมาจากประชามติ การจะแก้ก็ควรฟังความเห็นประชาชนด้วย

รสนาชี้ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์

น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวว่า หลายคนชอบอ้างว่าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อสมานฉันท์ ถามว่าถ้าไม่แก้ นักการเมืองจะป่วนทั้งในและนอกสภาต่อไปอย่างนั้นหรือไม่ และถ้าแก้แล้วถึงจะหยุดให้ประชาชนได้ทำมาหากินอย่างนั้นหรือไม่ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็ป่วนกันเพราะเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญปี"50 ดีมากในส่วนสิทธิเสรีภาพ ทำไมนักการเมืองไม่หาทางทำให้การปฏิบัติได้ตามนั้นเป็นจริง แต่ยังสาละวนอยู่กับเรื่องของตนเอง ซึ่งปัญหาปากท้องชาวบ้าน การเข้าถึงแหล่งกู้เงิน ปัญหาบริเวณคลองเตย มาบตาพุด ไม่มีรัฐบาลไหนเข้าไปทำอะไรเลย แม้แต่กองทุนน้ำมัน รัฐบาลนี้ประกาศนโยบายว่า 99 วันทำได้ แต่ตอนนี้ไม่ทำ ไม่รู้ว่ากลัวไปแตะผลประโยชน์ของพวกตนเองหรือไม่ รัฐบาลนี้ต้องพิจารณาใหม่เพื่อเป็นความหวัง ต้องสร้างเสถียรภาพโดยการดำเนินกิจการสาธารณะเพื่อประชาชนไม่ใช่พวกพ้อง ซึ่ง 6 ประเด็นที่กรรมการสมานฉันท์ฯ เสนอแก้ ไม่เห็นมีประเด็นใดที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ มีแต่ตัวนักการเมืองได้ทั้งนั้น

"ฐิติมา"หนุนแก้-ชี้อำนาจแฝง

นางฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า สาเหตุที่ตนต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นได้ เพราะมีอำนาจแฝง ผู้มีอำนาจที่มองไม่เห็น ลูกสมุนดำเนินการให้เป็นไปตามผู้มีอำนาจต้องการ เพื่อให้ผู้มีอำนาจครองอำนาจต่อไป ดังนั้น ตนเห็นด้วยกับแนวทางสมาน ฉันท์ 6 ประเด็น โดยเฉพาะมาตรา 237 การยุบพรรค และมาตรา 266 ที่ให้ส.ส.เข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง หากนำรัฐธรรมนูญปี 40 มาใช้จะดี

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า หากรัฐบาลไม่มีความจริงใจในการเริ่มต้นแก้รัฐธรรมนูญ การปฏิรูปการเมือง หรือแก้วิกฤตการเมือง ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณารายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ อยากถามว่านายกฯ เห็นด้วยหรือไม่กับแนวทางและข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ การที่รัฐบาลเพิกเฉยในเรื่องนี้เพราะต้องการยื้อเวลาเพื่อเข้าไปแทรกแซง รอให้งบประมาณผ่าน แล้วรอเวลาที่จะมีการสลับขั้วหรือไม่ สำหรับพรรคเพื่อไทยยืนยันคัดค้านรัฐธรรมนูญปี 50 มาตลอด ส่วนข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ที่ให้แก้รัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นคงไม่พอ ตนเห็นด้วยกับเนื้อหาสาระ แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องแก้ หากต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข และต้องแก้โดยรัฐสภา ไม่ใช่ซื้อเวลาไปอีก 1 ปี ด้วยการตั้งส.ส.ร.

อย่าผลัก 10 ล้านคนอยู่ตรงข้าม

สำหรับในช่วงบ่าย บรรยากาศเป็นไปอย่างจืดชืด ส่วนใหญ่ทั้ง ส.ส.และส.ว.ต่างอภิปรายสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นของคณะกรรมการชุดนี้ โดยส.ส.ฝ่ายค้าน ท้วงติง ต้นเหตุวิกฤตบ้านเมืองมาจากการปฏิวัติยึดอำนาจและไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญปี 2550 สร้างความอ่อนแอให้ฝ่ายการเมือง

นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย อภิปรายเห็นด้วยกับแนวทางผลการศึกษา รวมทั้งสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือกลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม่อยากให้แอบอ้างการปกป้องสถาบัน โดยบางส่วนราชการขึ้นป้ายไปทั่วเมือง แล้วจะเกิดความสมานฉันท์ได้อย่างไรเพราะเชื่อว่าคนไทยทุกคนล้วนอยากเห็นความผาสุก

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่าควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเตรียมยกร่างไว้แล้วแต่เราเจียมตัว เพราะมีเสียงข้างน้อย จึงฝากความหวังกับฟางเส้นสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ตนพูดคุยกับพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ซึ่งบอกว่าผู้นำที่แก้วิกฤตประเทศชาติจะต้องมีคุณสมบัติพิเศษ อดกลั้น อดทนสูง ยอมรับความเจ็บปวด แม้จะทำดีก็ถูกกล่าวหา พล.อ.ชวลิตยังฝากด้วยว่าอยากให้นายกฯ ไปขอคำปรึกษาพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ขณะเป็นนายกฯได้ประกาศนโยบาย 66/23 เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์และต้องหลบหนีเข้าป่า กลับเข้ามายังประเทศอีกครั้งในฐานะผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย

"วันนี้ถ้าไม่ปรองดอง ไม่สมานฉันท์จะเกิดอะไร ผมได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน ระหว่างพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกปฏิวัติ ทุกวันนี้หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ เปรียบเทียบกับนายกฯคนปัจจุบัน ปรากฏว่าคนนิยมพ.ต.ต.ทักษิณ มีมากกว่านายอภิสิทธิ์ขณะที่นายกฯมีตัวช่วยมาก ขอถามว่านายกฯจะผลักดันคนสิบกว่าล้านคน ให้ไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง รับรองว่าแผ่นดินลุกเป็นไฟแน่ แต่เชื่อว่านายกฯคงไม่ทำเช่นนั้น วันนี้อยากให้รัฐบาลรับรายงานนี้ไปดำเนินการให้เกิดผล อย่าให้อำนาจนอกระบบเข้ามาทำให้บ้านเมืองจมไปอีก" นายชวลิต กล่าว

นัดถก"กอ.รมน."ทำแผน 19 ก.ย.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 ก.ย.ว่า ขณะนี้ยังไม่ประชุมเรื่องดังกล่าว รอให้รัฐบาลประชุมและสั่งการเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน แต่โดยภาพรวมเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจะช่วยกัน ทำให้สถานการณ์เรียบร้อย เพื่อเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เราพยายามจะไม่ให้เกิดความุรนแรงขึ้น ไม่ว่าจะจากฝ่ายใดก็ตาม

เมื่อถามว่าหากตำรวจร้องขอทางทหารพร้อมส่งกำลังให้ความช่วยเหลือหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ตามแผนเดิมก็มีกำลังอยู่แล้ว เราพร้อมสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในส่วนของการข่าวทางทหารยังไม่มีรายงานใดๆ เกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ส่วนการประชุมกอ.รมน.ในวันที่ 17 ก.ย. ตนจะเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อประเมินแผนการดำเนินงานภายหลังครม.มีมติประกาศพื้นที่พ.ร.บ.ความมั่นคง

ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิ การนายกรัฐมนตี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันที่ 17 ก.ย. นี้ เวลา 16.30 น. นายอภิสิทธิ์ ในฐานะประธานกอ.รมน. จะเป็นประธานการประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ที่รัฐสภา เพื่อจัดทำข้อกำหนดหลังประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในพื้นที่เขตดุสิต ระหว่างวันที่ 18-22 ก.ย.นี้ ซึ่งการจัดทำข้อกำหนด จะเป็นไปตามมาตรา 18 ของพ.ร.บ.ดังกล่าว อาทิ การกำหนดเส้นทางสัญจรเข้าออกภายในพื้นที่ และถนนที่อาจห้ามสัญจร เชื่อว่าจะไม่มีการประกาศเคอร์ฟิว เพราะจะสร้างความไม่สะดวกแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานและผู้ที่จะมาชุมนุม นอกจากนี้ที่ประชุม กอ.รมน.จะจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส.และมอบหมายงานให้กับผู้รับผิดชอบดูแล ศอ.รส.ด้วย

เผย 19 ก.ย.-"ป๋า"ไปอยู่โคราช

รายงานข่าวจากคนใกล้ชิดพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 ก.ย.ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่ที่หน้าบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของพล.อ.เปรมนั้น พล.อ.เปรม จะไม่อยู่บ้านสี่เสาฯในช่วงนั้น 1-2 วันโดยจะไปนอนพักค้างคืนที่บ้านพักในจ.นครราชสีมา และเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา ซึ่งพล.อ.เปรมไม่ได้หนี แต่เพราะมีการเชิญมาล่วงหน้าแล้วถึง 2 เดือน โดยแม่ทัพภาค 2 เป็นผู้เชิญ

รายงานข่าวอ้างว่า พล.อ.เปรม จะนอนค้างที่พักส่วนตัวในเมืองนครราชสีมา 1-2 คืนโดยรอดูสถานการณ์การชุมนุมด้วยว่าจะเดินทางกลับมาเมื่อใด ขณะที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ. เปรมมอบหมายให้พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป เลขา นุการส่วนตัวและหัวหน้าสำนักงานองคมนตรี ดูแลและคอยรายงานให้ทราบตลอด โดยการรักษาความปลอดภัยในบ้านและรอบบ้านอย่างเข้มงวด จากทั้งทหาร ร.21 รอ.และตำรวจ โดยรอบนอกจะใช้ทหารจาก พล.1 รอ. และ มทบ.11 เพราะเกรงว่าผู้ชุมนุมจะเผา ขว้างปา ทำลาย ที่สำคัญอาจมีการปาระเบิดเข้ามาในบ้านด้วย

เผยแม้วชี้รัฐทำการเมืองร้อน

วันเดียวกัน นายประชา ประสพดี ส.ส. สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนและส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน นาย สิทธิชัย กิติธเนศวร ส.ส.นครนายก เป็นต้น ได้เดินทางไปเมืองดูไบ เพื่อพบกับพ.ต.ท. ทักษิณ โดยส.ส.หลายคนนำอาหารไทย เช่น น้ำพริกกะปิไปให้เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณ บ่นอยากกลับประเทศไทยมาก ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ประเมินสถานการณ์การเมืองโดยมองว่า วันนี้ประเทศมีปัญหาหลายด้านที่รัฐบาลยังแก้ไขไม่ได้ เช่น ด้านเศรษฐกิจ ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาราคาพืชผล รวมทั้งวิกฤตการเมือง ล่าสุดรัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ. ความมั่นคงเพื่อควบคุมการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 19 ก.ย. ตรงนี้จะยิ่งทำให้การเมืองร้อนแรงมากขึ้น ยิ่งปิดกั้นคนก็อยากแสดงพลัง ความเป็นสองมาตรฐานในคดีต่างๆ รวมทั้งเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นชนวนระเบิดเวลา ยังไม่นับปัญหาข้าราชการถูกรังแกซึ่งน่าเป็นคลื่นใต้น้ำขนาดใหญ่

"เท่าที่ส.ส.ร่วมหารือกับพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว มองว่าจะต้องจับตาหลังการชุมนุมของกลุ่มนปช.ในวันที่ 19 ก.ย.ให้ดี เพราะอาจมีเหตุการณ์เปลี่ยนขั้วทางการเมืองครั้งใหญ่เพราะรัฐบาลได้ผลักมิตรไปเป็นศัตรูหมด ทำให้รัฐบาลนี้ไปไม่ไหวจริงๆ อีกทั้งตอนนี้เริ่มเห็นสัญญาณจากพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว รับรองมีแน่ๆ หากไม่เกิดขึ้นอย่างที่ประเมิน ผมจะคลานสี่ขาให้ดู" นายประชา กล่าว

แนะส.ส.ลงพื้นที่-ต่อยอดทรท.

นายประชา กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังย้ำส.ส.ในพรรคให้ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ และเดินหน้าต่อยอดนโยบายประชานิยมที่เคยทำ เช่น กองทุนหมู่บ้าน รวมทั้งบอกว่าต่อไปจะช่วยแก้ปัญหาการศึกษาตั้งแต่บุคลากรคือ ต้องแก้ปัญหาหนี้สินครูทั้งเอกชนและรัฐ เอาเงินใส่ล้างหนี้และทำสัตยาบันครู ซึ่งเรื่องนี้พ.ต.ท.ทักษิณเน้นมาก ย้ำว่าจะใส่เป็นนโยบายหาเสียงคราวหน้า นอก จากนี้ยังเล่าถึงธุรกิจเหมืองทองและบ่อน้ำมันว่ารายได้ดีมาก ล่าสุดท่านยังแนะนำนักธุรกิจประเทศต่างๆ มาร่วมลงทุนด้วย ซึ่งในการสนทนาช่วงสุดท้าย พ.ต.ท.ทักษิณยังบอกกับ ส.ส.ที่ไปพบ ถึงอดีต แกนนำพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนที่ย้ายออกไปตั้งพรรคใหม่ว่า "ผมไม่ได้ถือสาหรือโกรธแล้ว ปล่อยวางหมดแล้ว เข้าใจว่าทุกคนมีเหตุผล มีความจำเป็น แต่ฝากบอกพวกเขาด้วยว่า หากผมสามารถทำอะไรที่ทำให้บ้านเมืองปรองดอง เกิดความสมาน ฉันท์ได้อย่างเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พอจะช่วยกันได้จับไม้จับมือกันได้ ก็จะช่วยกัน" นายประชาอ้างคำพูดพ.ต.ท.ทักษิณ

ชทพ.ถกเตรียมพร้อมเลือกตั้ง

เวลา 13.00 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธานประชุมแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา อาทิ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรค นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช. คมนาคม นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรค โดยมีแกนนำของอดีตพรรคชาติไทย เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนายบรรหาร ศิลปอาชา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นายนิกร จำนง นายจองชัย เที่ยงธรรม โดยใช้เวลาพูดคุยนานเกือบ 2 ชั่วโมง

นายชุมพล ให้สัมภาษณ์หลังการหารือว่า ยอมรับว่าหารือเพื่อเตรียมการเลือกตั้งไว้ล่วงหน้า คุยถึงทางเลือกไว้หลายทาง เช่น หากต้องเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว หรือถ้าต้องเลือกตั้งแบบรวมเขตจะทำอย่างไร ส่วนตัวบุคคลจะพิจารณาจากสมาชิกพรรคในปัจจุบันก่อน และจะพยายามเป็นพรรคที่ไม่ใหญ่จนเกินกำลัง อยู่ในระดับที่เราเคยมีอยู่นี้ก็เพียงพอแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าไม่มั่นใจในสถานการณ์การเมืองช่วงนี้ใช่หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน แต่รอบคอบไว้ก่อน เพราะเราไม่แน่ใจว่าจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นเมื่อไหร่ แต่ยังคงเชื่อว่าก่อนสิ้นปี 2552 นี้ไม่มีแน่

เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวเช่นนี้จะถูกมองว่ามีการส่งสัญญาณบางอย่างทางการเมือง นายชุมพล กล่าวว่า พรรคอื่นขยับกันหลายครั้งแล้ว ทำไมไม่เป็นอะไร เรื่องการเมืองเราต้องมีความพร้อมตลอดเวลา ตนเป็นนักวิชาการฝ่ายบุ๋น จึงจำเป็นต้องอาศัยฝ่ายบู๊มาช่วย ซึ่งนายบรรหาร ได้ให้คำแนะนำต่างๆ เพื่อเตรียมการให้เรียบร้อย ไม่ประมาท เราต้องพร้อมตลอดเวลาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

เชื่อรัฐบาลผสมอยู่แค่ถึงสิ้นปี

รายงานข่าวจากพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การนัดหารือระดับแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และแกนนำพรรคชาติไทยนั้น เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย กรณีการแต่งตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์ การแต่งตั้งผบ.ตร. และเชื่อกันว่ารัฐบาลจะอยู่ไปได้ถึงสิ้นปี จากนั้นต้องจับตาดูกันอย่างใกล้ชิด ส่วนใหญ่รัฐบาลพรรคร่วมจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี 2 เดือน

ด้านนายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ในที่ประชุมได้ประเมินว่าหากจะมีการเลือกตั้งใหม่ ไม่น่าจะเกิดขึ้นภายในปีนี้แน่นอน โดยอาจเกิดขึ้นในต้นปีหน้า เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีความพร้อมในหลายด้าน ทั้งเรื่องผลงานรัฐบาล และหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญน่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จ ทั้งนี้พรรคจึงหารือโดยได้นำผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2548 มาประเมิน เพราะเชื่อว่าการเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้น่าจะกลับไปใช้รูปแบบในการเลือกตั้งปี 2548 โดยตั้งเป้าว่าพรรคน่าจะได้ที่นั่ง 30-50 ที่นั่งจากการเลือกตั้งครั้งหน้า ล่าสุด พรรคยังได้รับการติดต่อจากนักการเมืองและส.ส.ต่างพรรคอย่างน้อย 7-8 คนแล้ว เพื่อเข้ามาอยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนาด้วย

กกต.ยกคำร้องคดีส.ส.วรวัจน์

วันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต. นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. เปิดเผยว่า ที่ประชุมกกต.พิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 266 (1) โดยที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากให้ยุติเรื่อง เนื่องจากเห็นว่าการที่นางทิพย์สุคนธ์ แสนจิตร ผอ.สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.แพร่ ยินยอมให้นายวรวัจน์ออกอากาศสดได้นั้น เพราะเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวายจากการกระทำของคนเสื้อแดงที่มารายล้อมที่สถานีวิทยุ ซึ่งมิใช่เหตุที่นายวรวัจน์ใช้สถานภาพการเป็นส.ส.เข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติงานในหน้าที่แต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดของนายวรวัจน์ ไม่ได้ชี้ให้เห็นว่าเป็นการพูดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่นหรือพรรค การเมืองที่ผู้ถูกกล่าวหาสังกัดแต่อย่างใด แต่เป็นการเชิญชวนให้ประชาชนจ.แพร่ ไปรวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดแพร่ ที่ประชุมกกต. พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายวรวัจน์ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะยืนยันได้ว่ามีเจตนาทำตามที่กล่าวหาอันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 266 (1)

โวยไม่จริงใจ-รมต.ไม่เข้าฟัง

ในช่วงค่ำการอภิปรายเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีการประท้วงหรืออภิปรายเสียดสีกันเหมือนการประชุมนัดที่ผ่านๆมา ส.ส.และส.ว.ยังคงผลัดกันแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่เห็นไปในแนวทางเดียวกัน คือสนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ โดยเฉพาะซีกส.ส.ฝ่ายค้านจากพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยที่จะแก้ไขปรับปรุงหลายมาตราก่อนทันที โดยไม่จำเป็นต้องตั้งส.ส.ร.3 ขึ้นมาเพื่อยื้อเวลาอีก โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวกับโทษยุบพรรค ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดความไม่เป็นธรรมทางการเมือง รวมทั้งปัญหาการพิจารณาคดีขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่มีส่วนทำให้เกิดวิกฤตการเมือง ไม่ว่าป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) พร้อมทั้งเรียกร้องความจริงใจจากรัฐบาลในการดำเนินการดังกล่าว

ต่อมาเวลา 18.30 น. นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย อภิปรายตำหนิรัฐบาลว่าควรรับฟังข้อเสนอแนะจากสมาชิก และชี้แจงให้สมาชิกทราบว่าจะดำเนินการเรื่องสมานฉันท์อย่างไร เพราะเท่าที่ดูไม่มีคณะรัฐมนตรีเข้ามานั่งฟังในห้องประชุมเลย แสดงถึงความไม่จริงใจ

ซัดรธน.ต้นเหตุทำชาติวิกฤต

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ได้ลุกขึ้นชี้แจงทันทีว่าทุกอย่างมีการรวบรวมประเด็นไว้ และรัฐบาลจะเป็นผู้ตอบในช่วงท้าย เพราะไม่อยากให้เสียบรรยา กาศของการให้ข้อเสนอแนะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นส.ส.พรรคฝ่ายค้านอภิปรายโจมตีรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยเฉพาะบทเฉพาะกาลมาตรา 309 ที่รองรับการกระทำใดๆของคมช.ในช่วงรัฐประหาร จนไม่สามารถเอาผิดได้ โดยระบุว่าสิ่งที่คมช.แต่งตั้งโดยเฉพาะองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่า คตส. ป.ป.ช. ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดวิกฤตการเมือง ดำเนินการที่ไม่เป็นธรรมกับพรรคฝ่ายค้านปัจจุบันที่เคยเป็นรัฐบาลในช่วงก่อนรัฐ ประหาร โดยเฉพาะการเล่นงานพ.ต.ท.ทักษิณ ตลอดจนดำเนินคดีต่างๆตามมา ไม่ว่าปัญหาที่ดินรัชดาฯ ปัญหายึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ใครโดนแบบนี้จึงต้องต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของตัวเอง


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.