มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 9969 คน
วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7285 ข่าวสดรายวัน


ไล่บล็อกวุ่นยูทูบ คลิปชุด3 พสิษฐ์ร่อนคำแถลง


ลายมือ-จากฮ่องกง ศาลรธน.เครียดอีก มาร์คแย้มปรับครม. กกต.รับรอง'เทือก' หนั่นจืด-จับเข่าแม้ว


'โอมายก๊อด'เจ้าเก่า ปล่อยคลิป ชุด 3 สนั่นเว็บยูทูบ ตามบล็อกกันวุ่น สำนักงานศาล รธน.ประชุมด่วน หารือเครียด 'จรัญ'บอกไม่หนักใจ แค่คลิปใส่ร้ายเรื่องเท็จ เผยเบื้องหลังตุลาการชักอึดอัด 'ชัช'เอาแต่นิ่งเฉย 'พสิษฐ์'โผล่ออกแถลงการณ์ เขียนด้วยลายมือส่งจากฮ่องกง เนื้อหาโจมตีศาลรัฐธรรมนูญ 'หนั่น'แถลงผลเจรจา'ทักษิณ' ที่แท้พบกันแค่ 10 นาที งาน ทอดกฐินวัดไทยในนอร์เวย์ อดีตนายกฯ รับปากหนุนแนวทางปรองดอง 'มาร์ค'แย้มเตรียมปรับ ครม. คืนเก้าอี้ให้'เทพเทือก' หลังกกต.ประกาศรับ รองให้เป็นส.ส.สุราษฎร์ฯแล้ว ส.ส.ปชป.ดาหน้าคัดค้านแก้รธน. เตือนรัฐบาลอย่าเพิ่มปัญหาให้ตัวเอง โพลระบุ'เทพเทือก-เนวิน-โสภณ'ติดอันดับ 3 รมต.ภาพลักษณ์ติดลบมากสุด

ภท.ยังไม่สรุปเรื่อง'บุญจง'

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจของพรรคว่าจะให้นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรค ลาออกจากรมช.มหาดไทย เพื่อไปลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 นครราชสีมาหรือไม่ ว่า ตนยังไม่ได้ยินข่าวว่านายบุญจง จะลาออกหรือไม่ คนทึกทักกันไปเอง ตนถามแล้ว นายบุญจง ยืนยันว่าไม่ได้พูดว่าจะลาออก ยังถามกับตนว่าไปได้ยินมาจากไหนว่าจะลาออก และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้พูดคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เรื่องที่นายบุญจงจะลงสมัครส.ส.นั้น ยังไม่มีความชัดเจน ต้องรอมติพรรคก่อนโดยจะประชุมวันที่ 11 พ.ย. ส่วนที่มีข่าวนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคต้องการให้นายบุญจง ลาออกจากรัฐมนตรี เพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง นายชวรัตน์ กล่าวว่า เรื่องเลือกตั้งไม่อยากพูด ขอให้รอมติพรรคจะดีกว่า เพราะสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนแปลงรายวัน แม้ตนจะเป็นหัวหน้าพรรคแต่ไม่ได้ให้คำแนะนำอะไรนาย บุญจง เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับมติพรรค พูดก่อนไม่ได้

เผยแนวโน้มลงสมัครเอง

นายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า พรรคกำลังดูเวลาในการประชุมกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.พรรค ว่าจะประชุมวันที่ 11 พ.ย.ได้หรือไม่ เนื่องจากตรงกับวันประชุมสภา โดยพรรคจะประชุมคัดเลือกผู้สมัครส.ส.โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.นครราชสีมากับสุรินทร์ ทั้งนี้ คิดว่านายบุญจง น่าจะลงสมัครเอง และน่าจะได้รับเลือกตั้ง เพราะลงพื้นที่ตลอด เป็นความภาคภูมิใจของคนนครราชสีมา อีกทั้งกระแสพรรคจับต้องได้ ต่างจากกระแสคนเสื้อแดงที่เป็นนามธรรมเชื่อว่าชาวบ้านจะเข้าใจ ดังนั้น การส่งคนอื่นลงแทนไม่น่าเป็นไปได้

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีว่าที่ร.ต. ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน ระบุนายบุญจง ได้เป็นส.ส.เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขอร้องไว้นั้น ไม่เป็นความจริง นาย บุญจงได้เป็นส.ส.เพราะประชาชน พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นคนลงคะแนน ส่วนนายบุญจงต้องลาออกจากรมช.มหาดไทยหรือไม่ ยังมีเวลาตัดสินใจ เนื่องจากนายบุญจง ยังมีภาระหน้าที่ในกระทรวงที่ต้องสะสางให้เสร็จสิ้น เอาไว้ใกล้วันสมัครเลือกตั้งวันที่ 22-26 พ.ย. ค่อยลาออกก็ได้ อย่างเช่นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ไม่ได้ลาออกในทันทีเหมือนกัน

ยันไม่ได้ฮั้วกับชาติไทยฯ

"ผมคิดแบบเดียวกับนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของแต่ละพรรคจะตัดสินใจ ขึ้นกับความเหมาะสมของแต่ละพรรค แต่พรรคยังไม่ได้คุยกับพรรคชาติไทยพัฒนาที่จะร่วมกันตัดสินใจเรื่องนี้ ต่างพรรคก็ต่างตัดสินใจกันเอง ไม่มีฮั้วกัน" นายทรงศักดิ์ กล่าวและว่า ส่วน จ.สุรินทร์ เชื่อว่าผู้สมัครของพรรคได้ลงพื้นที่ต่อเนื่องมาตลอด มีโอกาสได้รับเลือกตั้งแน่นอน

ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา และส.ส.สัดส่วน พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายบุญจง จะลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส. ว่า ต้องถามนายบุญจง ตนไม่ได้เป็นแกนนำพรรค ไม่เคยไปร่วมประชุมพรรค เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยต้องทำตามบรรทัดฐานของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ระเบียบแบบแผนบ้านเมืองมีอยู่ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจน ถ้ากฎหมายให้สิทธิก็ทำตามกฎหมาย ถ้าเป็นด้านจริยธรรมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อยู่ที่พรรคจะวินิจฉัย ตนไม่เข้าไปก้าวล่วง ต่อข้อถามว่าระหว่างกฎหมายกับจริยธรรมจะเลือกอะไร นายชัย กล่าวว่า ต้องถามหัวหน้าพรรค สำหรับตนเอาเรื่องจริยธรรมเป็นหลัก ส่วนที่นายเนวิน ชิดชอบ ระบุนายบุญจง ควรลาออกจากรัฐมนตรีก่อนลงสมัครส.ส.นั้น ต้องถามนายเนวิน ตนไม่รู้เรื่อง

เติ้งโทร.ให้กำลังใจเกื้อกูล

นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม อดีตส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกฯย้ำหากจะลงสมัคร ส.ส.ต้องลาออกจากรัฐมนตรีก่อน เพราะเป็นบรรทัดฐานเดียวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯว่า ตนจะรอฟังมติพรรคชาติไทยพัฒนาว่ามีความเห็นอย่างไร ซึ่งจะประชุมวันที่ 15 พ.ย.นี้ ทั้งนี้ ตนยังไม่ได้พูดคุยกับนายกฯ และตนไม่ขอพูดถึงบรรทัดฐานของนายสุเทพ ส่วนนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัว หน้าพรรคได้โทร.มาให้กำลังใจแล้ว

เมื่อถามว่าหากลงสมัครโดยไม่ลาออกจากรัฐมนตรี จะเป็นการเอาเปรียบคู่แข่งหรือไม่ นายเกื้อกูล กล่าวว่า มีกฎหมายครอบคลุมอยู่แล้ว เมื่อถามว่าหากมติพรรคไม่ส่งตัวนายเกื้อกูลลงสมัคร จะรับได้หรือไม่ นายเกื้อกูล กล่าวว่า ยอมรับได้เพราะตนมาโดยมติพรรคอยู่แล้ว เมื่อถามว่าขณะนี้สังคมถามหาเรื่องความรับผิดชอบทางการเมืองหลังถูกศาลตัดสิน นายเกื้อกูล กล่าวว่า การรับผิดชอบคือการไม่ได้เป็นผู้แทนฯแล้ว เพราะภรรยาตนถือหุ้น 1,000 หุ้นที่ซื้อในตลาดหลักทรัพย์และโดนตัดสินขาดสมาชิกภาพ แต่ตอนตนเป็นรัฐมนตรีนั้นตนไม่มีหุ้น

ชุมพลย้ำต้องฟังมติพรรค

นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งนายเกื้อกูล ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.พระนครศรีอยุธยา ว่า ต้องรอที่ประชุม พรรควันที่ 15 พ.ย. กรณีนายเกื้อกูล ไม่เกี่ยว ข้องกับการทุจริต แต่เป็นความผิดพลาดในการถือหุ้นเล็กน้อย ส่วนที่นายกฯ ย้ำว่าต้องยึดมาตรฐานเดียวกับกรณีนายสุเทพ ที่ลาออกจากรองนายกฯ ไปลงสมัครส.ส.สุราษฎร์ฯ นั้น ความจริงนายสุเทพไม่ได้ตั้งใจลาออก แต่เมื่อเป็นมติพรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องยึดมติพรรคเป็นหลัก ดังนั้น แนวทางปฏิบัติต้องเป็นอย่างเดียวกัน คือต้องเป็นเรื่องของแต่ละพรรค เคารพแต่ละพรรค พรรคใดมีมติอย่างไรก็ปฏิบัติตามนั้น

ส่วนที่นายกฯ ย้ำหลายครั้งว่าให้ลาออกจากรัฐมนตรีก่อน นายชุมพล กล่าวว่า ไม่รู้ แต่เราถือหลักมาตรฐานเดียวกัน คือถ้าเป็นมติพรรคก็ต้องเป็นมติพรรคด้วยกัน เมื่อถามว่ามาตรฐานเดียวกันคือต้องลาออกเหมือนนายสุเทพ ด้วยหรือไม่ นายชุมพล ย้อนถามว่า แล้วนายสุเทพลาออกด้วยมติพรรคด้วยหรือไม่ ดังนั้นให้รอวันที่ 15 พ.ย. อย่าพูดล่วงหน้าเพราะพรรคยังไม่มีมติ เมื่อถามว่านายกฯ กดดันพรรคหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ไม่ใช่ นายกฯ เจตนาดีมากมาตั้งแต่ต้น เพราะออกมาตรการกฎเหล็ก 9 ข้อมาตั้งแต่ต้น แต่กรณีนี้ไม่ได้อยู่ในมาตรการ 9 ข้อ

เห็นชอบเลือกซ่อม 12 ธ.ค.

เวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่ กกต. เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่าง ตาม ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ให้สมาชิกภาพส.ส. 6 ราย สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (6) ประกอบมาตรา 265 และมาตรา 48 ดังนี้ 1.นายสมเกียรติ ฉันทวานิช ส.ส.เขต 2 กทม. พรรคประชาธิปัตย์ 2.ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส.เขต 2 ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย 3.นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.เขต 6 นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย 4.นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส.เขต 1 พระนครศรีอยุธยา พรรคชาติไทยพัฒนา 5.นาง มลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ ส.ส.เขต 3 สุรินทร์ (พรรคเพื่อแผ่นดิน) 6.ม.ร.ว.กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคเพื่อแผ่นดิน

นายศุภชัย กล่าวว่า กกต.รายงานว่าในคราวประชุมกกต. ครั้งที่ 121/2553 วันที่ 4 พ.ย. จึงมีมติให้เสนอร่างพ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งส.ส.กทม. เขต 2, ขอนแก่น เขต 2, นครราชสีมา เขต 6, พระนครศรีอยุธยา เขต 1 และสุรินทร์ เขต 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยกำหนดให้วันที่ 12 ธ.ค.เป็นวันเลือกตั้ง เปิดรับสมัครเลือกตั้งวันที่ 22-26 พ.ย.

'สมเกียรติ'ประกาศวางมือ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ และประธานส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการสรรหาผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. แทนนายสมเกียรติ ฉันทวานิช ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้เรียกแกนนำส.ส.กทม. อาทิ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง รองหัวหน้าพรรค และตน ร่วมหารือถึงแนวทางการคัดเลือก แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากนายสมเกียรติ ยังไม่ได้แจ้งความประสงค์จะลงสมัครหรือไม่ แต่คาดว่าภาย ในสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุปว่าจะส่งใครลงสมัคร ผู้ที่เหมาะสมต้องมีความรู้ความสามารถ อุทิศตัวทำงานให้พรรค และมีจิตใจทำงานเพื่อสาธารณะได้ ขณะนี้มีบุคคลที่เสนอตัวนับสิบคน

พสิษฐ์เขียน - นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ เขียนแถลงการณ์ด้วยลายมือจากฮ่องกง ขอความเป็นธรรมจากคนไทย พร้อมอ้างถึงอุดมการณ์ของตัวเอง อยากเห็นคำว่ายุติธรรม กลับไปศักดิ์สิทธิ์ดังเดิม



ด้านนายสมเกียรติ ฉันทวานิช อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนตัดสินใจไม่ลงสมัครส.ส.กทม. เนื่องจากอายุมากแล้วและลูกๆ อยากให้พักผ่อน ส่วนบุคคลที่จะลงสมัครแทนนั้น อยู่ที่การตัดสินใจของพรรค ตนคงไม่เสนอใครเป็นพิเศษ เพราะมีคนที่เป็นแคนดิเดตหลายคน จึงไม่อยากสร้างศัตรู

กกต.รับรอง'เทือก'เป็นส.ส.

ที่รัฐสภา นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ส่งตัวผู้สมัครส.ส.ลงเลือกตั้งในพื้นที่อีสานว่า เบื้องต้นนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังไม่ได้เรียกหารือเรื่องดังกล่าวว่าจะส่งหรือไม่ส่งผู้สมัคร หากไม่ส่งหรือหลีกเลี่ยงเพื่อเป็นมารยาททางการเมือง เกรงว่าอาจมีความผิดเข้าข่ายฮั้วทางการเมือง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรคไม่มีส.ส. เนื่องจากเป็นพรรคขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ต้องรอผลหารือว่าจะมีมติส่งไม่ส่งผู้สมัครในเขตอีสานหรือไม่

เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. แถลงว่า ที่ประชุมกกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่าง ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็น ส.ส.เขต 1 สุราษฎร์ธานี ตรวจสอบพบว่าไม่มีเรื่องร้องคัดค้านเข้ามา ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ลงนาม ทั้งนี้ วันที่ 10 พ.ย. นายสุเทพสามารถเดินทางมารับหนังสือเพื่อนำไปรายงานตัวต่อสภาต่อไป

คดีรมต.ถือหุ้นจบไปแล้ว

นายสุทธิพล กล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้ 2 รัฐมนตรีที่ถูกศาลตัดสินให้พ้นสมาชิกภาพ ส.ส.เพราะถือหุ้นต้องห้าม ลาออกก่อนลงสมัครรับเลือกตั้ง ว่า ก่อนหน้านี้มีผู้ร้องเรียนให้กกต. ตรวจสอบส.ส.จำนวนหนึ่ง ว่าอาจถือหุ้นที่ขัดกฎหมาย ต่อมากกต.มีมติให้ส.ส.บางส่วนที่ถูกร้องเรียนสิ้นสภาพความเป็นส.ส. เนื่องจากถือหุ้นต้องห้าม จากนั้นกกต.ยังให้ตรวจสอบในส่วนของส.ส.ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าถือหุ้นที่เข้าข่ายขัดกฎหมายหรือไม่ จากการตรวจสอบของคณะกรรมการไต่สวน และกกต. มีคำวินิจฉัยที่ 1834/1/2552 ลงวันที่ 3 พ.ย.2552 ว่า รัฐมนตรีที่ถือหุ้นต้องห้ามหลายคนได้ขายและโอนหุ้นดังกล่าวออกไปก่อนเข้ามาดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีหมดแล้ว มีเพียงนายมานิต นพอมรบดี อดีตรมช.สาธารณสุข และส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทยเท่านั้น ยังคงถือหุ้นต้องห้ามไว้อยู่ ส่วนนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมานาคม พบว่าซื้อขายหุ้นหลายครั้ง แต่ก่อนเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ขายหุ้นดังกล่าวออกไปหมดแล้วเช่นกัน ถือว่าเรื่องดังกล่าวเป็นที่ยุติจากการพิจารณาของกกต.แล้ว

'หนั่น'เผยผลเจรจา'แม้ว'

เวลา 14.00 น. ภายหลังประชุม ครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ พร้อมด้วยพล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ ได้เดินออกมาจากห้องประชุม ครม. โดยทั้ง 2 คนเดินพูดคุยจูงมือกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะปล่อยมือ โดยพล.ต.สนั่น ได้จับต้นแขนของนายอภิสิทธิ์ เดินผ่านกลุ่มผู้สื่อข่าวไปยังห้องประชุมรัฐสภา เพื่อร่วมประชุมรัฐสภา ก่อนที่พล.ต.สนั่น จะเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อแถลงข่าว

ต่อมาที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สนั่น แถลงถึงการหารือแผนปรองดองกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ประเทศนอร์เวย์ ว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ตนได้พบกับพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ไม่ได้นัดหมายกัน ตนได้รับคำเชิญจากมหาเถรสมาคมให้ไปทอดกฐิน 9 วัด 9 ประเทศ และไปรับมอบพระคัมภีร์โบราณ 2,000 ปี ที่ประเทศ นอร์เวย์ ระหว่างอยู่ที่นั่นได้พบกับอดีตนายกฯ ซึ่งได้รับเชิญจากพระเจ้าอาวาสให้ไปทอดกฐิน และร่วมพิธีรับมอบพระคัมภีร์ด้วย มีเวลาพูดคุยกันไม่มากประมาณ 10-15 นาที

"พูดคุยในเรื่องแนวทางการปรองดองที่ผมทำอยู่ และขอความเห็นท่านว่าเห็นอย่างไร ท่านบอกว่าเห็นด้วยในการปรองดอง เพื่อให้คนในชาติหันมาพูดจากัน และมีความรักใคร่กัน ขอให้ผมเดินหน้าต่อไป ผมได้รับฟัง ก็บอกท่านว่าให้ลืมอดีต แล้วหันหน้ามาร่วมมือกันแก้ไข ปัญหาประเทศ" พล.ต.สนั่น กล่าว

ยันไม่ได้คุยเรื่องนิรโทษฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่บอกให้ลืมอดีตคือลืมอะไร พล.ต.สนั่น กล่าวว่า หมายถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต ผู้สื่อข่าวถามว่าหมายถึงให้ลืมคดีความของพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า คนละเรื่องกัน ตนบอกให้ลืมอดีต อดีตจะเป็นอย่างไรก็ลืมเสีย ไม่เช่นนั้นจะมีความเคียดแค้น ใครถูกกระทำอย่างไรก็ให้ลืมไปเสีย

พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ในการพบกับพ.ต.ท. ทักษิณ ไม่มีการพูดถึงเรื่องคดีความหรือการนิรโทษกรรมแต่อย่างใด ส่วนเงื่อนไขของพ.ต.ท. ทักษิณนั้น เป็นรายละเอียดที่ตนต้องทำงานต่อไป และหากพ.ต.ท.ทักษิณ มีข้อเสนออะไร ก็สามารถพูดคุยทางโทรศัพท์กับตนได้โดยตรง เมื่อถามว่าได้รายงานเรื่องนี้ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ทราบแล้วหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ได้พูดคุยกับนายอภิสิทธิ์แล้วเมื่อเช้านี้ นายอภิสิทธิ์ไม่ได้ว่าอะไร เพราะตนไปพบอดีตนายกฯ ด้วยเรื่องส่วนตัว ไม่ได้เอารัฐบาล ไม่ได้เอาการเมืองไป

พล.ต.สนั่น กล่าวถึงแผนปรองดองต่อจากนี้ว่า ตนจะเข้าพูดคุยกับ 2 พรรคที่ยังไม่ได้พูดคุยด้วย คือประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย รวมถึงทหารและคนเสื้อแดง คาดว่ากระบวนการปรองดองของตนคงสิ้นสุดเดือนม.ค.ปีหน้า จากนั้นจะ รวบรวมเป็นรายงานให้พรรคทราบ และนำเสนอต่อรัฐบาลและทุกภาคส่วนต่อไป

'มาร์ค'ชี้ปรองดองยังไม่คืบ

เวลา 17.10 น. นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพล.ต.สนั่น ระบุพ.ต.ท.ทักษิณมีแนวทางปรองดอง ว่า พล.ต.สนั่นคุยกับตนสั้นๆ บอก ว่าที่ไปเจอกับพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการพบปะเพียงสั้นๆ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เมื่อถามว่าถ้าไม่มีอะไรแล้วไปพบกันทำไม นายกฯ กล่าวว่า ไปรับฟัง ส่วนแนวโน้มปรองดองจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ยังไม่ทราบ พล.ต.สนั่น ชี้แจงว่าการไปพบกันก็เหมือนกลุ่มต่างๆ ไปรับฟังความรู้สึก ความคิดเห็น ไม่มีประเด็นเงื่อนไขอะไรทั้งสิ้น เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่มั่นใจใช่หรือไม่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะรับแนวทางการสร้างความปรองดองจริง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องถามพล.ต.สนั่น ท่านเป็นคนไปพบ บอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณพูดกว้างๆ คือ พยายามดูว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้เกิดความปรองดองสงบสุข แต่ยังไม่มีอะไรเป็นเชิงข้อเสนอ หรือในเชิงเงื่อนไขทั้งสิ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีแนวโน้มจะปรองดองได้จริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราอย่าคิดว่าอยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่อยู่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ว่าต้องการให้บ้านเมืองเดินไปอย่างไร ถ้าคนส่วนใหญ่ยึดมั่นว่าความแตกต่างทั้งหลาย มีกระบวนการทางกฎหมาย กับกระบวนการประชา ธิปไตย ไม่ใช้ความรุนแรง ทุกอย่างก็เดินหน้าได้ อย่างไรก็ตาม พล.ต.สนั่นยืนยันว่ายังจะเดินสายพบอยู่ จะนัดกับพรรคประชาธิปัตย์เร็วๆนี้ เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณฝากอะไรมาถึงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี

เตรียมปรับครม.รับ'เทือก'

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการปรับครม. ภายหลัง กกต.ประกาศรับรองนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นส.ส.เขต 1 สุราษฎร์ธานีแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "เดี๋ยวจะดำเนินการ" เมื่อถามว่าจะรวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ได้แต่ยิ้มก่อนจะแหวกวงล้อมผู้สื่อข่าวออกไปทันที

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีพรรคถูกตั้งข้อสังเกตว่าหากไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมส.ส. อาจผิดกฎหมายเป็นการฮั้วทางการเมืองว่า การที่พรรคใด ไม่ส่งผู้สมัครถือเป็นเอกสิทธิ์ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ตาม โดยเฉพาะการเลือกตั้งซ่อม หากมีการแข่งขันที่ชัดเจนระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล จะมีการต่อสู้กันในลักษณะตัวแทน การที่พรรคใดไม่ส่งผู้สมัครด้วยเหตุผลปัจจัยเรื่องความพร้อมของแต่ละพรรค จึงไม่ผิดกฎหมาย หากจะเอามาตรฐานดังกล่าวมาใช้ ต้องกลับไปดูการเลือกตั้งซ่อมส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 ด้วยว่าทำไมจึงมีการแข่งขันแค่ผู้สมัครใน 2 พรรคใหญ่ ทั้งนี้ พ.ร.บ.ฮั้วใช้บังคับสำหรับการแข่งขันเชิงธุรกิจ ไม่ใช่ทางการเมือง อย่างไรก็ตามเบื้องต้นพรรคควรรักษาที่นั่งเดิมไว้ให้ได้ก่อน จากนั้นหากในเขตพื้นที่อื่นๆ มีผู้สมัครของพรรคร่วมรัฐบาลลงสมัครอยู่แล้ว ไม่ควรไปแข่งขันด้วย ถือเป็นการให้เกียรติกัน

ชิงปรับ-ไม่รอพรรคร่วม

แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงแนวโน้มการปรับครม.ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะปรับพียงตำแหน่งเดียว คือรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดย ไม่จำเป็นต้องรอพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้การปรับครม.ครั้งนี้ล่าช้า เนื่องจากต้องรอดูท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาล ที่อยู่ระหว่างตัด สินใจว่าจะปรับด้วยหรือไม่ โดยพรรคภูมิใจไทย อยู่ระหว่างการตัดสินใจจะให้นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ลาออกจาก รมช.มหาดไทย เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมหรือไม่ เช่นเดียวกับพรรคชาติไทยพัฒนาในกรณีของนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม ซึ่งเป็นไปได้ว่าทั้ง 2 พรรค อาจจะชะลอการตัดสินใจไปจนกว่าจะถึงวันรับสมัครรับเลือกตั้ง 22 พ.ย.

นอกจากนี้ยังมีพรรคกิจสังคมที่เริ่มมีกระแสกดดันในพรรคให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ ลาออกจาก รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เนื่องจากมีปัญหาขัดแย้งกับ 5 ส.ส.ของพรรค ในเรื่องการดูแลเอาใจใส่ รวมถึงความขัดแย้งผลประโยชน์ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ โดยผลักดันนายชยุต ภุมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี เข้ามาเป็นรัฐมนตรีแทน เนื่องจากเป็นคนรวบรวม ส.ส.เข้ามาอยู่ในพรรค

อย่างไรก็ตาม นายชยุต ได้ปฏิเสธถึงกระแสข่าวดังกล่าว และว่าทางกลุ่มไม่มีการเคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าว และพรรคกิจสังคมจะยังไม่มีการเสนอให้ปรับครม.ครั้งนี้

ส.ส.ปชป.ยึกยักแก้รธน.

นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นระบบการเลือกตั้งว่า ที่ผ่านมาพรรคเคยหารือกัน 2 ครั้ง มติเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่ แต่การเสนอแก้รัฐธรรมนูญครั้งล่าสุด ในเมื่อยังไม่มีการหารือ ก็น่าจะเป็นไปตามที่เคยมีมติไปแล้ว ส่วนที่ครม. มีมติเห็นด้วยให้แก้ไขเป็นแบบเขตเล็ก ก็เป็นเรื่องของรัฐบาล แต่มีอีกหลายพรรคที่อาจเห็นแตกต่างกัน หากหารือกันในพรรคแล้วเสียงส่วนใหญ่เห็นอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามนั้น

"ส่วนตัวยังติดใจว่าทำไมต้องเพิ่มหรือลดจำนวนส.ส.ทั้ง 2 ระบบ เห็นว่าน่าจะจำกัดจำนวน ส.ส.เขตที่เหมาะสม ส่วนส.ส.สัดส่วน 125 คนถือว่ามากเกินไป น่าจะให้เหลือแค่ 80 คนก็พอ สงสัยว่าการกำหนด 125 คนนั้น แก้เพื่อประชาชนหรือเพื่อตัวเอง เพราะนักวิชาการบางคนอยากลงมาเล่นการเมือง แต่ผิดหวังไม่ได้รับเลือกตั้ง" นายสัมพันธ์ กล่าว

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วย ซึ่งการเสนอแก้มาตรา 190 ความจริงรัฐธรรมนูญกำหนดว่าหากมีการทำข้อตกลงระหว่างประเทศจะเข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภา หากยกเลิกมาตรา 190 จะทำให้ประชาชนไม่ทราบว่ามีเรื่องใดที่กระทบกับประชาชนบ้าง เช่น การปักปันเขตแดน ดังนั้น คิดว่าประเด็นนี้ส.ส.ควรเอาสมองไปทบทวนดูว่าควรแก้ไขหรือไม่

เตือนรัฐบาลอย่าเพิ่มปัญหา

นายชาญชัย กล่าวว่า ส่วนเรื่องเขตเลือกตั้งนั้น เป็นผลประโยชน์ของนักการเมืองโดยตรง หากแก้ไขแล้ว ประชาชนจะได้อะไร มองได้อย่างเดียวว่าทำเพื่อพวกพ้อง เพื่อให้การเข้าสู่อำนาจง่ายขึ้น หากเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมพรรค ตนจะสอบถามว่าแก้รัฐธรรมนูญเพื่ออะไร ทำไม ถึงอยากแก้กันจัง เพราะจุดยืนของพรรคคือไม่แก้รัฐธรรมนูญ "ผมไม่ต้องการดิสเครดิตนายกฯ ที่ตั้งคณะกรรมการศึกษาขึ้นมาแล้วสมาชิกพรรคไม่เห็นด้วย แต่ผมเป็นส.ส.ที่ต้องตอบคำถามประชาชนโดยตรง การอ้างว่าคณะกรรมการสำรวจความเห็นประชาชนแล้ว อยากถามว่าผู้ที่ศึกษาเป็นส.ส.หรือไม่" นายชาญชัย กล่าว

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ทราบจะแก้รัฐธรรมนูญไปทำไม หาเรื่องเปล่าๆ ในระเบียบวาระการประชุมรัฐสภา มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนของน.พ.เหวง โตจิราการ ค้างอยู่ หากรัฐบาลเสนอแก้รัฐธรรมนูญก็ถือเป็นเรื่องเดียวกับร่างดังกล่าว จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพิ่มปัญหาอื่นเข้ามาอีกทั้งที่ปัญหาอื่นก็เยอะอยู่แล้ว

น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากเรื่องนี้เข้าที่ประชุมพรรค ตนจะเสนอขอให้มีมติให้ส.ส.ฟรีโหวตในเรื่องเขตเลือกตั้ง ยอมรับว่าส.ส.หลายพรรคไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งแบบเขตเล็ก ส่วนที่เกรงว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่พอใจนั้น อยากบอกว่าพรรคก็มีส.ส.ที่ไม่พอใจเช่นกัน ที่ทำเช่นนี้ไม่ได้ขัดกับนายกฯ แต่เราต้องยึดเสียงส่วนใหญ่

ผวา'แดง-เหลือง'ลุกฮือ

นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าเสนอแก้รัฐธรรมนูญเข้าสู่รัฐสภาจะเกิดปัญหามาก เพราะสถานการณ์รอบนอก กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เห็นด้วย กลุ่มคนเสื้อแดงก็จะมาทวงถาม กลายเป็นแม่น้ำสองสายรวมตัว มีน้ำทะเลหนุนมาบรรจบกัน ซึ่งจะเกิดวิกฤตขึ้น อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ต้องเข้าสู่ที่ประชุมพรรค โดยนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคต้องเข้ามาชี้แจงด้วย เชื่อว่านายกฯ น่าจะมีเหตุผล

แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์เผยว่า จากการที่นายกฯ ประกาศว่าจะยุบสภาก่อนรัฐบาลครบวาระนั้น แกนนำพรรควิเคราะห์ว่า ปัญหาหนึ่งที่เป็นตัวเร่งให้ยุบสภาเร็วขึ้น คือการเสนอแก้รัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา เพราะจะเกิดเหตุวุ่นวายทั้งกลุ่มเสื้อเหลือง กลุ่มเสื้อแดงที่จะออกมาชุมนุม อย่างไรก็ตามวันที่ 15 พ.ย. จะมีการประชุมพรรค คาดว่าส.ส.จะถกในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันอย่างหนักโดยเฉพาะเรื่องเขตเลือกตั้ง ที่ลดส.ส.เขตเหลือ 375 คนแล้วเพิ่มส.ส.บัญชีรายชื่อเป็น 125 คน แต่เชื่อว่าที่สุดแล้วส.ส.พรรคจะเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเห็นด้วยกับรายละเอียดที่คณะกรรมการชุดนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เสนอ คงมีการแก้ไขในรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการต่อไป

ว่อนยูทูบ-คลิปโกงสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลิปวิดีโอที่พาดพิงศาลรัฐธรรมนูญ ล่าสุด ซึ่งถือเป็นคลิปชุด 3 ซึ่งเผยแพร่ผ่านเว็บยูทูบ ตั้งแต่ช่วงดึกวันที่ 8 พ.ย. นั้น ใช้ชื่อว่า "คำสารภาพคนโกงข้อสอบ" ความยาว 5.36 นาที ผู้โพสต์เป็นคนเดิมที่ใช้นามว่า "ohmygod3009" เนื้อหาในคลิปเป็นการพูดคุย ระหว่างนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ กับชายอีกสองคน เกี่ยว กับการสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตอนต้นของคลิปขึ้นข้อความเปิดหัวเรื่องว่า "คำสารภาพ...ของเด็กฝาก" พร้อมให้ข้อมูลว่าชายหนุ่ม 2 คนในคลิปเป็นใคร

ตลอดคลิปเสียงสนทนาฟังไม่ชัดนัก มีเพียงเสียงนายพสิษฐ์ ที่เป็นผู้ซักถามเท่านั้นที่จะเสียงดังฟังชัดกว่าผู้อื่น และการถามแทบจะเป็นการพูดฝ่ายเดียว โดยอีกสองคนเพียงพยักหน้าตอบรับ และพูดในบางช่วง เนื้อหาการพูดคุยนายพสิษฐ์ ระบุให้ทั้งสองยอมรับไปก่อนว่ามีการโกงข้อสอบจริง ทั้งสองก็พยักหน้า คนหนึ่งยอมรับว่ามีการนำข้อสอบไปให้ที่บ้าน ขณะที่อีกคนรับว่าไปรับที่ที่ทำการศาลรัฐธรรมนูญ

บล็อกวุ่น-แต่เอาไม่อยู่

หลังจากช่วงนี้ ภาพเหมือนถูกตัดและปรากฏภาพการสนทนา โดยนายพสิษฐ์ ระบุให้ชายทั้ง 2 คนยืนกระต่ายขาเดียวว่า ไม่เคยรับได้ข้อสอบล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นจะถูกยิงนัดเดียวตายกว่า 3 ศพ และขอให้ทั้งสองรับปาก ซึ่งทั้งสองคนก็พยักหน้ายอมรับ นายพสิษฐ์ ยังขอให้ทั้งสอง ไปบอกกับชายอีกคนให้ปฏิเสธว่าเคยได้รับข้อสอบด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ มีการพิมพ์คำบรรยายด้านล่างของคลิปวิดีโอ ระบุการจัดการเรื่องคลิปเป็นสองมาตรฐาน กรณีผู้การจังหวัดตากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับตำรวจหญิง กลับไม่มีใครกระตือ รือร้นที่จะเอาผิดกับผู้ถ่าย แต่กรณีคลิปนี้ รัฐบาลตามเอาเรื่องแต่คนถ่าย ไม่ตามเอาเรื่องคนผิด พร้อมหมายเหตุด้านท้ายด้วยว่า มีรายการพิเศษคนอักษรย่อ "จ" แอบไปตีกอลฟ์ สิงคโปร์ แล้วมีรายการหลุม 19 ต่อ คุณ...อยากเห็นคลิปคนที่ชอบสร้างภาพกับสังคมไทยว่าเป็นคนดี สมถะ กรุณาแจ้งให้ทราบด้วย (อ่านรายละเอียด น.3)

จากการตรวจสอบพบด้วยว่า ในบางช่วงหน้าเว็บยูทูบของ "ohmygod3009" ถูกบล็อกเข้าไปชมคลิปไม่ได้ แต่มีสมาชิกเว็บยูทูบรายอื่นๆ นำคลิปชุดเดียวกันนี้ไปเผยแพร่ต่ออย่างแพร่หลาย

สำนักงานศาลฯถกเครียด

ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า หลังจากทราบว่ามีการเผยแพร่คลิปชุดใหม่ทางอินเตอร์เน็ต ฝ่ายบริหารของสำนัก งานได้ประชุมหารือเรื่องดังกล่าว ซึ่งมีแนวทางในหลายแนว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะยังเป็นชั้นของความลับที่ต้องพิจารณาให้รอบ คอบ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นควรดำเนินการเช่นไร จะแถลงต่อสื่อมวลชนทันที ยืนยันว่าการ ดำเนินการจะไม่ล่าช้าและเชื่อว่าน่าจะมีข้อยุติโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการเผยแพร่คลิปดังกล่าว ขณะนี้ผู้ที่ไม่สามารถสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนั้น เริ่มหารือว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะหากเนื้อหาในคลิปเป็นเรื่องจริง เท่ากับบุคคลเหล่านั้นเป็นผู้เสียโอกาสในการสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ

รายงานข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญเผยว่า หลังมีการเผยแพร่คลิปพาดพิงศาลรัฐธรรมนูญหลายครั้ง แต่ยังไม่มีท่าทีอะไรออกมา โดยเฉพาะนายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญที่ยังนิ่งเฉย แม้ตุลาการหลายคนเสนอให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงการสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเคลียร์ข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยเสนอให้บุคคลภายนอกเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบ เพื่อให้สังคมยอมรับและไม่ถูกมองว่าปกป้องพวกเดียวกันเอง แต่ได้รับคำตอบจากนายชัชว่า "ไว้ก่อน รอให้เรื่องเงียบก่อน" สร้างความอึดอัดให้กับตุลาการหลายคน

อึดอัด'ชัช'เอาแต่เฉย

"การนิ่งเฉยเหมือนกับการไม่ช่วยเหลือตุลาการคนอื่น เนื่องจากตัวนายชัช ไม่ได้ตกเป็นเป้าหมาย แม้จะถูกมองว่าต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ แต่ก็เพียงกรณีนำนายพสิษฐ์ มาเป็นเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ทั้งที่เรื่องนี้กระทบถึงองค์กรศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด" รายงานข่าวระบุ

รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนก่อนหน้านี้กรณีที่ประชุมตุลาการเสนอให้นายชัช ปลดนายพสิษฐ์ ออกจากเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ แม้ นายชัช จะยอมทำตาม แต่ตุลาการก็มาทราบภายหลังว่านายพสิษฐ์ ได้ลาออกไปก่อนหน้าที่จะมีการแถลงปลด และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครเคยเห็นคำสั่งปลดนายพสิษฐ์เลย รวมทั้งตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เผยแพร่คลิปออกมาแล้ว 3 ชุด นายชัช ยังไม่ได้ชี้แจงว่า นายพสิษฐ์มีความเป็นมาอย่างไร หรือรับมาเป็นเลขานุการได้อย่างไร ทำให้ตั้งข้อสงสัยว่านายชัช กำลังปกป้องนาย พสิษฐ์ หรือไม่

น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องคลิปของศาลรัฐธรรมนูญ ชัดเจนว่ามีการจัดฉากโดยกลุ่มบุคคลชุดเดียวกับที่เอาคลิปตัดต่อประธานองคมนตรีมาอยู่ในคลิปเดียวกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ ต้องถามพรรคเพื่อไทยที่นำเรื่องคลิปมาแถลงและเปิดก่อนที่จะมีการเผยแพร่ในยูทูบ จะรับผิดชอบอย่างไร

'จรัญ'โต้แค่คลิปใส่ร้าย

นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรม นูญ กล่าวถึงกรณีที่มีการระบุในคลิปว่า มีคนอักษรย่อ "จ" ไปตีกอล์ฟ ที่สิงคโปร์ และไปตีกอล์ฟหลุม 19 ต่อด้วย ว่า ปกติตนไม่ค่อยชอบตีกอล์ฟ เพราะเห็นว่าเป็นกีฬาที่เบาไป รวมทั้งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ตนไม่ได้เดินทางไปสิงคโปร์เลย การระบุเช่นนี้ถือเป็นการใส่ร้ายกัน แต่ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจที่มีการนำคลิปที่เป็นผลเสียกับศาลรัฐธรรมนูญออกมาเผยแพร่เป็นระยะ เพราะถือเป็นการนำความเท็จมากล่าวหากัน ส่วนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่อีกหรือไม่นั้น ยังไม่มีการหารือกัน

"ขณะนี้ขอให้เรามีโอกาสชี้แจงต่อสาธารณะให้รับทราบบ้าง ตอนนี้เราพอทนได้ แต่เราไม่มีช่องทางไปสู้กับเขา ได้แต่หาทางพิสูจน์ความจริงกันไป อีกทั้งผมไม่อยากดำเนินคดีกับประชาชน เพราะไม่อยากใช้กฎหมายไปเล่นงานประชาชน ถ้าไม่จนตรอกจริงๆ เนื่องจากอาจถูกมองว่าเราไม่เป็นศาล ที่ผ่านมาผมยังไม่เคยฟ้องร้องดำเนินคดีกับใคร" นายจรัญกล่าว

'พสิษฐ์'โผล่แถลงการณ์

วันเดียวกัน นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ออกแถลงการณ์เขียนด้วยลายมือ ลงวันที่ 7 พ.ย. จากเกาะฮ่องกง ข้อความว่า "กระผม นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ มีความคิดและมีอุดมการณ์ตั้งมั่นอยู่ในจิตวิญญาณ และเชื่อถือระบบกระบวนการยุติธรรมว่า จะต้องโปร่งใส เสมอภาค และมีคุณธรรมจริยธรรมครบถ้วนในทุกด้าน เหนือกว่า สาขาอาชีพใดๆ เพราะถือเป็นที่พึ่งสุดท้ายของชาวไทยทุกท่าน

เมื่อกระผมได้เข้ามาทำงานในศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นองค์กรสำคัญยิ่งยวด เพราะคำวินิจฉัยถือเป็นที่สุดและผลแห่งคำวินิจฉัยผูกพันทุกองค์กร แต่กระผมกลับเสียใจต่อความพิลึกของผู้มีอำนาจ ทั้งเรื่องความหมายของคำว่า มาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม ตลอดถึงกระบวนการปฏิสัมพันธ์กับศาลในรูปแบบที่บิดเบี้ยวของพรรคการเมืองบางพรรค รวมถึงกระแสพิเศษและความเกื้อหนุนอุ้มชูในหลากหลายรูปแบบ หลายครั้งยากต่อการมองเห็น รวมถึงมีบุคคลแอบอ้างกระแสพิเศษกันมากมาย

กระผมอยากเห็นคำว่า ยุติธรรม กลับไปศักดิ์สิทธิ์ดั่งเดิม โดยอุดมการณ์ของกระผมนี้ คงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยกับประชาชนคนไทยทั้งหลาย กระผมมีความภาคภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ซึ่งกระผมเทิดทูนยิ่งชีวิต ถึงแม้จะถูกกล่าวหาต่างๆ นานา แต่กลับทำให้กระผมมีความเข้มแข็ง เพราะกระผมไม่ได้เป็นไปตามคำกล่าวหาต่างๆ

ขอแสดงความเคารพต่อพี่น้องประชาชนคนไทย ที่มีความรักความถูกต้องในทุกวิถี และช่วยกันผดุงความดีจรรโลงไว้ในแผ่นดิน จึงขอให้พี่น้องชาวไทย ได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับกระผม และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมฉันใด ความจริงทุกประการก็จะได้ปรากฏอีกมากมาย"

แฉคอร์รัปชั่นรุนแรงขึ้น

เวลา 14.00 น. ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) จัดเสวนา "การทุจริตและสิทธิมนุษยชน : สร้างความเชื่อมโยง" มีนักวิชาการ ตัวแทน กสม. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส.ว. เข้าร่วมเสวนา

นางนวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์คณะเศรษฐ ศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นทวี ความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่การจ่ายเงินน้ำท่วมก็มีการหักค่าหัวคิว ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำซาก แม้จะมีกฎหมายใหม่ขึ้นมา ปัญหาก็ลดลงไม่มาก เพราะปัญหาหมักหมมมายาวนาน คำว่า"โกงไม่เป็นไร ขอให้มีผลงาน" เป็นทัศนคติที่มีมาก เป็นความรู้สึกที่ประชาชนยอมแพ้ ฉะนั้นเราต้องทำความเข้าใจว่าเรื่องนี้แก้ได้แต่ต้องใช้เวลา

นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า การตรวจสอบของป.ป.ช. มีอุปสรรคพอสมควร เช่น การให้ข้อมูลกับป.ป.ช. เขามักระวัง ตั้งการ์ด ไม่ให้ข้อมูลทั้งหมด จากปัญหาดังกล่าวป.ป.ช.กำลังสร้างเครือข่ายทั่วประเทศ ต่อไปจะมีป.ป.ช.จังหวัด ถ้าเราไม่มีเครือข่ายที่เข้มแข็งจากภาคประชาสังคม การไต่สวนตรวจสอบล้มเหลวแน่นอน ระบบไต่สวนของเราต่อไปต้องเน้นเอาตัวจริงมาลงโทษ การตรวจสอบต้องลงลึก อย่างสิงคโปร์เขาหาข้อมูลแบบละเอียดยิบ นำไปสู่การจับกุมระดับรัฐมนตรี ไม่แน่ใจว่าประเทศเรายอมรับตรงนี้ได้แค่ไหน

โพลร้อยละ 93 เห็นด้วย

น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวว่า อำนาจทางการเมืองนำไปสู่การคอร์รัปชั่น มีการใช้อำนาจไปในทิศทางบิดเบี้ยว โดยเฉพาะในระบบรัฐสภา การแก้ปัญหายิ่งเป็นไปไม่ได้ รัฐสภาอาศัยเสียงส่วนใหญ่ พอโหวตมักกลายเป็นเสียงข้างน้อย ระบบประชาธิปไตยของเราเชื่อมโยง เน้นจีดีพี ความมั่นคงทางทหารและการเมือง ส่วนการถอดถอนนักการเมืองกลายเป็นเสือกระดาษ ทำได้ยากมาก สภาเป็นเพียงพิธีกรรมที่ตกลงไว้ก่อน โหวตตามพรรค พูดตามที่พรรคบอกมา ขณะที่ส.ว.ก็มีคอนเน็กชั่น มีการขอกัน เช่น กรณีงบไทยเข้มแข็งที่นำงบไปสร้างโรงพยาบาล 600 กว่าล้าน ตั้งงบไว้ก่อน 900 กว่าล้าน พอตรวจสอบความโปร่งใสก็พยายามปรับลดมา 600 ล้านในภายหลัง มีการตัดสินความไม่โปร่งใสด้านวินัยเพียงคนเดียวคือข้าราชการซี 9 เรื่องนี้ทางคณะกรรมาธิการวุฒิสภาจะตรวจสอบต่อไป

วันเดียวกัน ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดผลสำรวจความคิดเห็น"ความเชื่อมั่นต่อนายกฯอภิสิทธิ์ ในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น" เก็บข้อมูลจากประชาชนในเขตกทม.และปริมณฑล จำนวน 1,136 ตัวอย่าง พบว่าร้อยละ 93.1 เห็นว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาที่รุนแรงถึงรุนแรงมาก โดยการทุจริตที่เป็นปัญหารุนแรงมากที่สุดขณะนี้ ได้แก่ การใช้อิทธิพลทางการเมืองแสวงหาผลประโยชน์ ร้อยละ 40.8 รองลงมา คือ การจัดซื้อจัดจ้าง การฮั้วประมูล ร้อยละ 16.4 และการใช้นโยบาย/ใช้กฎหมาย แบบ 2 มาตรฐาน ร้อยละ 13.0 ตามลำดับ

เทือก-เน-โสภณติดโผ'ยี้'

เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อการแก้ปัญหาการทุจริตที่นายกฯ กล่าวผ่านรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าแนวทางทั้ง 4 เรื่องจะทำให้เกิดผลได้จริง โดยเฉพาะการปรับปรุงระบบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำให้โปร่งใส ปราศจากการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจทั้งฝ่ายประจำและฝ่ายการเมือง ประชาชนเชื่อว่าไม่สามารถทำให้สำเร็จผลได้มากที่สุด

ทั้งนี้ ร้อยละ 75.8 ไม่ทราบว่าไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ในวันที่ 10-13 พ.ย.นี้ เมื่อถามว่าหลังการประชุมแล้ว ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นของไทยจะเป็นอย่างไร พบว่าร้อยละ 72.3 เชื่อว่าจะยังคงเหมือนเดิม มีเพียงร้อยละ 15.5 ที่เชื่อว่าจะน้อยลง ร้อยละ 12.2 เชื่อว่าจะมากขึ้น

สำหรับนักการเมืองไทยในปัจจุบันที่มีภาพลักษณ์ของความซื่อสัตย์สุจริตมากที่สุดได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 49.8 รองลงมาคือ นายชวน หลีกภัย ร้อยละ 30.3 และ นายกรณ์ จาติกวณิช ร้อยละ 2.2 ส่วนนักการเมืองที่มีภาพลักษณ์ของความซื่อสัตย์สุจริตน้อยที่สุด ได้แก่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ร้อยละ 39.2 รองลงมาคือ นายเนวิน ชิดชอบ ร้อยละ 24.2 และนายโสภณ ซารัมย์ ร้อยละ 8.3 ตามลำดับ


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.