มติชน | มติชนสุดสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | สำนักพิมพ์ | พิมพ์สี | งานดี | ข้อมูลบริษัท | มติชนอคาเดมี | khaosod-english |
   [Home] หน้าแรก-ข่าวสด
 
จำนวนคนอ่านล่าสุด 8245 คน
วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7912 ข่าวสดรายวัน


โชว์"สด.9"ปลอม บิ๊กโอ๋ลุย ฟันธงคดีหนีทหาร


อภิสิทธิ์ฮึ่ม"ฟ้องหมิ่น" สดศรีห่วงข้อกฎหมาย ทำถอดถอน"เทือก"วุ่น วสันต์พ้อเป็นหมาหัวเน่า "ปู"ชี้รธน.ให้ฟังรัฐสภา



โชว์ต้นขั้ว - พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม โชว์เอกสารต้นขั้วใบสด.9 ทั้ง 2 ฉบับของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งลงวันที่เดือนปีไม่ตรงกัน โดยยืนยันนายอภิสิทธิ์ไม่ได้เข้ารับตรวจเลือกทหาร เมื่อวันที่ 27 ก.ค.

"บิ๊กโอ๋" สรุปคดีหนีทหาร กางเอกสารชี้ไม่มาเกณฑ์ คือหนีทหาร ระบุพิรุธสด.9 ไม่ใช่เอกสารในระบบราชการ ยันผู้ตรวจฯสั่งสอบเลยต้องแจง ไม่เกี่ยวตอบโต้ใคร ด้านมาร์คขู่ลั่นหมิ่นซ้ำฟ้องแน่ ปัดโต้-อู้อี้คดีอยู่ในชั้นศาล ศิริโชคชูเอกสารป.ป.ช. ยันอภิสิทธิ์บริสุทธิ์ผุดผ่อง วุฒิสภาพร้อมรับพิจารณาถอดถอนเทือก สดศรีห่วงข้อกฎหมายส.ว.ถอดถอนได้เลยหรือต้องส่งศาลรธน.ชี้ นายกฯยิ่งลักษณ์ชี้แก้รธน.ให้รอฟังรัฐสภา ด้านตุลาการเผยคำวินิจฉัยส่วนตัวแล้ว ปชป.ยื่นผู้ตรวจสอบ"ผบ.ตร."พบแม้ว



นายกฯชี้แก้รธน.ให้รอฟังรัฐสภา

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้รอเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งเป็นฝ่ายกฎ หมายของรัฐบาลสรุปมาให้ทราบ และยังไม่ทราบว่าในการสัมมนาพรรคเพื่อไทยวันที่ 28-29 ก.ค. นี้ จะได้ข้อยุติหรือไม่ เพราะต้องให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยนำเอาคำวินิจฉัยกลางไปหารือก่อน จากนั้นขึ้นอยู่กับข้อสรุปของที่ประชุม

เมื่อถามว่าสุดท้ายแล้วจะให้ครม.ตัดสินใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ ขั้นตอนทั้งหมดเลยในส่วนของ ครม.ไปแล้ว ต้องอยู่ที่สภา ซึ่งสมาชิกรัฐสภาจะหารือกันว่าคิดเห็นอย่างไรหลังได้คำวินิจ ฉัยกลางแล้ว เมื่อถามว่าจำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยส่วนตัวอีกหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ต้องตรวจสอบกับฝ่ายกฎหมายอีกครั้งว่าคำวินิจฉัยกลางเพียงพอหรือไม่ เพราะตนยังไม่ได้อ่านรายละเอียดทั้งหมด อย่างไรก็ตามก่อนเปิดสภาคงมีแนวทางอะไรออกมาบ้าง ซึ่งวิปรัฐบาลคงไปหารือกัน

เมื่อถามถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ ระบุทำนองน้อยใจว่าหลายประเทศให้วีซ่าเข้าประเทศหมดแล้ว เหลือเพียงประเทศไทยเท่านั้น นายกฯ กล่าวเลี่ยงว่า "พอแล้ว จบแล้ว พอแล้ว" จากนั้นขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อบันทึกเทปรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน" ซึ่งจะออกอากาศในเช้าวันเสาร์ที่ 28 ก.ค.นี้



เหลิมเชื่อเทือกรอดถอดถอน

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กล่าวว่า กรณีการแก้รัฐธรรมนูญมีความเห็น 4 ประเด็น 2 ประเด็นเห็นด้วย อีก 2 ประเด็นไม่เห็นด้วย ซึ่งทำเป็นเอกสารความเห็นแจกสมาชิกพรรคในที่ประชุมสัมมนาวันที่ 28 ก.ค.ด้วย เพื่อประกอบการพูดชี้แจงให้สมาชิกพรรคทราบ ปกติศาลต้องมีคำวินิจฉัยส่วนตัวออกมาก่อนคำวินิจฉัยส่วนรวม การวินิจฉัยอย่างนี้มีลักษณะไม่โปร่งใส

"จึงมีแนวคิดว่าต้องควบรวมศาล จะให้มาเป็นเอกเทศอยู่อย่างนี้ไม่ได้ จะให้คน 9 คนมาลิขิตประเทศ ลิขิตรัฐบาล เขาไม่ทำกัน หากแก้ไขแล้วเราต้องเขียนบทเฉพาะกาลว่าใครมีหน้าที่อย่างไร ควบรวมอย่างไร เพื่อให้มีช่องหายใจได้ ซึ่งในที่สัมมนาพรรคจะพูดเรื่องนี้ถามว่าจะเอาหรือไม่ ถ้าเอาเฉลิมจะจัดให้ จัดเต็ม และผมยืนยันเดินหน้าเสนอแก้ไขรายมาตรา 5 แนวทางที่เคยเสนอไปแล้ว ส่วนการโหวตวาระ 3 ถ้าโหวตเจ๊งแน่ เก็บเสื่อ ผมจะบอกพรรคว่าถ้าใช้ผมจะเรียบร้อยเต็มที่ และจะกระซิบด้วยว่า ผมแอบร่างกับกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว อย่าบอกใครนะ พวกที่อวดรู้สู่ฉลาด เพลาๆ ลงบ้าง เพราะคนที่เก่งร่างกฎหมายไม่มีใครเกินกฤษฎีกาอยู่แล้ว" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

ร.ต.อ.เฉลิมยังกล่าวถึงกรณีป.ป.ช.ชี้มูลนายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมัยเป็นรองนายกฯ ใช้อำนาจแทรกแซงกระทรวงวัฒนธรรม และส่งเรื่องให้วุฒิสภาพิจารณาถอดถอน ว่า เห็นใจ เป็นห่วง เพราะเป็นเพื่อนรักกัน ถ้าขาดนายสุเทพสักคนสภาก็หมดสีสัน แต่เชื่อว่าเสียง 3 ใน 5 ส.ว.คงไม่ถึงที่จะถอดถอนได้ "อย่าไปเว้นวรรคเลยเพื่อน"



ชี้การเมืองถึงช่วง"น้ำลดตอผุด"

"การเมืองช่วงนี้ไม่มีอะไร น้ำลดตอผุด สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ใครทำอะไรไว้ย่อมได้อย่างนั้น บางครั้งการกระทำใดๆ ถึงไม่มีเจตนาทุจริต แต่จิตใต้สำนึกเลวก็เป็นโจร" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ระบุเดินทางไปได้ทุกประเทศทั่วโลกแต่กลับประเทศ ไทยไม่ได้ ว่า "นี่แหละที่ผมทุกข์ใจแทนท่าน ทั้งที่ลูกน้องใหญ่ทั้งประเทศ ครม.ก็ลูกน้องทักษิณทั้งนั้น ที่พูดนั้นถูกต้องที่สุดที่ว่าไปได้ทุกประเทศทั่วโลก ยกเว้นบ้านตัวเอง แหม!โดนใจ เสียดายที่ผมไปฮ่องกงไม่ได้พบ ท่านพูดถูกต้องที่สุด ผมจะพูดเรื่องนี้ในที่สัมมนาพรรคด้วย"

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้พ.ต.ท.ทักษิณได้วีซ่าเข้าประเทศไทย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ต้องไปถามนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เมื่อถามว่าโอกาสที่พ.ต.ท.ทักษิณจะได้กลับบ้าน ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า พูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2552 แล้ว จะทำอะไรต้องทำความเข้าใจประชาชน ไม่มีอะไรยาก เมื่อเรื่องเริ่มจากการปฏิวัติก็ต้องกลับไปแก้ตรงนั้นก่อน อย่าเอาทุกเรื่องมารวมกันทั้งหมด

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานมูลนิธิไทยพึ่งไทย อดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะถูกต่อต้านจากกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยจนทำให้เสียสมาธิในการทำงาน แต่เชื่อว่าไม่ถึงขั้นยุบสภาหรือลาออก ทั้งนี้ เห็นว่าเมื่อรัฐบาลทำงานมาครบ 1 ปีแล้ว ควรเน้นการทำความเข้าใจกับคนที่มีความเห็นต่างให้มากขึ้น นอกเหนือจากการบริหารงานปกติ ส่วนที่นำส.ส.พรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งไปพบพ.ต.ท.ทักษิณนั้น ไม่ได้เป็นการตบเท้า แต่น้องๆ อยากไปแสดงความยินดีตามธรรมเนียมไทย ไม่ได้ไปพูดคุยเรื่องการเมือง รวมทั้งเรื่องปรับครม.ด้วย และเดี๋ยวนี้ตนแทบไม่ได้มีความคิดที่เข้าไปชี้นำส.ส.หรือใครได้ ซึ่งการปรับครม.อยู่ที่นายกฯตัดสินใจ เนื่องจากเป็นหัวหน้า รู้ว่าควรปรับตอนไหนและปรับตรงไหน



กลาโหมแถลง"คดีมาร์ค"

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม พร้อมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการปฏิบัติตัวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตามพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 ประกอบด้วยพล.ร.อ. ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ ที่ปรึกษารมว.กลาโหม พล.อ. วรวิทย์ ชินะนาวิน เลขานุการรมว.กลาโหม พล.อ. ม.ล.ประสบชัย เกษมสันต์ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผอ.สำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม พล.ต.พินิจ ฉัตรเสถียรพงษ์ ผู้ช่วยเจ้ากรมเสมียนตรา พล.ต.รณชัย มัญชุสุนทรกุล เจ้ากรมจเรทหารบก พล.ต.สุชาติ หนองบัว เจ้ากรมกำลังพลทหารบก ร่วมแถลงข่าว โดยนำหลักฐานตัวจริง ใบสำคัญต่างๆ มาแสดง อาทิ สด.1 ต้นขั้วใบสำคัญ สด.9 บัญชีรายชื่อทหารกองเกิน และทหารกองหนุนประเภทสอง หรือสด. 27 บัญชีเรียกทหารกองเกินเข้ากองประจำการหรือ สด.16 ทะเบียนกองประจำการ หรือสด.3 และใบรับรองการผ่านการผ่อนผันการเข้าเกณฑ์ทหารของสัสดีเขตพระโขนง มาแสดงต่อสื่อมวลชน

พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า เอกสารที่มีอยู่ มีต้นขั้วที่ทำให้รู้ถึงความเป็นมาว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร เหตุที่มาชี้แจงวันนี้ มาจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินทำหนังสือมาถึงตน เนื่องจากนายกมล บันไดเพชร สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้ร้องเรียนตนไว้กับผู้ตรวจการฯ จึงส่งเอกสารข้อเท็จจริงทั้งหมดไปให้ โดยให้ตรวจสอบนายอภิสิทธิ์ใช้เอกสารเท็จจริงในการบรรจุและแต่งตั้งยศ

"ยืนยันว่าผมไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะได้ดำเนินการตามขอบเขตของกระทรวง" พล.อ.อ.สุกำพลกล่าว



ชี้ข้อพิรุธเอกสาร

พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2529 นายอภิสิทธิ์ได้ลงบัญชีขอขึ้นทหารกองเกินตามแบบสด.1 และรับแบบสด.9 ตามหมายเรียกการเกณฑ์ทหาร สด.35 เมื่ออายุเกณฑ์ 21 ปี จะต้องมารับใบเกณฑ์ทหารในปีต่อไปนั้นคือวันที่ 7 เม.ย.2530 โดยใบสด.9 เป็นเอกสารจริง เนื่องจากมีใบสด.1 ยืนยันว่าถูกต้องทุกอย่าง ต่อมาวันที่ 19 มี.ค.2530 ทางโรงเรียนนายร้อยจปร.เสนอเรื่องขอบรรจุนายอภิสิทธิ์ เข้ารับราชการในโรงเรียนนายร้อย จปร. เนื่องจากนายอภิสิทธิ์สมัครเข้ารับราชการทหารในช่วงนั้นแล้ว แต่วันที่ 31 มี.ค.2530 กรมสารบรรณทหารบกได้ตรวจสอบหลักฐานเอกสารการบรรจุนายอภิสิทธิ์ ปรากฏว่าหลักฐานไม่ครบ จึงทำเรื่องกลับไปโรงเรียนนายร้อยจปร. เพื่อขอเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องหลักฐานการเกณฑ์ทหาร (สด.43) ต่อมาวันที่ 7 เม.ย.2530 นายอภิสิทธิ์ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร แต่ไม่ได้มาเกณฑ์ทหารหรือเรียกว่าหนีการเกณฑ์ทหาร ทางสัสดีได้ลงในหลักฐาน สด.16 ถือว่าเป็นคนขาดการตรวจเลือกฯในแขวงคลองตัน ลำดับที่ 229 เลขที่สด.43 ที่ 675 หลังจากนั้นวันที่ 9 เม.ย.2530 นายอภิสิทธิ์ได้เขียนใบสมัครเข้ารับราชการที่โรงเรียนนายร้อยจปร. แสดงว่าในช่วงนี้มีการสร้างหลักฐานเรียบร้อยแล้ว

พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า ต่อมาวันที่ 31 ก.ค.2530 มีหนังสือจากสัสดีกทม. รับรองว่านายอภิสิทธิ์มีชื่อเข้าบัญชีทหารกองเกินเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2525 และได้รับการผ่อนผันตามมาตรา 29 (3) เพื่อใช้เป็นเอกสารรับรองการบรรจุ ซึ่งเอกสารดังกล่าวชัดเจนว่าเป็นเอกสารที่ไม่อยู่ในระบบทางราชการ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการรับสมัครเข้าเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยจปร.หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ แต่ถ้ามีการใช้หนังสือดังกล่าวขึ้นมา บอกได้เลยว่าเป็นเอกสารที่ไม่อยู่ในระบบทางราชการ เนื่องจากพบข้อพิรุธหลายอย่าง ต่อมาวันที่ 7 ส.ค.2530 มีคำสั่งกลาโหมที่ 720/30 ลงวันที่ 7 ส.ค.2530 บรรจุนายอภิสิทธิ์เป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือน ตำแหน่งอาจารย์โรงเรียนส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยจปร.



ข้อมูล"สด.9"สองฉบับไม่ตรงกัน

ต่อมาวันที่ 8 เม.ย.2531 มีการแจ้งว่าใบสด.9 หาย และขอรับใบแทนฉบับที่ชำรุดเสียหาย โดยบันทึกใหม่ว่าเข้าบัญชีทหารกองเกินลงวันที่ 8 เม.ย.2531 ซึ่งไม่ตรงกับครั้งแรกที่นายอภิสิทธิ์มาลงบัญชีทหารกองเกินเมื่อวันที่ 4 ก.ค.2529 ดังนั้น หลักฐานชิ้นนี้ชัดเจนเพราะมีต้นขั้วทั้งสองใบว่าลงวันที่ไม่ตรงกัน เหตุผลที่ต้องทำใบสด.9 ใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียนเอกสารกองประจำการ (สด.3) เพราะหากติดยศร้อยตรีแล้ว นายอภิสิทธิ์ต้องขึ้นทหารกองประจำการเพื่อนับเวลาราชการ ซึ่งระเบียบดังกล่าวบังคับเป็นกฎหมาย

รมว.กลาโหมกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่าถ้าใช้เอกสารสด.9 ใบเดิมจะเห็นชัดว่าขาดการเกณฑ์ทหาร ต่อมาวันที่ 26 เม.ย.2531 นายอภิสิทธิ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นว่าที่ร้อยตรีและขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการที่จ.นครนายก ในช่วงนี้นายอภิสิทธิ์นำใบสด.9 ซึ่งเป็นใบทดแทน ตรงนี้พิสูจน์ได้ว่าใช้เอกสารที่ไม่อยู่ในระบบทางราชการ



เผยหลักฐานชี้ชัด"หนีทหาร"

"เรามีหลักฐานชัดเจน ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์เข้ารับราชการและขอลาออกเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2532 ถือว่านายอภิสิทธิ์เป็นทหารเพียง 1 ปี และในช่วงรับราชการได้ลาไปต่างประเทศ 3 ครั้ง ลากิจ 2 ครั้ง ลาไปราชการ 1 ครั้ง อ้างว่าไปสอนหนังสือ ทั้งหมด 221 วัน มีวันทำงานรวมเพียง 35 วัน ตามระเบียบการลาของทางราชการ ลาได้เพียง 70 วัน ใน 1 ปีปฏิทิน" พล.อ.อ.สุกำพลกล่าว

พบนายกฯ - คณะเด็กนักเรียนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 30 คน จากรายการมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 27 ก.ค.



รมว.กลาโหมกล่าวต่อว่า นายอภิสิทธิ์ไม่ได้ไปเกณฑ์ทหารในวันที่ 7 เม.ย. 2530 จริง ฉะนั้นจึงถือว่านายอภิสิทธิ์หนีทหาร และใช้เอกสารปลอมสมัครเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ในโรงเรียนนายร้อย จปร. ซึ่งมีเอกสารเท็จทั้ง 2 เรื่อง ยืนยันได้อย่างชัดเจน

พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า ส่วนการเอาผิดทั้งถอดยศและเรียกคืนเงินประจำตำแหน่ง ที่นายอภิสิทธิ์เคยได้รับระหว่างรับราชการทหาร กรมพระธรรมนูญเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล จะพิจารณาดำเนินการอย่างรอบคอบต่อไป หากมีข้อสงสัยจะไปปรึกษากับกฤษฎีกา หากปรึกษาเรียบ ร้อยแล้วจะรายงานให้ตนทราบเพื่อดำเนินการต่อไป ที่สำคัญต้องตรวจสอบก่อนว่าคดีนายอภิสิทธิ์หมดอายุความไปแล้วหรือยัง เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นมาแล้ว 25 ปี



ยันไม่ใช่เรื่องตอบโต้ใคร

เมื่อถามถึงกองทัพบกลงโทษทหารที่เกี่ยวข้องกับการทำเอกสารให้ พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า เป็นเรื่องของกองทัพบกที่ดำเนินการจบไปแล้วและเรื่องนี้เกิดขึ้นนานมาแล้ว ตัวละครต่างๆ เสียชีวิตและเกษียณไปแล้ว เรื่องนี้ผ่านมา 25 ปีแล้วน่าจะเกินอายุความ ส่วนที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นำใบสด. 20 ของนายอภิสิทธิ์มาชี้แจงนั้นเป็นเอกสารจริงหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ไม่มีการรับรองสำเนา ทั้งนี้ใบสด. 20 เป็นเอกสารราชการ นายอภิสิทธิ์จะถือเพียงอย่างเดียวคือใบสด. 41

เมื่อถามว่านายอภิสิทธิ์จะได้รับการลงโทษอย่างไรหรือไม่ และกรณีขาดงานสอนจากโรงเรียนนายร้อยจปร. 200 กว่าวัน ต้องรับผิดชอบอย่างไร พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า เป็นเพียงข้อมูลที่คณะกรรมการตรวจสอบและมีผู้อนุญาตให้ลา เรื่องนั้นก็จบไป แต่ชี้ให้เห็นว่าการที่นายอภิสิทธิ์เข้ามาเป็นอาจารย์ในโรงเรียนนายร้อยจปร. มีความรักทหารจริงหรือไม่ เพราะทำงานแค่ไม่กี่วัน แต่ลากิจจำนวนมาก เมื่อถามว่าจะทวงถามจริยธรรมคุณ ธรรมจากนายอภิสิทธิ์หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า ตนพูดเฉพาะในขอบเขตของตน เรื่องนั้นอยู่นอกเหนืออำนาจ

เมื่อถามว่าสรุปว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นโฆฆะหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า อะไรที่จบไปแล้วก็จบไป อะไรที่ยังไม่จบก็ไม่จบ ส่วนที่นำข้าราชการกระทรวงกลาโหมมาแถลงในครั้งนี้จะส่งผลต่อคดีความที่มีอยู่ในชั้นศาลหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า ตนพูดในขอบเขตของตนตามเอกสารข้อเท็จจริงที่มี เพราะสังคมสงสัย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตอบโต้ แต่เรามีเอกสารครบ ต้องพูดไปตามข้อเท็จจริงเพื่อตอบผู้ตรวจการแผ่นดิน



นปช.หนุนเพื่อไทยแก้รธน.

นางธิดา โตจิราการ ประธานแนวร่วมประชา ธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า นปช.ยืนยันหลักการว่าทางยุทธศาสตร์ของนปช. พรรคเพื่อไทยต้องแก้รัฐธรรมนูญ 2550 ต้องรุกต่อไม่ใช่ตั้งรับหรือถอย แต่ยุทธวิธีในการเดินหน้าแก้ไขต้องไม่ทำให้ยุทธศาสตร์การแก้รัฐธรรมนูญถอยไป รัฐบาลนี้สมควรอยู่นานอย่างน้อยครบวาระ 4 ปี แต่ต้องไม่ทำให้การต่อสู้ของประชาชนเสียหาย ไม่อยากเห็นรัฐบาลที่ยืนอยู่โดยปราศจากการสนับสนุนของประชาชนหรือประชาชนหันหลังให้

"ทั้งนี้ ยุทธวิธีอาจเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.68 ม.237 หรือหากใจกล้าก็แก้ ม.309 การเดินหน้าลงมติวาระสาม การแก้ไขรายมาตราแล้วลงมติวาระสาม หรือการทำประชามติ ก็เป็นยุทธวิธีหลากหลายให้เลือก ขอขอบคุณพ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ที่มีจุดยืนเดียวกันกับนปช. ส่วนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของนปช.ที่ค้างอยู่ในสภา หากร่างของรัฐบาลมีปัญหาก็สามารถนำร่างของนปช.ขึ้นมาพิจารณาไปด้วยได้" นางธิดากล่าว



ซัดมาร์คไร้เกียรติ

นางธิดากล่าวถึงการสมัครรับราชการทหารของนายอภิสิทธิ์ และกรณีป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายสุเทพ ว่า ทั้ง 2 กรณีก็ชัดเจนแล้ว ในส่วนของนายอภิสิทธิ์ รมว.กลาโหมได้แถลงโชว์หลักฐาน และแจ้งหลักฐานนายอภิสิทธิ์ใช้เอกสารหลักฐานเท็จในการสมัครเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร. ซึ่งขณะนี้เกียรติยศ หรือภาพของความเป็นนักการเมืองที่มีคุณธรรม จริยธรรมของนายอภิสิทธิ์ไม่เหลืออีกแล้ว ส่วนนายสุเทพวันนี้ประชาชนได้ถอดถอนนายสุเทพ ออกจากตำแหน่งทางการเมืองไปเรียบร้อยแล้ว และจากกรณีของทั้งนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ทำให้เกิดความสะใจเล็กน้อยที่ได้ทำให้ผู้มีคุณธรรมทั้งหลายที่สนับสนุนบุคคลทั้งสองนี้ได้หน้าแตกบ้าง

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแดงและส.ส.เพื่อไทย กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะรับผิดชอบต่อกรณีนายอภิสิทธิ์อย่างไร พรรคต้องไล่ออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค รวมถึงยุบตัวเอง เนื่อง จากพรรคประชาธิปัตย์ อ้างตัวเองมาตลอดว่าเป็นคนดีมีศีลธรรม สมัยที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี เคยตั้งกฎเหล็ก 9 ข้อ โดยมีข้อหนึ่งระบุว่า ความรับผิดชอบทางการเมืองต้องมาก่อนความรับผิดชอบทางกฎหมาย อยากถามนายอภิสิทธิ์ว่าวันนี้ลืมไปแล้วหรือยัง ส่วนกรณีของนายสุเทพ ขอฝากไปยังส.ว.ว่าเรื่องนี้หากเป็นการตัดสินช่วยพรรคประชาธิปัตย์ ส.ว.ก็จะพังเอาได้ง่ายๆ และขอให้ประชาชนช่วยจับตาเรื่องนี้ด้วย



แดงโวยข่าวปล่อยขอตำแหน่ง

นายสมหวัง อักษราศรี แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เรียกนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ไปหารือถึง 2 ครั้ง เรื่องการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ที่ต้องให้นาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และแกนนำคนเสื้อแดง ลาออกก่อนนั้น เรื่องนี้ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ เป็นการปล่อยข่าวเพื่อทำลายความสัมพันธ์ระหว่างนายจตุพรและนายณัฐวุฒิ ฝากไปยังคนปล่อยข่าวว่าคิดได้อย่างไร นายจตุพรไม่เหมาะสมกับการเป็นรมต.ตรงไหน ความรู้ความ สามารถสมควรเป็นรมต.ตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว

ด้านนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษกนปช. กล่าวว่า ขอยืนยันว่า การต่อสู้ของคนเสื้อแดง ตำแหน่งเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี ที่จะเห็นว่าใครมีความรู้ความสามารถ เราไม่ได้ต่อสู้เพื่อวิ่งหาตำแหน่ง สิ่งที่คนให้ข่าวเป็นการสร้างความแตกแยกซึ่งคนเสื้อแดงรู้ทัน จึงฝากไปยังผู้ที่ปล่อยข่าวว่าให้เลิก



มาร์คขู่ฟ้อง"บิ๊กโอ๋"หมิ่นซ้ำ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพล.อ.อ.สุกำพลนำเอกสารมายืนยัน ว่า บอกตั้งแต่ต้นว่าไม่ได้ไปคัดเลือกเพราะอยู่ในช่วงที่สมัครรับราชการทหาร เป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยจปร. และมีหลักฐานแสดงการผ่อนผันอยู่ ดังนั้นการแถลงดังกล่าวจึงไม่มีความหมาย และย้ำหลายครั้งแล้วว่าคดีนี้ฟ้องร้องนายจตุพรในข้อหาหมิ่นประมาท มีการสืบพยานทั้งสองฝ่าย นำเอกสารของกระทรวงกลาโหมมาด้วย ทุกอย่างเรื่องอยู่ในศาลแล้ว ก็พยายามหลีกเลี่ยงการแสดงความเห็น เพราะเป็นคดีความในศาลอยู่ แต่ถ้าการแถลงข่าวของพล.อ.อ.สุกำพลมีการหมิ่นประมาทซ้ำอีก ก็ต้องฟ้องร้องกัน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากการแถลงข่าวของรมว.กลาโหม มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากที่กระทรวงกลาโหมเคยพิจารณาก่อนหน้านี้หรือมีหลักฐานใหม่เกิดขึ้นก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องแปลก และไม่เข้าใจว่ามาตรฐานการสอบคืออะไร เพราะมีการตรวจสอบเสร็จไปแล้ว การแถลงข่าวครั้งนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ถูกการเมืองสั่งมาให้ทำก็ต้องทำ ตนให้ฝ่ายกฎหมายติดตามอยู่ว่าจะฟ้องร้องอย่างไร หากใช้หลักฐานเท็จก็ต้องเล่นงานกัน

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงนายสุเทพว่า คาดว่าวุฒิสภาจะพิจารณาเรื่องนี้ในเดือนส.ค. โดยนายสุเทพมีสิทธิไปชี้แจง แต่ทุกอย่างเป็นดุลพินิจของส.ว. ส่วนที่มองว่าเรื่องนี้กระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคนั้นเราต้องยอมรับข้อเท็จจริง นายสุเทพ ไม่ได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่ทำหนังสือไป แต่ต้องอธิบายในเจตนาและดูข้อกฎหมายกัน



ลั่นกฎหมายเป็นอุปสรรคของโจร

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงพ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเชิญพรรคประชาธิปัตย์ไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดทักษิณว่า "เราอ่านหนังสือเยอะอยู่แล้ว และขอชวนพ.ต.ท.ทักษิณ และนายกฯสานต่อนโยบายเรื่องรักการอ่านที่พรรคทำไว้ แต่คงไม่แนะนำหนังสือให้พ.ต.ท.ทักษิณอ่าน ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ มองว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นระเบิดเวลาและเป็นปัญหาของรัฐบาลนั้น ถ้ารัฐบาลจะผลักดันนโยบายก็ทำได้ รัฐธรรมนูญไม่ใช่อุปสรรค การบอกว่าเป็นอุปสรรคแล้วจะรื้อระบบศาล ระบบการตรวจสอบนั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่อุปสรรคในการบริหาร แต่ต้องการรื้อเพื่อล้มล้างคดีตัวเองและหาทางล้มล้างคำพิพากษาแล้วสร้างความขัดแย้งให้กับบ้านเมือง

เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณระบุอยากกลับประเทศ ไทยแต่ไม่มีใครให้วีซ่าและให้ไปขอแถวเทเวศร์ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ได้พูดความจริงกับประชาชน ทั้งที่พ.ต.ท.ทักษิณไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าเข้าไทย สามารถกลับมาได้เลย แต่ที่ไม่มาเพราะไม่ยอมรับว่าจะต้องเหมือนกับคนไทยคนอื่น ที่ศาลตัดสินจำคุกแล้วต้องมาติดคุก พ.ต.ท.ทักษิณน่าฉุกคิดด้วยซ้ำ มีน้องสาวเป็นนายกฯ มีเครือญาติเป็นผบ.ตร. แต่กลับเข้ามาไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องอำนาจ แต่เป็นเรื่องของคนทำผิดกฎหมายก็ต้องยอมรับกฎหมาย กฎหมายก็เป็นอุปสรรคสำหรับโจร ส่วนที่ผบ.ตร.และนายตำรวจระดับสูงพบพ.ต.ท.ทักษิณชัดเจนในประมวลจริย ธรรม สังคมต้องช่วยกันให้คำตอบว่าจะเอาผลประโยชน์หรือความถูกต้องเป็นที่ตั้ง



ศิริโชคโผล่แจงสด.9ของจริง

นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิ ปัตย์ กล่าวว่า ค่อนข้างผิดหวังเพราะไม่พบว่ามีข้อมูลใหม่ ถ้าแถลงเช่นนี้ อย่าเป็นรมว.กลาโหมเลยให้นายจตุพรมาเป็นรมว.กลาโหมก็ได้ เพราะแถลงตามที่นายจตุพรเคยพูดทุกประการ อีกทั้งพล.อ.อ.สุกำพล ยังไม่กล้าพูดถึงเอกสาร สด.43 แต่เน้นเรื่อง สด.9 ว่าเป็นเอกสารเท็จ

"นี่คือใบสด.9 ที่อ้างว่ามีปัญหา เพราะฉบับนี้มีการเขียนข้อความระบุว่าออกแทนใบฉบับที่ชำรุดหรือสูญหาย ถ้าเป็นเอกสารปลอมจะเขียนข้อความดังกล่าวทำไม ขอย้ำว่ามีการเขียนชัดว่าออกแทนฉบับที่ชำรุดหรือสูญหาย เนื่องจากนายอภิสิทธิ์สมัครลงทะเบียนเป็นทหารกองเกินวันที่ 4 ก.ค.29 และได้ใบสด.9 มา 1 ฉบับ จากนั้นเอาใบสด.9 ที่ได้ไปสมัครรับราชการทหารในวันที่ 24 มิ.ย. 29 และได้รับการบรรจุเป็นอาจารย์ในวันที่ 7 ส.ค. 30 ต่อมาเมื่อจะติดยศ ทางโรงเรียนนายร้อย จปร.แจ้งนายอภิสิทธิ์ว่าทำเอกสารหาย ขอให้เอาเอกสาร สด.9 ฉบับแทนมาอีกฉบับหนึ่ง ดังนั้นการรับสมัครเสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.30 แล้ว จะมีเหตุผลอะไรที่ต้องไปเอาใบแทนฉบับชำรุดลงวันที่ 8 เม.ย.30 และไม่มีนัยยะสำคัญหรือสาระอะไรเลย เพียงแค่เขียนวันที่ผิดเท่านั้น" นายศิริโชคกล่าวพร้อมนำสด.9 ของนายอภิสิทธิ์มาแสดง



ชูเอกสารปปช.ยันมาร์คผุดผ่อง

นายศิริโชคกล่าวว่า ขณะที่สด.20 ที่นำมาแสดงให้เห็นว่ามีการผ่อนผันให้นายอภิสิทธิ์ไปศึกษาต่อที่อังกฤษ ปรากฏว่าพล.อ.อ.สุกำพล และทีมงานหักล้างเอกสารนี้ไม่ได้ เข้าใจว่าพล.อ.อ.สุกำพลฟังนายจตุพรมากไปจนเกิดจินตนาการต่างๆ นานา การผ่อนผันของนายอภิสิทธิ์เกิดขึ้นเมื่อมีการลงทะเบียนเป็นทหารกองเกิน 4 ก.ค. 29 และสิทธิในการผ่อนผันไม่ได้สิ้นสุดในวันที่ 4 ก.ค.29 ตามที่พล.อ.อ.สุกำพลเข้าใจ แต่เป็นการเริ่มต้นสิทธิในการผ่อนผันวันที่ 4 ก.ค.29 ซึ่งตนมีหลักฐานคำให้การของพ.อ.สมโชค ไกรศิริ พยานของนายจตุพร ในฐานะกรรมการตรวจสอบฯปี 42 ยืนยันในศาลอาญาว่าสิทธิในการผ่อนผันของนายอภิสิทธิ์ เริ่มต้นเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 29

นายศิริโชคกล่าวพร้อมนำเอกสารที่ป.ป.ช.แจ้งไปยังนายกมล บันไดเพชร สมาชิกพรรคเพื่อไทย ว่า การเข้ารับราชการทหารของนายอภิสิทธิ์ ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นการยืนยันว่านายอภิสิทธิ์ ทำทุกอย่างถูกต้อง โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมในขณะนั้น ก็ยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมตรวจสอบแล้วพบว่านายอภิสิทธิ์รับราชการถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทหารทุกประการ สิ่งที่พล.อ.อ.สุกำพลแถลงจึงเป็นการแถลงทางการเมือง ไม่มีหลักฐานใหม่ เมื่อพล.อ.อ.สุกำพลในฐานะรมว.กลาโหม มีการกล่าวร้ายป้ายสีและหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ ทีมงานกฎหมายกำลังถอดเทปเพื่อฟ้องดำเนินคดีกับพล.อ.อ.สุกำพลในข้อหาหมิ่นประมาทแล้ว ทั้งนี้หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พล.อ.อ.สุกำพล ต้องถูกดำเนินคดีตามมาตรา 157 ด้วย



เทือกพร้อมรับคำตัดสินส.ว.

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 ประกอบมาตรา 266 (1) ฐานจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แต่งตั้งส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 19 คน เข้าช่วยราชการในกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำว่า ตนพร้อมยอมรับ เพราะต้องเคารพกติกาและกฎหมาย และไม่ว่าส.ว.จะมีมติอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตาม ยืนยันว่าการส่งส.ส.ไปช่วยงานกระทรวงวัฒนธรรม ยังไม่ได้ดำเนินการ เพียงแต่ทำหนังสือถึงกระทรวงวัฒนธรรมให้พิจารณา แต่เมื่อเปิดข้อกฎหมายดูเห็นว่าหมิ่นเหม่จึงถอนหนังสือกลับ แต่หากป.ป.ช.เห็นว่าเป็นความผิดสำเร็จ ก็ยอมรับมติ.ป.ป.ช.

"ผมไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะถูกวุฒิสภาถอดถอนหรือไม่ แต่ขณะนี้ผมยังทำหน้าที่อยู่ ก็ไม่กังวล และหากถูกถอดถอนจริงจะถูกตัดสิทธิการเมือง 5 ปี ซึ่งขณะนี้ผมอายุ 64 ปี อีก 5 ปีจะอายุครบ 69 ปี ผมคงเลิกเล่นการเมือง และกลับไปเลี้ยงหลาน" นายสุเทพกล่าว

เมื่อถามว่าตามมาตรา 102 กำหนดคุณสมบัติของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ส.ส. และส.ว. ต้องไม่เคยถูกวุฒิสภาถอดถอน นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด เมื่อถึงเวลานั้น ตนคงเลิกเล่นการเมืองอยู่แล้ว



วุฒิสภาพร้อมพิจารณาถอดถอน

ที่รัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา ในฐานะรักษาการประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ตามที่ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด พร้อมถอดถอน นายสุเทพ ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา หลังจากได้รับสำนวนจากป.ป.ช. จะนัดประชุมวุฒิสภาเพื่อนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณา โดยให้นายสุเทพมาชี้แจงต่อที่ประชุมว่ามีประเด็นหรือพยานใหม่ที่ต้องชี้แจงเพิ่มเติมหรือไม่ ก่อนให้ส.ว.ลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ ใช้เสียง 3 ใน 5 หรือประมาณ 90 เสียง ถึงจะถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ กรอบเวลาดำเนินการประมาณ 1 เดือนเศษ

นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา เผยว่า วุฒิสภาสามารถพิจารณาคำร้องขอถอดถอนนายสุเทพ แม้วุฒิสภาจะไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา เพื่อรับคำร้องจากป.ป.ช. ตามมาตรา 272 รักษาการประธานวุฒิสภาสามารถเดินหน้าพิจารณา ได้ เพราะอำนาจถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งทางการเมืองเป็นอำนาจโดยตรงของวุฒิสภา



เด็จพี่สงสัยปปช.ไม่ฟันม.157

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเป็นผู้ยื่นคำร้องกรณีนายสุเทพ แม้การตรวจสอบของ ป.ป.ช.จะล่าช้านานกว่า 2 ปี แต่ยังดีกว่าไม่ทำอะไร แค่แปลกใจว่าป.ป.ช.ชี้มูลว่านายสุเทพผิดจริง แล้วเหตุใดไม่ดำเนินการเอาผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ที่ได้ส่งคำร้องให้พิจารณาด้วย ดังนั้นจะปรึกษาฝ่ายกฎหมายของพรรคว่าจะยื่นหลักฐานต่อป.ป.ช.เพิ่มเติมเพื่อเอาผิดตามมาตรา 157 ได้หรือไม่

นายพร้อมพงศ์กล่าวถึงการเลือกประธานวุฒิสภาคนใหม่ที่ว่า พรรคหวังว่าการเลือกประธานคนใหม่จะโปร่งใส เพราะมี ส.ว.บางคน เล่าให้ฟังว่าขณะนี้เกิดกระบวนการล็อบบี้ หวังทำแฮตทริกให้ประธานวุฒิสภามาจากส.ว.สรรหา เป็นรายที่ 3 ติดต่อกัน โดยพูดกีดกันว่าหากเป็น ส.ว.เลือกตั้งจะถูกครอบงำจากรัฐบาล ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะ ส.ว.ทุกคนมีวุฒิภาวะ อยากให้เปิดโอกาสส.ว.เลือกตั้ง สลับขึ้นมาทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาบ้าง เพราะจะมีความสง่างาม ได้รับการยอมรับจากประชาชนมากกว่าส.ว.สรรหาหรือที่ถูกเรียกว่าส.ว.ลากตั้ง อีกทั้งประชาชนจะเกิดความเชื่อมั่น ความคาดหวังกับสภาสูงต่อการทำหน้าที่ตรวจสอบ คานอำนาจและถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและองค์กรอิสระได้มากกว่า



สดศรีชี้ถกวุ่นข้อกม.-ฟันเทือก

นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรค การเมือง กล่าวถึงป.ป.ช.ส่งเรื่องให้วุฒิสภาถอด ถอนนายสุเทพ ว่า เรื่องนี้เคยมีผู้ร้องมาที่กกต. และกกต.โดยเสียงข้างมากเห็นควรให้ยกคำร้อง เนื่อง จากนายสุเทพได้ถอนเรื่องที่ส่งส.ส.ไปกระทรวงวัฒนธรรมออกไปก่อนแล้ว จึงถือว่าความผิดยังไม่สำเร็จ ส่วนที่ป.ป.ช.มีมติเช่นนั้นอาจพิจารณาจากกฎหมายคนละฉบับกับกกต. โดยป.ป.ช.มองในมองเรื่องจริยธรรมของนักการเมือง ส่วนกกต.พิจารณาว่าเหมาะสมที่จะเป็นส.ส.ต่อไปหรือไม่

นางสดศรีกล่าวว่า หลังจากป.ป.ช.ส่งให้ประธานวุฒิสภาพิจารณาถอดถอนแล้ว อาจมีประเด็นข้อกฎหมายให้พิจารณาว่า หากที่ประชุมมีมติถอดถอนนายสุเทพแล้ว วุฒิสภาจะมีอำนาจถอดถอนตามมติได้เลยหรือไม่ หรือต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้สั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นอกจากนี้ยังมีประเด็นการดำรงตำแหน่งส.ส.ด้วยว่าการร้องเรียนดังกล่าวร้องตั้งแต่นายสุเทพ เป็นส.ส.เขตที่ได้ลาออกไปแล้ว จะถือว่านายสุเทพ สิ้นสภาพไปก่อนแล้วหรือไม่ และจะส่งผลถึงสถานะปัจจุบันหรือไม่

นางสดศรียังกล่าวถึงการสรรหาส.ว.แทนตำแหน่งของนายศรีสุข รุ่งวิสัย ว่า ต้องมีการสรรหาส.ว.ในส่วนดังกล่าวใหม่ แต่การที่ศาลไม่ได้สั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ก็เป็นโอกาสที่นายศรีสุข จะให้องค์กรเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาในครั้งใหม่นี้ได้

ด้านนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.ได้ลงนามประกาศกกต.เรื่องการกำหนดวันให้องค์กรภาคอื่นมาลงทะเบียน พร้อมเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับการสรรหาเป็นส.ว.แทนตำแหน่งที่ว่างในองค์กรภาคอื่น โดยให้มาลงทะเบียนพร้อมเสนอชื่อในวันที่ 1-15 ส.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ที่สำนักงานกกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ



ขุนค้อนเรียกเปิดสภา 1 ส.ค.

รายงานจากรัฐสภาแจ้งว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือเรียกส.ส.ประชุมสภาเป็นพิเศษในวันที่ 1 ส.ค.เวลา 13.00-21.00 น. ภายหลังมีพ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไปพ.ศ.2555 โดยไม่มีการบรรจุร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ เข้ามาอยู่ในระเบียบวาระในวันดังกล่าว

ทั้งนี้ ระเบียบวาระการประชุมสภามีเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม 23 เรื่อง อาทิ รับทราบเรื่องประธานสภาอนุญาตให้นำเรื่องขออนุญาตสภาเพื่อเรียกตัวนายครรชิต ทับสุวรรณ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ไปสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาในคดีฆ่าคนตาย, รับทราบผลการดำเนินการเกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ นอกจากนี้มีเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จ 15 เรื่อง อาทิ ร่างพ.ร.บ.วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ร่างพ.ร.บ.วิชาชีพแพทย์แผนไทย ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ร่างพ.ร.บ.เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการ ประธานกรรม การและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน



โอ๊คโพสต์"ไทยทาวน์"ที่ฮ่องกง

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร เขียนข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า งานวันเกิดพ่อปีนี้เหมือนมี "ไทยทาวน์" แห่งใหม่ที่เกาะฮ่องกง เพราะมีคนไทยมารวมตัวกันกว่า 500 คน แต่ต่างจากไทยทาวน์ในประเทศอื่นตรงที่เป็นการรวมตัวกันของคนไทยที่พำนักอยู่ในประเทศไทยถึง 99.8% และมีเพียง 1 คนเท่านั้นที่ยังไม่สามารถกลับเมืองไทยได้ ก็แปลกดี อดีตนายกฯที่มีพี่น้องประชาชนสนับสนุนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังถูกปฏิวัติโดยตั้งบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์มาเป็นกรรมการตรวจสอบ ปั้นเรื่องจนกระทั่งมีความผิด ไม่สามารถเข้าประเทศได้ เปรียบเหมือนคนที่ได้วีซ่าที่ทุกประเทศยินดีต้อนรับ แต่ไม่สามารถเข้าประเทศบ้านเกิดเมืองนอนได้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ไฟเขียววีซ่าให้กลับบ้าน วันเกิดปีหน้าขอจัดพร้อมหน้าพร้อมตากันที่เมืองไทยได้มั้ย



ผู้ตรวจฯรับคำร้องปชป.สอบผบ.ตร.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ มายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการฯ ขอให้ตรวจสอบจริยธรรมของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ในกรณีเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง ว่าขัดต่อประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ.2553 หรือไม่ เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณเป็นนักโทษที่หลบหนีคดีอาญา การไปพบผู้ต้องหาควรจับกุม แต่กลับไม่ดำเนินการตามกฎหมาย แสดงให้เห็นว่าพล.ต.อ.เพรียวพันธ์วางตัวไม่เป็นกลาง และหากไปพบจริงพล.ต.อ.เพรียวพันธ์จะมีความผิด จึงขอให้ผู้ตรวจการฯ ตรวจสอบในเรื่องนี้

นายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า จะรับไว้พิจารณา เบื้องต้นกรณีที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ตรวจการฯ ต้องตรวจสอบว่ามีข้อเท็จจริงหรือมีมูลเหตุที่จะนำไปพิจารณาหรือไม่ ถ้าปรากฏข้อเท็จจริงจะส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่คนนั้นตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดตามที่มีผู้ร้องเรียนหรือไม่ แต่ถ้าผู้บังคับบัญชาไม่ดำเนินการหรือดำเนินการล่าช้า ทางผู้ตรวจการฯ จะหยิบยกเรื่องนี้มาตรวจสอบเอง โดยใช้วิธีไต่สวนสาธารณะ ทั้งนี้ กรณีนี้ถ้าดูตามกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่านายกฯ จะเป็นผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์กำลังเล่นเกมการเมืองโจมตี ผบ.ตร.มากเกินไป ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณดำเนินนโยบายขาดมิตร เพิ่มศัตรู อย่างไรก็ตาม วันที่ 6 ส.ค.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางเข้าสหรัฐ ถือเป็นการตบหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่กล่าวหาโจมตีพ.ต.ท.ทักษิณมาตลอด



ผนึกดีเอสไอ-ตร.-ปปท.ปราบโกง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริตในการรับจำนำข้าว การเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันสาธารณภัย และการใช้จ่ายเงินงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ที่ปรึกษาสบ10 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตัวแทนกองบัญชาการตำรวจภูธร 1-9 บชน. ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ (ศชต.) สำนักงบประมาณ ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า นายกฯมอบให้ตนมาดูเรื่องการทุจริตทั้ง 3 เรื่อง จึงขอให้ 3 หน่วยงานคือ ตำรวจ ดีเอสไอ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ปปท.) ช่วยกันทำงานสนองนโยบายรัฐบาล จึงลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ 11 ชุด ประกอบด้วย บชน. ภูธร 1-9 และศชต. โดยมีพ.ต.อ.ณรัชย์ เศวตนันท์ ผู้ตรวจกระทรวงยุติธรรม เป็นโฆษกคณะทำงานฯ โดยมีอำนาจตรวจสอบ ป้องกันและปราบปรามการรับจำนำข้าว งบเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันสาธารณภัยในโครงการต่างๆ และการจ่ายเงินของอปท. ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯมีอำนาจตรวจสอบและป้องกันปราบปราม เพื่อนำเสนอมาที่ส่วนกลางว่าจะให้เป็นคดีพิเศษหรือไม่ เชื่อว่านายกฯ คงไม่ขัดข้องเรื่องการใช้งบประมาณ ซึ่งจะนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 6 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ที่สโมสรตำรวจ เพื่อสรุปแนวทางและเริ่มปฏิบัติงานต่อไป

นายธาริตกล่าวว่า ทั้ง 3 หน่วยงานจะสนธิกำลังและมีอำนาจดำเนินการทั้ง 3 งาน โดยตำรวจรับผิดชอบพื้นที่ภาค ดีเอสไอทำการสอบสวนทั่วประเทศ และปปท.จับกุมดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ ในส่วนของดีเอสไอได้ดำเนินการเรื่องการทุจริตข้าว ซึ่งมีแนวคิดให้ตำรวจลงไปคุมตั้งแต่โรงสีซึ่งเป็นจุดรับจำนำ รวมทั้งวอร์รูมทั้ง 9 ภาค เพื่อรายงานให้ส่วนกลางรับทราบต่อไป

พล.ต.อ.วรพงษ์กล่าวว่า ตำรวจจะตั้งวอร์รูมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเปิดตู้ป.ณ.1234 และสายด่วน 1768 รวมทั้งเว็บไซต์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อให้ประชาชนแจ้งข้อมูลและเบาะแสการทำงานมายังเจ้าหน้าที่ได้



27ก.ย.ตัดสิน-มาร์คฟ้องตู่หมิ่น

วันที่ 27 ก.ค. ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานจำเลย ครั้งสุดท้ายคดีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยเป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณีระหว่างวันที่ 29 ม.ค. - 15 ก.พ.53 นายจตุพรปราศรัยต่อกลุ่มคนเสื้อแดงและผู้ชมสถานีโทรทัศน์ ช่องพีเพิ่ล แชนแนล กล่าวหาว่าโจทก์เป็นนายกฯ ที่สั่งฆ่าประชาชนและหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร

ทนายจำเลยนำ นายวรพล พรหมิกบุตร อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เบิกความในฐานะนักวิชาการที่เข้าไปสังเกตการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดง ตั้งแต่ปี 2552-2553 คนเสื้อแดงมีหลายกลุ่ม มีทั้งกลุ่มที่ขึ้นตรงกับนปช. หรือไม่ขึ้นตรงก็มี การเรียกร้องประชาธิปไตย และต้องการให้รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ยุบสภาและลาออก ซึ่งเกิดจากมูลเหตุที่คนเสื้อแดงเห็นว่า การได้มาซึ่งอำนาจการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายอภิสิทธิ์ไม่ถูกต้อง ส่วนที่นายจตุพรปราศรัยเรื่องนายอภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชนนั้น เนื่องจากมีข้อเท็จจริงที่เคยเกิดขึ้นในปี 2549 ที่มีเหตุการณ์รุนแรง และขณะนั้นเกิดการสร้างสถานการณ์ต่างๆ จริง ดังนั้น นายจตุพรในฐานะแกนนำ จำเป็นต้องพูดความจริงเพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวกับสถานการณ์ พยานเบิกความเรื่องอื่นๆ แล้วเสร็จ ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 27 ก.ย. เวลา 09.00 น.



เปิดแล้ว"วินิจฉัยส่วนตน"-แก้รธน.

เมื่อเวลา 19.25 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เผยแพร่คำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 8 คน กรณีพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา กับคณะนายวันธงชัย ชำนาญกิจ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายวรินทร์ เทียมจรัส และนายบวร ยสินธร กับคณะ(ผู้ร้องที่1-5 ) ยื่นร้องประธานรัฐสภา ในฐานะรัฐสภา คณะรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา นายสุนัย จุลพงศธร กับคณะ และนายภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะ (ผู้ถูกร้องที่ 1-6 ตามลำดับ) เพื่อขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครอง ตามมาตรา 68 หรือไม่ ซึ่งศาลมีคำวินิจฉัยยกคำร้องไปเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งไปยังสำนักงานว่า ถ้าตุลาการฯทุกคนเซ็นลงนามคำวินิจฉัยส่วนตนเรียบร้อยครบทุกคนเมื่อใด ให้เผยแพร่คำวินิจฉัยส่วนตนได้ทันที ช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ ตุลาการฯทั้ง 8 คน ได้ลงนามครบทุกคน หลังจากสำนักงานได้ตรวจทานความถูกต้องของเนื้อหาของคำวินิจฉัยเรียบร้อยแล้ว จึงเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ของสำนักงาน ในช่วงเวลา 19.00 น. ทั้งนี้ที่ต้องรีบเผยแพร่คำวินิจฉัยส่วนตนออกมาในวันนี้เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ นำคำวินิจฉัยส่วนตนไปประกอบการพิจารณาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการเผยแพร่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ที่ศาลต้องรีบเผยแพร่คำวินิจฉัยส่วนตนออกมาอย่างรวดเร็วนั้น ประจวบเหมาะกับกรณีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ระบุว่าโดยปกติศาลต้องเผยแพร่คำวินิจฉัยส่วนตนออกมาก่อน จึงค่อยเผยแพร่คำวินิจฉัยกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เวลา 19.25 น. คำวินิจฉัยส่วนตนของนายวสันต์ เผยแพร่ลงเว็บไซต์ศาลเป็นคนแรก มี 7 หน้า ตามด้วยนายจรูญ อินทจาร มี 10 หน้า นายเฉลิมพล เอกอุรุ 6 หน้า นายชัช ชลวร 10 หน้า นายบุญส่ง กุลบุปผา 5 หน้า นายนุรักษ์ มาประณีต 6 หน้า นายสุพจน์ ไข่มุกด์ 17 หน้า และนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี 8 หน้า



สุรินทร์เข้มพร้อมรับครม.สัญจร

วันที่ 27 ก.ค. พล.ต.ต.ชัยทัต รุ่งแจ้ง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ เผยถึงการอารักขาบุคคลสำคัญและการรักษาความสงบเรียบร้อยสถานที่ต่างๆ ระหว่างการประชุมครม.สัญจร ในวันที่ 29-30 ก.ค. ที่จ.สุรินทร์ ว่าตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ได้บูรณาการเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งจังหวัดกว่า 2,000 นาย ร่วมดูแลความสงบเรียบร้อยตามสถานที่ต่างๆ และจัดเตรียมรถตำรวจทางหลวงนำขบวนไว้ถึง 40 คัน พร้อมกันนี้ จังหวัดสุรินทร์ยังเตรียมตัดเสื้อผ้าไหม หรือผ้าไหมโฮล ราชินีแห่งผ้าไหม ไว้ให้นายกรัฐมนตรีสวมใส่ในช่วงทำบุญตักบาตร เพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวสุรินทร์ อีกทั้งใช้ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ประกอบอาหาร เพื่อต้อนรับครม.และนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันเทศบาลเมืองสุรินทร์ยังระดมกำลังเจ้าหน้าที่เร่งทำความสะอาดริมถนนและสถานที่สำคัญต่างๆ ลอกท่อระบายน้ำ ตัดแต่งกิ่งไม้ให้เกิดความสะอาด สวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย ในการเตรียมจัดงานมหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง หนึ่งเดียวในโลกที่จังหวัดสุรินทร์ด้วย

ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า นักเรียนในสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานจ.สุรินทร์ เกิดความเดือดร้อน จากการจัดประชุมครม.สัญจรที่จ.สุรินทร์ ซึ่งพบว่ามีการส่งหนังสือไปยังผอ.โรงเรียนสุรินทร์ศึกษา ขอให้หยุดการเรียนการสอนในช่วงดังกล่าว ทำให้นักเรียนไม่ได้เรียนหนังสือ แสดงว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯจะเดินทางไปที่ไหนก็สร้างความเดือดร้อนที่นั่น จึงขอร้องว่าอย่ารังแกเด็กเลย



วสันต์พ้อศาลรธน.เป็นหมาหัวเน่า

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 16 จัดเสวนาเรื่อง "ระบบงานยุติธรรมในยุคโลกาภิวัตน์" ในงานสัมมนาวิชาการ บ.ย.ส.16 เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา มหาวชิราลงกรณ ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว โดยมีนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด และนายธานิศ เกศวพิทักษ์ รองประธานศาลฎีกา เข้าร่วมบรรยาย

นายวสันต์กล่าวถึงการทำหน้าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญว่า ปัญหาของศาลรัฐธรรมนูญขณะนี้กระทบไปหมดทุกศาล กลายเป็นว่า องค์กรตุลาการถูกกล่าวหาว่ามาจากไหนก็ไม่รู้ เป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตย แต่ไม่ได้มาจากประชาชน ในกรณีมาตรา 68 ที่คนข้องใจนั้น ผลการตรวจสอบแค่รับคำร้องก็จะเป็นจะตายกันให้ได้ ม็อบที่อยู่ข้างสภาทุกม็อบก็มารุมด่าพวกตน

"ในที่สุดพวกผมก็เป็นเหมือนหมาหัวเน่า พรรคอะไรก็ไม่คบสักอย่าง พรรคนี้เวลาแพ้เขาก็ด่า เวลาชนะเขาก็เฉยๆ ลงท้ายเขาก็เกลียดขี้หน้าเราทุกพรรค นี่เป็นงานของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องเผชิญ แต่ผมก็ยังไม่เกิดอาการท้อแท้ท้อถอย เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องทนรับกรรมต่อไปสักระยะหนึ่ง จนกว่าจะบอกว่าไม่ไหวแล้ว" นายวสันต์กล่าว

นายหัสวุฒิกล่าวว่า ศาลไม่มีอำนาจเริ่มต้นใดๆ ได้ หากไม่มีการฟ้องคดี ฉะนั้นศาลมีอำนาจพิจารณาคดีนั้นขนาดไหน ภายในกรอบข้อเท็จจริงของคดี ภายในกรอบกฎหมายซึ่งศาลไม่ได้เป็นผู้ร่างกฎหมายนั้นเอง ศาลจะต้องเป็นกลางยุติธรรม ต้องมีความกล้าหาญ ในการใช้อำนาจภายใต้กรอบที่ตนเองมี

นายธานิศกล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมเป็นวิธีการดำเนินการให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและให้ความเป็นธรรมกับประชาชน โดยบุคลากร องค์กร และสถาบัน ต่างมีหน้าที่บริหารงานยุติธรรม ที่สำคัญคือการยกระดับมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรม โดยการยกระดับสิทธิมนุษยชนให้มีบทบาทในกระบวนการยุติธรรมมากขึ้นโดยการใช้นิติวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้นและระดมบุคคลในสหวิชาชีพเฉพาะทางต่างๆ มามีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม และควรคำนึงถึงกติกาของประชาคมโลก ซึ่งต้องเปิดเผยข้อมูลโดยความสุจริตและโปร่งใส


หน้า 1




 
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.